นิยาย " จันทรากินรี" - เหมชาติ ทอง ( ตอนที่ 3. )

































































































.   จันทรากินรี
.
.             เหมชาติ   ทอง
.
.
            ๓.
.

.
.
.           ล่วงเพลาใกล้สนธนยา
.   ขบวนช้างเสด็จจึงข้ามเขา ลงห้วย
ทะลุป่าดง  เข้าสู่เขตแดน และถึงยังนคร
กัลปพฤกษ์โดยสวัสดิภาพ
  .
 .     นครไพรวัลย์ ที่ว่าใหญ่โตแล้ว หากดูเหมือน
ยังเป็นรองนครกัลปพฤกษ์อีกหลายช่วงตัวนัก
.
.
.
.
.          (ขอบคุณภาพเมืองสมมุติจากกูเกิ้ล)
.
.
 .   เพราะที่นี่ มีความเจริญมาก  สิ่งก่อสร้าง และ
บ้านเรือนต่างๆ ปลูกสร้างเรียงรายหนาแน่น
.  ดูสวยงาม  และล้วนแต่สร้างจากวัสดุที่มีความ
แข็งแรง  อีกทั้ง ถนนหนทางสัญจรก็ดูกว้างขวาง
กว่าที่นครไพรวัลย์มากมาย
.
.    เจ้าชายอนันตราชเสด็จตรงไปยังราชวัง
หลวง   ทรงนำพาจันทรากินรี และนางพี่เลี้ยง
ให้ตามเสด็จเข้าไปด้วย
.
.       ที่นั่น   มี -องค์มาตารานี-ผู้มารดา
และอัปสราดาราราย-ผู้มเหสี  ตลอดจน
ข้าราชบริพาร กำลังเฝ้ารอรับเสด็จนิวัติ
พระนคร ในท้องพระโรง
.  ที่เมื่อถวายบังคมรับเสด็จแล้ว ต่างก็พากัน
จับจ้อง มองดูจันทรากินรีและโพระดกอย่างไม่
วางตา
.      ด้วยความสงสัย  และคาดเดา
.
.   
.   "  เสด็จแม่มาตารานี  มเหสีอัปสรา
ดาราราย
.   และทุกท่าน ณ ที่นี้ -- จงฟังข้า "
.
.   ทรงประกาศก้อง  แล้วผายพระหัตถ์ไปที่
จันทรากินรี ที่ประทับนั่งตั่งอยู่ใกล้ๆ

.      "  นี่คือ     เจ้าหญิงจันทรากินรี
ราชนิกูลผู้สูงศักดิ์ จากดินแดนหิมพานต์
.     ข้าได้ทูลเชิญนางมาที่นี่  เพื่อนางจะมา
เป็นมเหสีของข้าอีกองค์หนึ่ง
.    ซึ่งจะดำรงศักดฺิ์ เท่าเทียมกับมเหสีอัปสรา
ดารารา   พระสิริยศจะเสมอกัน   ไม่มีผู้ใด
สูงต่ำกว่ากัน
.   โดยให้นางกินรีโพระดก พระพี่เลี้ยงเดิม
ของเจ้าหญิงจันทรา เป็นนางกำนัล
.  คอยดูแล  รับใช้เจ้าหญิงสืบต่อไป "
.
.    จันทรากินรี และนางโพระดกรีบก้มกราบ
รับพระบัญชาขององค์อนันตราช กษัตริย์หนุ่ม
รูปงามแห่งนครกัลปพฤกษ์
.
.      " นี่คือโองการจากข้า -อนันตราช  
จึงขอให้ทุกท่านได้รับรู้ และปฏิบัติงานฝ่าย
ราชวังที่รับผิดชอบ ตามความที่ข้าตรัสมานี้
.      โดยทั่วกัน  "
.
.    ทุกคนก้มลงบังคม  รับโองการของ
อนันตราช โดยปราศจากการโต้แย้งใดๆ
.
.  อนันตราชรับสั่งให้ฝ่ายวังนำเสด็จองค์หญิง
กินรี และพี่เลี้ยง   ไปพำนักที่ตำหนักรับรอง
ในเขตราชอุทยาน เป็นการชั่วคราว
.
      *  *  *  *  *  *  *-  *
.
.   " เจ็บใจจริงๆ--
.        ทำไมเสด็จพี่อนันตราชถึงทำกับข้า
เช่นนี้ ! "
.
.     มเหสีอัปสราดารารายกลับมาถึงที่ตำหนัก
ด้วยอาการศีรษะฟัด  ศีรษะเหวี่ยง กลางดึก
.
.     " บ่าวก็ไม่ชอบหน้า- เดอะ เฟส ไทยแลนด์
ของอีโพระดก พี่เลี้ยงของมันเลยเพคะ
.   บ่าวเกลียดขี้หน้ามัน --
.        บ่าวเหม็นสาบนกป่า ! "
.
.   นางบ่าวเหยี่ยนพลอยว่า ตามเจ้านาย
.
.        " นังเหยี่ยน--
.    งั้นแกก็คอยเฝ้าดูพวกมันไว้  เห็นตื่นกัน
เมื่อไหร่   แกก็รีบมาปลุกข้า "
.
.        "  เพื่อ - - ? "
.
.     "   อ๊าว !! ---
.  ข้าก็จะไปทำความรู้จักกับพวกมันไง
.     หึ- เจอกันแบบส่วนตัว - ข้าจะได้
สั่งสอนให้มันสำนึก--  ให้เจียมกะลาหัวไว้
จะได้ไม่มาตีตน เสมอกับข้า "
.
.         " อุ๊ยตาย--
.             ท่าทางมันส์ - "
.
.     นางเหยี่ยนอุทานอย่างตื่นเต้น
.
 .  " เพคะ  งั้นเชฺิญพระมเหสี เสด็จเข้าบรรทม
ได้เลย    
.   คืนนี้  บ่าวจะลงทุนอดนอน ยอมอยู่เฝ้ายาม
.   -- รอดู จนพวกมันตื่น เพคะ  "
.
.        * *  *   *  *   *
.
.    จันทรากินรีเดินชมพรรณไม้ในสวน
ด้วยความสุขใจ
.     แม้จะแค่ชั่วขณะหนึ่ง
.
.    ต้นไม้ที่นี่ อาจไม่สวยงามเท่าที่แดนหิมพานต์
แต่ก็ชวนพิศ ชวนมองไม่น้อยเลย      ด้วยมีดอก
สวยๆ และมีผลรสดีให้เก็บกิน
.
.
.
.
.                   (ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)
.
.
.    ที่หิมพานต์นั้น ต้นไม้ต่างๆ  ล้วนประหลาด
พิศดารพันลึก
.    อย่างเช่น ต้นมักกะลีผล หรือนารีผล  ที่ออก
ผลหน่วยเป็นหญิงสาว และบางต้นก็ออกเป็นบุรุษ 
.   พอสุกงอม ...เหล่าวิทยาธร และเหล่านาง
ผีเสื้อยักษ์  ก็พากันเหาะบิน มาแย่งเด็ดไปเชยชม
กัน   เบื่อแล้วก็โยนทิ้ง
.
.      หรืออย่าง ต้นชิงช้าชาลี ที่จะออกเถาที่กิ่ง
งอกงามเป็นรูปเปลชิงช้า ห้อยไว้ เต็มทั้งลำต้น
.   ฝูงนางตะเคียนมักจะชอบออกมาจากโพรงไม้
ในยามค่ำๆ  ชวนกันจับกลุ่ม สางผม นั่งโหนชิงช้า
ชาลีเล่น
.   ให้เพื่อนคอยไกว   เหวี่ยงลากผมที่ยาวสยาย
จรดพื้นไปมา พลางหัวร่อต่อกระซิกกัน
 .  เพื่อยั่วยวนเหล่าวิทยาธรที่แอบซุ่มดู ให้เกิด
กำหนัด จนแวะมาเกี้ยว  แทะโลม และได้เป็นสามี
ของพวกนาง ในที่สุด
.
.   โพระดกถือพานทองไว้สองมือ คอยตามรับ
ดอกไม้ ที่จันทรากินรีเด็ดลงมาจากต้น
.
.    " ดอกอะไรน้า....
.             หอมจังเลยนะเพคะ "
.
.  " หญิงก็ไม่รู้จักเหมือนกัน  ดอกสวย กลิ่นก็
หอมเย็น "
.
.        ดอกนั้น คือดอกจำปี
.
.   จันทรากินรีเขย่งเท้า หมายจะเด็ดอีกดอก
ที่อยู่สูง
.
.       ทันใดนั้น...ก็มีเสียงร้องทัก
ดังขึ้น
.
.      " อ้าวววว....จันทรากินรี ดอกรึ ?
.  นึกว่าใครที่ไหน   มาขโมยดอกไม้ใน
สวนหลวงแต่เช้า "
.
.   จันทรากินรีจำได้  นางคืออัปสราดาราราย
มเหสีหมายเลขหนึ่ง นั่นเอง
.
.    " บังคมเพคะ องค์อัปสราดาราราย "
.
.     จันทรากินรีรีบก้มย่อองค์ ถอนสายบัวให้
ตามธรรมเนียมราชวงศ์
.
.      อัปสราดารารายกลับเชิดหน้า..มองไป
เสียอีกทาง
.     นางกำนัลที่ตามเสด็จมานั้น จ้องเขม็งมาที่
โพระดก แล้วถลึงตา
.     เบะมุมปากลงแบบดูแคลนฐานะ
.
.   "  อาหารเช้าของทางวัง  เราก็ได้บัญชาให้
บ่าวไพร่เตรียมจัดสำรับใว้ให้แล้วนี่ ... "
.
.   อัปสราดารารายกล่าวด้วยเสียงอันดัง
.
.       " เหตุใดเล่า...เจ้าหญิงแห่งหิมพานต์
ถึงไม่อดทน  รอเวลาโต๊ะเสวย--"
.
.             จันทรากินรีอึ้ง
.
  อัปสราดารารายยังกล่าวต่อว่า
.
.   " นี่กระไร -กลับชวนกันกับนางพี่เลี้ยง
รีบลงมาจากตำหนัก   ตั้งแต่เหมยน้ำค้าง
ยังไม่เลิกตก "
.
.   น้ำเสียงนั้น เป็นเจตนาเยาะเย้ยถากถาง
ชัดเจน
.
.    "  อ้อ- คงเที่ยวมาเสาะหาหนอน และ
แมลง ตามต้นไม้ใบหญ้า  เพื่อจะจิกกินเป็น
อาหาร ตามประสานกไพร วิหคเถื่อน
.   ... กระนั้นรึ ? "
.
.   นางกำนัลของมเหสียกมือปิดปากหัวเราะ
ขำชอบใจ ในคำพูดของเจ้านายตัวเอง
.
.   โพระดกขยับตัว ทำท่าเงื้อมือทันที อย่างสุด
กลั้น   แต่จันทรากินรีฉวยข้อมือนางไว้ทัน
.
.  จันทรากินรีกล่าวตอบ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
.
.    " อัปสราดาราราย ...ท่านพูดถูกแล้ว
ข้าเป็นกินรี ก็ย่อมมีกำเนิดชาติมาจากนก "
.
.     มเหสีดารารายหัวเราะ
.
.         " รู้สำนึก ก็ดี ! ...
.    แล้วเจ้าก็อย่ามาคิดเทียบศักดฺิ์ เสมอตัว
กับข้าในภายหน้าล่ะ
.    ข้า--เป็นธิดาของวงศ์วานแห่งนคร
โตนสะเรียม   ย่อมมีเกียรติยศที่คู่ควรกับ
เสด็จพี่อนันตราขมากกว่าเจ้า
.      รับรู้ไว้ด้วย !"
.
.   โพระดกหายใจแรง โกรธแทนเจ้าหญิง
 ฮึดฮัด จะปรี่เข้าหามเหสี
.
.     " หยุดนะ ! .. นังพี่เลี้ยง ! "
.
.    ดารารายทำตาถลน ไม่พอใจ
 ชี้หน้าโพระดก มือสั่นรัว
.
.    "  แกอย่าได้สะเออะ มาถูกเนื้อ ต้อง
ตัวข้า
.    ไม่งั้น- จะโดนอาญาวัง หัวขาดนะแก--"
.
.     นางกำนัลเหยี่ยนรีบพลอยพยัก
.
.   "  นังนกกะปูดเอ๊ย ระวังตัวให้ดีเถ๊อะ--
จะโดนแม่ครัวในวัง จับถอนขน สับทำแกง
สับนก ซักวัน "
.
.  จันทรากินรีตั้งสมาธิ ยืนหลับตานิ่ง
.       ยกมือทั้งสอง เป็นท่าห้ามญาติ
เพื่อเข้าฌาน
.  อ่านที่มาแห่งเผ่าวงศ์ ของอัปสรา
ดาราราย...
.
.    " ทำอะไรของเจ้าน่ะ..."
.
.   มเหสีร้องถามอย่างไม่เข้าใจ
.
.  " องค์หญิงจันทรากินรีของข้าก็กำลัง
เรียกฌาณวิเศษ เพื่อส่องนิมิต ดูภูมิหลัง
ของมเหสีนะสิ "
.     
.     โพระดกตอบแทน ด้วยสีหน้ามี
โมโห
.
 .  " รู้ไว้ด้วย ...  . ถึงองค์หญิงของข้า
จะเป็นเผ่าพันธุ์นกป่า แต่ก็เป็นวงศ์นกยูง
ทองเชียวนะ จะบอกให้
.     ดังนั้น  พระนางจึงมีญาณวิเศษ
จากสวรรค์  สามารถมองเห็นได้หมด
ว่าใคร มีกำเนิดชาติมาจากอะไร "
.
.      อัปสราดารารายหน้าเสียทันที
ถามโพระดก ด้วยน้ำเสียงเจื่อนๆ
.
.    "  แก-- แกพูดจริง ไม่ใช่ล้อเล่น
ใช่มั้ย ? 
.      -- นังพี่เลี้ยงกินรี "
.
      "   แน่นอน--
ขี้ข้าอย่างข้า พูดโกหกไม่เป็นหรอก "
.
.          "  อุย--
   งั้นข้ากลับตำหนักดีกว่า..."
.
.    ดารารายเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน
.
.         " ไป- นังเหยี่ยน -
.  รีบกลับตำหนักกันเร็ว.. "
.
.      มเหสีคว้าข้อมือนางกำนัลคู่ใจ
เตรียมดึงตัวกลับ
.
.   " เดี๋ยวสิ -- องค์อัปสราดาราราย
อย่าเพิ่งรีบกลับ
.    เชิญประทับ และอยู่เม้าธ์กันตรงนี้
อีกสักประเดี๋ยวก่อน "
.
.     จันทรากินรีรีบลืมตา และพูดดักไว้
.
.    " ข้าไม่มีธุระอะไรกับพวกเจ้าแล้ว
อย่ามาชวนดรามา --
.      ข้าจะกลับตำหนักเดี๋ยวนี้ละ "
.
.     ดารารายพูดอย่างหวั่นหวาด
.
.          " มเหสีกลัว.....
.   เพราะไม่กล้าอยู่สู้กับความจริง
.         --  ใช่ไหมเพคะ ? "
.
.   " ความจริงอะไรของเจ้า
            - ห๊ะ ? "
.
.        ดารารายย้อนเสียงดัง
.  ทำกริ้ว แบบใจดีสู้เสือ
.
.             "  หึ ! ...
.     ก็ความจริง-ที่หม่อมฉันรู้หมดทุก
อย่าง ว่าที่แท้ วงศ์วานของพระมเหสี
 มาจาก ปลาไหล นะสิ... "
.
.          " ว้ายยย--
.    แก---
.         แกรู้หรือเนี่ย ?  "
.
.    ดารารายร้องเสียงหลง
.        ส่วนนางกำนัลเหยี่ยนนั้น
 ถึงกับอ้าปาก ขากรรไกรค้าง..
หุบไม่ลง
.          " ใช่--
 .   หม่อมฉันรู้  และหม่อมฉันเห็น !
.  เห็นถึงชาติตระกูลของพระมเหสี
ที่บรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย
.    ล้วนอาศัย เบียดเสียดกันในโพรงรู
ใต้โคลนตมของหนองน้ำที่โตนสะเรียม...
.   ล้วนแล้วแต่ เผ่าพันธุ์ปลาไหล
ที่ชอบกินของเปื่อย ของเน่า
.    หาใช่วงศ์สายของมนุษย์ไม่  ! "
.
.     " อ๊ายยยยย... "
.
.    ดารารายถึงแก่เข่าอ่อน ทรุดตัวลง
ยกมือทั้งสองข้างปิดหน้า
.      หวีดร้องสุดเสียง
.
.        ตกใจสุดขีด...
ที่จันทรากินรีล่วงรู้ความลับ ที่ตนปกปิด
ชาวกัลปพฤกษ์มาโดยตลอด
.
.    " จงอย่าดูถูกกินรี อีกต่อไป..."
.
.    เจ้าหญิงกินรีพูดเสียงเข้ม
.
.     "  ไม่เช่นนั้น ...
.    เรื่องชาติกำเนิดจากปลาไหลของท่าน
 ก็ต้องถึงหูทุกคน ที่นี่ ! "
.
.    ดารารายรีบยกมือไหว้ปะหลกๆ
ยอมแพ้โดยดุษฎี
.
.   " ข้าสัญญา-จันทรา
.       ว่าต่อไปนี้ ข้าจะไม่ดูถูกกินรีอีก
.  และข้าขอร้องเจ้า...อย่าทูลเรื่องนี้
กับเสด็จพี่อนันตราช และองค์มาตารานี
เถิดนะ...
.   ไม่งั้น .... ข้ากับนังเหยี่ยนก็จะต้อง
ถูกเนรเทศออกนอกพระนคร... "
.
.   ยังมิทันจะว่ากระไรกันต่อ
.        พลัน..ก็มีเสียงเป่าแตร
และสังข์ ดังประโคมขึ้นที่ประตู
ราชอุทยาน
.
.   และมีเสียงทหารวังตะโกนมา
.
.    " องค์เหนือหัว อนันตราช...
และองค์มาตารานี
.      จะเสด็จประพาสราชอุทยาน 
บัดนี้ แล้ววววว... "
.  
            *  *  *  *  *  *  *  *
.
.      "   อุ๊ยตายละ ---
.   เสด็จลงอุทยานทั้งสองพระองค์
เลย .."
.        
.     ดารารายลนลาน  รีบจับแต่งอาภรณ์
เนื้อตัว
.
.    "  นังเหยี่ยน.. เร็วเข้า รีบมาเมคอัพ
แต่งหน้าให้ข้าใหม่ .... เดี๋ยวนี้ "
.
.     นางกำนัลเหยี่ยน รีบควักกระปุก
ผงถ่านที่ผสมกับยางมะขวิด ออกมาจาก
ชายพก
.    สวมวิญญาณ ม้า-อรนภา ประจงเขียน
คิ้วทับซ้ำให้อัปสราดาราราย
.   นางลากหางคิ้วซ้าย-ขวา ปร๊าดดดด...
อย่างชำนาญ
.  และรีบส่งเยื่อกระดาษสีแดงให้เจ้านาย
 เอาไปเม้มขบจนริมฝีปากมีสีแดงสดขึ้น
.
.   ดารารายรีบหมุนตัวรอบๆ ให้นางเหยี่ยน
ตรวจดูความเรียบร้อยของมงกุฎทรงกะบัง
ที่แผ่กว้าง และยกสูง    เป็นทรงสามเสา
ยอดแหลม
.    กับจับแต่งมวลดอกลีลาวดีที่มัดติดกับ
 เส้นผม ห้อยไว้เป็นราวนั้นอีกครั้ง
.
.      โพระดกเอง ก็ไม่แพ้นางเหยี่ยน
 รีบหยิบตลับฝุ่นแป้งเนื้อละเอียดมาลูบไล้
พักตร์ขององค์หญิงจนนวลผุดผ่อง
.   แล้วหยิบแท่งถ่านปลายแหลม จุ่มน้ำมัน
มะพร้าวเติมคิ้วทรงสวยให้จันทรากินรี อีก
รอบอย่างช่างมือหนึ่งเหมือนกัน
 .  พอส่งกลีบผลกระเจี๊ยบให้ขบสี จันทรา
กินรีก็บอกว่า พอแล้ว
.      แต่โพระดกส่ายหน้า ไม่ยอม บังคับ
ให้เจ้าหญิงขบเม้มจนได้ริมฝีปากสีแดงสวย
.
                     *  *  *  *  *  *  *
.      ทั้งสองฝั่งมเหสี และว่าที่ นั่งคุกเข่า
 ประจัญหน้ากัน
.   เว้นทางเดินตรงกลางไว้   เพื่อเฝ้ารอรับ
เสด็จ
.
.       " จันทรากินรี---  "
 .    ดารารายกระซิบเรียก
.      " อย่าลืมนะ ข้าให้สัญญาแก่เจ้าแล้ว
เจ้าก็อย่าผิดคำล่ะ  "
.
           *  *  *  *  *  *  *
.
.    องค์มาตารานี ราชนิกูล
ผู้มารดา
แห่งเจ้าชายอนันตราช
.  ทรงพระสรวลลั่น
.
.       " อะไรกันนี่...
.   ข้าไม่อยากเชื่อแก่สายเนตรตัวเองเลย
.      อัปสราดาราราย กับจันทรากินรี
 ก็มาชมสวนด้วยกัน แต่เช้า...
 .      เป็นไปได้ไง-เนี่ยะ ?  "
.
.      ดารารายชิงเพ็ดทูล
.
.   " หม่อมฉันเกรงว่า
น้องหญิงจันทราผู้มาใหม่ จะเหงาง่อม
 .   หม่อมฉันจึงรีบตื่นบรรทมไปปลุก
แล้วเชิญให้เสด็จลงมาเที่ยวราชอุทยาน
ด้วยกัน   เพคะ องค์มาตา "
.
.      โพระดกได้ฟัง   เผลอร้องว่า
 " โอ๊ะ!-ตอแหล "  เบาๆ
.       แต่พอเห็นจันทรากินรียิ้มรับ
คำทูลนั้น ก็ได้แต่กัดฟันอดทน
.
.     เหลือบมองนางกำนัลเหยี่ยน
จึงพบว่า ฝ่ายนั้น กำลังส่งยิ้มหยันแบบ
 สะใจมาที่ตน
.
.       " ดาราราย เนี่ยะ ...
 ช่างเป็นมเหสีที่งดงามทั้งรูปกาย
ทั้งสายกำเนิด ที่สูงส่ง...
.   และจิตใจที่เมตตาต่อผู้อื่นจริงๆ
. แม่พูดถูกไหม  อนันตราช ? "
.
.      " พระเจ้าข้า .."
.
  กษัตริย์หนุ่มพระพักตร์เปื้อนยิ้ม
.
.   "  เสด็จแม่ตรัสถูกแล้ว
ลูกเองก็ดีใจ ที่ทั้งสององค์
. เข้าใจกันและกันแบบนี้...
.       คงไม่ก่อปัญหา-
ให้ลูกต้องปวดเศียรพระเจ้าข้า  "
.
.    เจ้าชายอนันตราชประทับ
บนพระเก้าอี้ของอุทยาน
  .   ส่วนมาตารานีนั้น  ทรงเอนกาย
พิงหมอน บนเตียงนอนกลางวัน
ตัวงามสีทอง 
.    อันเป็นเครื่องราชบรรณการ
ที่ประเทศราชสั่งซื้อจากเมืองวิลาศ
 ไกลโพ้น มาถวาย
.    และทูลบอกว่า ชาววิลาศเรียกมัน
ว่า เดย์ เบด -day bed

.    มาตารานีอารมณ์ชื่นมื่น
ทรงหยิบดอกไม้ในพานข้างวรกาย
 ขึ้นมาทัศนา ...
.    แล้วดมดอม สูดหอมกลิ่น
.
.     เหล่านางกำนัลต่างรีบคลานเข่า
เข้าไปถวายกระแสวาโย ให้พอสบาย
ทั้งสององค์ ด้วยพัดลมแบบมือถือ 
.     ซึ่งก็คือ พัดโบก ที่มีขนาดใหญ่
 ด้ามยาว
.
.         " อนันตราช  ...
.  เพลานี้  แม่อยากดูระบำรำฟ้อน
.     แต่แม่ไม่เอา ที่พวกนางกำนัลชุดนั้น
เคยแสดงถวายอีกแล้วนะ
.    ไม่ไหว-- รำยึกๆ ยักๆ แบบเดิมๆ
 ซ้ำซาก  บ่องตง  แม่เบื่อมวก ๆ "
.
.      " เสด็จมาตารานีเพคะ ..."
.    อัปสราดารารายรีบทูลเสนอ
.    " ดารารายขออนุญาตฟ้อนระบำ 
ถวายให้ทอดเนตรเอง เพคะ "
.
.  " ว้าว--อัปสราดาราราย
.        นี่เจ้าก็ฟ้อนเป็น ด้วยรึ "
.
.      มาตารานีรู้สึกทึ่ง
.
.     " เพคะ...
.    หม่อมฉันจะฟ้อนระบำโตนสะเรียม
ซึ่งเป็นระบำใน- เอ่อ... "
.
. หันไปสบเนตรกับเจ้าหญิงจันทรากินรี
แต่แล้ว  ดารารายก็ตัดสินใจตะแบง
.    คำทูลต่อ
.
.    "  -- ในราชสำนัก
 ของราชวงศ์ของหม่อมฉัน เพคะ "
.
.    " วุุ๊ย-- ดี   แม่ชอบ "
.
.     ราชมาตารานีดีพระทัย
.
.      " แม่ก็อยากทอดเนตร ระบำ
จากราชสำนักอื่นบ้าง...
.       เซ็งของกัลปพฤกษ์อย่างหนัก 
- ขอบอก
.   แล้วจันทรากินรีล่ะ เจ้าพอจะฟ้อนรำ
 เป็นกะเขาบ้างหรือเปล่า "
.
.    จันทรากินรีประนมกรตอบ
.
.     " หม่อมฉัน พอฟ้อนได้บ้าง
เพคะ "
.
.         " งั้น  เอางี้...
.  เจ้าทั้งสอง จงฟ้อนถวายให้ข้าชม
 พร้อมๆ กันเลย - ดีไหม๊ ?
.     ข้าจะได้ให้เจ้าพนักงานฝ่ายดนตรี
 บรรเลงมโหรีเพลงชมสวนให้ "
.
.     "  เพคะ...
.  หม่อมฉัน จันทรากินรี   ผู้เป็นเพียง
ราชนิกูลเชื้อสายนกป่าจากถิ่นเถื่อนไพร
.       จะขอฟ้อน  ระบำนกยูงทอง
 ถวายแด่องค์มาตารานี เพคะ "
.
 .       "  โอ้-- ระบำนกยูงทอง
ฟังชื่อ ก็ไฮโซ - ปรี๊ดดด ...
.          ข้ายิ่งอยากเห็น
.
 .      เอ้อ--แล้วมันเป็นระบำนี่นะ
 งั้น-นางพี่เลี้ยงของเจ้าทั้งสอง ก็ต้อง
ช่วยฟ้อน พร้อมกับเจ้านายไปด้วยเลย
สิ "
.
.   เหล่าข้าราชบริพารพากันขยับที่
ขยายวงนั่งใหม่
.        แรกๆ  ก็ยังได้วงแคบๆ
. ต้องช่วยกันดู และบุ้ยปากให้คนที่ยัง
นั่งขวางวงอยู่ ขยับก้น ถอยหลังออกไป
อีก
.     จนในที่สุด ก็เกิดเป็นลานกว้าง
 -น่าออกไปฟ้อน แต๊ ๆ
.
.      อัปสราดาราราย  และนางกำนัล
เหยี่ยนยืนรออยู่ที่มุมหนึ่ง
.
.   และอีกมุมหนึ่ง --  จันทรากินรี กับนาง
พี่เลี้ยงโพระดกก็ยืนสแตนด์บาย
.      - เตรียมประชัน
.
. " มิวสิค !-
 .        ... เอ๊ย   มโหรี ! "
.
.        ผู้ควบคุมวง ตะโกนก้อง
แล้วยกไม้อันผอมๆ สั้นๆ ชี้สั่งไปทาง
เครื่องดนตรี แต่ละชิ้น
.
.      เสียงบรรเลงเพลงชมสวน
ก็ประโคมแข่ง กันอื้ออึง....
.          ทั้งปี่แน ปี่อ้อ
. ฉิ่ง ฉาบ และกลองตะโพน
.
.  พนักงานฝ่ายขับร้องคอยรอให้ดนตรี
บรรเลงหัวเพลงนำไป
.    พอสบจังหวะเสียบเนื้อ ก็เริ่มครวญ
ผสมทันที
.
.    " ชม-ผกา...จำปา จำ-ปี
 กุหลาบราตรี พะยอมอังกาบ
 .   ทั้งกรร-ณิการ์
.
.    ลำดวนนมแมว ซ่อนกลิ่นยี่โถ
ชงโคมณฑา
.     สายหยุด เฟื่องฟ้าาา...
ชบา และ สร้อย--ทองงงง 
.
.              ฯลฯ     "
.
. (ขอบคุณเนื้อเพลง จากเพลงอุทยานดอกไม้ )
.
          *  * * * * * *
.
.    อัปสราดาราราย รีบชิงออกรำก่อน
 นางยิ้มน้อยๆ
 .      กางแขน ช้อนขึ้นเป็นวงกว้าง
แล้วจีบ กรีดนิ้ว อย่างช้าๆ นุ่มนวล
ดูสวยงามทีเดียว
.        ที่เด่น  คือนางสามารถแอ่นตัว
ได้อ่อนข้อยมาก
    ยามร่ายรำ และวาดวงแขนช้าๆ
จึงน่าดู
.
.      น่าเวทนา ก็แต่นางกำนัลเหยี่ยน
ดูท่าทาง นางจะฟ้อนไม่เป็นเอาซะจริงๆ
.      มือที่จีบนั้น เกร็งแข็ง หน้าคนฟ้อน
จึงย่น-ยู่
.    ตอนหมุนตัว เปลี่ยนท่า ก็ดูกระโดก
กระเดก
จะล้มแหล่ มิล้มแหล่

.      ยามเผลอตัว - นางเหยี่ยนก็จะชอบ
ฟ้อนแบบบิดตัวหมุนเป็นเกลียวสว่าน
.   ซึ่งดูรวมๆ แล้ว พานให้นึกถึงปลาไหล
ตอนจะหนีลงรู
.
.    มีเสนาหลายคน แอบหัวเราะกัน
. ขำท่ารำของนางเหยี่ยน
.
.    จันทรากินรีพนมมือนบไหว้ครู
แล้วก้าวเท้าออกฟ้อนด้วยจินตลีลาของ
นกยูงรำแพน
.   นางจีบนิ้ว ฟ้อนได้งดงามยิ่งนัก
.
.   และด้วยวงพักตร์ที่สวยสะดุดตา
อีกท่าวาดวงแขนที่กลมกลืน อ่อนช้อย
.    จึงสะกดให้ทุกสายตา ละจากอัปสรา
ดาราราย
มาจับจ้องอยู่ที่นางผู้เดียว...
.
.     ยามที่จันทรากินรีฟ้อนท่าเอียงอาย
อนันตราชที่นั่งดูอยู่ ถึงกับจ้องสบตา
ส่งยิ้มหวานซึ้งให้นาง
.         ราวกับจะเข้าประชิดปลอบ
ณ ตอนนั้น
.
.        นางพี่เลี้ยงโพระดก ที่ก็ฟ้อน
แบบโดกเดกเหมือนกัน   ติดจะคอย
ทำท่าหัวผงกๆ   คล้ายนกโพระดกที่
กำลังจิกกินลูกไทรอย่างเอร็ดอร่อย
.   เรียกว่ารำไม่ได้เรื่อง   แย่-ไม่แพ้
ระบำปลาไหลลงรูของนางเหยี่ยน  ก็
พลอยรอดตัวไป
.    เพราะไม่มีใครสนใจมองนาง ทุกคน
กำลังตกในภวังค์ ชื่นชมการฟ้อนนกยูง
ทองของจันทรากินรี
.
          * * * * * * * * *
.
 .       เพลงจบ มโหรีหยุด
.   จังหวะเดียวกับที่ อัปสราดาราราย
และจันทรากินรีทรุดตัวลง  เบื้องหน้า
องค์อนันตราช และมาตารานี
.   หมอบกราบ จบการฟ้อนถวาย
.
.    เสียงปรบมือดังกึกก้องจากทุกคน
แสดงถึงความประทับใจท่วมท้น
.
.    มาตารานียิ้มแย้ม ตรัสว่า
.
. " ขอบใจเจ้าทั้งสอง...
.     ฟ้อนได้สวย ถูกใจข้าเหลือเกิน
มิเสียแรงที่เลือกฟ้อนแบบราชสำนัก
มาให้เห็นเป็นบุญตา
.     อัปสราดาราราย  เข้ามาใกล้ๆ
ข้าซิ  "
.
.   ดารารายยิ้มดีใจ   ขยับคลาน
ไปหมอบอยู่แทบเท้าองค์มาตา
.
.     " ธำมรงค์โป่งข่าม วงนี้
ข้ามอบให้เจ้า ....
.      เป็นรางวัลจากน้ำใจ "
.
.    " ขอบพระทัยเพคะ "
.
.    อัปสราดารารายเอื้อมรับแหวน
แอบหันมายิ้มกับนางเหยี่ยน
.  เหยี่ยนจึงหันไปยิ้มเย้ย ใส่โพระดก
ต่อทันที
.
. " จันทรากินรี ...
.          จงมาหาข้า "
.
 .   อนันตราชตรัสเรียกจันทรา
กินรีด้วยสุรเสียงนุ่มนวล
.
.        พอได้ยินอนันตราชเรียกหา
จันทรากินรี     
.   อัปสราดารารายที่หมอบอยู่ตรงนั้น
ถึงกับอึ้ง หน่วยตานางร้อนผะผ่าวด้วย
แรงริษยา
.
.        จันทรากินรีขยับกายเข้าไปหา
อนันตราช
.
.   " เจ้าช่างฟ้อนรำ ได้งดงามเป็นยิ่งนัก
 พระมารดาและข้า ถูกใจระบำนกยูงทอง
 ของเจ้าเหลือเกิน "
.
.          " ขอบพระทัยเพคะ "
.        จันทรากินรีประนมไหว้
.
.        ดารารายรีบก้มหน้าต่ำลง
.    หลบซ่อนน้ำตาแห่งความน้อยใจ
ที่กำลังเอ่อคลอเบ้า   ไม่ให้ใครสังเกต
เห็นมัน
.     
 .      "  ธำมรงค์ วงนี้ -ประดับด้วย
 ทับทิมสยามสีเลือดนก  เนื้อทับทิม
 บริสุทธิ์ หายากมากๆ
 .    หากข้าเห็นว่า มันเหมาะสมกับ
เจ้าที่สุด จึงขอมอบให้เป็นรางวัล ที่
เจ้ามีน้ำใจ ฟ้อนรำถวาย
.     ยื่นมือมาสิ ... จันทรากินรี
ข้าจะสวมมันให้เจ้า เดี๋ยวนี้ ... "
.
.   โพระดกปลื้มปิติ เมื่อเห็นเจ้าหญิง
ยื่นหัตถ์ให้อนันตราชสวมพระธำมรงค์
ทับทิมแต่โดยดี ไม่บิดพริ้วเกี่ยงงอน
.
.    น้ำตาร้อนจัด   จากใบหน้าที่ยัง
หมอบกราบของอัปสราดาราราย
หยดร่วงเผาะ
.    ตกลงมาที่พื้น เปียกเป็นดวงวง
ตรงนั้น
.       นางฝืนกลั้นสะอื้น    ต่อหน้า
พระพักตร์สุดความสามารถ
.
.   นางเหยี่ยนผู้บ่าวเห็นแล้ว ให้รู้สึก
 สงสารเจ้านายของตนจับใจ
.
    *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.  ทันทีทีกลับถึงตำหนัก
 .     ดารารายรีบถอดแหวนโป่งข่าม
เขวี้ยงกระเด็น
 .    กลิ้งไปตามพื้น
.
.      " เอาแหวนโป่งข่าม บ้าบอ
ขี้-นอก  ขี้-นอก ของแก
.    -- คืนไป๊ !
.           ฮือ ๆๆๆ  ..."
.
.     " ว๊ายตายแล้ว !.. "
.   นางเหยี่ยนตกใจ..รีบวิ่งตามไป
ไล่ตะครุบ คว้าแหวนกลับคืนมา
.    
.  " ทำไมทำอย่างนี้ล่ะเพคะ ทูนหัว
ของบ่าว ...
     นี่ถ้าองค์มาตาทราบเข้า งานใหญ่
เข้าแน่-  นะเพคะ "
.          
.  " ก็ถ้าแกไม่สาระแน  ไปเล่าคนอื่น
ต่อ
.     ใครจะมารู้เรื่องนี้ล่ะ ?
.
.         ... เจ็บใจเหลือเกิน!
.   นังจันทรามันได้แหวนทับทิมสยาม
วงนั้นไป ...
.   รู้มั้ย วงนี้อะ ข้าเล็งมาตั้งนานแระ  "
.
.      " วู้ย--  แต่จะว่าไป  มันก็ฟ้อนดี
จริงๆ นะเพคะ ...
.         ... รำส๊วย-สวย
สวยกว่าที่ทูนหัวของบ่าวรำแบบเห็นๆ "
.
.     ดารารายใช้เท้าถีบนางเหยี่ยน
เปรี้ยง! 
.    -ยัน โครม! เข้าให้
.
     " นัง--นี่ ! "
.        
.     ร่างของนางเหยี่ยนกระเด็น กลิ้ง
หลุนๆ ม้วนเจ็ดตลบ ไปนู่น..
.
.        " ตอกย้ำข้าดีนัก ! 
  แกเห็นอุจจาระดีกว่าลำไส้หรือไง ?"
.
.       เหยี่ยนลุกได้ ก็คลานมาหา
นายใหม่ ไม่ว่ากระไร
.
.        " ข้าอยากจะต่อว่าแกจริงๆ
 ตอนนั้นแกนึกยังไง    ถึงทำท่ารำ
เลื้อยๆ ยังงั้น
แกรู้มั้ย ฉันยังแอบได้ยินไอ้เสนา
ตัวอ้วนๆ  มันนินทาแก มันว่า แกรำ
เหมือนปลาไหลลงรู ! "
.     
.        " อ๋อ--
  ไอ้อ้วนตัวนั้นเหรอเพคะ
.           เชอะ -- 
.     มันก็ปากไม่ดีกับบ่าวเรื่อยแหละ
บ่าวไม่สนคำพูดจากปากจรจัดของมัน
หรอก.. "
.
.      " อะ - อีกอย่าง  ...
ข้าก็ยังไม่เข้าใจจนบัดนี้ "
.        มเหสีจัดเต็ม  เลยยาวเลย
ทีนี้
     " ตอนที่เราสองคนเข้าโหมด
แปลงร่างเป็นมนุษย์ ชื่อมนุษย์มี
ให้เลือกเยอะแยะ
   --  น้องกิ๊ฟ   เชอรี่    น้องวาย 
 มีตั้งมากมาย ไม่ยอมชื่อกัน
 .      น้องแอน น้องโบว์ น้องอัน
 หรือชื่อ ปัน-ปัน น้องขวัญ ก็ยังดี
.     น้องเมย์ ชื่อเท่จะตาย ก็แล้ว
ทำไม ? แกไม่เลือก ..ละนี่
.     ทำไมแกไปเลือกชื่อ เหยี่ยน 
 แกไม่รู้เหรอ ?    ว่า เหยี่ยน-น่ะ
 มันแปลว่า... ปลาไหล ! "
.
      นางเหยี่ยนคอตก  สำนึกผิด
แต่ก็พยายามชี้แจง
.
.      " ทูนหัวของบ่าว   อภัยให้
บ่าวเถอะเพคะ
.      ที่จริง ตอนแรก บ่าวก็ขอใช้
ชื่อยูสเซอร์เนมอื่น    แต่โหมดมัน
ปฏิเสธบ่าว
     มันบอกว่า มีคนใช้ชื่อนั้นแล้ว
เพคะ "
.
.       " ชื่ออะไร ? ...
.     ที่แกตั้งตอนแรกน่ะ "
.
.         " อ๋อ...
.    อั้ม-พัชราภา เพคะ "
.
.     นางเหยี่ยนรีบตอบอย่างภาคภูมิใจ
.
.  มเหสีอัปสราดารารายค้อนขวับเข้าให้
ทำปาก ยี้ -- สยองใส่...
.
.       นางเหยี่ยนยังอธิบายต่อ
.
.    " แล้วโหมด มันก็ถามบ่าวต่อว่า
สนใจ ชื่อ เหยี่ยน - Yhian นี้ -มั้ย ?
.      บ่าวก็นึกว่า เป็นภาษาฝรั่งวิลาศ
 บ่าวก็เลย โอเค เพคะ "
.
.        ดารารายร้อง " หื๊อม! "
.   เอานิ้วชี้จิ้มยันหน้าผากนางเหยี่ยน
อย่างแรง จนหน้ามันหงาย
     ตะคอกใส่หน้าแถมให้   ด้วยดีกรี
ความหมั่นไส้ระดับแม๊กซิมั่ม
.
       " ทู่- เรศ ! "
.
.     เหยี่ยนรีบลุกขึ้นมานั่งใหม่ นาง
ทำตาปริบๆ
.
        *  *  *  *  *  *  *  *
.
    แล้วเหยี่ยนก็รู้สึกสังหรณ์ใจ
ขึ้นมาทันที เมื่อเห็นดารารายมองไปข้างหน้า
 อย่างโกรธแค้น....
     เค้นเสียงเครียด ออกมาจากลำคอ
.
.       " นังจันทรา ...
        แกอย่าหวังเลย
  ..  ว่าจะชนะข้าอีก ! "
.
.    สิ่งที่เหยี่ยนคาดคิด ก็เป็นจริง
.   เพราะทันใดนั้น   ดารารายก็หัน
มากล่าวกับบ่าวผู้จงรักภักดี   ด้วย
สีหน้าจริงจัง
.
.   " นังเหยี่ยน...
.             ข้าจะทำเสน่ห์ ! "
.
      เหยี่ยนรีบยกมือพนมไหว้ 
 ขอร้องเสียงสั่น

.       " ทูนหัวของบ่าว...
.       คงจำได้นะเพคะ ว่าบ่าวเคย
 ขอร้องท่านมาก่อนแล้ว เรื่องนี้
.         เรื่องอื่นหมื่นแสน  บ่าวยินดี
รับใช้ทูนหัวเต็มที่ทุกอย่าง    แต่เรื่อง
ทำเสน่ห์ มันอันตรายมากๆ
.  เราพลาดนิดเดียว วิญญาณโสโครก
มันจะออกมาฆ่าเราทันที นะเพคะ "
.
      อัปสราดารารายเม้มปากนิ่ง
  คอแข็งตรง
.         ใช่ -  นางเหยี่ยนเคยเล่า
ว่าป้าของมันทำเสน่ห์ให้ชายข้างบ้าน
.    แล้วตัวเองต้องตายอย่างทรมาน
 และทารุณ
.
      " พระมเหสี คงจำเรื่องของป้า
ที่บ่าวเคยทูลเล่าได้ นะเพคะ "
.
       " ก็ป้าของแก มันโง่เองนี่
 นังเหยี่ยน "
.
.           " โธ่-- ทูนหัวของบ่าว
  อย่าดื้อดึงเลยเพคะ
        ที่ป้าของบ่าวต้องตาย..
  ก็เพราะ แค่ลืมให้อาหารสดคาว
แก่วิญญาณร้าย...
      แค่มื้อเดียว เท่านั้น "
.
       ดารารายเบือนหน้า
 หนีสายตานางเหยี่ยน ที่มาคุกเข่า
อ้อนวอน
.
   " วิญญาณในเวท มีหลายดวง...
 ครานั้น    ที่มันทะลุมนตร์ยาเสน่ห์
  ออกมาได้  เป็นดวงวิญาณของผี
งูเหลือม
.     ตอนมันออกมา บ่าวกับทุกคน
เห็นเป็นงู ตัวใหญ่เท่าต้นมะพร้าว
.    มันรัดตัวป้าของบ่าว จนกระดูกลั่น
แล้วค่อยๆ กลืนกินทีละนิด
         ... จากตีสาม จนยันสว่าง
  มันถึงกลืนป้าทั้งเป็น หมดทั้งตัว...  "

  .       ดารารายหลบตาเหยี่ยน
 พูดเบาๆว่า
.
.   "ข้าจะไม่มีวันลืมให้อาหารพวกมัน
แน่นอน นังเหยี่ยน ..."
.    
       " แม่ทูนหัวของบ่าว ....
  โธ่เอ๋ย-- โปรดเชื่อบ่าวเถิดเพคะ "
  .
.       นางเหยี่ยนสะอื้น ตัวสั่นด้วย
ความหวาดวิตก
.   เพราะรู้ดี ถึงนิสัยรั้น ไม่ยอมใคร
ของดาราราย....
.
.
.            ( จบตอน ๓.)
.
ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ
เข้ามาเยี่ยมเยือนบล็อกของผมครับ



Create Date : 05 ตุลาคม 2559
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2560 13:10:18 น.
Counter : 1194 Pageviews.

0 comments

BlogGang Popular Award#13



เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
6
8
10
11
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog