วิธีง่าย ๆ รักษ์พลังงาน กู้โลกที่ร้อน
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
17 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
บทความไส้เดือนดิน

ลักษณะโดยทั่วไปของไส้เดือนดิน มี อยู่ทั่วไปตามดินชุ่มชื้นร่วนซุย แต่ตามเมืองใหญ่ ๆ ที่เต็มไปด้วยป่าคอนกรีต เราอาจจะพอหาดูได้ตามบริเวณสวนหย่อมหน้าบ้านที่มีใบไม้ทับถมอยู่มาก ๆ และตามพื้นดินที่เป็นแหล่งกองขยะอินทรีย์หรือเศษอาหารจากตลาดหรือชุมชน

มัน จะคืบคลานหากินอยู่ตามผิวดินและชอนไชไปตามซอกหลืบของเม็ดดิน ปกติมันจะกินเศษใบไม้และพืชผักเป็นอาหาร ทั้งนี้สังเกตได้ว่าหลังจากที่ไส้เดือนขึ้นมาบนพื้นดินเพื่อหาอาหารกินแล้ว จะพบเศษใบไม้และพืชผักปกคลุมอยู่ตามรูที่มันอาศัยอยู่ นอกจากนี้มันยังกินซากของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เน่าเปื่อย รวมทั้งสัตว์เล็ก ๆ อย่างแมลงและตัวอ่อนของแมลงได้อีกด้วย มันจึงถูกจัดอยู่ในสัตว์จำพวกกินทั้งพืชและสัตว์ (Omnivorous) เป็นอาหาร ซึ่งมี วงจรชีวิต ผูกพันธุ์กับดิน ระบบนิเวศที่ดี จะช่วยให้ การแพร่กระจายพันธุ์ เป็นไปด้วยดีเช่นกัน

การ ชอนไชของไส้เดือนทำคุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น คือทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบและแข็ง เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดินดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดิน ช่วยในการอุ้มน้ำของดิน การไหลผ่านของน้ำในดินทำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ จึงเหมาะแก่การแทงรากออกไปหาอาหารของพืช และผลจากกระบวนการกินอาหารของไส้เดือนยังช่วยพลิกกลับดินหรือนำแร่ธาตุจาก ใต้ดินขึ้นมาบนผิวดิน โดยดิน ซากพืชซากสัตว์ เศษอาหาร และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่ไส้เดือนกินเข้าไป จะถูกย่อยสลายและถูกขับถ่ายออกมาเป็นมูล (cast) ซึ่ง มีธาตุอาหารที่พืชต้องการในปริมาณมากและอยู่ในรูปที่ละลายน้ำได้ดี เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส กำมะถัน แคลเซียม และธาตุอาหารอื่น ๆ รวมทั้งช่วยส่งเสริมในการละลายธาตุอาหารพืชที่อยู่ในรูปอนินทรีย์สารที่พืช ใช้ประโยชน์ไม่ได้ไปอยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ ประโยชน์ได้ นอกจากนี้ไส้เดือนยังช่วยกำจัดแมลงและตัวอ่อนของแมลง เช่น หนอนเจาะลำต้นลองกอง หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกระทู้หอม ตัวอ่อนด้วงหมัดผัก เป็นต้น การเจริญเติบโตของพืชเบื้องบนจึงเป็นผลมาจากการทำงานเบื้องล่างของไส้เดือน ทุกอย่างสอดคล้องกันไปตาม บทบาทหน้าที่ของไส้เดือนจำนวนมหาศาลใต้ผิวดินทั่วโลก ซึ่งทำประโยชน์ให้กับมวลมนุษย์อย่างประเมินค่ามิได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า "ไส้เดือนเป็นสัตว์ที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ดินและพืช"

นอก จากดินและพืชจะได้รับประโยชน์จากไส้เดือนอย่างอเนกอนันต์จากกิจกรรมในการ ดำรงชีวิตแล้ว มนุษย์อย่างเรา ๆ ก็รู้จักนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของตัวเองเช่นกัน อาทิเช่นนำมาใช้เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจจำพวกสัตว์ปีก ปลา กบ และหมู เนื่องจากไส้เดือนมีโปรตีนที่สูงมาก และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในค่าอาหารสัตว์ นำมา เป็นอาหาร ซึ่งมีบางประเทศบนโลกใบนี้จับไส้เดือนมาเป็นอาหาร เนื่องจากมีโปรตีน เป็น ยาสมุนไพร ตำราการแพทย์จากต่างประเทศมีงานวิจัยออกมาชัดเจนว่าไส้เดือนจะมีสารเคมีบาง ชนิดช่วยในการรักษาโรคหัวใจ ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น ส่วนตามตำรายาจีนระบุว่าไส้เดือนเป็นอาหารที่ใช้บำรุงกำลัง ยาบำรุงทางเพศ และแก้โรคช้ำใน คนจีนจะกินไส้เดือนที่ปรุงสำเร็จตามสูตรแล้วเป็นอาหารเช้าคู่กับน้ำเต้าหู้ อย่างเช่นในจีนมีการนำไส้เดือนมาตากแห้งวางขายแก่ลูกค้าที่ต้องการนำไปเป็น ยาบำรุงทางเพศและยาบำรุงรักษาโรคหัวใจตามตำราจีน ส่วนในไทยก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าชาวจีนสักเท่าใด ด้วยความเชื่อว่าเป็นยาสรรพคุณในการแก้ช้ำใน เลี้ยงไส้เดือนเพื่อการค้า สร้างรายได้ให้แก่ชีวิต ใช้ ฟื้นฟูสภาพดินที่เสื่อมโทรม เช่น ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ กำจัดเศษอาหารและขยะ

ที่ สลายตัวได้รวดเร็ว สืบเนื่องจาก "เศษอาหารและขยะ" ที่มีเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน นับเป็นปัญหาใหญ่หลวงในการจัดการ ดังนั้นนักวิชาการจึงได้มีการคิดค้นหาวิธีการแก้ไขดังกล่าว ในที่สุดก็พบว่าไส้เดือนสามารถกำจัดเศษอาหารและขยะได้ ที่สำคัญคือไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษแก่ธรรมชาติและมนุษย์เหมือนวิธีการ เผา หรือวิธีการฝังกลบที่ยังไม่มีพื้นที่รองรับอย่างเพียงพอ แถมยังได้ปุ๋ยหมัก (Vermicompost) นำมาใช้บำรุงพืชอีกด้วย

ใน ต่างประเทศ..การกำจัดเศษอาหารในครัวเรือน รวมถึงจากวัสดุที่สลายตัวได้ กำลังเป็นที่นิยมทำกันในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบกับมาตรการลดภาษีสิ่งแวดล้อมกับครัวเรือนในชุมชนที่มีรูปแบบการกำจัด ขยะสดด้วยตนเอง เป็นแรงผลักดัน ส่วนในไทยเริ่มให้ความสนใจเรื่องนี้มาได้ราว 4-5 ปีแล้ว ได้รับการสนับสนุนจากโครงการหลวง และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำโครงการผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนจากขยะชุมชนที่ย่อยสลายได้ กล่าวว่า "จาก การทำโครงการนี้ได้ศึกษาพฤติกรรมการดำรงชีวิตของไส้เดือน พบว่าสัตว์ชนิดนี้มีคุณประโยชน์มหาศาล คือสามารถกำจัดขยะที่ย่อยสลายได้ โดยเฉพาะเศษอาหาร เศษผัก ผลไม้ หรือแม้กระทั่งกระดาษชำระและหนังสือพิมพ์ได้เร็วที่สุดในโลก โดยไส้เดือน 1 กิโลกรัม (ประมาณ 1,200-1,300 ตัว) จะกำจัดขยะ 1 กิโลกรัม ได้ภายในเวลา 4 วัน ขยะจะถูกย่อยสลายโดยการดูดกินของไส้เดือน และไส้เดือนจะถ่ายออกมากลายเป็นปุ๋ยหมักที่นำไปบำรุงรักษาต้นไม้ได้อีกต่อ หนึ่ง ทั้งนี้ขยะ 100 กิโลกรัม จะถูกไส้เดือนดูดกินเหลือออกมาเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพดีได้ถึง 70 กิโลกรัม ในขณะที่การใช้วิธีอื่นเพื่อกำจัดขยะประเภทนี้ต้องใช้เวลานานกว่านี้มาก และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เกิดมลภาวะ เกิดสารพิษตกค้าง และมีกลิ่นเหม็น เป็นต้น

โดยเริ่มแรกจากการทดลองได้นำไส้เดือนพันธุ์แลมบริคัส รูเบลลัส (Lumbricus rubellus) มา จากสหรัฐอเมริกา เพื่อเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ พบว่าไส้เดือนมีความสามารถในการกำจัดขยะจากเศษพืชผักสูงมาก โดยสามารถกินอาหารได้หลายชนิด เช่น เศษกับข้าว เศษผัก เปลือกผลไม้ที่เริ่มเน่า กล่องกระดาษ กระดาษหนังสือพิมพ์ เศษผม เศษหญ้า และมูลสัตว์ในบ้าน โดยไม่กินผักสดพืชสดที่ยังไม่เน่า แต่เนื่องจากไส้เดือนพันธุ์ดังกล่าวมีราคาแพง จึงมีการมองหาพันธุ์ไส้เดือนในประเทศไทย จนกระทั่งพบไส้เดือนพันธุ์ขี้ตาแร่ (หรือคิตาแร่) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Pheretima peguana" มี มากในภาคเหนือ เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณภาพดีที่สุด แม้ว่าไส้เดือนพันธุ์นี้จะกินอาหารเก่ง แต่ก็ยังมีปริมาณในการกำจัดขยะและเศษพืชผักได้น้อยเพียงครึ่งหนึ่งของ ไส้เดือนพันธุ์ต่างประเทศที่เคยทดลอง

จาก ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อไส้เดือนดิน ปัญหา มลภาวะที่เป็นผลมาจากการดำเนินการต่าง ๆ ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณไส้เดือนในประเทศลดจำนวนลง ขณะนี้จึงได้คิดเพาะพันธุ์ไส้เดือนเพิ่มมากขึ้นมี การจำแนกสายพันธุ์ รวมทั้งได้มีการสร้างโรงเรือนสำหรับการเพาะเลี้ยงไส้เดือนอย่างเป็นระบบสมบูรณ์เป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้ทดลอง เลี้ยงในชั้นพลาสติกในห้องทดลอง และวิธีการเลี้ยง แบบต่างๆ อย่างไรก็ตามได้สั่งไส้เดือนที่กินเก่งอีก 8 สายพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามา เพื่อทดลองเลี้ยงและปรับปรุงพันธุ์ เพื่อให้การทำงานด้านนี้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

ปัจจุบันนี้หลายประเทศเริ่มทำอุตสาหกรรมเพาะพันธุ์ไส้เดือนเพื่อส่งออกอย่างจริงจัง ประเทศ ที่นำเข้าไส้เดือนมากที่สุด คือ กลุ่มสหภาพยุโรป และจีน ส่วนประเทศที่ส่งออกไส้เดือนมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา โดยอเมริกาได้ใช้เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรม (GMO) ไส้เดือน ทำให้มีคุณสมบัติในการดูดกินเศษอาหารมากกว่าไส้เดือนพันธุ์อื่น รองลงมาคืออินเดียและไทย สำหรับในเมืองไทยนั้น หลายพื้นที่หันมาเพาะพันธุ์ไส้เดือนเพื่อ ส่งออก โดยเฉพาะที่ จ.นครพนม และ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้นักวิชาการ กำลังหาวิธีการเพื่อขยายและปรับปรุงพันธุ์ไส้เดือน เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ และใช้การลดปริมาณขยะและแปลงสภาพเป็นปุ๋ยให้ได้มากขึ้น


Create Date : 17 สิงหาคม 2553
Last Update : 17 สิงหาคม 2553 21:33:28 น. 0 comments
Counter : 484 Pageviews.

hoysang
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add hoysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.