Love works in ways that are wondrous and strange. There's nothing in life that love cannot change.

<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
28 มิถุนายน 2551
 

การย้ายทีมของเหล่าสเกาเซอร์

ยูโรใกล้จบ เรื่องการซื้อ-ขาย ย้ายทีมของนักเตะก็จะเข้ามาแทนที อันที่จริงตั้งแต่ปิดฤดูกาลมาก็มีข่าวคนนั้นจะมาทีมนั้ คนนี้จะไปทีมโน้นมากมาย เลยอยากจะย้อนรอยการย้ายและเกือบย้ายทีมของสเกาเซอร์ในอดีต

คนแรก ขอเริ่มที่ สตีฟ แม็คมานามาน

ไม่ค่อยรู้เรื่องการย้ายทีมของแม็กก้ามากนักหรอก เพราะยุคนั้นไม่ทันดู อิอิ แต่จากการติดตามเรื่องราวในภายหลัง สรุปสั้้นๆก็คือ ลิเวอร์พูลงี่เง่าเอง เพราะแม็กก้าเป็นลูกหม้อ เป็นเด็กท้องถิ่นของสโมสร ไม่เคยคิดอยากจะย้ายทีมเลยซักนิด แต่สโมสรดันอยากขาย มันน่าเจ็บใจนัก แม็กก้าเลยรอหมดสัญญา ย้ายฟรีไป เรอัล มาดริด

เฮ้อ คิดแล้วมันเศร้า!!!

คนที่สอง ไมเคิล โอเว่น

เจอร์ราร์ดเคยบอกว่า โอเว่นอยากไปเล่นต่างประเทศ ใช่ เค้าได้ไป เรอัล มาดริด อีกแล้ว แต่เรื่องไม่ได้เป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับกรณีของแม็กก้า มันตรงกันข้าม!!!
เซนต์ โอเว่น ไม่มั่นใจในทีมว่าจะรุ่งเรืองได้ในอนาคต จึงอยากจะออกไปหาความสำเร็จของตัวเอง สโมสรไม่อยากขาย และพยายามจะทำทุกทางเพื่อรั้งตัวศูนย์หน้าคนสำคัญของทีมไว้ แต่ก็สูญเปล่า โอเว่นอยากประสบความสำเร็จมากเกินกว่าจะรอการสร้างทีมของ ราฟาเอล เบนิเตส ได้ แต่ที่น่าเจ็บปวดมากที่สุดก็คือ ลิเวอร์พูลได้เงินจากการขายโอเว่นน้อยกว่าการขาย The GOD ร๊อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่ไม่ได้อยู่ในวันเวลาที่ร้อนแรงอีกแล้ว ด้วยซ้ำ!!!

ในขณะที่หลุยส์ การ์เซีย ออกมาพูดว่า เค้ายินดีที่จะไป หากทำให้สโมสรได้สิ่งที่ดีที่สุด (เฟอนันโด ตอเรส) และ The GOD เตะถ่วงเลือกสโมสรที่จ่ายค่าตัวเค้าให้แก่ลิเวอร์พูลมากที่สุด และที่สำคัญคือ ไม่อยู่ในลีกสูงสุดของประเทศ นั่นหมายความว่า ไม่ต้องมาขับเคี่ยวเป็นศัตรูกับทีมรัก

มันน่าซาบซึ้ง น่าจดจำเหลือเกิน สำหรับสิ่งที่ The GOD และ เทพหลุยส์ ทำให้สโมสรเป็นครั้งสุดท้าย แต่กับสิ่งที่โอเว่นทำ มันช่างก่อให้เกิดความรู้สึกขมขื่นและเจ็บปวดมากมายจากการกระทำของผู้ที่ The Kop เรียกว่า เซนต์ ไมเคิล

อยากบอกว่าเรายกโทษให้นาย แต่ไม่มีวันลืมสิ่งที่นายทำเด็ดขาด

คนที่สาม สตีเว่น เจอร์ราร์ด (เกือบไป)

กัปตันสุดที่รักของเราก็เป็นอีกคนที่เกือบหลงใหลไปกับความหอมหวานของความสำเร็จที่เรียกว่า แชมป์พรีเมียร์ลีก ปีแรกของความสับสน ปี 2004 การได้เล่นแชมเปี้ยนลีก น่าจะเป็นสิ่งที่ยังคงเหนี่ยวรั้งกัปตันไว้ เรื่องราวนั้นจบไป แต่มันไม่สิ้นสุด ปี 2005 ก่อนได้แชมป์ยุโรป สตีวี่พูดว่า "ไว้รอดูก่อนว่า เราจะได้เล่นแชมเปี้ยนลีก ฤดูกาลหน้ามั้ย แล้วค่อยมาคุยกันเรื่องสัญญาเถอะ" ช่างตรงไปตรงมา หลายต่อหลายคนไม่พอใจเค้า คิดว่าเค้าเตะถ่วงและไม่มีใจแล้ว สโมสรพยายามที่จะรีบพูดเรื่องสัญญากับสตีวี่อีกหลายต่อหลายครั้ง แต่เค้าก็ยังคงยืนยันคำเดิม คือรอดดูก่อน แต่หลังชูถ้วยแชมป์ยุโรปและนำถ้วยกลับบ้าน สตีวี่พูดต่อหน้าคนทั้งโลกว่า "ผมจะจากทั้งๆที่เรามีค่ำคืนที่มหัศจรรย์เช่นนี้ได้อย่างไรกัน"

แต่มันก็ยังเกิดความตึงเครียดระหว่างสโมสรลิเวอร์พูลกับกัปตันทีมของพวกเค้าเองอยู่ดี

สตีวี่นั้นคิดว่าสโมสรจะรีบต่อสัญญาใหม่กับเค้า เค้าคิดว่าคำพูดของเค้าที่ประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้ มันชัดเจนดีอยู่แล้วว่าเค้าจะอยู่ แต่วันแล้ววันเล่าก็ไม่มีสัญญามาให้เซ็น จนก่อให้เกิดความเข้าใจไปเองว่า ราฟา จะขายเค้าเพื่อเอาเงินมาสร้างทีมใหม่ แล้วก็เป็นเชลซีทีมเดิมที่เสนอซื้ออีกเป็นปีที่ 2 ติดกัน

อะไรกัน น้ามูพิศวาสกัปตันขนาดนี้เชียวเรอะ

เรื่องลุกลามใหญ่โตจนกระทั่งเจอร์ราร์ดประกาศย้าย และขึ้นบัญชีขอย้ายทีม ตูม!!!
แล้วสโมสรลิเวอร์พูลก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่ากัปตันทีมของพวกเค้าต้องการย้ายทีม
มันเป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับทุกคนที่รักสโมสรแห่งนี้ ไม่รู้ว่า 24 ชั่วโมงต่อจากนั้นกัปตันคิดอะไรบ้าง
เพราะเช้าวันถัดมา สตีวี่ก็ออกมาประกาศไม่ย้ายทีมแล้ว และพร้อมจะเซ็นสัญญาทันที ในขณะที่คนทั้งโลกคิดว่าสตีวี่ไปแน่แล้ว เขากลับเปลี่ยนใจ

สรุปคือ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน โอ้ว พระเจ้าจอร์จ โล่งอกไปที
และนี่คือคำพูดเปิดใจส่วนหนึ่งของกัปตัน

"ผมไม่อยากจากสิ่งที่ผมทุ่มเทอย่างหนักไปเลย"

"ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ผมทุ่มเทจนเหงื่อแทบเป็นสายเลือดและก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีม ผมมีช่วงเวลาที่ดีรวมถึงความสนิทสนมกับทุกๆคนที่นี่"

"ผมแค่รู้สึกว่าสโมสรสมควรได้ผมอยู่รับใช้ไปอีก 5 ถึง 10 ปีและผมไม่อยากมอบสิ่งนั้นให้กับสโมสรอื่นๆ ผมอยากมอบให้แค่ลิเวอร์พูลเพียงทีมเดียวเท่านั้น"

เชื่อเถอะว่า จะไม่มีเรื่องกัปตันจะย้ายทีมมาให้ The Kop ร้อนใจอีกแล้ว เขาจะอยู่ อยู่ไปจนถึงวันที่ไม่มีใครในสโมสรต้องการเขาจริงๆ


คนสุดท้าย The GOD ร๊อบบี้ ฟาวเลอร์

ตั้งใจจะเก็บไว้พูดถึงเป็นคนสุดท้าย เพราะเราไม่ทันดูยุคก๊อด แต่การได้รับรู้เรื่องราวของเค้า ทำให้เรารักและชื่นชมก๊อดมาก ก๊อดไม่ได้อยากย้าย ไม่เลยซักนิด แต่เชรา อุลลิเย่ต้องการขายเค้า เค้าก็ต้องไป และมันก็เป็นราฟาเอล เบนิเตส ที่ดึงเค้ากลับมา แน่นอนว่าก๊อดไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของราฟาหรอก แต่เพราะว่าเค้าคือก๊อดของ The Kop ราฟาบอกว่า "เค้า(ก๊อด)แทบไม่อาจรายละเอียดเงื่อนไข ค่าเหนื่อยในสัญญาด้วยซ้ำตอนที่เซ็นมัน ผมคิดว่าถ้าสโมสรไม่จ่ายค่าเหนื่อยให้ เค้าก็จะยังกลับมาอยู่กับเราอยู่ดี"

และ The GOD ก็จะเป็น GOD ของ The Kop ตลอดไป


Create Date : 28 มิถุนายน 2551
Last Update : 28 มิถุนายน 2551 22:01:09 น. 3 comments
Counter : 375 Pageviews.  
 
 
 
 
การย้ายของโอเว่น เป็นความเเค้นใจที่หมูจะไม่มีวันลืมเลยอ่ะ

ส่วนการย้ายทีมของ Fowler . . . ตอนนั้นหมูยังไม่ได้เล่นเนต เรื่องข่าวการย้ายเราก็มารู้เอาวันที่มีภาพข่าวนั้นเเหละ

ฟาวเลอร์ตาแดงๆ นั่งเเถลงข่าว . . . หมูนี่น้ำตาไหลเลย . . เเล้วก็ไม่มีวันที่จะยกโทษให้กับ ฟิล ธอป์มสัน เเละอุลลิเย่ร์ . . .

หมูอาจจะไม่ได้ทันดูตอนที่ฟาวเลอร์เป็นวัยรุ่นๆ เเต่หมูก็ดูหงส์เต็มๆทุกนัดที่ถ่ายสดก็ปีที่ได้เเชมป์บอลถ้วย 3 เเชมป์ ลูกยิงใบไม้ร่วงในลีคคัพ จะเป็ฯประตูที่ชาตินี้ไม่ลืม

ยังไงก็รัก GOD เสมอ เเละตลอดไป . . .

เหมือนมีคนเคยพูดว่า ถ้าฟาวเลอร์คือ GOD

เจอร์ราร์ดก็คงเป็น พระเยซู . . .

ถ้ามีวันไหนที่ต้องไป . . .ก็คงรับไม่ได้เหมือนกัน . . เเต่เหตุการณ์ที่จะโดนบับให้ขายเหมอืนก๊อดคงไม่เกินขึ้นหรอก

(ภาวนา)
 
 

โดย: หงส์แดงตะแคงฟ้า วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:10:46:19 น.  

 
 
 
"ในขณะที่หลุยส์ การ์เซีย ออกมาพูดว่า เค้ายินดีที่จะไป หากทำให้สโมสรได้สิ่งที่ดีที่สุด (เฟอนันโด ตอเรส) และ The GOD เตะถ่วงเลือกสโมสรที่จ่ายค่าตัวเค้าให้แก่ลิเวอร์พูลมากที่สุด และที่สำคัญคือ ไม่อยู่ในลีกสูงสุดของประเทศ นั่นหมายความว่า ไม่ต้องมาขับเคี่ยวเป็นศัตรูกับทีมรัก"

อ่านตรงนี้แล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ...
 
 

โดย: The Kop Forever IP: 124.121.28.18 วันที่: 24 สิงหาคม 2551 เวลา:12:18:54 น.  

 
 
 
ไม่อยากจะบอกอายุว่า เกิดทันดู คู่หูแม๊กก้า-ฟาวเลอร์

ถ้าใครเห็นเจิดกับน้องต. ในตอนนี้ว่าเข้าขารู้ใจกันแล้ว...
ยังได้แค่ครึ่ง ของแม๊กก้ากับก๊อดเท่านั้นเอง

ในหนังสือของฟาวเลอร์ เขียนบรรยายความรู้สึก
ตอนที่ต้องย้ายไปอยู่กับลีดส์ว่า....

I was like a lost soul in those first few days with my new club...

คือรู้สึกเหมือนคนไร้วิญญาณ เมื่อไม่ได้อยู่กับสโมสรอันเป็นที่รัก....
อ่านแล้วปวดใจที่สุด

และดีใจมากที่ได้เห็น GOD ในชุดสีแดงอีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม

In GOD we trust!!
 
 

โดย: WoNaM วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:0:50:40 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

howk_ky
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




When everything has its proper place in our minds, we are able to stand in equilibrium with the rest of the world.

(เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมีเฉพาะในจิตใจเรา เราก็จะสามารถยืนหยัดได้อย่างสมดุลในโลก)
[Add howk_ky's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com