“Almost everything in life is easier to get into than out of.”--Author Unknown--
Group Blog
 
 
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
บันทึกเผื่อว่าพรุ่งนี้…

ฉันคิดถึงความตายบ่อยขึ้นครั้งสุดท้ายที่ไม่ใช่เมื่อตะกี้นี้ก็คือเมื่อคืนนี้ฉันตื่นมาตอนตีสองกว่าเพราะรู้สึกเจ็บคอมากคงเป็นเพราะอากาศที่เย็นลงมาสองสัปดาห์แล้วและฉันก็พยายามดูแลตัวเองไม่ให้เจ็บป่วย แต่คืนก่อนที่รู้สึกว่า อากาศก็เย็นสบายดีจนชะล่าใจเกินไปใส่แค่เสื้อแขนสั้นกางเกงขายาว แล้วจึงตื่นมาพบว่าตัวเองไม่มีผ้าห่มคลุมตัวอยู่เลยและรู้สึกเจ็บคออย่างมากฉันเป็นคนนอนดิ้น การใส่เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ถุงเท้าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแต่เพิ่งได้ไอเดียจากเพื่อนว่า นอนในถุงนอนก็เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและไร้กังวลดิ้นอย่างไรก็คงไม่ดิ้นออกจากถุงนอนที่รูดซิปปิดซ้ายขวาเว้นแต่ละเมอถอดตัวเองออกจากถุงนอน

ฉันเจ็บคอก็ใช้วิธีแค่ไปซื้อยาอมมาอมแก้เจ็บคอวันต่อมาไม่ดีขึ้นก็เลยไปซื้อยาแก้อักเสบมากิน ก็ยังไม่ดีขึ้นจนเมื่อเช้านี้ตัดสินใจไปหาหมอ หมอให้อ้าปากกว้างๆ ฉันอ้าแทบไม่ขึ้นหมอบอกว่าให้ทำเหมือนหาว หมอส่องไฟแล้วพูดว่า อ้วนเชียวต่อมทอนซิลเกือบเป็นหนองแล้วได้ฟังดังนั้นฉันก็รู้สึกว่าไม่แปลกใจเลยที่จะเจ็บคอซะขนาดนั้น หมอบอกว่าไปนอนรอที่เตียงต้องฉีดยา เป็นครั้งที่สองในรอบปีสำหรับการฉีดยาที่ก้นเจ็บนะฉีดยาเนี่ย เหมือนตัวยามันเข้าสู่เส้นเลือดแม้กระทั่งตอนนี้ที่นั่งเขียนบันทึกก็ยังรู้สึกระบมก้นอยู่แต่วันนี้ทั้งวันฉันก็ไปออฟฟิสนะ ไม่เชิงไปทำงานหรอก ไปนั่งพยายามจะทำงานแต่เถลไถลไปข้างนอกมากกว่า กลับเข้ามาก็เริ่มเก็บออฟฟิส แยกหนังสือ กระดาษ ยังไม่เสร็จเรียบร้อยพรุ่งนี้ต้องไปจัดการต่อ

ฉันกลับถึงบ้านอย่างรวดเร็วในวันที่มีการปิดถนนวิภาวดีในวันที่การประท้วงยังดำเนินอยู่และปะทุความรุนแรงเฉพาะเป็นวันไปซึ่งระบุไม่ได้ว่าวันไหนที่จะเกิดความรุนแรง วันไหนที่จะมีแต่ความสันติในการชุมนุมฉันคงต้องบันทึกย้อนหลังจากปัจจุบันไปสู่อดีต เดือนธันวาคมปีนี้ช่างมีเหตุการณ์ทั้งภายใน ภายนอก มากมาย กระทั่งวันนี้ วันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรถ้าจะต้องเล่ารายละเอียดทั้งวัน ฉันก็ทำได้

26 ธันวาคม 2557 ฉันตื่นเช้าก่อนนาฬิกาปลุกซึ่งเป็นเรื่องผิดปกตินิดหน่อยลุกขึ้นมาเดินไปคุยกับเอ๋ แปรงฟัน ล้างตัว แต่ไม่เรียกว่าอาบน้ำ นั่งเล่นคอมแล้วก็ไปสระไดร์ผมที่ร้าน ก่อนไปหาหมอ แล้วจึงไปทำงานหอบเต็นท์ขึ้นแท็กซี่เอาไปให้พี่จิตรยืมไปเที่ยวเชียงคานและภูเรือระหว่างทางไปทำงานเจอม็อบนกหวีดเดินทางมาที่บ้านนายกฯ ยิ่งลักษณ์รถติดแต่ไม่สาหัสสากรรจ์มาก ถึงออฟฟิสฉันก็เปิดคอม นั่งตั้งท่าจะเขียนงานแล้วไม่รู้ทำอะไรบ้าง ก็เที่ยงครึ่ง ยกขบวนกันสี่คนไปเดอะมอลล์บางกะปิจนถึงบ่ายสามกลับเข้ามาก็จัดการรื้อหนังสือ แยกเป็นกองๆ กระดาษต่างๆ เตรียมขาย หกโมงกว่าแนทซื้อหมูปิ้งมาฝาก แล้วก็ซ้อนท้ายกันมาโลตัสเลียบด่วนรามอินทราหาซื้อของขวัญจับฉลากในราคาเท่าอายุฉันเลือกมาสองอย่าง ขำๆ ทั้งนั้น สังเกตได้อย่างหนึ่งว่า ของในโลตัสตั้งราคาลงท้ายด้วยเก้าและห้าเฉลี่ยได้เก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือปนกันไปอายุฉันเลขสอง ฉันเห็นอยู่ห้าอย่าง ถ่านไฟฉาย ทัพพี กาวดักหนู ตะเกียบ และช้อน และฉันก็เลือกมาสองจากห้านั่งกินข้าวในฟู้ดคอร์ส แล้วฉันก็ชักชวนให้แนทขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งฉันที่บ้านซ้อนท้ายกันมาสามคน แนท พี่เอ๋ และฉัน หนาวสะท้านลมโชคดีที่มีเสื้อกันหนาวแบบมีฮู้ดด้วย แนทและพี่เอ๋แวะเข้าห้องน้ำเอ่ยปากถามว่าถ้าขายบ้านหลังนี้จะอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ ฉันไม่รู้ราคาที่แท้จริงได้แต่บอกว่า น่าจะล้านกว่าๆ เพราะตอนนี้บ้านฉันอยู่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟ สนามบินศูนย์ราชการ และกำลังจะมีรถไฟฟ้าไม่น่าเชื่อนะว่าบ้านหลังนี้มีคนมารอต่อคิวซื้อสามรายแล้ว ทั้งที่ตอนแรกฉันเคืองพ่อมากที่ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้

ย้อนกลับไปเรื่องความตาย เมื่อคืนนี้ฉันร้องไห้ด้วยตอนที่คิดว่าถ้าฉันตายไป ความตายของฉันจะทำให้หลายคนร้องไห้เสียใจถึงขั้นคิดประโยคขอโทษไว้เรียบร้อย ฉันเสียใจที่ความตายของฉันทำให้เธอเสียใจอะไรประมาณนี้ คือที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะไม่อยากตาย แต่เพราะรู้ว่า ความตายของฉันจะสร้างความเศร้าโศกให้คนที่รักฉันเดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังว่าอะไรที่ทำให้ฉันคิดถึงความตายบ่อยขึ้นและถามตัวเองว่าถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่ตื่นมา วันนี้ฉันมีอะไรที่ต้องทำอีกไหม ฉันตายได้เลยไหม

เดือนธันวาคม-เดือนพฤศจิกายนสองเดือนนี้คาบเกี่ยวกันอยู่นิดหน่อย เพราะฉันได้ไปเที่ยวที่ดอยม่อนจองตอนปลายเดือนพฤศจิกายนสมาชิกทั้งหมดเก้าคน เป็นทริปที่ฉันมีความสุขมาก มีความสุขกับการเดินป่า กับความงดงามกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ดอกไม้ดอกเล็กๆ สองข้างทางสายหมอกและแสงแดดรำไรที่พยายามฉายหาช่องเพื่อส่องแสง ภูเขาทุกลูกที่ทำให้ฉันเห็นถึงความกระจ้อยร่อยของตัวเองแล้วก็ออกแนวขำๆ กึ่งๆ ต้องปรับตัวอีกนิดหน่อยเพราะเป็นทริปเดินป่าครั้งแรกที่มีแฟนไปด้วย มันก็ไม่สบายตัวซะทีเดียวเพราะแทนที่ฉันจะติดแฟน แต่กลายเป็นว่า แฟนจะเรียกหาฉันบ่อยมาก เห็นต่างทำตัวไม่ค่อยเข้าพวก เอาแต่ใจ และฉันก็ไม่คุ้นเคยเลยสักนิดแต่ไม่มีอะไรที่จะสามารถทำลายความรู้สึกดีๆ ของฉันไปได้เลย ทั้งต่อแฟน ต่อธรรมชาติต่อบรรยากาศ เพราะฉันเองก็อาจจะทำตัวบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ที่ดีต่อแฟนฉันเคยพูดกับทุกคนไว้แล้วว่าการเดินป่า ต้องดูแลตัวเอง แต่เราก็ช่วยเหลือกันอยากทำอะไรทำ ไม่บังคับ ยกเว้นกติกาบางอย่างที่ต้องรับรู้ร่วมกัน

ข้อหนึ่งที่ฉันได้ทำความเข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนรอบตัวที่มากขึ้นไปอีกและชัดเจนขึ้นคือเราต้องมองเห็นทั้งข้อดี และข้อเสีย เราต้องอยู่กับผู้คนรอบตัวเราให้ได้ อย่างในการไปเดินป่าครั้งนี้แฟนฉันอาจจะทำให้ใครหลายคนรำคาญ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เรียกเสียงหัวเราะและมีน้ำใจต่อคนรอบข้าง ที่สำคัญคือเพื่อนของฉันทุกคนมีหัวใจที่เปิดกว้างและมองเห็นความไม่สมบูรณ์แบบในตัวคนๆหนึ่งได้ เรื่องแฟนฉัน ฉันเขียนได้อีกยาว แต่เอาเป็นว่าการเดินป่าทำให้หลายคู่เลิกกัน ซึ่งฉันเข้าใจและมองเห็นเหตุผลแล้วว่าทำไมในขณะเดียวกัน ฉันก็เห็นว่า อะไรที่ทำให้หลายคู่เข้าใจและยอมรับปรับตัวปรับใจเพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างสงบมากขึ้น

ตอนต้นเดือนพฤศจิกายนก็เป็นช่วงเริ่มชุมนุมประท้วงคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรมจนบานปลายกลายเป็นปฏิรูปบ้านเมือง ฉันเรียกม็อบครั้งนี้ว่าม็อบไฮไซ ซึ่งเรื่องม็อบฉันคงไม่ไปแตะเพราะฉันไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลยอ้อ แตะนิดนึงแค่ขึ้นป้ายในเฟซบุ๊กว่าฉันคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรมและฉันเขียนข้อความบางอย่างที่บอกว่า ถนนสายนี้ยังอีกไกลและจนบัดนี้ถนนสายม็อบก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดตรงไหน


การทำบุญ-ทำทาน

ไปทำบุญที่วัดกับแม่บ้าง กับน้อง กับน้า กับป้าบ้างตามโอกาสที่วันพระจะตรงกับวันเสาร์หรืออาทิตย์ที่อยู่บ้าน

ยกเงินหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของรายได้พิเศษที่หามาไปทำบุญ ทำทานปีนี้ตั้งใจจะขยับเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้พิเศษ เวลาไปเดินเล่นที่ไอทีสแควร์จะให้เงินคุณป้าคนนึงเอาไปเลี้ยงหมาแมวแกจะมาขอรับบริจาคทุกวัน วันไหนผ่านไปถ้าพอช่วยได้ก็จะช่วย ไปบริจาคเงินและเสื้อผ้าใช้แล้วกับสถานสงเคราะห์สองสามแห่งทำบุญผ้าป่าและกฐินตามกำลังทรัพย์ ซื้อหนังสือไปให้เด็กดอยรับบริจาคสิ่งของและอุปกรณ์การเรียนการสอนไปให้เด็กๆ ถักหมวกไหมพรมถวายพระส่งตุ๊กตาไปให้เด็กดอย และกำลังจะสมทบทุนซื้อชุดชั้นในไปบริจาคถวายสังฆทานบ้างตามโอกาส ซึ่งทุกการทำบุญทำทานก็ขออนุโมทนาบุญกับพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ร่วมกันมาตลอดด้วย

การเดินทาง

ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม วันธรรมดาอยู่บ้านกรุงเทพฯเสาร์อาทิตย์กลับบ้านที่อยุธยา เทศกาลก็ยังคงอยู่กับที่บ้าน แต่ต้องบอกว่าเดินทางตลอดเวลาและแบ่งออกเป็นสองวิถีทางคือ การเดินทางที่เกิดจากการทำงานและการเดินทางส่วนตัวแต่ทุกทริปมีความหมาย มีความประทับใจ มีเรื่องราวน่าจดจำ เท่าที่จำได้ ไปสวนผึ้งกับพี่โจ๊คและบอล ไปหัวหินกับพี่โจ๊คและพี่จิตรไปเกาะช้างกับพี่โจ๊ค พี่บอย และหนึ่ง ไปกระบี่กับบอล พี่อ้น และพี่ดล ไปพิษณุโลกและเพชรบูรณ์กับพี่โจ๊คพี่บอย และบอล ไปลำปางกับพี่โจ๊คและพี่จิตร ไปนครนายกกับพี่โจ๊ค ไปพัทยากับพี่โจ๊คและบอลไปวังน้ำเขียวกับบอล ไปนครราชสีมากับบอลและพี่อ้น ไปนครปฐมกับพี่โจ๊ค ไปน่านเชียงราย กับอีซูซุ ไปเชียงใหม่กับอีซูซุ ไปหัวหินกับสมาคมรถโบราณและโรงแรมอมารี ไปกระบี่-มาเลเซีย-สิงคโปร์กับอีซูซุไปมาเก๊า-ฮ่องกงกับพี่ต๋ง

เที่ยวตรังกับบอล เที่ยวพะเยากับเอ๋ บอล พี่พร พี่อาร์ท และเดฟ เที่ยวพัทยากับเจี๊ยบหนึ่ง นิ พี ชุ ป๋วย เที่ยงเชียงใหม่กับเจ

เที่ยวพม่ากับยุ้ยและพี่หนุ่ม เที่ยวเชียงรายกับจ๋า เที่ยวหัวหินกับจ๋าแนท และพี่เอ๋ เที่ยวอยุธยากับหนึ่ง เจี๊ยบ พี ชุ พี่อ้น แอ๊ด พี่เล็ก เที่ยวดอยม่อนจองกับเอ๋บอล เจี๊ยบ พี่อ้น พี่เฮาส์ พี่พร โอปอร์ และจี๊ด

การเงิน หาเงินได้มากขึ้นรับจ๊อบเขียนงาน ที่เพิ่มเข้ามาคือการถ่ายภาพงานแต่งงานที่แต่ก่อนรับงานแต่กับเพื่อนสนิท ปีนี้เริ่มรับงานสร้างรายได้ให้ตัวเองแต่ยังไม่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ ยังเลือกรับเฉพาะเพื่อนน้อง น้องเพื่อนเพื่อนของเพื่อน ในขณะที่หาเงินได้มากขึ้น ก็ใช้เงินมากขึ้น ทั้งที่เมื่อต้นปีตั้งใจจะไม่ใช้บัตรเครดิตแต่ทำไม่ได้เพราะยังใช้บัตรเครดิตกับการซื้อตั๋วเครื่องบินเพิ่มเข้ามาคือการผ่อนซื้อของ ครั้งแรกเลยกับการผ่อนสมาร์ทโฟนเครื่องแรกแถมเพียงเดือนเดียวก็ได้เรื่องไปเที่ยวกลางคืนแล้วมีมือดีขโมยสมาร์ทโฟนไปทั้งที่เพิ่งผ่อนเดือนแรกได้เดือนเดียว ฟังดูน่าเสียดายแต่ไม่น่าเชื่อว่าในที่สุดผ่านไปสามเดือนเราก็จับตัวคนขโมยได้จับได้ด้วยตัวเราเองจริงๆ อาศัยเทคโนโลยีในเบื้องต้นและความช่วยเหลือจากตำรวจในกระบวนการความยุติธรรมบางขั้นตอนเท่านั้นเองแต่เพื่อไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลก็ใช้วิธีประนีประนอม ชดใช้เป็นเงินคืนมาในราคาเครื่องเรื่องโทรศัพท์นี้ต้องทำเป็นล้อมกรอบ หรือเรื่องใหม่ได้เลยเพราะมันช่างเป็นมหากาพย์มากและคงมีหลายคนอยากรู้ว่า จับตัวคนขโมยไปได้อย่างไรเรื่องเงินในส่วนอื่นๆ ก็มีเล่นแชร์กับที่บ้าน ทำให้มีเงินก้อนเงินเก็บไว้ไปเที่ยวพยายามจะลงทุนในทิศทางอื่นๆ สนใจจะเล่นหุ้นมาก แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จใช้อาศัยแค่การฝากออมทรัพย์ สลากออมสิน และเลือกซื้อกองทุนบางอย่างแค่นั้น

ความรัก ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันเองมีแฟนกับเขาด้วยสี่ปีแล้วด้วย เรื่องนี้เป็นที่น่าพิศวงกันอยู่ ความรักมันไม่ค่อยเหมือนคนอื่นหลายคนสงสัยว่ารักกันยังไง ในเมื่ออยู่ไกลกัน จีบกันยังไง แล้วเมื่อไหร่จะแต่งเป็นคำถามยอดฮิต เมื่อใช้สายตาคนนอกมองเข้าไป ฉันรู้สึกว่ามันน่าสนใจดี ExperimentalLove ความรักฉบับทดลองอะไรประมาณนี้แหละมั้ง รักกันโดยไม่ต้องแต่งงานแล้วกันเพราะคุณสมบัติบางอย่างเหมาะกันจะเป็นแฟน แต่ถ้าต้องอยู่แบบคู่ผัวตัวเมียเกรงว่ามันน่าจะยาก จำคำพ่อสอนไว้เสมอๆ ว่า คนเราควรเสมอกันด้วยสี่ประการ ศีล ปัญญาศรัทธา จาคะ แล้วก็อ่านเจออยู่บ่อยๆ ทั้งมีคนพูดให้ฟังบ่อยๆ บล็อกพี่เอ๊ด aston27ที่นับถือก็พูดถึงมาไล่เรียงของตัวเอง ข้อศีลนี่ห่างกันเยอะสุด ข้ออื่นๆยังพอเห็นว่าเออต่างกันนิดหน่อย ระหว่างทาง ระหว่างวัน ระหว่างปี เราก็เห็นว่า ความรักนี้มันสอนเราเยอะชะมัดเลยสอนเรื่องอะไร นี่ก็เก็บไว้เขียนได้อีกเหมือนกัน

บันทึกนี้ยาวไปหน่อย แต่จริงๆ มันมีเรื่องให้เขียนเยอะและยาวกว่านี้อีกมากแต่เอาเถอะ แค่บันทึกเผื่อไว้ เรื่องสำคัญๆ บอกไปหมดแล้วเผื่อมันเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ก็คือไม่เสียใจ ไม่เศร้านะ แต่ดูเหมือนไม่ได้พูดถึงครอบครัวเพื่อน สินะ ก็ยังคงทำหน้าที่ลูก หลาน พี่ อย่างสม่ำเสมอพยายามเต็มที่ที่จะดูแลพ่อแม่น้องให้ดีที่สุด กับน้าๆ ก็ดูแลเค้าเท่าที่ทำได้ให้ขับรถไปไหนรับส่งอะไรก็ไปไม่มีเกี่ยง เห็นความแก่เฒ่าแล้วรู้สึกว่า เออเค้าดูแลเรามาตั้งแต่เด็กนะ ทุกคนเลย อะไรทำให้ได้ เราทำให้ เต็มใจทำด้วย แก่ก็อ่อนแรงลงไปเหมือนได้เห็นความเป็นไปของชีวิตนะ สิ่งต่างๆ รอบตัวมันสอนเราตลอดเราเลยไม่ค่อยจะตื่นเต้นกับอะไรมากมายนัก กับที่บ้านย่า เค้าก็ดีแต่บางทีก็มีไม่พอใจบ้าง เราก็ไปหาย่าบ้าง พาพ่อไปบ้าง ไปเยี่ยมหลานบ้างเห็นไหมว่า ชีวิตมันมีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด

ส่วนเรื่องเพื่อน เพื่อนในกลุ่มแต่งงานคนแรกและก็กำลังจะมีคนที่สองตามมา เพื่อนก็คือเพื่อนนะ ไม่ค่อยได้คุยแต่เจอทีไรก็คือเหมือนเดิมนะ แล้วเดี๋ยวนี้มีไลน์ คุยกันแทบไม่ทัน มันก็ดีนะแล้วเพื่อนนี่ก็มีหลายกลุ่มนะ เจอไม่ครบหรอก เราก็อยากเจอ อยากไปหาอยากได้มีเวลาเที่ยวกัน คุยกันนะ แต่เออ ลำดับแล้ว เพื่อนนี่สำคัญต้นๆ เลยนะแต่พอมันเป็นคนที่เข้าใจเราต้นๆ เราเลยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับมันอะไรแบบนี้

 เขียนไว้ตั้งแต่ปลายปี

มาต่อจนจบวันนี้ วันหนึ่งในเดือนเกิดของเรา

^^




Create Date : 04 มีนาคม 2557
Last Update : 4 มีนาคม 2557 23:49:22 น. 0 comments
Counter : 1149 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I am just fine^^
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




How are you today? I am just fine,always.

If you have something to say, say it then out loud.


uP tO dAtE
17.11 ...real...

16.11 ซ่ อ น

12.11 เก็บใบไม้กิ่งไม้ที่ร่วงหล่นในสายน้ำ ก่อนปล่อยให้ลอยหายไป

26.10 ดอกไม้ในบ้านหลังหนึ่ง

22.10 อะไร อะไร

04.10 กระเป๋าเมาท์เจ้านาย

22.09 ...บ้าง...

21.09 เป่าหิน

14.09 เริ่มขึ้น-จบลง เขาหลวง, สุโขทัย

30.08 ถูกผิด

27.08 น้ำตาลหวานขม

20.07 A piece of paper :)

12.07 ย้อนวันวาน เชียงคานที่คิดถึง : )

09.07 ไปเชียงคาน...ระบายสีให้ชีวิต

28.06 The promise สัญญาว่าจะรอ

26.06 ตื่นสาย

14.06 พื้นพื้น



bY rEQuEst
* Isalnd of life/ Kitaro (P'house)
* How can you mend a broken heart/Al Green (P'tye)
*Love of my life/Queen (Bon Bon)
New Comments
Friends' blogs
[Add I am just fine^^'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.