“Almost everything in life is easier to get into than out of.”--Author Unknown--
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 กันยายน 2553
 
All Blogs
 

เริ่มขึ้น-จบลง เขาหลวง, สุโขทัย




วันก่อน ตอนเช้า ขึ้นแท็กซี่มาทำงาน บังเอิญมากที่บนรถมีหนังสืออสท.ฉบับเที่ยวเขาหลวง สุโขทัย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฉันเพิ่งกลับมา เป็นอีกหนึ่งทริปที่สวยงาม สนุกสนาน และลมแรง หนาวได้ใจจริง ๆ ฉันพลิกอ่านอย่างเพลิดเพลิน และเจอว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จไปเที่ยวเขาหลวงด้วย ทรงใช้เวลาเพียง3 ชั่วโมงเท่านั้น ผิดกับพวกฉันที่ใช้เวลาทั้งหมดถึง 4 ชั่วโมงครึ่ง ฉันนึกในใจว่า ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่ฉันนึกถึงชื่อหนังสือของพระองค์ตอนเดินขึ้นเขาหลวงด้วย

การได้ไปหัวหินทั้งสองครั้งและเชียงคานแบบสองวันหนึ่งคืนในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ฉันนับเป็นทริปท่องเที่ยวแบบชิลเอาท์ เป็นทริปเบา ๆ และมีความสุขแบบสบาย ๆ แต่ทริปที่ฉันตั้งหน้าตั้งตารอก็คือทริปเดินป่าแบบนี้ คงสมกับฉายาที่พี่คนหนึ่งเคยคอมเมนต์ทิ้งไว้ในหน้าบล็อกว่า “แอมทัวร์โลด โหดชัวร์ป้าบ” นึกถึงกี่ครั้งฉันก็ได้แต่ยิ้มและส่ายหน้า ไม่จริงซะหน่อย ฉันเคยจัดทริปไปนอนริมทะเลเหมือนกันนะ แต่ถึงไปทะเล ฉันก็ต้องพาบุกป่าฝ่าดงเป็นการพาไปเดินเล่น (แบบเหนื่อยจริงจัง) ให้หัวใจได้สูบฉีด เอ๊ะ หรือฉันจะชอบความสุขแบบโหด ๆ





พี่คนเดียวกันนี้เองเคยถามว่าฉันไม่คิดจะจัดทริปสบาย ๆ บ้างเหรอ ฉันตอบไปว่า ก็จัดนะ แต่หนูคิดว่า ทริปแบบนั้นหนูจะไปกับใคร หรือพี่จะไปกับใคร เมื่อไหร่ ก็ได้ทั้งนั้น แต่การจัดทริปเดินป่าแบบนี้ มันมีความเฉพาะเจาะจง มันมีความพิเศษ มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่พร้อมจะเดินป่าและมองดูท้องฟ้าด้วยกัน เราไม่รู้ว่าภูเขาที่จะไป ป่าที่จะต้องไปเดิน มีอะไรรอเราอยู่บ้าง ถ้าคนที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย และใจไม่พร้อมจะเผชิญกับสิ่งใหม่ ก็อาจจะทำให้ทริปที่ฉันว่าสนุกนักสนุกหนา กลายเป็นทริปทรมานกายและใจเอาได้ง่าย ๆ ก็เหมือนในชีวิตจริงนั่นแหละ ที่ก็มีไม่กี่คนที่พร้อมจะเดินไปกับเรา เดินด้วยกันแบบเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก แล้วก็พร้อมจะเผชิญกับปัญหาทั้งเล็กและใหญ่ ไม่ใช่อะไรนิดอะไรหน่อยก็ใจเสาะทิ้งเราไปง่าย ๆ ซะอย่างนั้น แต่ฉันก็ยังไม่เคยเจอคนแบบนั้นนะ


ในอินเตอร์เน็ตอาจจะมีข้อมูลบ่งบอกเส้นทางการเดินรถ ที่พัก อาหาร สภาพป่า พันธุ์ต้นไม้ ดอกไม้ แมลง สภาพอากาศ แต่เอาเข้าจริง สิ่งต่าง ๆ ล้วนคาดเดาไม่ได้ แม้กระทั่งการโทรไปคุยกับเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ ณ ตรงจุดนั้นก็ตาม เพราะวันคุยกับวันจริงมันเป็นคนละวันกัน เราจะไปเจออะไรนั้น ไม่มีใครบอกเราได้ เราต้องไปเจอด้วยตัวเอง อย่างกรณีเขาหลวงนี้เป็นต้น เจี๊ยบผู้ได้รับมอบหมายให้โทรถามเจ้าหน้าที่ถึงสภาพดินฟ้าอากาศและสภาพภูมิประเทศก่อนออกเดินทาง ได้รับคำตอบมาว่า “เย็นนิดนึง” แล้วก็ไอ้คำว่าเย็นนิดนึงเนี่ยแหละ ที่ทำเอาพวกฉันตัวสั่นงันงกอยู่บนยอดเขาหลวง





กรณีเขาหลวง ฉันก็ไม่รู้อะไรมากนัก รู้แค่ว่า อยู่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย และกิตติศัพท์ก็คือ ทางสั้นแต่ชันตลอด ถ้าถามว่า แล้วกิจกรรมบนยอดเขาหลวงไปทำอะไร ฉันเว้นว่าง ๆ ให้ทุกคนไปร่วมเติมคำด้วยกันด้วยตัวเอง
และนี่คือกำหนดการครั้งแรกที่ฉันเขียนขึ้น
ทริปเขาหลวง
ค่าใช้จ่ายประมาณ 1500 บาท
3 กันยายน
...22.30 พร้อมกันที่สถานีขนส่งหมอชิด ไปโดยรถบขส.ป.1
‎4 กันยายน
05.00 ถึงอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย กินข้าว ซื้อของสด
07.00 ต่อรถสองแถวไปที่ทำการอุทยานฯ (12 กม.)
08.00 เตรียมตัวออกเดินขึ้นเขาหลวง (4 กม.)
12.00 ถึงลานกางเต็นท์ กินข้าว
...13.00 "กิจกรรมตามอำเภอใจ"
5 กันยายน
... (กรุณาเติมกิจกรรมลงในช่องว่าง)
6 กันยา
09.00 ลงจากยอดเขาหลวงสู่ที่ทำการอุทยานฯ
13.00 ถึงที่ทำการ ต่อรถสองแถวอำเภอคีรีมาศ
13.30 หาข้าวกิน เที่ยวในอำเภอ เช่น วัดธรรมปัญญาราม หรืออ่างเก็บน้ำพันทลาย
18.00 ขึ้นรถทัวร์กลับ กทม.
00.00 ถึงกทม. อย่างมีความสุขและปลอดภัย





แต่หลังจากนั้นกำหนดการต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป ทั้งจำนวนคนที่ลด ๆ เพิ่ม ๆ จากที่จะลากันวันจันทร์ก็เปลี่ยนมาลาวันศุกร์ จากที่จะนั่งรถทัวร์ไปก็มีอาสาสมัครขับรถปิคอัพไปให้ วันไปจากที่จะออกสี่ทุ่มก็มาเป็นออกเกือบตีสาม จากที่จะเดินขึ้นตอนแปดโมงก็เป็นร่วมสิบเอ็ดโมงเช้า จากที่จะกินข้าวเที่ยงบนยอดเขาหลวง ก็เป็นกินข้าวเที่ยงกลางฝนโปรยตรงจุดชมวิวระหว่างทาง วันกลับจากเดินลงเก้าโมงก็เป็นสิบโมง กว่าจะได้กินข้าวมื้อแรกแบบเต็มอิ่มก็ตกบ่ายสี่โมงเย็น งบประมาณคิดว่าจะลดลงก็กลายเพิ่มเป็นหนี่งพันหกร้อยบาท อย่างหนึ่งที่เหมือนกำหนดการไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ ช่องว่างที่พวกเราทุกคนในทริปร่วมกันเติมเวลาตรงนั้นจนเต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ





นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

2 กันยายน
23.00 น. สมาชิกกลุ่มแรกมาถึงบ้านแอมที่ดอนเมืองในสภาพเปียกมะล่อกมะแล่ก หลายเสียงจากปลายสายโทรศัพท์ทักท้วงว่า ฝนตกแบบนี้ ยังจะไปกันอีกเหรอ แน่นอนว่า คำตอบคือ ใช่ ไป

‎3 กันยายน
01.00 ไปฟูดแลนส์ ซื้ออาหารแห้ง ของเต็มรถเข็น หนึ่งพันบาทขาดตัว
03.00 ออกเดินทางจากกรุงเทพท่ามกลางสายฝนพรำ นั่งแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปตลอดทาง ยกเว้นคนขับที่ต้องตื่นอย่างเดียวเท่านั้น
07.30 ถึงตลาดในเมืองกำแพงเพชร แวะกินข้าวเช้าและซื้อของสด คนขับเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นตากล้อง
09.30 ถึงอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย หาซื้อเครื่องดื่มย้อมใจให้ศิลปิน
10.00 ล้างหน้า แปรงฟัน จัดสัมภาระให้ลูกหาบแบก จ่ายค่าธรรมเนียมและสอบถามเส้นทางกับเจ้าหน้าที่
11.00 ออกเดินขึ้นเขาหลวง
13.30 กินข้าวกลางวันตรงจุดชมวิวท่ามกลางสายฝนพรำ
15.30 ถึงยอดเขาหลวงแบบลืมเหนื่อย

4 กันยายน
เดินป่าโดยใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมวิวเมืองสุโขทัย 360 องศาตั้งแต่เช้าจรดเย็น ท่ามกลางสายลมแรง แดดจัด หมอกหนา ไม่น่าเชื่อว่า ในหนึ่งวันบนยอดเขาหลวง จะเจอสภาพอากาศแตกต่างกันอย่างมากมาย นั่งเล่นชมวิวที่ยอดเจดีย์ กินข้าวกลางวันที่ยอดภูกา ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ยอดเขาพระแม่ย่า

5 กันยายน
05.30 ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานารายณ์
10.30 ลงจากยอดเขาหลวงสู่ที่ทำการอุทยานฯ
12.30 สมาชิกสองคนแรกถึงพื้นราบ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รอ
13.00 สมาชิกคนต่อมาถึงจุดหมาย
13.30 สมาชิกสามคนสุดท้ายตามมาสมทบ
15.00 ออกจากเขาหลวง แวะถ่ายภาพระหว่างทาง
16.00 แวะกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย
16.30 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์ เดินเล่น ถ่ายรูป
18.00 ออกจากอุทยานฯ มองหาของฝากแต่ไม่เจอ แวะตลาด ซื้อของกินเล่น
19.00 ออกจากตัวเมืองสุโขทัย

6 กันยายน
01.30 ถึงกทม. อย่างปลอดภัยและมีความสุข
09.00 ไปทำงานด้วยอาการปวดขามหาศาล





ฉันเริ่มจัดทริปเดินป่าและพาไปดำน้ำอย่างจริงจังก็เมื่อเริ่มทำงาน ขาประจำของฉันที่เหนียวแน่นคือเจี๊ยบและพี่อ้น เจี๊ยบเป็นคู่หูในการจัดทริป เราเริ่มลุยด้วยกันตั้งแต่ครั้งเป็นนักศึกษา ไปค่ายชุมนุมอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม กระทั่งลุยทริปเดินป่าเล็กป่าใหญ่จากสมัยเรียนจนถึงปัจจุบัน พี่อ้น ไม่ว่าใครชวนไปไหน พี่อ้นพร้อมจะโดดเรียน ลางานไปด้วยเสมอ แม้ไม่เคยจำได้เลยว่า ชีวิตนี้ตัวเองไปไหนมาบ้าง


สมาชิกคนแรก ๆ เริ่มหดหายไปบ้าง ด้วยเหตุผลคล้าย ๆ กัน ปาสเป็นขาลุยสมัยเรียน แต่พอเริ่มทำงาน ด้วยภาระและหน้าที่ ก็เลยห่างหายจากทริปที่ต้องกินเวลางานและเวลาของครอบครัวไปบ้าง พี่หมวยแต่งงานไปแล้วและตอนนี้กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สอง พี่หยง พี่ผู้ชายคนแรกที่พาน้องสาวห้าหกคนไปขึ้นภูกระดึงก็กำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่วัน พี่พร เคยไปทริปกับพวกเราแค่สองสามครั้ง แต่ก็ยังเป็นคนที่พวกเรานึกถึงเสมอ ๆ พี่อาร์ทนับรวมเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกที่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ตามจังหวะชีวิตการทำงานและจังหวะหัวใจ พี่เฮาส์ สมาชิกที่หลงเข้ามาจากการชวนไปภูสอยดาวและหวังว่าคงจะหลงเที่ยวไปกับพวกเราอีกนาน พี่ป๊อปซึ่งเคยเป็นเงาของพี่เฮาส์ ตอนนี้ไปอยู่วงการคนมีความรัก ทำให้ยากแก่การเดินทางไกลโดยไร้คู่ สมาชิกล่าสุดที่หลงเข้ามาคือ น้องนุ่น ซึ่งไม่รู้ว่าจะร่วมขบวนการกับพวกเราไปอีกนานแค่ไหน





ระหว่างเดินขึ้นเขาหลวง ทางที่ชันแบบไม่มีที่สิ้นสุดทำเอาฉันเหงื่อท่วมตัว ทั้งที่ครั้งนี้แบกแค่กล้องหนึ่งตัวและน้ำเปล่าอีกสองขวด จากที่เดินเงยหน้าก็กลายมาเป็นก้มหน้า มองแค่ปลายเท้าของตัวเอง และในบางจังหวะอย่างที่ฉันบอกไปตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่า ฉันกนึกถึงประโยคหนึ่งซึ่งเป็นชื่อหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพฯ “ถ้าเดินเรื่อยไปย่อมถึงปลายทาง” และฉันก็ถึงปลายทางในที่สุด


ระหว่างทางตลอด 4 กิโลเมตรทั้งโดยสังเกตและไม่ต้องสังเกต จะพบฝูงยุงที่เกาะไม่ปล่อย กิ้งกือตัวใหญ่เดินไปมา ฝนพรำในบางช่วง แต่ข้อดีของที่นี่คือ เส้นทางเดินชัดเจน มีราวไม้ให้จับเป็นระยะ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดี ทำให้ฉันหลีกเลี่ยงการจับราวไม้ เพราะกลัวโดนแมลงต่อยมือ ส่วนพันธุ์ไม้ที่ฉันรู้จักก็คงมีแต่เฟิร์นก้านดำ และดอกไม้เล็ก ๆ สีชมพู ที่มารู้ทีหลังว่าชื่อ บีโกเนีย


หนทาง4 กิโลเมตรซึ่งชันตลอดจบลง ที่ทำการอุทยานฯ บนยอดเขาหลวงซึ่งเป็นลานหญ้ากว้าง ๆ ปรากฏตรงหน้า แถมมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดให้ได้ชมวิวเมืองสุโขทัยอีกด้วย บนนั้นไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เจ้าหน้าที่ก็มีอยู่เพียงสองสามคน เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัด ฉันปลดสัมภาระลง ถอดถุงเท้ารองเท้า หลับตา แผ่ตัวนอนหราบนแคร่ไม้ไผ่





เรื่องราวหลังจากนั้น ไม่มีอะไรมาก เราไปรับของจากลูกหาบ หาทำเลปักเต็นท์ อาบน้ำเย็นเจี๊ยบ ทำกับข้าวกิน หัวเราะเสียงดังเป็นของหวานตบท้าย ปูผ้าใบกลางลานกว้าง ซุกตัวในถุงนอน ดูดาวฟ้าดาวดิน ฟังเสียงเพลงจากกีตาร์ จิบน้ำขิงอุ่น ๆ แล้วก็หลับไปใต้แผ่นผ้ามืดสนิทที่มีดาวเต็มฟ้า ฉัน เจี๊ยบ และน้องนุ่น จะถูกปลุกให้ลุกไปนอนในเต็นท์ คืนแรก ฉันนอนหลับไม่สนิทนัก เพราะทำเลเต็นท์นั้นเป็นที่ลาด เช้ามืด เสียงนาฬิกาปลุกดังตอนตีห้า ตื่นมาสาว ๆ แทบจะไปนอนกองรวมกันตรงปลายเท้า เราหัวเราะกันร่วนกับสภาพรอบตัวที่พื้นเต็นท์แทบจะกลายเป็นหลังคา แล้วก็หลับต่อจนถึงเจ็ดโมงเช้า ตื่นมาก็พบว่าเต็นท์ข้าง ๆ มีสภาพแย่กว่าเสียอีก แต่ชายหนุ่มในเต็นท์ยังหลับไม่รู้เรื่อง หลังจากพยายามแก้ไข เราก็เริ่มทำใจว่า เต็นท์อาจจะต้องพลีชีพกันก็คราวนี้


หลังมื้ออาหารเช้าอันแสนอร่อยผ่านไป พวกเราก็ออกเดินเพื่อสำรวจยอดเขาหลวง สมาชิกหกคน งานนี้มีคนใส่เสื้อสีไม่เข้าพวกอยู่หนึ่ง ฉันบังเอิญใส่เสื้อสีเหลืองเหมือนพี่อาร์ท ส่วนพี่อ้น เจี๊ยบและน้องนุ่น เหมือนนัดกันมาด้วยเสื้อสีชมพูสดใสตามที่เคยบอกต่อ ๆ กันมาว่า เข้าป่า ต้องใส่เสื้อสีสด ๆ จะมีก็แต่พี่เฮาส์ที่ใส่เสื้อสีเขียวสีเดียวกับต้นไม้ใบหญ้า กลมกลืนกับป่า แต่แตกต่างจากน้อง ๆ คำว่า “ไม่เข้าพวก” ก็เลยคำเป็นคำฮิตติดปากด้วยประการละฉะนี้





บรรยากาศในวันนั้น ฉันยังจำได้ดี สภาพป่าเขียว ทิวทัศน์ 360 องศา อากาศเย็น ๆ รอบตัว ลมพัดไล้ใบหน้า เมฆลอยอ้อยอิ่งระดับเดียวกับยอดหญ้า ดอกไม้เล็ก ๆ น่ารักบนโขดหิน กลิ่นชื้น ๆ ของผืนป่า ดินเปียก ๆ ปะปนกับใบไม้แห้ง โขดหินใหญ่ตั้งตระหง่านท้าทายฝนร้อนหนาว เสียงเรียกชื่อสมาชิกในกลุ่ม เสียงหัวเราะในสายลม และรอยยิ้มในสายหมอกหนา ปิดท้ายของวันด้วยภาพดวงอาทิตย์ที่หายลับไปในก้อนเมฆ ไม่ทันให้พวกเราได้เอ่ยคำลา ทิ้งไว้แต่แสงส้ม แสงชมพูโบกมือไหว ๆ จากขอบฟ้าไกล ๆ


เราคลำทางฝ่าความมืดและความลื่นจนถึงที่พัก คืนนี้ได้ข่าวจากเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เช้าว่า จะมีนักท่องเที่ยวมาพักประมาณ 20 คน กลิ่นหอมของอาหาร ทำเอาพวกเราต้องรีบอาบน้ำก่อนจะมาตั้งวงทำกับข้าว มื้อนี้ทำเอาฉันจุกจนต้องอาเจียนออก ฉันเองก็ไม่รู้ตัว กระทั่งนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว เป็นที่ผิดสังเกตของพี่ ๆ เจี๊ยบเอาอีโนมาให้กิน สักพักลมตีขึ้นจนวิ่งไปโก่งคอแทบไม่ทัน เหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านไป ฉันก็มาล้มตัวลงนอนฟังเสียงกีตาร์ แล้วเหตุการณ์ก็ซ้ำเหมือนคืนก่อน เมื่อโดนปลุกให้ลุกไปนอน คืนนี้ฉันบอกเจี๊ยบว่า ยกเต็นท์เข้ามากางในนี้กันเถอะ ในนี้ก็หมายถึงโรงเรือนซึ่งพวกเราปักหลัก ใช้เป็นทั้งโรงครัว ห้องเก็บของ ห้องซักรีด และห้องคาราโอเกะ





ก่อนหลับ ได้ยินเสียงคนนอกเต็นท์ถามหาเนื้อเพลง “น้ำค้าง” ที่เล่นผิด ๆ ถูกๆ อยู่ซักพัก ฉันอดรนทนไม่ไหว จึงส่งเสียงอู้อี้ ๆ ออกไป “ไกลโพ้นดาว เอื้อมถึงจันทร์ นั่นคือความฝันเยาว์วัย.....” หลังจากนั้นเสียงที่ได้ยินอีกครั้งก็คือเสียงนาฬิกาปลุก ได้เวลาตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันแล้ว เช้านี้ฉันไม่อิดออด เพราะเป็นเช้าสุดท้ายบนยอดเขาหลวง เอาผ้าห่มพันตัวเดินไปซักพัก ก็ต้องเอาออกเพราะร่างกายเริ่มคลายความร้อน แต่ลมบนยอดผานารายณ์ก็ทำเอาฉันต้องกระชับผ้าพันคอไว้แน่น แต่ยังไม่แรงเท่าลมบนยอดเขาพระแม่ยาเมื่อเย็นวานนี้ที่ทำเอาสาวร่างหนาอย่างฉันแทบปลิว





คนเยอะ แถมดวงอาทิตย์ก็โผล่หน้าให้เห็นเมื่อลอยขึ้นไปอยู่ซะสูงลิ่ว ความสุขจึงไม่ได้เกิดจากการนั่งนิ่ง ๆ ชมพระอาทิตย์ขึ้น แต่เกิดจากการที่เห็นผู้คนผลัดกันไปยืนท้าสายลมบนโขดหินที่เป็นสัญลักษณ์ของผานารายณ์บนเขาหลวงแห่งนี้ และแน่นอนว่า ท่าทางแต่ละคนดูมีความสุข หลังจากเก็บภาพด้วยกล้องและด้วยตาสักพักใหญ่ พวกเราก็ต้องจำใจกลับที่พัก บอกตัวเองว่า ได้เวลาเดินลงแล้ว

ธรรมชาติสอนเราว่า มีขึ้นก็ต้องมีลง มีวันแรกย่อมมีวันสุดท้าย และชีวิตก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ





ขาลง เหนื่อยน้อยกว่าแต่ใช้สมาธิมากกว่า ลมหายใจไปจดจ่ออยู่ที่ปลายเท้า ฉันไม่ได้ชักกล้องออกมาส่องเพื่อกดชัตเตอร์เลยสักครั้ง เหมือนแรงดึงดูดของโลกทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้ฉันมาถึงจุดหมายภายในระยะเวลาแค่ครึ่งเดียวของตอนขาขึ้น มองกลับไปเห็นยอดเขาหลวง อีกครั้งที่หัวใจดวงเล็ก ๆ พาสองเท้าก้าวไปจนถึงภูเขาสูง ๆ ที่อยู่แสนไกล แล้วก็พากลับลงมาอย่างปลอดภัย รวมทั้งต้องขอบคุณพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ผู้ร่วมขบวนการที่ทำให้เขาหลวง จังหวัดสุโขทัย ไม่ใช่แค่ชื่อที่เคยได้ยิน





ทางชัน เธอจะรู้สึกท้อไหม
ทางไกล เธอจะรอฉันหรือเปล่า
เบื้องหน้าคือฟ้ากว้างของเรา
เบื้องหลังคือรอยเท้าบนพื้นดิน

เหนื่อย แต่เธอก็ยังยิ้มให้ฉัน
ร้อน เธอก็ไม่หวั่นไหว
ฝนตก เธอบอกว่าไม่เป็นไร
หนาว แต่ฉันก็อุ่นใจเพราะมีเธอ





นักท่องเที่ยวมักไปอยู่บนเขาหลวงแค่สองวันหนึ่งคืน ส่วนใหญ่บอกว่าพอเพียงกับการเดินชมวิวรอบยอดเขาหลวง ฉันเห็นด้วย แต่ถ้าอยากจะค่อย ๆ เดินหรือทำอะไรอ้อยสร้อยตามศัพท์ของเจี๊ยบ ได้นั่งวาดรูปเมืองสุโขทัยแบบสบาย ๆ บนโขดหินเหมือนพี่เฮาส์ มีเวลาจัดท่าทางนางแบบ นายแบบ หรือทดสอบฝีมือการถ่ายภาพ อย่างพี่อาร์ท วิ่งขึ้นวิ่งลงเนินนู้นเนินนี้อย่างพี่อ้น รู้สึกสนุกกับการเป็นนางแบบให้ตากล้องอย่างน้องนุ่น หรือมีเวลาแอบมองพฤติกรรมสมาชิกเพื่อเอามาเขียนอย่างฉัน สามวันสองคืนก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกำลังดี หรือถ้าใครจะมีเวลามากกว่านั้น ฉันก็ขอแสดงความยินดีด้วย : )


ป.ล. ขอบคุณเธออีกหลาย ๆ คนที่แม้จะไม่ได้เดินขึ้นไปด้วยกันแต่ช่วยส่งแรงใจ และโดยเฉพาะเธอที่คิดถึงกัน : )












เศร้าใจเล็กน้อย เมื่อภาพไม่ได้ออกมาอย่างที่ตาเห็น
จะโทษกล้องก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว
แต่ก็ยังใจเสียนิดหน่อยอยู่ดี
ภาพเสียหลายภาพเพราะฝากล้องพัง
และเราก็ไม่คิดจะซ่อม ทำให้แสงเข้าไปในกล้อง
เกิดเป็นแถบสีแดงทางด้านซ้ายของภาพ
เอียงซ้าย ตะแคงขวา ครอปตรงนู้นนิดตรงนี้หน่อย
จนได้ภาพจำนวนหนึ่งมาประกอบบล็อก
และที่เล่าเรื่องยาว ๆ บรรยายเยอะแยะ
ก็เพื่อทดแทนภาพเสีย ๆ ทั้งหลาย
คงพอจะชดเชยกันได้นะคะ
^^
@remoted day





 

Create Date : 14 กันยายน 2553
29 comments
Last Update : 29 ตุลาคม 2553 13:57:57 น.
Counter : 1952 Pageviews.

 

ว้าววว..ภาพสวย เรื่องราวงดงามสมกับเป็นน้องแอมจริง ๆ

พี่อยู่ใกล้ขนาดนี้ยังไม่เคยขึ้นเขาหลวงเลย..พวกเขา ๆ ที่เคยขึ้น ก็เห็นจะมีแค่ "เขาดิน" เท่านั้นกระมัง..อายนะเนี่ย 555+

 

โดย: พี่แหม่ม (i'm not superman ) 14 กันยายน 2553 14:44:02 น.  

 

อ่านแล้วนึกถึงรายการทีวีรายการนึง

เอาไปใช้เป็นสโลแกนได้เลยนะเนี่ย







"โหด มัน ฮา"

 

โดย: แพนด้ามหาภัย 14 กันยายน 2553 17:51:24 น.  

 

โอ้ว...ชิส์

คำถาม ??? อะไรไม่เข้าพวก ก๊าก ๆ ๆ ๆ

 

โดย: อ้นคุง IP: 61.90.252.4 14 กันยายน 2553 17:58:12 น.  

 

พี่นู๋แหม่ม ไปด่วนๆๆ
ชุน ขอเพิ่ม หวาน ด้วยได้ไหม อิอิ
พี่อ้น ไปโดดใหม่ด้วย

^^

 

โดย: I am just fine^^ 14 กันยายน 2553 18:03:09 น.  

 

จะเก็บความทรงจำทริปนี้ไว้ เพราะเป็นทริปที่น่าจดจำยิ่ง แม้ว่าทางเดินที่ลาดชันตลอดระยะทาง รู้สึกเหนื่อย แต่ก็คุ้มเมื่อได้ไปถึงจุดหมาย ทำให้ไ้ด้เจอสภาพอากาศที่หลากหลาย มีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป ทั้งสนุกสนาน เฮฮา ทำกับข้าวด้วยกัน ฟังเพลง ร้องเพลงด้วยกัน ได้เห็นวิวที่ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้

ปล. ขอบคุณพี่ๆ ที่อ้าแขนรับน้องคนนี้ร่วมทริปเพิ่มอีกคนหนึ่ง และจะขอร่วมทริปต่อๆไป ขอสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งน๊าค๊า ^^

 

โดย: นุ่น สมาชิกร่วมทริปคนใหม่ IP: 61.90.68.15 14 กันยายน 2553 18:59:08 น.  

 

ชอบจังเลย "มีไม่กี่คนหรอก ที่พร้อมจะเดินป่า และมองดูท้องฟ้าด้วยกัน" ส่วนเรา คงต้องบอกว่า "มีไม่กี่คนหรอก ที่สามารถจัดทริปเดินป่าให้ ตามใจฉัน แถมเก็บตกตามความต้องการของคนนั้นคนนี้มิได้ขาด"

แอบให้เครดิตเรา แอบเอาเราใส่ไว้ในเฟรม ไม่รู้ว่าต้องเรียกค่าตัว หรือว่า จะตามไปให้ค่าจ้างกับแอมดี อิอิ

ขนาดภาพเสีย ยังมีมาโชว์ได้สวยๆ สงสัยถ้าแอมเปลี่ยนกล้อง เราคงไม่กล้าอวดรูปไม่เอาไหนของตัวเอง ภาพเล่าเรื่อง เรื่องเล่าภาพได้ดีเหมือนเดิม อ่านแล้วเหมือนได้เดินขึ้นเขาหลวงอีกครั้ง.....

เพียงแต่ครั้งนี้ ไม่ต้องปวดขา แค่นั้น อิอิ

 

โดย: จ.เจี๊ยบ ชอบอยู่ในเฟรม IP: 124.120.9.178 14 กันยายน 2553 20:58:38 น.  

 

แก ชั้นอยากออกเดินทางแบบนี้บ้าง
ยอมรับว่าตอนนี้เหนื่อยเหลือเกิน กับกำลังใจที่จะก้าวไปเส้นทางนี้ มันหนัก มันท้อ มันล้า และอะไรมากมาย

 

โดย: ต้นไม้ในกอไผ่ IP: 222.123.159.185 14 กันยายน 2553 22:13:34 น.  

 

ชอบอารมณ์ของภาพ การใช้โทนสีประกอบ และการเล่าเรื่องของแอมจังเลย อ่านแล้วทำให้รำลึกถึงความประทับใจวันวาน ^^

 

โดย: อาร์ท อยู่ในเฟรมพอดี IP: 125.25.212.121 14 กันยายน 2553 22:39:09 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม




พี่กิจชอบดูรูป
ดูรูปแล้วดูคนที่ถ่ายภาพ

ภาพในบล้อกนี้ก็บอกอะไรบางอย่าง
เกี่ยวกับตัวตนของน้องแอม


ภาพสวย ทิ้งระยะห่างให้ได้รู้สึกถึงความว่าง
ความเบาสบาย และมวลอากาศ

พี่กิจรู้สึกแบบนี้เวลามองดูภาพน้องแอมครับ






 

โดย: กะว่าก๋า 15 กันยายน 2553 7:27:05 น.  

 

แฮ่กๆ ปีนขึ้นเขาหลวงตามน้องแอม เดินเร็วจังวุ้ย
ไปเรื่อยๆ เดี่ยวก็ถึงปลายทาง อ๊ากกกก
ฮ่าๆ อ่านถึงตอนจบ ถึงรู้ว่าทำไมน้องแอมเล่าได้ยาวจัง

เที่ยวไป เอ๊ย อ่านไปแล้ว รู้สึกมีความสุขไปด้วยค่ะ
อยากจัดทริปไปอย่างนี้บ้าง แต่คงต้องตัดภูเขาไป ปันไม่หวาย แก่แย้ววววว 555
กำลังอยากไป กงไกรลาศ สุโขทัย น่ะค่ะ น้องแอม มีอะไรแนะนำเปล่า?

 

โดย: พี่พิ IP: 124.122.218.223 15 กันยายน 2553 9:24:04 น.  

 

ภาพยังสวยและบรรยายน่าอ่านเสมอ

ว่าแต่..ทำไมพี่อ่านตัวอักษรในคอมเม้นท์คนอื่นไม่ได้เลย


เวลาอ่านรีวิวทริปเดินป่า พี่อิจฉาเสมอนะ เพราะสังขารพี่มันไม่ไหวแล้วอ้ะ เฮ้อ..นึกถึงสมัยตัวเองเดินขึ้นภูกระดึงจริงๆ



แหะๆ เพราะก่อนหน้าที่พี่จะไป พี่พยายามจะหาข้อมูลจากตัวภายในพระที่นั่งว่ามีอะไรยังไง แต่หาไม่ได้เลยอ้ะ เชื่อปะ เว็บไหนก็ไม่มี พอไปเองแล้วซื้อหนังสือมา ก็เลยเอามาทำซะ จะได้เป็นข้อมูลให้คนอื่นเค้าบ้างน่ะจ้ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 15 กันยายน 2553 11:24:23 น.  

 



โหหห..ชอบเลย
ชอบสี ชอบอารมณ์ของภาพถ่าย
ภาพสวย และ สวยทุกภาพค่ะ

เห็นด้วยกับคุณก๋าค่ะ
ภาพบอกความเป็นตัวตนของคนถ่ายได้พอควร
ที่รู้ ๆ คือร่าเริง สดชื่น และมีลูกทะเล้น ฮานิด ๆ
มีความสุขด้วยคนค่ะ

ไว้แวะมาดูอีก
ชอบ
^^

 

โดย: ภูเพยีย 15 กันยายน 2553 11:25:57 น.  

 

ทางชัน
ทางไกล
เบื้องหน้า
เบื้องหลัง

เหนื่อย
ร้อน
ฝนตก
หนาว แต่ฉันก็อุ่นใจเพราะมีเธอ

โรแมนติกมากกกกก....ชอบแฮะ

เป็นอีกที่นึง ที่น่าไป..เพิ่งรู้จัก

รูปสวยมาก.....กก กล้องฟิลม์รึป่าวอ่ะ คุณแอม

 

โดย: 1 IP: 183.89.135.26 15 กันยายน 2553 21:28:55 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม








 

โดย: กะว่าก๋า 16 กันยายน 2553 6:41:33 น.  

 

ขอบใจสำหรับ ประสบการณ์ทางอ้อม สำหรับคนไม่มีโอกาสได้ไปเอง ขอบใจสำหรับภาพสวยๆ และบรรยายดีๆที่คุ้นเคย วันหนี่งเมื่อมีโอกาส อยากจะขอร่วมเดืนทาง ไปในขุนเขา ทิวไม้ ของบ้านเรา ด้วยความคิดถึงเสมอ

 

โดย: oh gino IP: 115.128.48.187 16 กันยายน 2553 7:44:38 น.  

 



ดี.มาชมภาพงามงาม
และ มารับคุณแอมไปบล็อกดี.ด้วยค่ะ

 

โดย: d__d (มัชชาร ) 16 กันยายน 2553 11:35:50 น.  

 

มาทักทายตอนเช้าตรู่ครับน้องแอม


 

โดย: กะว่าก๋า 17 กันยายน 2553 5:59:02 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม

ธงบนยอดเขา
ธงไหว
หรือใจไหว






 

โดย: กะว่าก๋า 18 กันยายน 2553 7:22:35 น.  

 

หุหุหุ

พี่กิจอดนอนแบบน้องแอมไม่ได้แล้วนะครับ
เมื่อคืนเลี้ยงหมิงหมิงเหนื่อย
สลบไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ปิดคอม ไม่ได้อาบน้ำเลยล่ะครับ 5555


 

โดย: กะว่าก๋า 18 กันยายน 2553 8:26:10 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม





 

โดย: กะว่าก๋า 19 กันยายน 2553 6:35:18 น.  

 

อยากไปเดินป่าแบบนี้บ้างค่ะ

เราชอบเดินป่า เดินขึ้นเขา แต่ไม่ใช่แนวลำบากมากนัก

แต่ถ้าให้เลือกเดินป่ากับไปทะเล

บอกได้เลยว่า ไปป่าเขาลำเนาไพร ค่ะ

อ่านแล้วน่าสนใจ ดูไม่ไกลจาก กทม นัก จะลองหาข้อมูลเพิ่ม

เผื่อจะหาทางไปมั่งค่ะ

 

โดย: cottonbook 19 กันยายน 2553 10:16:02 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม




 

โดย: กะว่าก๋า 20 กันยายน 2553 6:39:31 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม






 

โดย: กะว่าก๋า 21 กันยายน 2553 6:07:33 น.  

 

ดูรูปแล้วน่าสนุกสนานแบบโหดๆนะคะ : )

ชอบเรื่องบรรยาย มีข้อความคมๆให้กินใจเยอะเลยค่ะ

 

โดย: BeachBum IP: 122.104.127.136 21 กันยายน 2553 12:09:39 น.  

 

มาทบทวนบททดสอบเก่าๆ เดินป่า เที่ยวป่า ถ่ายรูปป่า นอนป่า ทำกับข้าวป่า และสารพัดป่า ...

อ่านบันทึกป่าแล้วคิดถึงตัวเองสมัยที่เป็น "น้องอ้น" ในทริปนี้ ยังเจี๋ยม เจี้ยม อยู่ทำอะไรดูเก้ๆกัง ดีที่พี่ร่วมทริปคอยเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นมาได้
หวังต่อไปให้น้องอ้นยังอยู่ร่วมทริป และมีน้องอ้นรุ่นต่อๆไปร่วมก๊วน โดยไม่สูญสลายกิจกรรมดีๆอยู่อย่างยาวนาน จนกว่าสภาพร่างกายเราจะไม่ไหว นะคะ

หวังว่าาคุณแอมคงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง จัดทริปเดินป่ารถเข้าไม่ถึง ไปในสถานที่บริศุทธ์ แปลกใหม่ และได้รสชาดของชีวิต เพื่อนำบันทีกน่าอ่านมาฝากเรื่อยๆให้คลายความคิดถึงอดีตเก่าๆด้วยนะคะ

ปล.ถึงรูปจะไม่ได้อย่างใจ แต่มันก้อมีส่วนร่วมให้เรื่องราวท่องไพรน่าสนใจไม่น้อยเลย ^^

 

โดย: ณ ขณะหนึ่ง 21 กันยายน 2553 12:35:37 น.  

 

รุ่นพี่กิจไม่มีวูบวาบแล้วครับน้องแอม 5555

 

โดย: กะว่าก๋า 22 กันยายน 2553 13:55:26 น.  

 

just fine เขียนหนังสือเหมือนถ่ายรูปเลย
ชัดทุกรายละเอียด
เก็บทุกมุมมอง
สามสิบเจ็ดล้านพิกเซลของการนำเสนอ
เต็มอิ่มกับความประทับใจ
เสมือนหนึ่งได้เดินทางไปด้วยกัน

ว่าแต่ว่าวันไหนนึกอยากเปิดคอสสอนถ่ายรูป
อย่าลืมบอกกันเน้อ
จะขอสมัครเป็นลูกศิษย์สืบทอดวิชา
ชัตเตอร์กระชากวิญญาณสักหลายกระบวนท่า

อิอิ

^^

 

โดย: jazz..a.a.minor 22 กันยายน 2553 16:19:40 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแอม






 

โดย: กะว่าก๋า 23 กันยายน 2553 7:24:39 น.  

 

แวะเข้ามาเขียนคอมเม้นท์ท้ายๆ
แอมจะได้รู้สึกว่าบล็อกนี้ยังไหวๆในใจ
พี่ว่าแอมถ่ายรูปสวยมาก
ตอนพี่ใช้กล้องฟิลม์ มีรูปสวยน้อยจนใจหาย
(พอย้ายบ้านพี่เลิกถ่ายรูปไปหลายปี เพราะค่าฟิลม์และค่าล้างแพงน่าใจหายอีกเช่นกัน)
ให้ไปถ่ายกล้องฟิลม์อีกตอนนี้ก็หวั่นใจ จะมีรูปดูได้กี่ใบกัน

พี่ชอบบรรยากาศตอนเดินป่า
จะรู้ว่าเราไม่ทิ้งกันก็ตอนนั้น
บางทีมันทั้งเหนื่อย ทั้งหิว ทั้งจุกจนพูดไม่ออก
น้ำก็หมดไปนานแล้ว รองเท้าก็พัง ทางก็ชัน
แต่ยังมีใครหลายคนที่เดินช้าๆเป็นเพื่อนเราไปจนถึงจุดหมาย แม้ว่าใครเหล่านั้นจะเดินเร็วล่วงหน้าไปก่อนก็ได้
ชอบตอนที่ขึ้นไปถึงยอด หรือตอนที่เดินไปถึงที่พัก
แล้วพบว่ามันสวยเสียจนลืมเหนื่อยไปจนหมดสิ้น
สวยอย่างนี้จะให้ขึ้นไปอีกก็รอบก็ยอม

เขาหลวงของแอมทำให้คิดถึงวันเก่าๆมาก
เป็นวันคืนที่ต่างจากงาน งาน งาน ตอนนี้เหลือหลาย
...
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
จะให้พี่ปีนเขาหลวงอีกรอบตอนนี้
เท่ากับแบกน้ำหนักที่ขึ้นมาอีกสิบโลจากเมื่อยี่สิบปีที่แล้วขึ้นไปด้วย
...
สงสัยว่าถึงมีโอกาส
พี่คงต้องคอยดูรูปของแอมอยู่ตีนเขาเป็นแน่แท้


ขอบคุณที่แอมเอารูปสวยๆและปันเรื่องไปเที่ยวของแอมให้อ่าน
แม้พี่จะย้อนอดีตไม่ได้
แต่ก็อ่านไปยิ้มไปอย่างสุขใจไปกับแอมเลยนะ

 

โดย: SevenDaffodils IP: 68.48.3.234 4 ตุลาคม 2553 10:34:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


I am just fine^^
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




How are you today? I am just fine,always.

If you have something to say, say it then out loud.


uP tO dAtE
17.11 ...real...

16.11 ซ่ อ น

12.11 เก็บใบไม้กิ่งไม้ที่ร่วงหล่นในสายน้ำ ก่อนปล่อยให้ลอยหายไป

26.10 ดอกไม้ในบ้านหลังหนึ่ง

22.10 อะไร อะไร

04.10 กระเป๋าเมาท์เจ้านาย

22.09 ...บ้าง...

21.09 เป่าหิน

14.09 เริ่มขึ้น-จบลง เขาหลวง, สุโขทัย

30.08 ถูกผิด

27.08 น้ำตาลหวานขม

20.07 A piece of paper :)

12.07 ย้อนวันวาน เชียงคานที่คิดถึง : )

09.07 ไปเชียงคาน...ระบายสีให้ชีวิต

28.06 The promise สัญญาว่าจะรอ

26.06 ตื่นสาย

14.06 พื้นพื้น



bY rEQuEst
* Isalnd of life/ Kitaro (P'house)
* How can you mend a broken heart/Al Green (P'tye)
*Love of my life/Queen (Bon Bon)
New Comments
Friends' blogs
[Add I am just fine^^'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.