Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
BMW เร่งผลิตซีรีส์ 5 - นำร่องซีบียู 535i-530d









 ค่ายใบพัดสีฟ้า “บีเอ็มดับเบิลยู” เขย่าตลาดรถหรูต่อเนื่อง เข็นรถรุ่นต่างๆ สู่ตลาดถี่ยิบ หวังเจาะทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้า จนปัจจุบันมีให้เลือกกันตาลายถึง 25 รุ่นย่อย มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะการออก “ซีรีส์ 5” รุ่นพิเศษ และรุ่นใช้น้ำมัน E20 พร้อมกับกดราคาลงมาแบบสุดๆ จนทำให้สต๊อกที่มีไว้รองรับถึงปลายปีหายเกลี้ยงก่อนกำหนด ต้องปรับแผนการผลิตเร่งขึ้นไลน์ประกอบ “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5” โฉมใหม่ ที่เดิมล็อกเวลาเปิดตัวไว้ช่วงปลายปี หรือต้นปีหน้า เลื่อนขึ้นมาเป็นปีนี้แน่นอน และเร็วกว่ากำหนดเดิมด้วย พร้อมกับเดินหน้าลุยอาศัยช่วงจังหวะตีเหล็กกำลังร้อน ยกขบวนรถซีบียูมาปั่นกระแสหนุนส่งช่วงครึ่งปีหลัง เริ่มตั้งแต่นำสปอร์ตโรสเตอร์ตัวแรง “บีเอ็มดับเบิลยู Z4 sDrive35is” มาตีกินไปเรื่อยๆ ในราคา 8.399 ล้านบาท และล่าสุดเอาใจแฟนๆ ที่ชื่นชอบรถอเนกประสงค์แบบครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก ด้วยการส่ง “X1” มาเป็นอีกทางเลือก เคาะราคา 3.399 ล้านบาท ก่อนที่กลางเดือนกรกฎาคมนี้จะถึงเวลาไฮไลต์ประจำปี เปิดตัว “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์5” โฉมใหม่ เวอร์ชันรถซีบียูบุกตลาดนำร่องให้กับรุ่นซีเคดี ข่าวสะพัดบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เตรียมนำเข้ามาครบทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล รหัส “535i” และ “530d” มาให้เลือกถอยโฉบเฉี่ยวก่อนใครๆ






มิคาเอล คอร์ดิส


       แม้จะไม่ร้อนแรงเหมือนตลาดรถยนต์ประเภทอื่นๆ แต่กลุ่มรถยนต์หรูหรายังคงอยู่ในแดนบวกได้ โดยยอดขาย 5 เดือนแรกของตลาดรถหรูปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีตัวเลขเติบโตอยู่ที่ประมาณ 15% ซึ่งส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดรถหรูยืนอยู่ในทิศทางเดียวกับตลาดรถยนต์ อื่นๆ ได้ น่าจะมาจากค่ายใบพัดสีฟ้า “บีเอ็มดับเบิลยู” ที่ช่วงครึ่งแรกของปีร้อนแรงเหลือเกิน สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึงกว่า 60% แม้หลายคนอาจจะมองว่ามาจากปฏิบัติการออกรุ่นพิเศษ “ซีรีส์ 5” พร้อมกับกดราคาลงมาล่อใจแบบสุดๆ เพื่อระบายสต็อกให้หมดก่อนโฉมใหม่จะมาปลายปีนี้ แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า ปีนี้บีเอ็มดับเบิลยูขยันผลักดันยอดขายอย่างยิ่ง ทั้งการแนะนำรถรุ่นพิเศษ รุ่นใช้น้ำมัน E20 และรถนำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ (CBU) ฉะนั้นความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยูในช่วงครึ่งปีแรก ย่อมต้องมาจากการวางแผนกลยุทธ์มาอย่างดีทีเดียว
     
       “ความสำเร็จสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูในปีนี้ มาจากการขยันแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และหลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ครบทุกโมเดลหลักไม่ว่าจะเป็น ซรี่ส์3, 5 และ 7 รวมถึงรถนำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศรุ่นใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันบีเอ็มดับเบิลยูมีสินค้าอยู่ในตลาดมากถึง 25 รุ่น จากเดิมที่จะมีเพียง 15-16 รุ่นเท่านั้น”
     
       “มิคาเอล คอร์ดิส” ประธานบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแรงผลักสำคัญที่ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยูประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ในปีนี้ แต่เพื่อยืนยันถึงการทำงานที่ผ่านการวางแผนมาอย่างดี จึงได้ย้ำกับ “ ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง” ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่คิดจะออกอะไรมาก็ได้ ทุกอย่างล้วนผ่านการศึกษาและวิจัยตลาด ทั้งจากตัวแทนจำหน่าย หรือดีลเลอร์ ตลอดจนถึงความต้องการของลูกค้ามาอย่างดี จึงจะทำการออกรถรุ่นใหม่ๆ ได้
     
       ไม่เพียงแค่ตอบสนองลูกค้าเท่านั้น คอร์ดิสยังบอกว่า บีเอ็มดับเบิลยูได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีอยู่ในต่างประเทศมาให้กับลูกค้าชาวไทย อย่างเช่นเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด Efficient Dynamicsที่ให้ความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่นั่นใช่ว่าบีเอ็มดับเบิลยูจะลืมเรื่องสมรรถนะ และความสมบูรณ์ในการขับขี่ อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูไป โดยยังคงรักษาและพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มเรื่องของการประหยัดเชื้อเพลิง และลดภาระให้กับผู้บริโภค ดังจะเห็นได้จากการแนะนำรถใช้น้ำมัน E20






ซีรีส์5 โฉมใหม่


       เมื่อถามถึงสาเหตุสำคัญมาจากการแนะนำ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์5 รุ่นพิเศษ พร้อมกับลดราคาลงมาหรือไม่?... คอร์ดิสยอมรับว่า ซีรี่ส์ 5 รุ่นพิเศษเป็นส่วนขับเคลื่อนหนึ่งที่สำคัญ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่อยู่ดีๆ จะทำออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะต้องผ่านการศึกษาความต้องการ และจำนวนกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนเสียก่อน เมื่อทราบว่ามีจึงจะแนะนำรถออกมา ไม่ใช่สาเหตุจากการลดราคาอย่างเดียว
     
       “แนวทางนี้จะมีในรถรุ่นอื่นๆ หรือไม่ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า และฤดูการขาย ซึ่งหากดูช่วงเวลาของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 และ 7 ยังไม่น่าจะใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะยังใหม่สดอยู่และลูกค้าก็ยังต้องการอุปกรณ์ที่ครบครัน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของตัวสินค้า อาจจะมีลูกค้าบางกลุ่มที่ไม่ต้องการ และขอเลือกราคาลดลงแทน ดังนั้นจึงไม่ปฏิเสธทีเดียวว่าจะไม่ใช้กลยุทธ์นี้อีก ”
     
       จากความสำเร็จทางด้านยอดขาย โดยเฉพาะบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 รุ่นปัจจุบัน (รหัส E60/E61) ที่ประเมินว่าน่าจะทำตลาดได้ถึงปลายปี หรือต้นปีหน้า ใกล้เคียงกับระยะเวลาการเปิดตัวโมเดลใหม่ของซีรีส์ 5 (รหัส F10)ในไทยพอดี แต่ความต้องการของตลาดมากกว่าที่คาดไว้ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อจะได้ทำการปรับไลน์ผลิตรองรับโฉมใหม่แทน คาดว่าจะหมดเร็วกว่าที่ประเมินไว้







       “เดิมบีเอ็มดับเบิลยูประเมินไว้ว่า จะแนะนำโมเดลใหม่ของซีรี่ส์ 5 รุ่นประกอบในประเทศ (CKD) ประมาณช่วงปลายปีนี้ หรืออย่างช้าช่วงต้นปีหน้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราจำเป็นต้องปรับแผนงานอย่างเร่งด่วน ด้วยการเร่งขึ้นไลน์ผลิตซีรีส์ 5 โฉมใหม่ให้เร็วขึ้น เพื่อไม่ให้กระแสความต้องการของลูกค้าขาดช่วงไป โดยจะเปิดตัวภายในปีนี้แน่นอน และเร็วกว่ากำหนดเดิมที่วางไว้ด้วย ส่วนรายละเอียดช่วงเวลาคงไม่สามารถเปิดเผยได้ขณะนี้” คอร์ดิสกล่าว
     
       นั่นเป็นรถยนต์ที่ขึ้นไลน์ประกอบในประเทศ แต่อย่างที่บอกบีเอ็มดับเบิลยูเดินหน้าลุยตลาดรถหรูเต็มที่ ด้วยการส่งรถยนต์หลากหลายทางเลือกให้กับลูกค้า แน่นอนรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศ หรือรถซีบียู (CBU) เป็นอีกหมัดเด็ดของบีเอ็มดับเบิลยู แม้ตลาดจะไม่มากมายนัก แต่กับนโยบายพยายามเจาะลูกค้าทุกกลุ่ม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทยนำเข้ารถซีบียูรุ่นใหม่ๆ มาแนะนำสู่ตลาดต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อต้นปีได้มีการประกาศเล่นบทแข็ง ไม่ยอมรับซ่อมและรับประกันให้กับรถบีเอ็มดับเบิลยู ที่ไม่ได้มาจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นอีกมาตรฐานการที่จะช่วยผลักดันให้รถซีบียูของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ขยายตัวมากนักขึ้น






Z4 sDrive35is


       แต่เรื่องนี้คอร์ดิสขอชี้แจงทำความเข้าใจทันที… “บีเอ็มดับเบิลยูไม่ได้มองเรื่องยอดขายแต่อย่างใด สิ่งที่เราประกาศออกไปเพราะห่วงภาพลักษณ์ของแบรนด์และลูกค้า เนื่องจากเป็นที่ทราบกันรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูโมเดล 2010 เป็นต้นไป ล้วนใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และในยุโรปได้มีการกำหนดมาตรฐานไอเสียระดับยูโร5 แต่ขณะที่น้ำมันในไทยยังอยู่แค่ระดับยูโร3 ดังนั้น รถที่ผลิตในยุโรปจึงต้องผ่านมาตรฐานของเขา และเมื่อมีผู้นำเข้ามาแบบสำเร็จรูปเลย โดยไม่ผ่านการปรับเซ็ตอุปกรณ์ให้ตรงกับมาตรฐานน้ำมันไทย เหมือนกับที่การนำเข้ารถซีบียูของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ อาจจะเสียหาย หรือซอฟแวร์ที่คุมการทำงานรถทั้งหมด ไม่รู้จักหรือปฏิเสธจะทำให้รถมีปัญหาได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นลูกค้าไม่ได้ไปต่อว่าผู้นำเข้าอิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ต แต่จะมาโทษบีเอ็มดับเบิลยูในฐานะเจ้าของแบรนด์แทน”
     
       หลังจากได้ขอย้ำทำความเข้าใจถึงสาเหตุของประกาศดังกล่าวแล้ว คอร์ดิสจึงได้เปิดเผยถึงแผนการนำเข้ารถซีบียูรุ่นใหม่มาทำตลาดในไทยช่วง ครึ่งหลังของปีนี้ แม้จะไม่ทั้งหมดบอกได้เพียงรถรุ่นที่จะเปิดตัวใน 1-2 เดือนข้างหน้านี้ แต่ก็ทำให้แฟนพันธุ์แท้ของค่ายใบพัดสีฟ้า ได้มองเห็นทางเลือกในการถอยรถรุ่นใหม่บ้าง
     
       “ที่เพิ่งแนะนำสู่ตลาดไปเป็น บีเอ็มดับเบิลยู Z4 sDrive35is สปอร์ตโรดสเตอร์ที่รู้จักกันดี ซึ่งรุ่นนี้ได้มีการปรับปรุงเรื่องสมรรถนะและกำลังให้ดีขึ้น โดยมีราคาอยู่ที่ 8.399 ล้านบาท และในเดือนกรกฎาคมนี้จะแนะนำสู่ตลาดอีก 2 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20dและไฮไลต์สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่” คอร์ดิสกล่าวและว่า






X1 sDrive20d


       ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20dเครื่องยนต์ดีเซล 2000 ซีซี 177 แรงม้า ซึ่งได้มีการนำเข้ามาเผยโฉมในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2010 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่นี่ถือเป็นการเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการ โดยวางราคาจำหน่ายอยู่ที่ 3.999 ล้านบาท และกลุ่มเป้าหมายจะแตกแต่งจากบีเอ็มดับเบิลยู X3 ที่เคยทำตลาด เพราะ X1 ไม่เชิงเป็นรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวี เรียกว่าเป็นครอสโอเวอร์ หรือออกแนวสปอร์ตมากกว่า ทำให้กลุ่มเป้าหมายจะเป็นคนหนุ่มสาวกว่าผู้ใช้รุ่น X3
     
       “ในส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ ถือเป็นรุ่นสำคัญในการทำตลาด เพราะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และอีกไม่นานก็จะมีรุ่นซีเคดีออกมา ดังนั้น การนำเข้ารุ่นซีบียูจึงเป็นการสร้างกระแสให้กัน โดยซีรีส์ 5 โฉมใหม่ที่จะนำเข้ามาทำตลาดจะมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อให้ลูกค้าเลือกตามความต้องการ แต่จะเป็นรุ่นไหนคงต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงประมาณกลางเดือน กรกฎาคมนี้”
     
       อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่าบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะนำเข้าเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่ 2 รุ่น คือ รหัส 535i เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ความจุ 3000 ซีซี มาพร้อมกับเทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า ทื่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 41.4 กก.-ม. ที่ 1,200-5,000 รอบ/นาที เร้าใจกับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 6 วินาที และอีกรุ่นบีเอ็มดับเบิลยู 530d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3000 ซีซี 245 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ แรงบิดสูงสุด 55.0 กก.-ม. ที่ 1,750 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 6.3 วินาที รวมถึงความเร็วปลาย 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง




  ...................................................................................................
.....................................................................................................................................
.....................................................................................................................................




Create Date : 30 มิถุนายน 2553
Last Update : 30 มิถุนายน 2553 14:23:40 น. 0 comments
Counter : 203 Pageviews.

Valentine's Month


 
kongrit1416
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add kongrit1416's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.