เมื่อเท้ามันคัน อะไรมันๆ จะเกิดขึ้น
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2561
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 มีนาคม 2561
 
All Blogs
 

อิตาลี : พิพิธภัณฑ์ che mi piace


พิพิธภัณฑ์ในกรุงโรมมีอยู่มากมาย หากเป็นคนชอบเดินพิพิธภัณฑ์มันคือสวรรค์ดีๆ นี่เอง เคยได้ยินเพื่อนฝรั่งบางคนมาอยู่โรมเกือบเดือนเพื่อเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะ ผมอยู่ที่นี่มาเกือบสามปีได้ไปแค่ไม่กี่ที่ แต่ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 10 แล้ว เป็นคนไม่ชอบเดินพิพิธภัณฑ์ครับ จดจ่อกับอะไรได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น 

วิธีการเลือกไปพิพิธภัณฑ์ในโรมของผมคือฟังเอาจากเพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมผมที่โรมนี่แหละครับ ถามๆ ว่าชอบที่ไหนที่สุด และแต่ละที่มีอะไรบ้าง สองแห่งที่น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้มาเยี่ยมเยียนที่สุดน่าจะไม่พ้นพิพิธภัณฑ์วาติกันกับพิพิธภัณฑ์ Galleria Borghese

มีโอกาสได้เข้า Galleria Borghese อีกครั้ง แต่ที่แตกต่างจากครั้งก่อนคือครั้งนี้เขาอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ตามปกติแล้ว จึงได้มีรูปสวยๆ มาให้ดูกัน 


ภาพวาดบนเพดานตึกที่โถงทางเข้าก็อ้าปากค้างแล้ว ศิลปะที่วาดได้เหมือนภาพ 3 มิติมาก ตอนแรกกะจะบอกว่ามาพิพิธภัณฑ์นี้ต้องหาไกด์ดีๆ เลือกรอบที่มีไกด์ภาษาอังกฤษถ้าภาษาอิตาเลียนท่านไม่แข็งแรงพอ แต่เท่าที่ไปมาสองครั้งและได้ยินมาจากคนอื่นๆ ไกด์ที่นี่มืออาชีพทุกคน ทำงานด้วยความสุข ใส่ใจ หาสิ่งใหม่ๆ มาเล่าเสมอ



รูปปั้นแรกที่รอต้อนรับผู้มาเยือนในโถงทางเข้าชื่อว่า Truth Unveiled by Time ไกด์เล่าว่าจริงๆ ต้องมีรูปปั้นที่ชื่อว่า Time อีกชิ้นหนึ่ง หญิงสาวเปลือยคนนี้จะต้องตกใจเมื่อความจริงบางอย่าง (หรือตัวหญิงสาวคือความจริง) ถูกเปิดเผยด้วยเวลา แต่เมื่อ Bernini ไม่มีโอกาสได้สร้างรูปปั้นเวลา จึงมีเพียงรูปปั้นหญิงสาวทำท่าเหมือนเห็นอะไรสักอย่าง


รูปปั้นงานชิ้นเอกเกือบทั้งหมดใน Galleria Borghese เป็นผลงานของ Gian Lorenzo Bernini หรือที่เรารู้จักสั้นๆ ในนาม Bernini นักปั้น (เรียกนักแกะสลักหินอ่อนจะถูกกว่า) สมัยยุคศตวรรษที่ 17 ตระกูลพระสันตะปาปา Borghese ซึ่งร่ำรวยมากๆ ในโรม มีวิลล่าเป็นของตัวเอง รับอุปถัมภ์ศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น รับอุปถัมภ์ก็หมายความว่าไปจ้างให้ศิลปินมาสร้างผลงานไว้ในวิลล่าของตนไว้โชว์แขกโชว์รวย บางอย่างเป็นของเก่าโบราณก็ใช้เงินซื้อบ้าง ไม่ได้ด้วยเงินก็ใช้วิธีบังคับขู่เข็ญต่างๆ บ้าง อย่างผลงานโมเสกชิ้นนี้ก็ไปยกเอามาจากที่อื่น



ส่วนผลงานภาพเขียนเป็นของหลากหลายศิลปิน ไม่ผูกขาดเหมือนงานแกะสลักที่เป็นของ Bernini เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพเขียนที่มีชื่อเสียง ชื่อว่า Boy with a Basket of Fruits วาดโดยศิลปินดังอย่าง Caravaggio การให้แสงและสีสวยงาม ใกล้เคียงความเป็นจริง ไกด์เล่าว่าภาพนี้ยังแฝงข้อความเกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิต ที่มีเกิดแก่เจ็บตาย โดยผลไม้ในตะกร้ามีทั้งดิบ สุก สุกงอม และใบไม้ที่เหี่ยวเฉา ก็ตีความกันไปครับ ศิลปะไม่มีคำว่าผิดถูกและศิลปินก็ไม่ได้อรรถาธิบายไว้


ภาพวาดเกี่ยวกับคริสตศาสนาภาพนี้วาดโดย Caravaggio เช่นกัน ในภาพมีพระเยซู พระแม่มาเรียซึ่งเท้าข้างหนึ่งเหยียบงูไว้ และอุ้มพระเยซูน้อย ส่วนคุณยายแก่อีกคนคือ เซนต์อาน แม้จะเป็นภาพวาดทางศาสนา แต่การที่วาดบุคคลสำคัญในคริสตศาสนามีความใกล้เคียงมนุษย์ และพระเยซูน้อยเปลือยล้อนจ้อนพร้อมปิ๊กกาจู้ชี้ลง และวาดเซนต์อานแก่ยับย่นขนาดนี้ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยในสมัยนั้น ภาพปิ๊กกาจู้และภาพเปลือยเนื้อนมที่สมัยนั้นคิดว่าทะลึ่ง รับไม่ได้ ไม่สมควรอยู่ในวาติกันซึ่งเป็นตัวแทนจักรวรรดิ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็จะมาอยู่ตามวิลล่าเศรษฐีเหล่านี้ เดี๋ยวจะเจออีกหลายชิ้น



ภาพ Sick Bacchus หรือเด็กป่วยของ Caravaggio เป็นชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง ว่ากันว่าศิลปินวาดตอนที่ตนเองป่วยหนักตอนย้ายที่อยู่จากมิลานบ้านเกิดมาทำมาหากินอยู่ที่โรม การศึกษาภาพวาดอย่างละเอียดในภายหลังระบุว่า Caravaggio น่าจะป่วยเป็ยโรคดีซ่าน แน่ล่ะ เหลืองเป็นพระลักษณ์ขนาดนั้น



รูปปั้นนี้จำไม่ได้ว่าของใครและมีความสำคัญอย่างไร ฟังไกด์ไม่ทัน บางช่วงพูดรัวมาก



คนรวยสมัยก่อนในบ้านจะต้องมีห้อง Egypt ไว้โชว์แขก เข้าใจว่าการมีอารยธรรมโบราณสำคัญของโลกในบ้านคงเป็นอะไรที่โก้จริงๆ ย้อนไปตั้งแต่ก่อนคริสตกาลจักรพรรดิ์ Augustus ก็ได้ยกทัพไปยึดครองอียิปต์ได้สำเร็จ คนยุคหลังอาจอยากสร้างอะไรเป็นอนุสรณ์ไว้ในบ้าน 

อันนี้เป็นผลงานของใครไม่สำคัญ ที่น่าสังเกตคืออวัยวะเพศชายของเด็กหนุ่มคนนี้ถูกสกัดออกไปเนื่องจากรูปปั้นนี้เคยอยู่ในวาติกันซึ่งร่างเปล่าเปลือยและเครื่องเพศเป็นของต้องห้าม สงสารน้องเขา หน้าตาดูเจ็บปวดทรมานขึ้นมาเลย ถ้าเคยไปวาติกันมิวเซียมแล้วจะเห็นรูปปั้นชายเปลือยจู๋หายเต็มไปหมด งานนี้ฉิบหายดีกว่าจู๋หาย


รูปปั้น Aeneas พาพ่อและลูกหนีทหารกรีกที่บุกยึดเมืองทรอย (งานนี้ Greek Mythology มาเต็ม) Bernini แสดงให้เห็นคน 3 เจเนอเรชั่น ปู่ พ่อ ลูก



ด้านหน้าก็ว่าสวยแล้ว ด้านหลังอลังกว่ามาก เพราะเห็นความแตกต่างของสรีระของคนทั้ง 3 วัย เด็กที่เนื้อนุ่มนิ่มเจ้าเนื้อ วัยผู้ใหญ่ที่มัดกล้ามเนื้อแข็งแรงชัดเจน แถมยังต้องอุ้มน้ำหนักพ่อตัวเองอีก ส่วนวัยชราก็โรยราเหี่ยวย่นไปตามอายุ แค่รายละเอียดกล้ามกับผิวพรรณของรูปปั้นก็เจ๋งมากๆ แล้ว 


งานชิ้นเอกอีกหนี่งชิ้นของ Bernini ชื่อว่า The Rape of Persephone คนรุมล้อมชมกันระดับหนึ่ง ต้องแหวกผู้คนเข้าไป


Hades เป็นเทพแห่งโลกใต้พิภพหรือนรกนั่นเอง มาหลงชอบ Persephone และเพราะความรักซึ่งทำให้เทพตาบอด ทำให้เทพ Hades ต้องมาลักพาตัว Persephone สาวสวยไปอยู่นรกด้วยกัน ก่อนจะไปถึงฉากนั้น มาดูหมาสามหัว หรือเจ้าตัว Ceberus ที่เป็นสัตว์เลี้ยงเฝ้าประตูนรกของ Hades หมาตัวนี้จากมุมหนึ่งมันมีแค่ตัวเดียว แต่พอไกด์พาเดินวนซ้ายไปเรื่อยๆ หมาประหลาดนี้จะค่อยๆ ปรากฏเป็นสองหัวและสามหัวในที่สุด  


ไกด์บอกว่าทิศทางของตัวละครในรูปปั้นนี้ดึงจุดสนใจไปสามทิศทางที่แตกต่างกัน หมาสามหัวก็หันไปทางหนึ่ง หน้าเทพ Hades หันไปอีกทิศ และร่างกาย Persephone ก็บิดไปอีกทางหนึ่ง จุดเด่นที่เป็นที่พูดถึงสำหรับรูปปั้นนี้คือมือของ Hades ที่บีบขาอ่อนและเอวของ Persephone มือมันจมลงไปในหนังเนื้อได้เสมือนจริงมากๆ 


ชื่อภาษาไทยของรูปปั้นนี้คือ การข่มขืน Persephone เป็นเรื่องเพศอย่างชัดเจน แต่รูปนี้ไม่มีความอนาจารย์เลย เหมือนจะเป็นศิลปะล้วนๆ แต่ไกด์บอกว่าดูดีๆ จะเห็นว่ามุมนี้ Caravaggio ได้ทำให้ผ้าเปิดให้เห็นขนเพชรและถุงอัณฑะของเทพ Hades เล็กน้อย 


masterpiece ชิ้นต่อไปคือ Apollo and Daphne เป็นรูปปั้นไซส์เท่าคนจริง มีความสมจริงสูง ถือโอกาสได้เล่าเรื่องที่เรียนมาไปด้วย Apollo เทพแห่งดวงอาทิตย์และอื่นๆ อีกมากมาย คือ เทพในตำนานกรีกองค์หนึ่งจะเป็นตัวแทนหลายอย่าง เทพองค์นี้ออกแนวขี้โม้ Cupid ไม่ชอบจึงได้ยิงศรแห่งความรักให้หลงรัก Persephone ส่วน Persephone เองก็ดันถูก Cupid ยิงศรแห่งความเกลียดเข้าใส่ นางจึงทำทุกอย่างเพื่อหลบหนีความรัก ลองคิดดูเทพที่ถูกทำให้ตกหลุมรักคนที่ไม่มีทางจะตกหลุมรักใครมันจะโกลาหลขนาดไหน 


Persephone สิ้นหวังจึงร้องให้พ่อช่วย พ่อก็ดีใจหายเสกให้ลูกกลายเป็นต้นไม้ รูปปั้นนี้คือตอน Persephone กลายร่างเป็นต้นไม้ครึ่งตัวแล้ว


สังเกตใกล้ๆ จะเห็นรายละเอียดฝีมือของ Bernini ได้ชัด ร่างกายท่อนล่างที่ค่อยๆ กลายเป็นต้นไม้ ขาเริ่มกลายเป็นเปลือกไม้ นิ้วเท้าเริ่มกลายเป็นรากเหง้า งดงามประทับใจมาก


ไกด์ให้สังเกตสองอย่างของรูปปั้นนี้ อันแรกคือส่วนหนึ่งของ Persephone ที่กลายเป็นกิ่งไม้แล้วได้เข้าไปเขี่ยจุดยุทธศาสตร์ขององค์เทพ ประมาณว่ายังไงเธอก็ทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก แกล้งให้เข็ดเลย นี่ๆๆ


ไฮไลท์ที่สองคือผ้าที่คลุมตัวเทพที่ปลิวไปตามแรงลม นอกจากความพริ้วของหินอ่อนที่แกะได้เสมือนเสื้อผ้าอาภรณ์แล้ว เรายังเห็นความสามารถของ Caravaggio ที่ทำให้ผ้า(หินอ่อน)ดูโปร่งแสงได้ มาถึงจุดผมขอน้อมคารวะปรมาจารย์ Bernini 3 ครั้ง


อันนี้เป็นผลงานที่คนนิยมดูหรือไกด์นิยมพามาที่ไม่ได้เป็นของ Caravaggio แต่เป็นผลงานของ Antonio Canova เป็นรูปแกะของ Pauline Bonaparte น้องสาวนโปเลียนซึ่งแต่งงานครั้งที่ 2 กับตระกูล Borghese 


นอกจากความสวยงามของ Pauline แล้วยังมีความสวยงามของ daybed ที่เธอนอนอยู่ด้วย ฟูกที่ยุบตัวลงรับกับน้ำหนักของเธอ Canova ก็ทำได้สมจริงไม่แพ้ Caravaggio 


ถามว่า Pauline เป็นผู้หญิงที่สวยขนาดไหน ไกด์บอกให้ดูจากรูปแกะสลักหงส์ซึ่งเป็น Zeus ที่แปลงกายมากับ Leda วางอยู่ไม่ห่างออกไป ตำนานเทพปกรณัมกรีกมีอยู่ว่า Zeus หลงรักนาง Leda มาก จึงแปลงกายลงมาเป็นหงส์มาเกี้ยวพาราสีและสมสู่กับนาง ผู้ปั้นอยากให้เชื่อว่า Pauline เป็นบุตรของมหาเทพกับนาง Leda


David เด็กหนุ่มที่กำลังขว้างหินใส่ยักษ์ Goliath สิ่งที่ไกด์ให้สังเกตและมีความแตกต่างจากงานชิ้นอื่นๆ คือ สีหน้าของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเครียด ความมุ่งมั่น หลากหลายอารมณ์


ยังเห็นกล้ามเนื้อของเด็กหนุ่มที่ขดยืดเตรียมพร้อมขว้างหิน และ Bernini ได้เปิดเผยให้เห็นส่วนหนึ่งของเครื่องเพศของเด็กหนุ่มเนื่องจากผ้าที่หลุดลุ่ยลง


ภาพนี้วาดโดย Rafael หนึ่งในศิลปินเอกของอิตาลี แสดงออกถึงความโศกเศ้าอาดูรหลังจากที่พระเยซูถูกปลดลงมาจากไม้กางเขน สีหน้าความโศกเศร้าของคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดแสดงออกมาอย่างสมบูรณ์



ผลงานศิลปินท่านใดไกด์ไม่ได้กล่าวไว้ เพียงเป็นผลงานศิลปะที่วิธีการสรรค์สร้างน่าสนใจ เป็นการนำเอาโมเสคชิ้นเล็กๆ มาแปะต่อๆ กันจนกลายเป็นภาพ Cardinal Scipione เจ้าของ Villa Borghese มีความยากคือทำผิดไม่ได้เลย และมีการเล่นแสงเงาบนเสื้อด้วย


ผลงานชิ้นแรกที่ Bernini สร้างขึ้นเมื่อเขาอายุได้เพียง 14 ปี นึกย้อนไปว่าตอน 14 ปี ผมปีนต้นมะม่วงหิมพานต์เก็บเม็ดไปคั่วอยู่แถวบ้าน ก็ไม่แปลกที่เขาเติบโตมาเป็นศิลปินใหญ่โตในยุคสมัยเขาและมีผลงานดีๆ ให้คนรุ่นหลังเสพ


ภาพวาดฝีมือ Domenichino เป็นภาพ Diana เทพแห่งการล่าสัตว์ ในภาพปรากฏ actions ต่างๆ มากมายในระหว่างการล่าสัตว์ของเทพดังกล่าว ในสมัยที่ยังไม่มีวีดิโอบันทึกภาพแต่ทุกองค์ประกอบมีส่วนร่วมในการล่านี้  


ภาพโป๊วับๆ แวมๆ แบบนี้จะไม่สามารถปรากฏอยู่ในวาติกันได้ แต่ Cardinal Scipione สามารถซื้อมาเก็บไว้เป็น collection ส่วนตัวได้ ไม่มีใครว่ากระไรนะออเจ้า


ภาพนี้ไกด์ให้ทายเล่นๆ ว่าผู้หญิงคนไหนเป็นตัวแทนโลกีย์และคนไหนเป็นตัวแทนจิตวิญญาณ พวกเราเดาว่าผู้หญิงเกือบเปลือยเป็นตัวแทนโลกีย์กันเกือบทุกคน แต่ไกด์เฉลยตรงกันข้ามโดยให้สังเกตสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ไกลออกไปด้านหลังผู้หญิง ฝั่งหญิงเปลือยเป็นโบสถ์ ฝั่งหญิงสูงศักดิ์เป็นปราสาท


ภาพวาดโดย Zucchi เป็นตอนที่ Psyche จุดตะเกียงส่องดูหน้าชายที่หลับนอนกับตนมานาน โดยชายคนดังกล่าวไม่ยอมเปิดเผยตัวตนมาตลอด แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ผู้หญิงทนไม่ไหว เมื่อส่องดูก็ปรากฏว่าเป็นเทพผู้แผลงศรรัก Cupid เมื่อเทพรู้ตัวจึงได้หนีไป ทำให้ Psyche ต้องออกตามหารักของตนเองกลับคืนมาอย่างยากลำบาก ตอนเรียนเรื่องนี้ก็ตีความกันไปสนุกสนาน ผู้หญิงอยากรู้อยากเห็น ผู้หญิงคือต้นตอของปัญหา ผู้ชายรักสนุกอย่างเดียว ผู้ชายเห็นแก่ตัว เซ็กส์มาก่อนความรัก และอื่นๆ 



ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภาพวาดโดย Bassano นี้คือ The Last Supper เป็นหนึ่งในภาพเกี่ยวกับศาสนาที่คนยุคนั้นนิยมวาดกันมากที่สุดและคนยุคหลังอย่างเราๆ มีการตีความกันมากที่สุด ไม่ว่าศิลปินจะทิ้ง clue ไว้หรือไม่ก็ตาม ไกด์ก็ถามคำถามเดิมกับพวกเราว่า เมื่อพระเยซูประกาศต่อสาวกว่าจะมีคนลอบปลงพระชนม์ท่าน คิดว่าใครคือคนๆ นั้น ไม่ได้ตอบคำถามไกด์แต่ชอบที่ไกด์อธิบายถึงสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ คือ หมาที่นอนเฝ้าอยู่ใกล้เท้าพระเยซู คอยดูแลห่วงใย และแมวที่ค่อยๆ ออกจากจากมุมมืดใต๊โต๊ะ หน้าตาไม่น่าไว้ใจ พร้อมจะทำร้ายมนุษย์ สัตว์สองตัวนี้ไม่มีในภาพ The Last Supper อื่นที่เคยเห็นมา










 

Create Date : 17 มีนาคม 2561
2 comments
Last Update : 18 เมษายน 2561 20:20:11 น.
Counter : 538 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณpermanent-love, คุณnewyorknurse

 



สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ

 

โดย: permanent-love 22 มีนาคม 2561 12:49:19 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ

 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ 20 เมษายน 2561 22:41:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Thaisoloclub
Location :
Rome Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




Friends' blogs
[Add Thaisoloclub's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.