คันฉ่องและโคมฉาย-หัวใจเศรษฐี (๒) เปลี่ยนเงินเป็นบุญ
“เศรษฐี” หมายถึง คนใจบุญ คนมีคุณธรรมที่ประเสริฐเลิศล้ำ “คนรวย” หมายถึง มหาธนวาณิช พ่อค้าที่ร่ำรวย หรือนายทุน แต่พ่อค้าสามารถเป็นเศรษฐีได้ หรือเศรษฐีก็อาจเป็นคนคนเดียวกันกับพ่อค้าได้เช่นกัน ถ้ารู้จัก เปลี่ยนเงินให้เป็นบุญ
เปลี่ยนทุนให้เป็นธรรม ถ้าพ่อค้าใหญ่คนไหน มหาวาณิชคนไหน ไม่รู้จักเปลี่ยนเงินให้เป็นบุญ เปลี่ยนทุนให้เป็นธรรม เขาเป็นได้แค่มหาธนวาณิช เป็นนายทุนใหญ่เท่านั้น เป็นคนมีเงินมากเท่านั้น แต่ไม่สามารถเป็นมหาเศรษฐีได้ แต่ถ้ามหาธนวาณิชคนไหนสามารถเปลี่ยนเงินให้เป็นบุญ เปลี่ยนทุนให้เป็นธรรมได้ รู้จักเปลี่ยนโลกิยทรัพย์ให้เป็นอริยทรัพย์ได้ เปลี่ยนทรัพย์ภายนอกให้เป็นทรัพย์ภายในได้ “มหาธนวาณิช” คนนั้นจะสามารถขยับฐานะตัวเองขึ้นมาเป็น “มหาเศรษฐี”
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นิตยสาร “ฟอร์บส์” ได้จัดอันดับ ๕๐๐ มหาเศรษฐีโลก ดูเหมือนจะมีเศรษฐีไทยสี่คน ได้รับการยกย่องให้เป็น ๑ ใน ๔ ของเศรษฐีจากเอเชียที่เป็นเศรษฐีใจบุญ เป็นนายทุนใจดี หนึ่งคือ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการมูลนิธิอมตะ ผู้ก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ฟอร์บส์ยกย่องว่า เขาสละเงินของตัวเองก่อตั้งเป็นมูลนิธิอมตะ ใช้เงินหลายร้อยล้านเพื่อกิจกรรมในการสร้างสรรค์พัฒนาศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รางวัลวรรณกรรมที่มอบให้นักเขียนคนสำคัญที่อุทิศตนสร้างผลงานมาทั้งชีวิต ก็คือรางวัลนักเขียนอมตะ รางวัลนี้มีวงเงินสูงถึง ๑ ล้านบาท ทั้งนี้ ก็เพราะต้องการพัฒนาวงการนักเขียนไทยให้สามารถสร้างสรรค์งานเขียน ที่มีค่าพอที่จะก้าวไกลไปในระดับโลกได้
นอกนั้นก็มี คุณเจริญ ศิริวัฒนภักดี คุณธนินท์ เจียรวนนท์ คุณเฉลียว อยู่วิทยา ทุกท่านนอกจากจะทำมาหากินแล้ว ยังแบ่งเวลาทำมาหาธรรมเพื่อสังคม โดยการก่อตั้งมูลนิธิ และบริจาคทั้งเปิดเผยและแบบปิดทองหลังพระ ปีหนึ่งหลายร้อยล้านบาท จนนิตยสารฟอร์บส์เห็นความสำคัญ ยกย่องเป็นมหาเศรษฐี ๑ ใน ๔ ของไทยที่เป็นเศรษฐีใจบุญนายทุนใจดีในระดับโลก นี่ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันนี้ ความจริงเศรษฐีไทยใจบุญที่นอกจากเป็นมหาธนวาณิชแล้วก็ยังเป็นมหาเศรษฐีเพราะยินดีในการเป็นผู้ให้ยังมีอีกมากที่ฟอร์บส์ยังมองไม่เห็น เป็นต้นว่าคุณบุญเกียรติ โชควัฒนา ผู้บริหารสูงสุดแห่งกลุ่มบริษัทในเครือสหพัฒน์ ก็เป็นมหาธนวาณิชที่พลิกตัวเองมาเป็นมหาเศรษฐีด้วยการให้มาไหนแต่ไรเหมือนกัน คุณบุญเกียรติ และครอบครัว บริจาคช่วยการกุศลทุกปี ปีหนึ่งเป็นเงินมหาศาล นี่ยังไม่นับเศรษฐีในกลุ่มบริษัทกัลปพฤกษ์ของตระกูลเตชะไกรศรี หรือเศรษฐีในกลุ่มบริษัทวิจิตราธานี ที่นำโดย คุณวิจิตรา สุขมงคล และบริษัทอมรินทร์ที่นำโดย คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ กลุ่มบริษัทโทรคาเดโร ที่นำโดย คุณดารารัตน์ มหาดำรงกุล รวมทั้งกลุ่มบริษัทคอสโมที่นำโดย คุณเมย์ คุณนฤพนธ์ คุณเกรซ มหาดำรงกุล คุณอุดม อุดมปัญญาวิทย์ แห่งบริษัทยูแทคไทย คุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ แห่งบริษัทเครือเนชั่นกรุ๊ป เป็นต้น บรรดามหาเศรษฐีไทยที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นเศรษฐีตัวจริงที่สามารถจับสาระสำคัญของการเป็นเศรษฐีว่า “รวยแล้วต้องให้ ได้แล้วต้องแบ่งปัน” ไว้ได้ จึงยินดีในการเป็นผู้ให้กันอย่างสม่ำเสมอ บางคนก็ให้อย่างเปิดเผย บางคนก็ให้อย่างปิดทองหลังพระ แต่ขึ้นชื่อว่าการให้แล้ว ไม่ว่าจะเปิดเผยหรือปิดทองหลังพระ ก็ควรแก่การสรรเสริญทั้งสิ้น
นอกจากนั้นในเวทีโลก มีมหาเศรษฐีอีกเป็นจำนวนมาก ที่รู้จักขยับฐานะจาก “มหาธนวาณิช” ขึ้นมาเป็น “มหาเศรษฐี” เช่น บิลล์ เกตส์ ใช้เงินจำนวนมหาศาลของตัวเองก่อตั้งเป็น “มูลนิธิบิลล์ แอนด์ มิลินดา” ซึ่งเป็นภรรยาของเขา วอเรนท์ บัฟเฟต ก็ร่วมบริจาคเงินจำนวนมหาศาลสมทบมูลนิธิของบิลล์ เกตส์ นักร้องร็อกสตาร์อย่าง บรูโน่ ก็เช่นเดียวกัน เขาตั้งมูลนิธิในชื่อของตัวเองแล้วบริจาคเงินมหาศาล ช่วยกิจกรรมการกุศลของทั่วโลก
ซูเปอร์สตาร์อย่าง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ และดาราฮอลลีวู้ดอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แองเจลินา โจลี, แบรด พิตต์, แอชลี จัดส์, ชาลิส เธอรอน, มาดอนนา และเจ็ทลี หรือเฉินหลง เป็นต้น ล้วนรู้จักเปลี่ยนความโด่งดังระดับโลกของตัวเอง ซึ่งตามปกติเป็นต้นทุนทางสังคมที่ช่วยทำให้ทำมาหากินกันอย่างคล่องๆ มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความดี ดาราคนสำคัญระดับซูเปอร์สตาร์เหล่านี้รู้จัก “เปลี่ยนความดังมาสร้างความดี” แก่มนุษยชาติ ด้วยการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เฮติ และกรณีอื่นๆ อีกมากมายหลายรายการ รวมกันแล้วกว่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่คือคุณค่าที่น่าชมของบิลล์ เกตส์, วอเรน บัฟเฟต และซูเปอร์สตาร์ชาวฮอลลีวู้ดทั้งหลาย
บุคคลที่กล่าวนามมาเหล่านี้ ก่อนหน้านั้นพวกเขาล้วนเป็นเพียงมหาธนวาณิช คือคนที่ครอบครองเงินทองมากกว่าคนอื่นในสังคมเท่านั้น แต่ครั้นรู้จักเปลี่ยนความร่ำรวยของตนเองเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนนมนุษย์ พวกเขาจึงเลื่อนฐานะตัวเองขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีผู้ประเสริฐกันอย่างถ้วนหน้า
ว.วชิรเมธี



Create Date : 25 ธันวาคม 2553
Last Update : 25 ธันวาคม 2553 9:07:54 น.
Counter : 426 Pageviews.

2 comments
  
โดย: deeplove วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:9:26:09 น.
  
อนุโมทนาบุญกับท่านทั้งหลาย

ยินดีจริงๆค่ะ ที่เห็นคนทำบุญกันแยอะ
โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:10:47:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Thus Spoke Eitthakorna
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ

"ใจทั้งปวง จงสงบเย็นเป็นสุขเถิด
การกระทำทั้งปวงของเรา จงยังใจทั้งหลายให้สงบเย็นเป็นสุขเถิด
ใจที่สงบเย็นเป็นสุขแล้ว ประเสริฐจริงหนอ
ใจทั้งปวง จงมีดวงตาเห็นธรรมเถิด..."
อะระหัง สัมมาสัมพุธโธ ภะคะวา, พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้เองชอบ, ตัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. ข้าพเจ้าอภิวาทกราบไหว้พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว, ตัง ธัมมัง นะมัสสามิ. ข้าพเจ้านมัสการกราบไหว้พระธรรมนั้น. สุปะฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค ที่ท่านปฎิบัติดีแล้ว, ตัง สังฆัง นะมามิ. ข้าพเจ้านอบน้อมกราบไหว้พระสงฆ์นั้น
ธันวาคม 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
26
27
28
29
30
31