Basic Sponge Cake ไม่เป็นไต ก้นไม่ยุบจ้า (ส่งการบ้านพี่ปุ๊ moopu และพี่ป้อ ~Just Relax~ ค่ะ)



ส่งการบ้านพี่ปุ๊ moopu กับพี่ป้อ ~Just Relax~ ค่ะ


Basic Sponge Cake สูตรนี้ดีจริงๆ น๊า ทำง่ายมาก แล้วก็ไม่เป็นไต ก้นไม่ยุบด้วยค่ะ


เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า ปกติเราจะทำแต่เนื้อชิฟฟ่อนซะเป็นส่วนใหญ่


ชิฟฟ่อนทำแล้วไม่เคยมีปัญหา แต่สปันจ์นี่ไม่ค่อยกล้าทำเท่าไหร่ เพราะทำเจ๊งบ่อยมากก


ไม่เคยเป็นไตเลย แต่ก้นยุบตลอด ไม่เข้าใจว่ามาจากสาเหตุอะไร


แก้ยังไงวิธีไหนก็ไม่หาย ก่อนหน้านี้ก็ทำเค้กสปันจ์เจ๊ง(ก้นยุบ)ไปเกือบสิบก้อน = ="


เพราะทำอยู่นั่นแหละ แบบว่าเป็นประเภทที่ถ้าทำไม่ได้จะทำจนกว่าจะทำได้ ไ่ม่ยอมอ๊ะ 55


เค้กที่ก้นยุบไปก่อนหน้านี้ก็ทำสูตรเค้กส้มในตำนานกับสูตรสปันจ์วนิลลาของพี่ Beebie ค่ะ


สูตรเค้าอร่อยมากเลยนะ ขนาดก้นยุบเนื้อเเน่น กินแ้ล้วยังรู้สึกว่าอร่อยเลย


แต่ไอ้เรามันฝีมือไม่ถึงเอง สองสูตรนี้จะมาแก้มือทีหลัง ตอนนี้พอจับจุดได้แล้ว


คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากช่วงที่ใส่เนยละลายและปัญหาจากเอสพี่


หวังว่าอนาคตคงจะทำสองสูตรนี้สำเร็จซะทีนะค๊า 


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley


มาต่อกันที่สูตร Basic Sponge Cake กันดีกว่า


เดิมทีต้นฉบับของสูตรนี้คือ  พี่ป้อ ~Just Relax~


แล้วพี่ปุ๊ moopu ทำการบ้านส่งพี่ป้อค่ะ แต่พี่ปุ๊ใช้น้ำมันแทนเนยละลาย


สูตรต้นฉบับนะคะ


แป้งเค้ก 90 กรัม


แป้งข้าวโพด 10 กรัม


ผงฟู 1 กรัม


ไข่ 3 ฟอง


น้ำตาล 100 กรัม


เอสพี 10 กรัม


เนยละลาย 50 กรัม > อันนี้ใช้น้ำมันพืชแทนเนยค่ะ ปริมาณเท่ากัน


กลิ่นวนิลา 2 ชช.


วิธีทำ


 - ร่อนแป้งเค้ก แป้งข้าวโพด ผงฟู ใส่โถตีค่ะ


- จากนั้นใส่น้ำตาล ตามด้วยไข่ไก่อีกสามฟอง และกลิ่นวานิลลาใส่ลงไปในโถตีอีกเช่นกัน


(ตอนนี้ในโถตีเราก็จะมีส่วนผสมคือ แป้งเค้ก แป้งข้าวโพด ผงฟูที่ร่อนไว้


มีน้ำตาล ไข่ไก่สามฟอง และกลิ่นวานิลลานะคะ)



- ตีทั้งหมดด้วยความเร็วต่ำจนส่วนผสมเข้ากันค่ะ คอยปาดอ่างด้วยนะคะ 


- พอตีความเร็วต่ำจนส่วนผสมเข้ากันแล้ว ก็ตีด้วยความเร็วสูงสุด 2 นาที


จะได้ส่วนผสมประมาณนี้ค่ะ 



- จากนั้นตัก sp ใส่ลงไป ตีด้วยความเร็วสูงสุดอีก 2 นาที


จะได้ส่วนผสมที่ฟูขึ้นและข้นแบบนี้ค่ะ รูปเรียงตามลำดับเลยนะคะ



แบบว่าถ่ายไว้หลายรูป อิิอิ



ข้นแบบเห็นรอยตะกร้อ



- ลำดับต่อมาก็ใส่น้ำมันพืชลงไปค่ะ ค่อยๆ เทเป็นสายจนหมด ใช้ความเร็วต่ำตีจนเข้ากันดี


จะเหลวขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ยังข้นอยู่ไม่ถึงกับเหลวมากนะคะ


ปาดอ่างซักหน่อย เผื่อน้ำมันนอนก้น แล้วก็ตีด้วยความเร็วสูงอีก 1 นาที


สุดท้าย ตีความเร็วต่ำ 1 นาที เพื่อตีตัดฟองอากาศค่ะ 



เทใส่พิมพ์เตรียมเข้าอบได้เลย ตอนเทออกมามันจะไหลทบไปทบมาเป็น ribbon stage นะคะ


กระแทกพิมพ์ไล่ฟองอากาศหนึ่งครั้ง เราเอาไม้จิ้มฟันมาลากๆ ให้หน้าเสมอกันนิดหน่อย 



อบที่อุณภูมิ 180c ไฟล่าง ใช้เวลา 40 นาทีค่ะ (ก่อนหน้านี้วอร์มเตาเอาไว้ด้วยนะคะ ทำเสร็จจะได้พร้อมอบเลย) 


อบเสร็จแล้วเอาเค้กออกมาจากเตา กระแทกพิมพ์หนึ่งครั้งแล้วคว่ำบนตะแกรงรอจนอุ่นๆ เอาพิมพ์ออก


พักไว้ให้เย็น จะได้แบบนี้ค่ะ รอบนี้เค้กขึ้นฟูเท่าตัวเลย เต็มพิมพ์ ปลื้มๆ



สูงประมาณนี้ หน้าลอกงิ๊ แต่ไม่สนละ เดี๋ยวลอกออก



ซูมๆ ก้นไม่ยุบแล้ว เย้ๆ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง



พักไว้มาทำบัตเตอร์ครีมกับซอสสตอเบอร์รี่กันต่อดีกว่า


 ซอสสตอเบอร์รี่เรากะเอาอ่ะค่ะ ไม่มีสูตรนะ


วิธีทำก็แค่เอาสตอร์เบอร์รี่ (ของเราแช่เข็งไว้) มาใส่น้ำตาล น้ำมะนาวนิดๆ แล้วก็แอบใส่น้ำลงไปนิดหน่อย


เอาไปตั้งไฟ หมั่นคนนิดนึง กันไหม้ กวนให้ข้นๆ หนืดๆ ซักนิดก็ปิดไฟค่ะ


สีแด๊งแดงเนอะ ^^



พักส่วนของซอสสตอเบอร์รี่รอให้เย็นก่อน มาทำบัตเตอร์ครีมต่อดีกว่า


เราใช้สูตรบัตเตอร์ครีมของพี่แหม่ม tiara แต่ใส่นมข้นหวานแทนน้ำเชื่อมตามพี่เดียร์ anadiar ค่ะ


สูตรบัตเตอร์ครีม ตามลิ้งค์นี้ไปเลยค่ะ 



สไลด์เค้กเป็นสองแผ่น อยากได้แค่สองชั้นจ้า 



ฟองอากาศยังใหญ่อยู่นะ แต่ได้แค่นี้ก็พอใจละหล่ะ



ปาดครีมลงไปค่ะ ไม่ปาดหนามาก กลัวเลี่ยนเกิน



ใส่ซอสสตอเบอร์รี่ลงไป เกลี่ยให้ทั่วๆ (สีมันแดงเกินจนแอบน่ากลัวเหมือนกันนะนี่) 


ไม่ได้ใส่สีนะคะ สีธรรมชาติของเค้าเลย



ประกบเค้ก แล้วปาดครีมให้เรียบร้อยค่ะ ออกมาเป็นเช่นนี้ 


ไม่เรียบซักกะที เริ่มมึน เห็นพี่ปุ๊ปาดครีมแล้วเรียบมาก สวยสุดๆ


ไว้ค่อยฝึกกันต่อไป อิอิ (เศษเค้กอยู่ในถาด ถ่ายติดมาไม่สวยเลยแฮะ แง่วว)



ตกม้าตายตอนจบค่ะท่านผู้อ่าน ฮ่าๆ แบบว่าหาหัวบีบไม่เจออ่ะ


เพิ่งย้ายของมาบ้านใหม่มาจนหมด ไม่รู้ไปเก็บไว้กล่องไหน ยังไม่ได้รื้อหาเลย


ก็เลยหาอะไรใส่ไปพลางๆ ก่อน สรุปมาลงเอยที่ถุงพลาสติดใสตัดมุม


บีบวนๆ มันลงไป แล้วตัดซอสสตอเบอร์รี่หยอดลงไป 


แต่ด้วยความที่วนครีมเป็นวงเล็กไป หยอดซอสเยอะไป มันเลยไหลย้อยดังภาพ T^T


แป่ว เอาเถอะ รอบหน้าค่อยไปรื้อหัวบีบมาบีบให้ดีๆ รอบนี้ชั่วคราวไปก่อน



ซอสเยิ้มไม่งามเอาซะเลย ฮือๆ





เนื้อข้างใน หั่นออกมาให้ดูค่ะ นุ่มม ฟู แต่ใส่น้ำมันแทนเนย ก็เลยไม่มีกลิ่นเนย


คราวหน้าจะใส่กลิ่นนมเนยลงไปด้วย จะได้หอมๆ



สุดท้ายค่ะ




รูปเยอะไปหน่อยเพราะถ่ายมาเยอะ อิอิ


ใครที่ยังทำสปันจ์เค้กไม่สำเร็จ อยากให้ลองทำสูตรนี้ดูนะคะ


โดยเฉพาะคนที่ทำแล้วสปันจ์เค้กชอบเป็นไต ลองทำสูตรนี้เวิร์คเลยหล่ะ


ทำแล้วเป็นยังไงกันบ้าง อย่าลืมมาส่งบอกกันมั่งนะคะ ^^


วันนี้ดึกแล้ว ขอไปนอนก่อน สวัสดีค่าทุกคน


ปล. ขอบคุณเจ้าของสูตรดีๆ ทั้งพี่ปุ๊ moopu กับพี่ป้อ ~Just Relax~ นะคะ Smiley


ปล2. ขอบคุณพี่ดาวจ๋าด้วยค่ะ ที่ให้คำแนะนำในการทำสปันจ์เค้ก Smiley


ไว้คราวหน้าจะลองเค้กส้มในตำนานอีกรอบน๊า :D 








Create Date : 01 เมษายน 2554
Last Update : 1 เมษายน 2554 2:04:11 น.
Counter : 25029 Pageviews.

17 comments
  


สุดยอดมากกกกกค่ะ..
ดาวจ๋ามาให้กำลังใจนะคะ

ไม่มีอะไรพ้นความพยายามของเราไปได้แน่ๆค่ะ
โดย: ดาวจ๋า (satineesh ) วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:7:36:18 น.
  
เนื้อเค้กเนียนสวยเชียวค่ะ
โดย: never the last วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:8:12:52 น.
  
น่าทานจังเลยค่ะ
โดย: auau_py วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:8:24:34 น.
  
เคยเก็บสูตรนี้ไว้ แต่ยังไม่ได้ลองทำ สงสัย จะต้องลองทำดูคะ..


เค้กเนื้อสวยน่าทานจังคะ ..

ขอบคุณนะคะ
โดย: usana@77 วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:9:35:49 น.
  
ง่ายดีจริงๆ ค่ะ แถมใช้น้ำมันเป็นตัวช่วยด้วย นี่ก็สูดยอด เพราะทำให้เค้กไม่เป็นไต เพราะถ้าเราใช้เนยร้อนไปนิดก็โอละพ่อ

ของพี่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีใส่ทุกอย่างลงไปแล้วใส่เนยละลายทีหลังค่ะ แบบนี้ก็ง่ายและไม่เป็นไตด้วย

ส่้วนแยมที่กวนเอง มันอร่อยจริงๆ ด้วยน๊อ เพราะความหอมนี่มาอันดับหนึ่งเลย
โดย: pim&jae วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:11:34:37 น.
  
พี่ดาวจ๋า : ขอบคุณพี่ดาวจ๋ามากๆ เลยนะคะ ส่งหลังไมค์ไปรบกวนพี่ดาวจ๋าซะเยอะเลย แหะๆ ในที่สุดก็ทำได้ซะทีเนาะ ^___^

คุณ never the last , คุณ auau_py : ขอบคุณค่า ^^

คุณ usana@77 : ลองทำดูนะคะ ง่ายมากๆ เลย ทำแล้วเป็นยังไงอย่าลืมแว๊บมาเรียกให้ไปชมที่บล็อคบ้างนะคะ :D

พี่ pim&jae : มันดีตรงที่แช่เย็นแล้วเนื้อเค้กไม่แข็งเหมือนที่ใส่เนยด้วยอ่ะจ้า แต่ใส่เนยมันก็ดีกว่าตรงที่หอมกว่าใส่น้ำมันนี่หล่ะ ,,สตอเบอร์รี่ได้มาเยอะเลยจับเข้าช่องฟรีสไว้จ้า เก็บไว้ใช้ได้นานเลย เมื่อวานเลยแบ่งมากวนซะหน่อย ,,ปล. ยังไม่ได้ลองทำ cup wrapper เลยค่ะ แต่เข้าไปค้นหา cup wrapper ในเว็บแล้ว มีแต่น่ารักๆๆๆ ทั้งนั้นเลย
โดย: hisari~ วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:13:20:48 น.
  
ว้าวววว น่าหม่ำมาก ๆ เลยค่ะ

เนียนสวยงามมาก ๆ ค่ะ

โดย: นู๋ยู้ฮู้ วันที่: 1 เมษายน 2554 เวลา:20:39:05 น.
  
น่าทานจังเลยค่ะ
โดย: vekalover วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:20:54:21 น.
  
พี่ นู๋ยู้ฮู้ กับ พี่ vekalover ขอบคุณมากค่าา ^^
โดย: Hisari~ IP: 118.174.73.254 วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:20:30:11 น.
  
ดีใจจริงๆที่ได้อ่านwebนี้มากๆเลยค่ะ เพิ่งจะมาเปิดเจอค่ะ ขอให้กำลังใจให้เก่งๆขึ้นด้วยค่ะ
โดย: เจ้หย่งคนใต้แม่ของลูกสามคน IP: 183.89.26.32 วันที่: 5 เมษายน 2555 เวลา:14:47:01 น.
  
ดีใจจริงๆที่ได้อ่านwebนี้มากๆเลยค่ะ เพิ่งจะมาเปิดเจอค่ะ ขอให้กำลังใจให้เก่งๆขึ้นด้วยค่ะ
โดย: เจ้หย่งคนใต้แม่ของลูกสามคน IP: 183.89.26.32 วันที่: 5 เมษายน 2555 เวลา:14:47:03 น.
  
เนื้อเค้กเหนีวไหมค๊ะ ถ้าใส่แป้งตีพร้อมกัน กับระหว่างใส่แป้งตะล่อมทีหลังค๊ะ
โดย: หนุกหนาน IP: 110.168.1.35 วันที่: 8 สิงหาคม 2555 เวลา:12:18:12 น.
  
รบกวนสอบถามคะ บัตเตอร์ครีมที่ใช้ปาดหน้าเค้ก ทำไมเวลาที่ปาดเค้กเสร็จแล้วนำเค้กใส่ตู้เย็น พอออกมาตัดเนื้อบัตเคอร์ครีมแข็งคะ ท่านใดพอจะมีคำแนะนำบ้างคะ
ขอบคุณล่วงหน้าคะ
โดย: เจ้ายุ่ง IP: 27.55.13.38 วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:06:36 น.
  
คุณ เจ้หย่งคนใต้แม่ของลูกสามคน ขอบคุณมากๆ เลยค่า อ่านเจอคอมเม้นนี้แล้วดีใจเช่นกันค่ะ อิอิ

คุณ หนุกหนาน สูตรนี้ยังไม่เคยลองแบบใส่แป้งตะล่อมทีหลังเลยอ่ะค่ะ แต่คิดว่าใส่แป้งทีหลังน่าจะตะล่อมลำบาก มันเหนียว เดี๋ยวจะพาลคนไม่ทั่วเอา แต่คิดว่าไม่น่าต่างกันมากนะคะ

คุณเจ้ายุ่ง ครีมมันแข็ง เพราะว่ามีส่วนประกอบของไขมันค่ะ พวกเนย โดนความเย็นมันก็จะแข็ง เหมือนเราเอาเนยมาตั้งไว้ข้างนอกมันจะละลาย พอไว้ในตู้เย็นก็แข็งเหมือนเดิมค่ะ เป็นปกติจ้า ต้องตั้งไว้ข้างนอกก่อน ค่อยทาน

ขอโทษที่มาตอบช้านะจ๊า
โดย: hisari~ วันที่: 22 กรกฎาคม 2556 เวลา:16:47:57 น.
  
พิมพ์นี่ต้องทาเนยรองกระดาษไข มั้ยคะ แล้วเอาออกจากเตาแล้วคว่ำโดยที่ปล่อยพิมพ์ไว้อย่างนั้นก่อนเลยพออุ่นแล้วค่อยเอาออกหรอคะ
โดย: มด IP: 171.5.223.109 วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:17:37:20 น.
  
บางทีเราใช้แผ่นรองอบค่ะ กระดาษรองอบอะไรพวกนี้ แต่ถ้าหมดก็ใช้เนยทาพิมพ์แล้วใช้แป้งทำเค้กนี่แหละจ้า ใส่ลงไป เขย่าๆ ให้แป้งเคลือบพิมพ์แล้วเคาะออก เค้กไม่เคยติดพิมพ์เลยจ้า ^^
โดย: hisari~ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:44:46 น.
  
ไข่เบอร์ไรคะ

ขอโทษนะคะ พอดีมือใหม่ มะค่อยมั่นใจค่ะ
โดย: กุมารทอง IP: 192.99.15.166 วันที่: 23 ธันวาคม 2559 เวลา:16:12:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



hisari~
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




งานอดิเรกหลักๆ คือปลูกต้นไม้ ทำขนม ทำงานฝีมือและอีกมากมายจ้า ฮ่าๆ เยอะไปหมด ...ยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาในบล็อคนะคะ

เมษายน 2554

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30