Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
31 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
เอาธรรมะมาฝากอีกแล้วค่ะ วิธีปฐมพยาบาลความโกรธ

เราเห็นว่ามีประโยชน์ดี อ่านกันให้จบนะ จะได้จัดการกับความโกรธกันได้งัย


วิธีปฐมพยาบาลความโกรธขั้นพื้นฐาน (อันนี้เราคัดมาจากหนังสือธรรมของวัดไทยใน Denver นะค่ะ)

1. รีบออกมาจากสภาพที่ทำให้เธอโกรธ โดยการเดินออกมาจากคู่กรณีที่ทำให้โกรธ เรียกง่ายๆก้อคือ จงออกมาเสียจากสถานการณ์ที่คุกรุ่นไปด้วยไฟแห่งความโกรธให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นควรไปหาที่ที่จะทำให้ตัวเองผ่อนคลายและให้สบายใจ เช้น เข้าห้องน้ำไปล้างหน้า อาบน้ำ หรือทำงานอย่างอื่นเพื่อให้ผ่อนคลาย คุยกับเพื่อนที่รักและไว้ใจได้ซึ่งจะช่วยให้ความกดดันในใจลดระดับความเข้มข้นลง

หรือไม่เช่นนั้นก้อไปเล่นกีฬา รดน้ำต้นไม้ ฟังเพลงที่เธอชอบ แต่ไม่แนะนำให้ไปขับรถเล่นหรือเดินทอดน่องตามชายหาดเด็ดขาดและไม่ควรหันหน้าเข้าหาอบายมุขหรือสุรายาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ขาดสติและมันจะยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีก


2. ลดการติดต่อ การพูดตกปากรับคำ การเซ็นสัญญา การอนุมัติ และการเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆจนกว่าจะหายโกรธหรือจนกว่าอารมณ์โกรธเริ่มเย็นลงจนเข้าสู่ภาวะ "รู้เนื้อรู้ตัว" แล้ว เพราะการกระทำใดๆก้อตาม ในระหว่างที่ถูกความโกรธครอบงำนั้น จะทำให้ขาดความรอบคอบขาดคุณภาพ และจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ตามมาภายหลัง

3. อย่าคะนองกายโดยทุบตี ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่น หรือทำร้ายสิ่งของที่อยู่ใกล้หรือไกลตัว ควรกันตัวเองให้ออกมาจากของมีคมหรือของอันตราย เช้น มีด กรรไกร ปืน ยาพิษ ยานอนหลับ

4. อย่าคะนองวาจา โดยการโวยวาย ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ขึ้นมึงกูหรือด่าว่าคนที่ตนโกรธทั้งโดยตรงคือว่าต่อหน้า หรือโดยอ้อมเช้นว่าเปรียบเปรยกระทบกระทั้งมารดาบิดาหรือปมด้อยของฝ่ายที่ทำให้ตนโกรธ เพราะวิธีนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ไฟแห่งความโกรธลุกโชนและทำให้สถานการณืมันยิ่งเลวร้ายไปอีก

5. อย่าคะนองใจ โดยนึก หาวิธีการท้าทายคนที่ตนโกรธหรือรีบตัดสินใจทำการใดในขณะที่กำลังถูกความโกรธครอบงำ เพื่อแสดงอาการประชดคู่กรณี หรือแสดงท่าทียั่วยวนให้เขาเห็นว่าตนไม่ผิด ไม่กลัว ไม่สะทกสะท้าน หรือไม่สนใจ ไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่แม้แต่จะแสดงตัวให้คนอื่นเห็นว่าตนเองไม่โกรธทั้งๆที่ กำลังโกรธจนหูแดงหน้าแดง ตัวสั่น หัวใจเต้นแรงหรือกำลังพูดไม่เป้นประโยค

6. อย่าเข้าใกล้คนโง่หรือคนประเภท "นายว่าขี้ข้าพลอย" เป็นอันขาดเพราะเมื่อเราโกรธและต้องการที่ปรึกษา ซึ่งคนคนนั้นควรจะเป็นคนที่มีความรอบคอบ แต่คนประเภท "นายว่าขี้ข้าพลอย" มีแต่จะเออออห่อหมกไปตาม สุดท้ายอาจลงเอยด้วยการสนับสนุนให้ทำการร้านแรงแฝงโทษหนักขึ้นไปอีก

การที่เราโกรธแล้วหันหน้าไปปรึกษาคนโง่นั้น ก้อเหมือนกับคนป่วยหนักแล้วไปขอยาจากหมอเถื่อนมาทาน โอกาสหายย่อมมีน้อย แต่มีโอกาสตายสูงเพราะยาที่ทานเข้าไป เพราะงั้น ถ้าจะปรึกษาใครควรเลือกคนที่มีสติ ฉลาด มีวุฒิภาวะพอสมควรไว้ก่อนจะดีที่สุด

7.เตือนตนเอง หมายความว่า เมื่อเธอรู้ว่าตัวเองกำลังโกรธ หากสติยังมี เธอควรมองว่า "ดูสิเออ สภานภาพของเธอในตอนนี้เป้นพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่ ผู้บริหาร เธอมีสถานภาพสำคัญถึงเพียงนี้ แล้วดูเอาเถิด มาปล่อยตัวเองตกอยู่ในความโกรธเช้นนี้ ช่างน่าละอายเหลือเกิน นี้ยังดีนะที่ยังพอมีสติ ไม่งั้นหากพลาดพลั้งทำอะไรตามความโกรธนำไป คงจะเสียหายไปกันใหญ่ ครอบครัว สถาบัน หรืออะไรที่เราต้องดูแลคงจะเสียหายน่าดู"

8. ควรอาบน้ำชำระกายให้สะอาด ผ่อนคลาย และก้อไปนั่งสวดมนต์ที่เตียง หรือจะฟังเทปธรรมะเบาๆก้อได้ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา วิธีนี้มันเหมือนกับ เวลาจะทำชั่ว พอปรายตาเห็นพระที่ห้อยคออยู่ ก้อมีสติเตือนให้ถอยห่างมาจากความชั่วได้ทันท่วงที

9. อย่าดันทุรังเอาตัวเองไปนั่งสมาธิ ทั้งๆที่ใจกำลังโกรธ เพราะยิ่งนั่งจะยิ่งเครียด เพราะสภาวะที่อารมณ์ไม่ปกตินั้น ถึงจะพยายามนั่งสมาธิก้อยาก ที่จะทำให้ใจสงบได้ เหมือนรถที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูงถ้าคนขับแตะเบรกกระทันหัน จะทำให้รถพลิกคว่ำได้ มันจะเป็นอันตรายมากกว่าได้ผลดี คนที่โกรธอย่างแรงแล้วพยายามจะหยุดโดยการนั่งสมาธิมีโอกาสเป้นบ้ามากกว่าจะหายโกรธ



อ่านจบแล้ว ลองกลับมาย้อนนึกดูนะ ว่าตอนเราโกรธ เราจัดการกับความโกรธผิดไปกี่ข้อเอ่ย มีบ้างข้อเหมือนกันที่เราก้องงๆ ว่ามันไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย แต่ก้อลองทำๆตามไป มันก้อทำให้มีสติมากขึ้นนะ ลองดูแล้วกันนะค่ะ




Create Date : 31 ตุลาคม 2550
Last Update : 31 ตุลาคม 2550 11:25:40 น. 1 comments
Counter : 1251 Pageviews.

 
โชคดีที่เราเป็นคนไม่โกรธง่าย หรือแบบไม่รุนแรงขนาดนั้น

ขอคุณข้อธรรมะดีๆนะค่ะ ^^


โดย: saralove&Dan วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:12:09:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

farhome
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add farhome's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.