ธันวาคม 2556

1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เที่ยวญี่ปุ่น12วันวันที่สองเที่ยวภูเขาไฟอะโสะ
22 November 2013

สวัสดีค่ะ วันนี้กลับมากลับทริปวันที่ 2 ของทริป Japan 12 Daysวันนี้เรายังคงใช้ตั๋ว JR.Kyushu Northern Pass 5 Days 9000 Yen(คุ้มเนาะ)โดยเราออกจากสถานีคุมาโมะโตะแต่เช้า โดยที่เราจองที่นั่งบนขบวน Trans-Kyushu Limited Express 8.35 มีพนักงานรถไฟบริการให้แสตมป์ตรายางไว้บนการ์ดเป็นที่ระลึกดวยค่ะ รถไฟสายท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะมีลูกเล่นแบบนี้หลายขบวนนะคะ 



จากสถานีคุมาะโมะโตะใช้เวลาเดินทาง 1ชั่วโมง10นาทีก็มาถึงสถานีอะโสะ( Aso )เราสามคนรีบมุ่งไปที่ตู้ล็อคเกอร์เก็บกระเป๋าก่อนเลยค่ะเพราะกลัวตู้ใหญ่ไม่ว่างขึ้นมาจะยุ่ง เสร็จแล้วรีบเดินออกมาหน้าสถานีเพื่อขึ้นรถบัสให้ทันเที่ยว 9.52 (เที่ยวต่อไป10.40) ถ้าไม่ได้ลงระหว่างทางก็ให้ซื้อตั๋วที่สถานีได้เลยค่ะ หรือจะไปจ่ายบนรถตอนลงก็ไม่เป็นไรค่ะ 

นั่งรถบัสวิ่งเลาะภูเขาขึ้นไปเรื่อยๆประมาณ 40 นาทีผ่านทุ่งหญ้า ทีมีวัวอยู่กระจัดกระจายเดินเล็มหญ้าอยู่ค่ะ ตอนเราไปบางช่วงก็เป็นหมอกหนาแทบมองข้างทางไม่เห็น วันนั้นอากาศเย็นทีเดียวค่ะ



มาถึงสถานีขึ้นกระเช้าไปบนปากปล่องภูเขาไฟ ซื้อตั๋วแบบไปกลับค่ะแต่หากอากาศดีอยากเดินชมบรรยากาศจะเดินลงมาก็เห็นมีคนอื่นๆเขาทำกันนะคะ แต่เราขอนั่งกระเช้าลงดีกว่าเพราะลมแรงและอากาศหนาวเย็นทีเดียวค่ะ (ไม่ได้แต่งตัวมาหนามากด้วยค่ะ) กระเช้าออกทุกๆ 15 นาทีกระเช้าหนึ่งไปได้ทีละหลายๆคนค่ะ ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีค่ะ



พอเดินพ้นออกมาจากบริเวณสถานี Ropeway โอ้โห..ลมแรงและอากาศเย็นมากๆค่ะ เพราะว่าสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณพันสองร้อยกว่าเมตร (ถ้าจำไม่ผิด 1256เมตร) ได้กลิ่นกำมะถันโชยมาเป็นระยะๆ หรือใครสนใจอยากจะอุดหนุนซื้อผงกำมะถันกลับบ้านก็มีวางขายค่ะ 




บริเวณรอบๆทำทางลาดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวชมได้อย่างสะดวก โดยความเห็นส่วนตัวเราว่าถ้ามาเดินเที่ยวในหน้าร้อนจะสะดวกสบายกว่ามากเพราะอากาศคงไม่หนาวเย็นมาก มาวันนี้แทบไม่อยากเอามือออกมาถ่ายรูปเลยค่ะ ลมแรงน่ะค่ะ



ปากปล่องภูเขาไฟ Nakadake เป็น 1 ใน 5 ของภูเขาไฟ Aso ที่ยังกรุ่นอยู่ยังไม่สงบ ความยาวจากด้านตะวันออกไปด้านตะวันตก 18 กิโลเมตรเลยทีเดียวและจากทิศเหนือไปทิศใต้ ก็ 24 กิโลเมตร โฮ่ โฮ่ ใหญ่มาก เขาบอกว่าระเบิดครั้งใหญ่มาแล้ว 4  ครั้งค่ะ ถ้าช่วงที่ไม่มีควันครุกรุ่นออกมามากก็สามารถเห็นเป็นน้ำสีฟ้าสวยค่ะ ถ้าวันไหนสภาพอากาศไม่ดีหรือมีเหตุฉุกเฉิน สัญญาณเตือนภัยดังก็ตัวใครตัวมัน เอ๊ย..เขาก็ทำที่กำบังชั่วคราวไว้ให้ด้วยค่ะSmiley



เดินเที่ยวบนปากปล่องภูเขาไฟ



ข้างหลังสองหนุ่มนี้คือปากปล่องภูเขาไฟที่ยังคงไม่สงบ มีควันลอยเหมือนหมอกหนาๆกรุ่นอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็กลิ่นกำมะถันฉุนกึกเหมือนกันค่ะ ผู้ป่วยบางคนไม่ควรขึ้นมาหรือว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานค่ะอาจมีผลกระทบ



เที่ยวภูเขาไฟอะโสะ Mt.Aso ปากปล่องได้ฉายาว่า แกรนด์แคนยอนแห่งตะวันออก



เดินมาอีกด้านหนึ่งค่ะ นักท่องเที่ยวบางคนก็เดินสำรวจบริเวณรอบๆอย่างเป็นวงกว้างค่ะ บางคนก็เดินหายไปตรงภูเขาข้างหน้า



มีนักท่องเที่ยวพอสมควรค่ะ แม้ว่าจะเป็นวันธรรมดาถ้าใครมาช่วงปลายปีแบบเราเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวมาได้เลยค่ะ หนาวจริงๆ คุณแฟนกับคุณเพื่อนยังร้องเลยะค่ะ (เดินกันน้ำหมูกย้อยเลย ฮี่ ฮี่)



ขากลับเราแวะลงระหว่างทาง (ถ้าลงกลางทางค่าโดยสารรถบัสจะแพงกว่าค่าโดยสารไปและกลับเลยนิดหน่อยค่ะ) เราลงที่ป้าย Kuraserri เพื่อแวะกินมื้อเที่ยงและเดินเล่นซักหน่อยนึงค่ะ มีร้านอาหารและขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน เราไม่ทานเนื้อวัวเพื่อนสั่งเซ็ตปิ้งย่างเนื้อ ชุดหนึ่งก็ไม่แพง 1800 เยน



ขอเดินออกมาย่อยกลางสนามหญ้าโล่งๆหน่อยนะคะ เห็นคนญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งห้า หกคน เดินลิ่วๆ มุ่งตรงไปภูเขาด้านหลังไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรที่นั่นเดาเอาว่าเป็นน้ำตกเล็กๆ เพราะเหมือนเคยผ่านตาแว๊บๆ ใครรู้บอกทีนะคะ



เดินขึ้นมาบนเนินมองกลับไปตรงบริเวณร้านค้าค่ะ ก่อนเดินมาอย่าลืมไปดูที่ป้ายรถก่อนนะคะว่ารถเที่ยวต่อไปมีเวลาไหนบ้าง



ถ้าดิฉันขี่ม้าเป็นจะขี่ตะลุยไปในท้องทุ่งนี้แล้วค่ะ 



มองย้อนกลับขึ้นไปทางที่รถบัสวิ่งลงมา ปากปล่องภูเขาไฟควันยังคงครุกรุ่นหนาเหมือนตอนเราขึ้นไป


กลับมาที่สถานีอะโสะเพิ่งบ่ายสามโมงกว่า เราจองรถเป็นขบวนเวลา 16.13 เลยเดินเล่นบริเวณสถานี มุมซ้ายของภาพคือที่เราขึ้นรถบัสไปข้างบนเมื่อเช้านี้ค่ะ ด้านหน้าสถานีอะโสะมีวัวจำลองนอนอาบแดดอยู่เป็นสัญลักษณ์ เพราะเมืองนี้มีวัวพันธ์พื้นเมืองเป็นที่ขึ้นชื่อของแถบนี้ (คงที่คุณเพื่อนเราจัดการไปเมื่อกี๋นี้)



ติดกับสถานีมี Information Center และร้านจำหน่ายขายผลิตภัณท์พื้นบ้าน ขายของที่ระลึก อาหารเครื่องดื่มค่ะ และเจ้าคุมาม่งก็ยังมายืนต้อนรับอยู่ที่นี่ค่ะ



ถูกใจที่นี่ค่ะจัดบริเวณไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพัก หรือจะไปซื้อเบนโตะมานั่งกิน ตู้กาแฟอัตโนมัติ(ที่สามารถเลือกเติมระดับความเข้มของกาแฟน้ำร้อนหรือน้ำตาลได้) มีไวไฟฟรีด้วยค่ะ



ทานเสร็จก็อย่าลืมแยกขยะเก็บทิ้งกันให้เรียบร้อย ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่น่ารักกันนะคะ



ของขึ้นชื่อของเมืองนี้ที่เราไม่ได้ชิมนะคะ ซาละเปาไส้เนื้อม้า (ไม่รู้เจ้าม้าที่ตรงสถานี Kuraserri เมื่อกี๊หรือเปล่า)



ผักที่นี่ไม่แพงถูกกว่าในห้างสรรพสินค้าที่บ้านเรา



เรามาถึงเมืองเบปปุ (Beppu) ก็มืดแล้วเช็คอินที่ Hayashi Hotel โรงแรมราคาถูกอยู่ติดกับสถานีรถไฟ แล้วนั่งรถไฟจากสถานีเบปปุมาหนึ่งสถานีลงที่ Daigaku Beppu เพื่อไปกินซูชิสายพาน คัปปะ Kappa Sushi (จากสถานีไดกากุ เบปปุเดินต่อมาอีก 20 นาที)



เป็นร้านซูชิสายพานแบบราคาไม่แพงน่ะค่ะ รสชาติก็ไม่ได้ถึงกับเทพแต่ก็อร่อยพอทานได้ แต่ได้บรรยากาศแบบสนุกสนานกัน กดจิ้มๆสั่งบนจอข้างหน้าของใครของมัน ซูชิก็จะเสริพมาบนขบวนรถชินคันเซ็น ถูกใจนักท่องเที่ยวแบบเราSmiley



ถึงจะเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนแต่ก็ใช้ไม่ยากค่ะ แป๊บเดียวก็กดสั่งกันคล่อง กินกันไปตกคนละสิบจานประมาณคนละสี่ห้าร้อยบาท



กลับมาถึงสถานีเบปปุเดินเล่นกันต่อบริเวณรอบๆสักพักหนึ่ง พรุ่งนี้เรายังเที่ยวเมืองนี้ต่ออีกวันหนึ่งค่ะ



พบกันบล๊อกหน้านะคะ ขอบคุณที่ตามไปเที่ยวด้วยกันนะคะ

สวัสดีค่ะ Smiley



Create Date : 18 ธันวาคม 2556
Last Update : 20 ธันวาคม 2556 15:27:24 น.
Counter : 3460 Pageviews.

8 comments
  
สวัสดีค่ะ คุณจ๊ะัเอ๋...ดูรูปเพลินเลยนะคะ
สะดุดตรงเนื้อหน่ะค่ะ หิวเลยยยยยยย

โดย: ปรัซซี่ วันที่: 20 ธันวาคม 2556 เวลา:20:30:49 น.
  
แวะมาโหวตนะคะ เมื่อวานโหวตหมวดนี้ไปแล้ว ^^

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
hellojaae Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 21 ธันวาคม 2556 เวลา:17:17:26 น.
  
สวัสดีตอนบ่ายๆ วันหยุดครับคุณจ๊ะเอ๋ .....

ภูเขาไฟยังมีควันกรุ่นๆ อยู่เลยนะครับ แบบนี้ก็กลัวแจ็คพ็อตเหมือนกันเนอะ ว่าช่วงที่เราไปมันจะประทุรุนแรงรึเปล่า แต่ผมคิดว่าเขาน่ามีระบบการตรวจสอบและเตือนภัยที่น่าจะพอเชื่อถือได้มั้งครับ แบบว่าถ้ามีแนวโน้มจะประทุรุนแรง น่าจะห้ามคนไปเที่ยวอะไรประมาณนั้น .....

อากาศหนาวๆ ขนาดนั้น เป็นผมก็คงนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นลงเช่นกันครับ .....

โดย: NET-MANIA วันที่: 22 ธันวาคม 2556 เวลา:15:53:09 น.
  
รีวิว ได้น่าตาม รอยมากๆเลยค่ะ,, ไว้มีโอกาส อยากได้

ไปเยือนปาก ปล่องภูเขาไฟแบบนี้สักครั้ง
โดย: +Just An Ugly Woman+ วันที่: 23 ธันวาคม 2556 เวลา:22:46:40 น.
  
สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ

โดย: pantawan วันที่: 25 ธันวาคม 2556 เวลา:0:35:32 น.
  
สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ
มีความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรงนะคะ

border=0
โดย: pantawan วันที่: 1 มกราคม 2557 เวลา:0:42:53 น.
  
สวัสดีปีใหม่ครับ .....

ขอให้คุณจ๊ะเอ๋ มีสุภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการนะครับ .....


โดย: NET-MANIA วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:12:49:34 น.
  
แวะมาทักทายคุณจ๊ะเอ๋ค่ะ ^^
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 4 มกราคม 2557 เวลา:7:30:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

hellojaae
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]



เขียนบล๊อกเพราะอยากเขียน อยากแบ่งปัน ใช้วิธีจิ้มดีดจึงมีผิดๆถูกๆ (แม้จะพยายามตรวจทวนทุกครั้ง) เป็นบล๊อกอนุรักษ์รูปแบบเดิมๆคือเขียนไล่เรียงลงมา เพราะทำรูปแบบอื่นไม่เป็น 555 ยังเขียนต่อไปเพราะเห็นว่าก็ยังมีคนหลงๆเข้ามาอ่าน 555 สวัสดีและขอขอบคุณทุกคนค่ะ
Website counter