มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เที่ยวสวิสเองง๊ายง่ายวันที่ 9 วันเดียวเที่ยวสามเมืองดัง




สวัสดีค่ะ

บล๊อกนี้เป็นบล๊อกวันที่ 9 ของทริป 15 วันเที่ยวสวิสเองง๊ายง่ายค่ะ หลังจากไปมาหลายทะเลสาบ ขึ้นยอดเขาไปแล้ว 3 แห่ง (ไปตามอ่านบล๊อกเก่าได้นะคะ)

วันนี้ไปเที่ยวตามเมืองบ้างค่ะ

วันที่ 9 - Interlaken West - Neuchatel - Fribourg - Bern - Interlaken West

31/10/2558

ข้อดีของการปักหลักนอนที่ใดที่หนึ่งหลายคืน ไม่ต้องลากกระเป๋าไปมาเปลี่ยนที่นอนบ่อยๆ อาจต้องเสียเวลานั่งรถไปกลับบ้าง แต่เรายอมค่ะ เช้าตื่นมาออกไปเที่ยว ค่ำกลับมานอน

บรรยากาศยามเช้าบริเวณท่าเรืออินเทอลาเคนเวสต์

 

 จากอินเทอลาเคนเวสต์นั่งรถไฟมา 47 นาทีถึงเบิรน์ซึ่งเป็นชุมทางสายรถไฟประมาณว่า"หัวลำโพง" ไม่ว่าไปไหนเรายังคงใช้แอพพลิเคชั่น Google Map ค่ะ จะไปไหนๆก็ง่ายเลย

ลงที่เบิรน์เพื่อเปลี่ยนชานชาลาเพื่อต่อไปยังเมืองเนอชาแตลอีกประมาณ 49 นาที 

 

เมืองเนอชาแตล(Neuchatel) เป็นเมืองหลวงของรัฐที่มีชื่อเดียวกัน ค่อนมาทางฝรั่งเศส สถาปัตยกรรมทางนี้เลยออกไปทางฝรั่งเศสรวมถึงภาษาที่ใช้

เมืองเนอชาแตลตั้งอยู่ริมทะเลสาบเนอชาแตล วันนั้นเราจำได้ลางๆว่าเมื่อมาถึงสถานีรถไฟเนอชาแตลแล้วก็กระโดดขึ้นรถรางเลื่อนลงมาถึงย่านมหาลัยอะไรสักอย่าง แล้วจึงเดินมุ่งหน้าลงไปที่ทะเลสาบค่ะ

สวยค่ะ ต้นไม้สูงใหญ่เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองอยู่ริมทะเลสาบช่วงเดือนนี้

เดินเลาะริมทะเลสาบมาเรื่อยๆ 

 ผ่านบริเวณสวนที่อยู่ริมทะเลสาบ แถวนี้ใช้ภาษาฝรั่งเศศ ศัพท์พื้นๆบางคำสมัยเรียนม.ปลายที่ยังพอจำได้พอได้งัดเอาออกมาใช้ (นึกว่าคืนครูไปหมดเสียแล้ว)

จากที่จอดเรือเดินมาไม่ไกลจะถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะและประวัติของเมือง  

พิพิธภัณฑ์ศิลปะและประวัติของเมือง (Musee d'Art et d'History Neuchatel) นอกจากจะมีการจัดแสดงประวัติของเมือง ยังมีภาพเขียนของศิลปินอิมเพรสชั่นนิสต์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสอย่าง โกลด มอแน(Claude Monet),ปิแอร์-โอกุสต์ เรอนัวร์ Pierre-August Renoir และ กามีย์ ปีซาโร (Camille Pissarro) 

เดินชมเมืองจนมาถึงบริเวณที่ดูเหมือนชุมทางรถเมล์ เพราะมีป้ายรถเมล์อยู่บริเวณนี้เยอะมาก และมีป้ายบอกชัดเจนว่าป้ายนี้สายอะไรจอด อีกกี่นาทีสายอะไรจะมา อีกกี่นาทีสายอะไรจะออก 

เมื่อเทียบกับรถเมล์บ้านเราแล้ว มันช่างยอดเยี่ยมมากๆ 

ตรงจัตุรัสมีตลาดนัดไม่แน่ใจว่ามีเฉพาะเสาร์อาทิตย์หรือเปล่า

เดินเรื่อยมาตามถนน Rue de Chateau แต่เราดันพลาดที่ไม่ได้ไปปราสาทแต่มุ่งหน้ามาที่โบสถ์นี้" โบสถ์คอลเลกีอาเลอ" (Collegiale de Neuchatel) โบสถ์เก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12  

ใกล้ๆกันมีป้อมโบราณตั้งอยู่

 

 

 บริเวณโบสถ์ที่ติดกันกับสวนของปราสาทยังคงมีป้อมและกำแพงโบราณให้จินตนาการถึงความรุ่งเรืองในอดีต

 

บริเวณถนนรอบๆปราสาทและโบสถ์เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร คึกคัก

 

ขากลับเราไม่เดินแล้วค่ะ เราขึ้นรถบัสจากแถวๆที่เราว่าเหมือนชุมทางรถเมล์มาลงที่สถานี St-Blaise-Lac สถานีนี้หายากเหมือนกันค่ะ เพราะดูไม่ออกว่าจะมีสถานีรถไฟอยู่แถวนี้

 นั่งสาย 101 , 107 ลงที่ป้าย Sentier Gare CFF พอลงจากรถแล้วเดินตรงขึ้นมาสัก 200 เมตรเลี้ยวขวาตรงมาค่ะ

 จากเนอชาแตลนั่งรถไฟมุ่งหน้าสู่ไฟร์บวร์กผ่านทุ่งหญ้ามีเนินสูงบ้าง ต่ำบ้างสลับกันไปทำให้นึกถึงเมืองบิเอที่ฮอกไกโด อากาศวันนั้นไม่ค่อยแจ่มใส ฝูงวัวนอนเคี้ยวเอื้องอ้อยอิ่ง

ลงจากรถไฟลุงกับป้าก็พากันเดินชมเมืองผ่านย่านช้อปปิ้ง ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก อาคารบ้านเรือนคล้ายกับเมืองเนอชาแตลที่เพิ่งไปมา

 จุดหมายแรกคือมหาวิหารเซนต์นิโคลัสที่เห็นยอดสูงสไตล์์โกธิคตั้งอยู่ไกลๆ

มหาวิหารเซนต์นิโคลัส (St.Nicholas Cathedral) เริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคกลางค.ศ 1283 กว่าจะสร้่งเสร็จในปี 1490 มีหอที่มีความสูงถึง 74 เมตร สามารถขึ้นไปดูวิวเมืองมุมสูงได้นะคะแค่ขึ้นบันไดไปเพียง 365 ขั้น (เอง) แต่ลุงกับป้าขอบายเพราะหัวเข่าไม่ค่อยดี 

ประตูใหญ่ทางเข้าประดับด้วยภาพประติมากรรมนูนต่ำแสดงเรื่องการพิพากษาครั้งสุดท้าย(The Last Judgment)ตามหลักความเชื่อของศาสนาคริสต์

อีกไฮไลท์ที่สำคัญของมหาวิหารนี้คือหน้าต่างที่เป็นกระจกสี ซึ่งถือกันว่าเป็นงานที่ยอดเยี่ยมและสำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป 

ออกจากโบสถ์เดินอ้อมไปทางด้านหลังลงไปตามถนนเพื่อที่จะตรงไปที่สะพานซารินเงิน (Pont de Zaehringen)ที่ทอดข้ามแม่น้ำซาริน ชมวิวเมืองเก่าที่งดงาม

  อีกฝั่งมองไปยังคงเห็นหอสูงของมหาวิหารเซนต์นิโคลัส 

เมืองไฟร์บวร์กเป็นเมืองใหญ่และมีความสำคัญมาตั้งแต่ยุคกลาง อาคารบ้านเรือนสไตล์โกธิคและบารอคที่ยังคงมีสภาพแบบเดิมทำให้ย่านเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ตรงโค้งแม่น้ำซารินนี้มีชื่อเสียง 

ถ้าอยากได้บรรยากาศมากใกล้ชิดมากกว่านี้ก็ต้องนั่งรถบัสเข้าไปใจกลางย่านเมืองเก่าค่ะ แต่เราสองคนขออิ่มเอมกับมุมนี้ก็พอแล้ว มุ่งหน้าเดินทางต่อไปเมืองเบิรน์

กรุงเบิรน์(Bern)สมกับเป็นเมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เพราะหลายวันที่เดินทางในประเทศนี้ไม่เจอเมืองไหนคนเยอะเท่านี้ ผู้คนเยอะแยะพลุกพล่าน รถรางที่วิ่งไปๆมาๆอยู่เรื่อยๆ ร้านค้า นักท่องเที่ยวคึกคัก บรรยากาศเมืองหลวงโดยแท้  

เจอตลาดนัดอีกแล้วค่ะ  

ระหว่างทางจะมีน้ำพุและรูปปั้นในแบบที่ไม่ซ้ำกันเป็นศิลปะที่งดงามให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเป็นระยะๆ

รถรางที่นี่เขาวิ่งบนถนนแคบๆนี่แหละค่ะ คนเดินก็เดินไปรถมาก็หลบกัน รถไปแล้วก็เดินกันต่อ

จากหัวลำโพงเอ๊ยสถานีรถไฟเบิร์นเราเดินผ่านย่านธุรกิจคึกคักจนมาถึงหอนาฬิกา (Zytglogg) ที่มีหน้าปัดโบราณอันใหญ่ ซึ่งตรงจุดนี้นักท่องเที่ยวจะรอชมกันเยอะ เมื่อถึงเวลาตุ๊กตาก็จะหมุนๆ เมื่อจบจะแอบได้ยินว่า แค่นี้เหรอ จบแล้วเหรอ แอบผิดหวังกันเล็กน้อย ไม่เหมือนหอนาฬิกาที่ปรุงปร๊ากนะคะขอบอก

 ขี้เกียจเดินต่อแล้วค่ะ ป้ากะลุงเดินมาหลายวันเริ่มไม่ไหว ขอขึ้นรถเมล์ดีกว่า เลยถ่ายรูปมาให้เพื่อนๆดูตัวเอย่างค่ะเผื่อเพื่อนๆที่กำลังจะไป ที่ป้ายรถเมล์ก็จะมีบอกว่า จันทร์ถึงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และวันหยุด รถจะมาตอนไหนบ้าง จอดป้ายไหนบ้าง ปลายทางอยู่ที่ไหน ขึ้นง่ายกว่ารถเมล์บ้านเราเยอะ ประเทศเราต่างชาติมาไม่เซียนจริงขึ้นรถเมล์งงนะคะ

นั่งสาย 12 จากป้ายที่เลยหอนาฬิกามาลงที่ป้าย Barengraben ซึ่งอยู่ตรงหัวสะพานที่ชมวิวเมืองเก่าและบ่อหมีได้พอดีค่ะ   

กรุงเบิร์นเมืองเก่าสร้างมาตั้งแต่ 800 กว่าปีที่แล้วโดยมีแม่น้ำ Aare ล้อมรอบตัวเมือง ด้วยการรักษาดูแลอนุรักษ์เมืองเก่าให้มีสภาพคงเดิมไว้มากที่สุดเมืองเบิร์นจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

 

เป็นเมืองที่ยังคงรักษาความเป็นเมืองเก่าควบคู่ไปกับการเป็นเมืองหลวงได้อย่างสวยงาม

  เมืองสวยๆในยุโรปหลายเมืองตั้งอยู่บนโค้งแม่น้ำ

 เห็นหมีไหม..ที่บ่อหมีมีหมีสีน้ำตาลอยู่ 2 ตัว แต่เราเห็นหล่อนอยู่ตัวเดียวซึ่งดูเหมือนจะหงุดหงิด งุ่นง่านเดินไปเดินมา และเดินกลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลา

ถ้าอยากจะดูใกล้ๆก็สามารถเดินลงสะพานอีกด้านหนึ่งลงไปดูจากด้านหน้าได้นะคะ แต่ลุงกับป้าขอบายเพราะหัวเข่าไม่ค่อยดี เอิ๊ก เอิ๊ก  

นักท่องเที่ยวสนใจกับเจ้าหมีสีน้ำตาลที่นี่กันมาก หมีเป็นสุญลักษณ์ของเมืองนี้นะคะ 

บรรยากาศบนสะพานที่มีนักท่องเที่ยวเดินไปมาไม่ขาดสาย 

เดินมาดูวิวแม่น้ำ Aare ถนนเลียบแม่น้ำมีทางเล็กๆให้สามรถวิ่งออกกำลังกายได้ 

วิวอาคารรัฐสภาที่มีชื่อเสียงของกรุงเบิร์น ดูคล้าย "พระที่นั่งอนันตสมาคม"

 นั่งรถเมล์กลับมาลงแถวที่เดิม เจอกลุ่มประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวหน้าหนาวในพื้นที่ต่างๆ มีแจกไวน์แดง ขาว ฟรีถ้วยเล็กๆ และแผ่นทำความร้อนให้นักท่องเที่ยวเป็นที่ระลึก 

ก่อนกลับจากเบิร์นลองซื้อเพรสเซลที่สถานีรถไฟไว้เคี้ยวเล่นบนรถไฟ รสชาติแตกต่างจากเมืองไทย ไม่หวานเค็มๆมัน หิวๆก็พอช่วยได้ 

ขอบคุณทุกๆคนที่ร่วมติดตามและเข้ามาอ่านบล๊อกของเรานะคะ

พบกันใหม่บล๊อกหน้านะคะ

สวัสดีค่ะ

 




Create Date : 31 มีนาคม 2559
Last Update : 8 เมษายน 2559 13:25:57 น.
Counter : 1296 Pageviews.

0 comments

hellojaae
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



เขียนบล๊อกเพราะอยากเขียน อยากแบ่งปัน ใช้วิธีจิ้มดีดจึงมีผิดๆถูกๆ (แม้จะพยายามตรวจทวนทุกครั้ง) เป็นบล๊อกอนุรักษ์รูปแบบเดิมๆคือเขียนไล่เรียงลงมา เพราะทำรูปแบบอื่นไม่เป็น 555 ยังเขียนต่อไปเพราะเห็นว่าก็ยังมีคนหลงๆเข้ามาอ่าน 555 สวัสดีและขอขอบคุณทุกคนค่ะ
Website counter