มีนาคม 2553

 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
ไหว้พระ9วัดตัวเมืองเชียงใหม่วันมาฆะบูชาปี2553
วันอาทิตย์ที่28กุมภาพันธ์2553 วันนี้เป็นวันมาฆะบูชา ตั้งใจมาไหว้พระ9วัดที่เชียงใหม่นี้เลย

10.30 หลังจากกินอาหารเช้าที่โรงแรมฮอลลิเดย์อินน์เชียงใหม่ซึ่งซื้อมาจากงานไทยเที่ยวไทยในราคาไม่ถึงสองพันขอบอกว่าราคานี้คุ้มมากๆค่ะ ถ้ามีมาออกงานอีกล่ะก็ขอแนะนำให้ซื้อเลยค่ะ เราไปเริ่มกันวัดแรกที่

11.00 วัดชัยมงคล(1) ตั้งอยู่ที่ ถนนเจริญประเทศ ประวัติย่อๆที่หาได้ในเน็ตว่าวัดนี้ เป็นวัดเก่าแก่อายุราว 600 กว่าปี



ลักษณะของเจดีย์วัดชัยมงคลเป็นศิลปะพม่า-มอญ วัดนี้เป็นวัดที่มีคนนิยมมาทำสังฆทานมากที่สุดและมีคนเยอะที่สุดในทุกวัดที่เราไปในวันนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าชื่อวัดที่เป้นมงคลอย่างมากด้วย



วัดนี้เป็นวัดที่ทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำปิงมีท่าน้ำลงมาที่แม่นำ้ ทำให้เป็นที่นิยมมาทำบุญ ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ปล่อยหอย ฯลฯ เราก็เลยปล่อยปลาสวายส่วนคุณแฟนก็ปล่อยปลาหมอ



เดิมเมื่อก่อนนี้เนื้อที่ของวัดเป็นเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยยาวไปทิศเหนือ-ทิศใต้ ด้านทิศตะวันตกตั้งแต่เจดีย์ออกไปถึงถนนใหญ่เป็นบ้านพักกงสุลฝรั่งเศส ครูบาดวงแก้ว คันธิยะ อดีตเจ้าอาวาสเห็นว่าต่อไปคนจะมาทำบุญจะหาทางเข้าวัดลำบาก เพราะถนนเลียบฝั่งแม่น้ำปิงถูกกัดเซาะพังไปหมด ครูบาดวงแก้วจึงเจรจากับรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อขอแลกที่ดิน ด้านทิศเหนือแลกกับทิศตะวันตกเพื่อให้ที่ดินของวัดและกงสุลเป็นรูปสี่ เหลี่ยมด้านเท่า รัฐบาลฝรั่งเศสจึงได้ตกลงตามข้อเสนอ ครูบาดวงแก้วจึงได้ดำเนินการย้ายเจดีย์หลังเก่าซึ่งติดกับรั้วของกงสุล ฝรั่งเศส มาสร้างใหม่เป็นทรงมอญ (เม็ง)วัดชัยมงคลเดิมเป็นวัดมอญ (เม็ง) เดิมชื่อวัดมะเล่อ หรือมะเลิ่ง (แปลว่า รุ่งแจ้ง,รุ่งอรุณ) ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระราชชายาดารารัศมีขอพระราชทานเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดชัยมงคล (ริมปิง) เพราะเหตุที่ว่าท่าน้ำเป็นท่าลงเรือเจ้านายฝ่ายเหนือจะล่องไปกรุงเทพฯ ท่่าเรือท่านี้เลยล่ะ



ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบางคนก็เรียกว่าวัดอุปาเม็ง หรือ อุปานอก เพราะถือว่าเป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดบุพพาราม (อุปมาใน) แต่ เดิมอุโบสถของวัดตั้งอยู่ในลำน้ำริมปิงติดกับกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียง เหนือ พอถึงฤดูน้ำหลากมีซุงไหลมาชนโบสถ์เสียทำให้สังฆกรรมไม่ได้(เคยอ่านเจอว่าสมัยก่อนพวกที่ได้สัมปทานทำป่าไม้และจะปล่อยท่องซุงลอยมาตามแม่น้ำปิงนี้ทำสะพานพังไปก็มี)) ใน ปี พ.ศ. 2478 ครูบา ดวงแก้ว จึงขอพระราชทานวิสุงคามสีมา และปลูกสีมาฝังลูกนิมิตเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2479 จึงทำให้อุโบสถ์ซ้อนวิหารเป็นหลังเดียวกันในปัจจุบันนี้



ภายในวัดมี "พระพุทธชัยมงคล" รูปปางมารวิชัยก่ออิฐหรือลงรักปิดทอง เป็นพระประธานภายในวิหาร ซึ่งจำลองแบบมาจากฝาผนังหลังด้านพระประธาน มี"ธรรมมาสน์"ไม้สักแกะสลักรูปนาค 7 เศียร สร้างในปี พ.ศ.2476 มี"พระพุทธรูปไม้สักปางเปิดโลก" มีอายุประมาณ 500 ปีซึ่งได้มาจาก วัดกิติ

12.00 วัดลอยเคราะห์์ (2)ที่ตั้งของวัด อยู่ ถนนลอยเคราะห์ (ใกล้ๆกับไนท์บาร์ซาร์) วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงค์เม็งราย วัดนี้จึงมีอายุราว 500 ปี



มีพระพุทธรูปปางถวายเนตรและพระเจ้าทันใจประดิษฐานอยู่ (วัดส่วนใหญ่ทางภาคเหนือมักมีพระเจ้าทันใจเกือบทุกวัด) วัดลอยเคราะห์นี้ เดิมชื่อว่า วัดร้อยข้อ (วัดฮ้อยข้อ)



เมื่อสมัยปลายราชวงศ์มังรายพม่า ตีล้านนาได้และเข้ามาปกครองซึ่งไม่ปรากฏว่ามีผู็ใดบูรณะปฏิสังขรณ์อีก ล่วงเลยมาถึงสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี วัดร้อยข้อ ก็ยังคงกลายเป็นวัดร้างเช่นเดียวกับทุกวัดในเมืองเชียงใหม่



ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระองค์ได้โปรดให้พระยากาวิละเข้ามาปกครองล้าน นา ๕๗ หัวเมืองและตั้งเชียงใหม่ขึ้นมาใหม่ภายหลังจากที่ร้างไป ถึง ๒๐ ปี พระองค์ทรงบูรณะซ่อมแซมเมืองให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และเฉิลมนาม เมืองใหม่ว่า “ รัตนติงษาอภินวบุรีศรีเชียงใหม่ ” ต่อมาพระเจ้าเชียงใหม่ยก ทัพไปตีนครเชียงแสน ซึ่งขณะนั้นพม่ายึดครองอยู่แล้วกวาดต้อนผู้คนชาวเชียง แสนมาไว้ที่เชียงใหม่เพื่อเพิ่มพลเมืองเชียงใหม่ให้มากขึ้น และโปรดให้ชาว เชียงแสนตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ เวียงชั้นนอกด้านขวาของประตูท่าแพ ทางทิศ ตะวันออกของเมืองเชียงใหม่ ชาวบ้านฮ่อม ซึ่งต่อมาได้สร้างวัดร้อยข้อที่รก ร้างขึ้นใหม่ แล้วเอาชื่อวัดจากเมืองเชียงแสนมาตั้งชื่อ วัดร้อย ข้อ ว่า “ วัดลอยเคราะห์ ”



13.00 วัดเชียงยืน(3) เดชเมืองเชียงใหม่อยู่ถนน มณีนพรัตน์ เป็นวัดนามมงคลของเมืองเชียงใหม่



จากคัมภีร์มหาทักษาพบว่า การสร้างเมืองเชียงใหม่ในอดีต จะมีวัดสำคัญตั้งอยู่ประจำทิศทั้งแปดที่สอดคล้องกับระบบความเชื่อคือ ด้านทิศอุดรนี้ (ทิศเหนือ) ถือว่าเป็นเดชเมือง มีวัดเชียงยืนเป็นเดชเมือง อันมีชื่อเรียกว่า "วัดฑีฆาชีววัสสาราม" ในอดีตเคยเป็นวัดหลวงและเป็นที่ประทับของปฐมสังฆราช สังฆนายกองค์แรกของอาณาจักรล้านนา มีโบราณสถานที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าได้แก่พระมหาธาตุเจดีย์ พระอุโบสถรูปทรงแปดเหลี่ยม



และพระประธานในวิหารของวัดนามว่า "พระสัพพัญญูเจ้าเดชเมือง" สิ่ง เคารพสักการะบูชาเก่าแก่ ที่มีความสำคัญมาก อยู่คู่กับเมืองเชียงใหม่มาแต่โบราณ



เราชอบหลวงพ่อองค์นี้มาก มีความรู้สึกว่าท่านศักดิ์สิทธิ์มากๆไม่รู้ทำไมแต่จำความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนก้มลงกราบท่านและขณะที่อยู่ตรงนั้นขนลุกซู่เป็นระยะระยะ ไม่ได้หนาวแต่รู้สึกถึงบารมีของท่านเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก หากใครได้ไปเชียงใหม่ลองไปไหว้พระที่วัดนี้ดูนะคะว่าจะมีความรู้สึกเดียวกันหรือไม่ก็ไม่มีความเข้าใจนะคะว่าทำไมถึงเกิดขึ้นแค่บางแห่งเท่าน้ัน



ซึ่งที่วัดนี้ในสมัยก่อนนั้น ท้าวพระยามหากษัตริย์ที่มาปกครองเมืองเชียงใหม่ หรือ ในยามที่จะออกรบและหลังรบกลับมา ก่อนจะเข้าประตูเมืองก็จะต้องมาทำพิธีถวายสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลที่ยั่งยืนบันดาลให้พ้นจากภัยพิบัติอุสรรคต่างๆ ในปัจจุบัน ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ข้าราชการที่มารับตำแหน่ง ตลอดถึงสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายก็ยึดถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน



13.30วัดหมื่นล้าน(4) ตั้งอยู่ที่ ถนนราชดำเนิน(ใกล้ประตูท่าแพ)





วัดหมื่นล้านถูกสร้างขึ้นในปีมะเส็ง จ.ศ. ๘๒๒ (พ.ศ.๒๐๐๒) ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองบัลลังก์ล้านนาประเทศในราชวงศ์มังรายหรือราชวงศ์เม็งราย



ผู้สร้างวัดหมื่นล้านคือ "หมื่นโลกสามล้านขุนพลแก้ว" คู่บัลลังก์ของพระเจ้าติโลกราชซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันในนามของ "หมื่นด้ง" หรือ "หมื่นด้งนคร"



วัดนี้ค่อนข้างขาดการบำรุงดูแลรักษาทั้งบริเวณรอบๆและภายในอุโบสถดูแล้วเป็นที่น่าเสียดายอย่างมากๆ



14.00 วัดเชียงมั่น(5) ที่ตั้งถ.ราชาภาคินัย เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่



เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. ๑๘๓๙ พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่า วัดเชียงมั่น



วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ "พระเสตังคมณี" หรือ "พระแก้วขาว" ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ หอไตร และที่สำคัญคือ เจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยมและมีช้างล้อมที่ฐานหมายความว่าค้ำจุนพระพุทธศาสนาไว้



14.30 วัดชัยพระเกียรติ(6)อยู่ ถนน ราชดำเนิน เยื้องสภอ.เชียงใหม่ บริเวณด้านหน้าของฐานพระพุทธรูปองค์นี้ มีจารึกอักษรและภาษาพม่า จำนวน ๓ บรรทัด จารึกในส่วนอื่นๆเป็นอักษรธรรมล้านนาทั้งหมด ได้แก่ บริเวณใต้พระชานุขวาเป็นดวงฤกษ์ ใต้พระชานุซ้ายเป็นดวงฤกษ์ ศักราช และหรคุณ สำหรับข้อความจารึกจำนวน ๘ บรรทัดอยู่ในบริเวณด้านหลังของพระพุทธรูป เนื้อหาโดยสังเขป กล่าว ถึงประวัติการสร้างพระพุทธรูป คือ ในจุลศักราช ๙๒๗ เจ้าทัพไชยสังรามจ่าบ้าน ร่วมกับเสนาอามาตย์ และราษฎรทั้งหลาย ร่วมกันอัญเชิญพระพุทธรูปต่างๆ ที่ชำรุด มาหล่อรวมกันเป็นพระพุทธรูปองค์เดียว มีพระนามว่า "พระพุทธเมืองรายเจ้า"



นอกจากนี้ยังสร้างรั้วลงชาด ปิดทองคำล้อมพระมหาเจดีย์ ตอนท้ายเป็นคำอธิษฐาน ขอให้ตนได้ไปเกิดในสวรรค์ ทันพระศรีอาริยเมไตรย นิพพาน เป็นต้น ผู้สร้าง เจ้าทัพไชยสังรามจ่าบ้าน


15.00 วัดดับภัย (7)ตั้งอยู่ ถนนสิงห์ราช เดิมชื่อ “วัดอภัย” หรือ “วัดตุงกระด้าง” มีตำนานเล่าว่า เมื่อพญาอภัยล้มป่วยทำการรักษาอย่างไรก็ไม่ทุเลา จึงตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าหลวงพ่อดับภัย อาการเจ็บป่วยก็หายไปพลัน พญาอภัยจึงให้บริวารลูกหลานตั้งบ้านเรือนบริเวณวัด และบูรณะปฏิสังขรณ์ จึงเรียกชื่อใหม่ว่าวัดดับภัย



เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองล้านนา วัดแห่งนี้มีบ่อน้ำอยู่หน้าวิหาร เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สมัยพระเจ้าอินทวโรรส เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 8 เสด็จกลับจากกรุงเทพ ฯ ต้องแวะมาวัดดับภัย



เพื่อนำน้ำในบ่อนี้ไปสรงน้ำพระพุทธมนต์(แอบเห็นมีปั๊มน้ำด้วยซิ) วัดนี้เป็นอีกหนึ่งวัดท็อปฮิตของผู้ที่มาเจิมรถ คงจะเป็นเพราะชื่อวัดคนจึงเอารถมาเจิมเพื่อให้เกิดสิริมงคล ด้านหน้ามีวิหารเล็กๆของหลวงพ่อหยกขาว ลักษณะงดงาม



15.30วัดหมื่นเงินกอง (8)ที่ตั้งถนนสามล้านและถนนราชมรรคา
เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์มังราย



เป็นสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองล้านนาตั้งอยู่ในย่านถนนสามล้านอันเป็นที่พักขุนนางชั้นสูงในสมัยก่อน



ป้ายชื่อวัดนี้สวยงามเชียวเป็นแบบตอกลงบนแผ่นเงิน



วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้ากือนา ชื่อ "หมื่นเงินกอง" เป็นชื่อของมหาอำมาตย์ของพระเจ้ากือนา กษัตริย์เชียงใหม่



หมื่นเงินกอง มีตำแหน่งเป็นขุนคลัง ในรัชกาลพระเจ้ากือนา ซึ่งโปรดให้หมื่นเงินกอง ไปอาราธนา "พระสุมนะเถระ" จากเมืองสุโขทัย ให้มาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในนครพิงค์



จึงเป็นที่เข้าใจกันว่า มหาอำมาตย์หมื่นเงินกอง ผู้สร้างวัดเมธัง และวัดช่างลาน มาแล้ว เป็นผู้สร้างวัดหมื่นเงินกอง แล้วตั้งชื่อวัด ให้เป็นมงคลแก่ยศ บรรดาศักดิ์ของตนที่ได้รับพระราชทานคือ หมื่นเงินกอง





16.00วัดดวงดี(9) เป็นอีกวัดหนึ่งที่อยู่ ใกล้ๆกับสี่แยกกลางเวียง(กลางเมือง) ใกล้กับอนุเสาวรีย์สามกษัตริย์



วัดดวงดี เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของนครเชียงใหม่ วัดดวงดีถูกสร้างขึ้นภายหลังจากพระเจ้ามังรายได้สร้างเมือง เชียงใหม่ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานชัดว่าเป็นผู้ใด ตามความเชื่อนิยมของคนในสมัยก่อนที่มักนิยมสร้างวัดไว้ประจำตระกูล เพื่อเป็นพุทธบูชาหรือเพื่อเป็นการไถ่บาปสำหรับเหล่าทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ออก ไปทำศึกแล้วเข่นฆ่าผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ที่วัดนี้สามารถรับน้ำมนต์และฟังพระท่านให้ศีลให้พรได้จากตู้หยอดเหรียญ ไฮเทคโนโลยีจริงๆ



ที่วัดนี้มีชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก อาจจะเนื่องเพราะชื่อวัดเป็นมงคลดี ซึ่งปรากฏว่าวัดดวงดีนี้มีหลายๆชื่อ เช่น วัดพันธนุนมดี วัดอุดมดี วัดพนมดี



วัดดวงดีนี้ยังเคยใช้เป็นที่เรียนสำหรับลูกเจ้าขุนมูลนายในสมัยก่อนและยังถูกเคยใช้เป็นสถานที่เรียนของนักเรียนยุพราชวิทยาลัยก่อนที่จะมีการก่อสร้างแล้วเสร็จอีกด้วย

16.30 แวะไปกินเค้กร้าน นี้ดีกว่าเห็นเพื่อนๆในบล็อกเค้านิยมไปกันอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้ค่ะ



บรรยากาศนั่งสบายๆเหมือนนั่งกินเค้กในสวนที่บ้าน พี่เจ้าของร้านที่เป็นผู้ชายอัธยาศัยดีมากเป็นคุณหมออายุหกสิบกว่า บุคลิกท่างดูเป็นคนมีความสุขมากๆแกบอกว่าพี่ผู้หญิงแฟนแกเป็นคนทำเค้กเอง เราเลยบอกคุณแฟนว่าอยากไปหาที่ท่องเที่ยวที่ใหม่ๆแล้วก็เปิดร้านเค้กบ้าง คุณแฟนบอกว่าเตรียมตัวเจ๊งได้เลย



เราสั่ง พายมะพร้าวอ่อน (อร่อยมากค่ะแนะนำรสชาติไม่หวานจัดหวานอ่อนๆ)ให้ตัวเองและสั่ง ฮอท ช้อกโกแลตซูเฟ่ล์ ให้คุณแฟนแล้วก็น้ำมะเฟือง กับน้ำมะเกี๋ยง



และเนื่องจากไม่ได้กินข้าวเที่ยง และก็จะใกล้กินมื้อเย็นแล้วเลยสั่งไส้กรอกทอดมากินรองท้อง ไส้กรอกนี้มาจากร้านดังที่อยู่ที่อ.ดอยสะเก็ด ที่เคยบุกป่าฝ่าดงดั้นด้นไปกินมาแล้ว





ถึงแม้ว่าจะมีไวน์แดงเหลืออีกครึ่งขวด จากคืนเมื่อวานแต่วันนี้ก็ตั้งใจแล้วว่าจะไม่กินไวน์วันนี้เพราะว่าเป็นวันพระใหญ่ ไม่สมควรอย่างยิ่ง

17.00 เช็คอินเข้าที่พักก่อนคืนนี้พักที่ Le Meridien โรงแรมระดับห้าดาวแต่ว่าจริงๆแล้วก็ซื้อVocher มาราคาถูกนะค่ะ คุ้มจริงๆเราสองคน



18.30 มื้อเย็นวันนี้เราตั้งใจไปกินกันที่ บ้านไร่ยามเย็น เป็นร้านที่มาเชียงใหม่ทีไรไม่มากินร้านนี้ไม่ได้ควรไปถึงร้านนี้ก่อนหนึ่งทุ่มคนจะไม่เยอะสั่งอาหารเดิมๆเมนูโปรดทุกครั้งต้องสั่งลาบเหนือ เนื้อทอด แกงฮังเล แกงคั่วผัก ออเดิรพ์เมือง ข้าวเหนียวสองกระติ๊บ แล้วก็น้ำมะเกี๋ยงเน้อ

20.30 หมดไปแล้วอีกหนึ่งวันพรุ่งนี้ ยังคิดไม่ออกว่าจะวางแผนไปไหนดีคืนนี้นอนเอาแรงก่อนดีกว่า





Create Date : 14 มีนาคม 2553
Last Update : 16 มีนาคม 2553 1:40:56 น.
Counter : 3986 Pageviews.

18 comments
  
โอ้ว..เก่งจังไปได้ 9 วัดเลย เราในกรุงเทพ ยังไม่ครบเลยค่ะ

โดย: ~:lady..bb:~ วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:8:44:26 น.
  
กะว่าจะมาไหว้พระ แต่พอเห็นหน้าจขบ. ลืมตัว ดูแ่ต่หน้าจขบ.ซะงั้น

ทำไมกินน้ำตาลเยอะแล้วตาพร่าอะคะ? เป็นอาไรเหรอ?

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:8:28:42 น.
  
สวัสดีอีกรอบค่ะ

เราก็ชอบกินเผ็ดๆ จัดๆ เหมือนกันค่ะ เจ้านี้ก็เลยไม่ค่อยถูกใจเราเท่าไหร่
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:9:51:19 น.
  
ขอตามมาไหว้พระด้วยคนค่ะ
ได้ไหว้พระครบเก้าวััดในวันพระใหญ่ด้วย ดีจังเลยนะคะ

เห็น Le Meridien แล้วอยากไปสอย voucher มาบ้างจัง
แต่ช่วงนี้ยังไม่มีแพลนขึ้นเหนือเลยอ่ะค่ะ
โดย: nLatte วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:11:36:38 น.
  
เดือนที่่แล้วไหว้ไป 5 วัด เดือนนี้ไหว้อีก 9 วัด
ซ๊าาาา....ธุ ปีนี้เรายังไม่ได้ไหว้ซักกะวัดเลย งือ

อ่ะ มาชวนไปขึ้ภูหินร่องกล้ากัน ไปกันต่อ ตอนสองออกอากาศแย๊ว
โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:13:33:25 น.
  
ดีจ้า ทางเดินไปชันจ้ะ เดินสบาย รองเท้าแตะก็เดินได้

ตกลงเที่ยว 5 วัด กะ 9 วัดเนี่ยทริบเดียวกันเหรอ โหย นั่นยิ่งไปกันใหญ่ ทริบเดียว 14 วัด ว้าว
โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:14:17:00 น.
  
ที่เชียงใหม่วัดเก่าๆ แยะมากเลยนะคะ
หลายวัดที่ จขบ.ไปเราก็เดินผ่านไปผ่านมาตั้งแต่เด็ก
บางวัดรั้วก็ติดกับบ้านป้าเราเลย
แต่ไม่เคยเข้าไปสักวัด
ปกติเวลาผ่านวัดที่มีวิหารหรือเจดีย์สวยๆ
เราจะชอบเข้าไปเดินชมนะคะ
แต่ความที่เชียงใหม่เป็นเมืองใกล้ตัว
ก็ไม่ได้ไปสักที
.....เราไม่ได้ไหว้พระน่ะค่ะ
แต่ว่าสนใจเรื่องของศิลปในสมัยเก่า
ขอบคุณที่เอาประวัติของแต่ละวัดอ่านแล้วได้ความรู้แยะเลย....
โดย: narellan วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:7:27:53 น.
  
ขอบคุณที่แวะมาทักทายยามดึกค่ะ

จริงๆ เราก็อยากได้ทั้งคนที่ใช่และคนที่ชอบนะคะ แต่ชีวิตจริง เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
แต่คนสวยใจบุญอย่าง จบข. อาจจะโชคดีได้ทั้งสองอย่างเลยก็ได้ค่ะ
โดย: รักแท้ ยังไง วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:1:30:16 น.
  
จขบ.เกิดวันเสาร์หรอหรอคะ
เกิดวันเดียวกันเลยค่ะ นิสัยของคนเกิดวันสาร์เป็นแบบที่ทำนายไว้จริงๆ ค่ะ
โดย: รักแท้ ยังไง วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:1:33:28 น.
  
สวัสดีค่ะ
รู้จักวัดมากกว่าเราอีก
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:13:20:12 น.
  
ขอบคุณที่ไปตัดริบบิ้นให้ค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:10:59:19 น.
  
แวะมาไหว้พระด้วยอีกคน
โดย: ชิโยจัง วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:11:30:07 น.
  
ตามมาทำบุญด้วยคนค่ะ ชอบทำบุญเก้าวัดเหมือนกัน แต่ปกติจะทำอยู่แถวอยุธยาค่ะ ใกล้บ้าน แต่วัดที่เชียงใหม่สวยมากเลยนะคะ
โดย: Small town girl วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:0:08:37 น.
  
เราอยู่ใกล้ ๆ นี่แท้ ๆ ยังไปได้ไม่ครบทั้งเก้าวัด
อย่างที่เจ้าของบ้านไปเลยอ่ะ

เคยไปบ้าง บางวัดค่ะ แต่บางวัดก็เคยแค่ผ่าน ๆ

... ...

จากบ้าน อาจจะใช่นะค่ะ จบตรงที่รักกันเลยเป็นตำนาน

อย่าเหงาเลยค่ะ อย่ามาเคาะประตูหัวใจบ่อย ๆ เลย เน๊อะ
โดย: SongPee วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:10:59:05 น.
  
หม่ำข้าวหรือยัง
โดย: ชิโยจัง วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:12:53:18 น.
  
มาเที่ยววัดแถวเชียงใหม่ด้วยคนนะคะ

...ที่บล็อกมีทะเลอีกหลายบล็อกเลยค่ะ
ว่างๆก็เข้าไปชมได้อีกนะคะ
โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:19:46:56 น.
  
ตามมาไหว้พระด้วยคนนะค่ะ ทางเข้าวัดสวยมากเลยค่ะ สีน้ำตาลตัดกับสีขาว
โดย: PooH (ladiesorange ) วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:21:06:08 น.
  
ไปไหว้พระเก้าวัดกับ ขสมก. มาครับ ถ่ายคลิปไว้ฝากให้ดูครับ ไหว้พระ 9 วัด
โดย: Polball วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:0:01:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

hellojaae
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



เขียนบล๊อกเพราะอยากเขียน อยากแบ่งปัน ใช้วิธีจิ้มดีดจึงมีผิดๆถูกๆ (แม้จะพยายามตรวจทวนทุกครั้ง) เป็นบล๊อกอนุรักษ์รูปแบบเดิมๆคือเขียนไล่เรียงลงมา เพราะทำรูปแบบอื่นไม่เป็น 555 ยังเขียนต่อไปเพราะเห็นว่าก็ยังมีคนหลงๆเข้ามาอ่าน 555 สวัสดีและขอขอบคุณทุกคนค่ะ
Website counter