มกราคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เที่ยวสวิสเองง๊ายง่ายวันที่3แม่น้ำคริสตัลและไปเมืองเก่ายุคโรมันเบลลินโซนานอนอินเทอลาเคน

  สวัสดีค่ะ

  บล๊อกนี้เป็นการเที่ยววันที่ 3 ของทริป15วันในสวิสนี้นะคะ ใครอยากอ่านเรื่องเก่ากว่านี้สามารถไปกดด้านซ้ายมือของบล๊อกได้ค่ะ

วันที่ 1 - Zurich - Chur - St.Moritz

วันที่ 2 - St.Moritz - Tirano - Lugano

วันที่ 3 - Lugano - Verzasca River - Bellinzona - Brienz- Interlaken

25/10/2558

เราออกแต่เช้าค่ะ ร่างกายยังไม่ชินตีสี่ก็ตื่นแล้ว ตอนเช็คเอาท์มีปัญหานิดหน่อยเพราะพนักงานยังไม่มา เจอแต่พี่ยามตัวใหญ่แต่ก็สามารถจ่ายเงินกับเขาได้ มาติดปัญหาตรงไม่มีสตางค์ให้พอดีกับค่าโรงแรมนี่ล่ะค่ะ เพราะแกก็ไม่มีตังค์ทอน จะรูดการ์ดตอนนั้นก็คุยกันไม่เข้าใจ (คือแกจะให้เรากดยืนยันเรทเงินนั่นเอง ไอ้เราก็ไม่กดเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง) ต้องเทเหรียญออกมานับรวมกับเศษเหรียญยูโรให้พี่แกไป

โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากสถานีเลยเดินมาห้านาทีก็ถึงแล้วค่ะ ขนาดว่าเราออกเช้าแล้วยังมีคนมาเช้ากว่าเราอีกแฮะ

การเดินทางในสวิสของเราก็ใช้แอพพลิเคชั่นพื้นฐานอย่าง Google Map นี่แหละค่ะสะดวกมากๆ เช้านี้เราขึ้นรถไฟจากสถานี Lugano รถมา 6.37 ลงที่สถานี Giubiasco

ตามเวลาเป๊ะเลยค่ะ พอถึง 6.58 ก็ลงสถานี Giubiasco มีเวลา 6 นาทีเดินไปชานชาลา 5 เพื่อรอรถขบวน S20 ปลายทาง Locarno ค่ะแต่เราลงสถานี Tenero (ง่ายไหมคะ) เพื่อนๆว่างๆลองกดเล่นดูก็ได้ค่ะ แอพบอกละเอียดดีมาก 

ระหว่างรอรถไฟมาสำรวจราคาของทานเล่นในตู้ตามชานชาลารถไฟ

(คูณ 37 เข้าไปค่ะ)หุ หุ โค้กเกือบ 90 บาท 

 รถไฟมาแล้วค่ะ เที่ยวในประเทศนี้ประมาณ 15 วัน บอกได้ว่าส่วนใหญ่จะตรงเวลามากค่ะ แต่ก็มีนะคะที่ไม่ตรงบ้าง บนรถไฟบางขบวนจะมีจอให้เราดูว่าจอดสถานีไหนบ้าง ที่เห็นคือสถานีหลักๆนะคะ ถัดจากสถานี Gordola ก็ถึง Tenero ค่ะ หรือใครอยากไปเที่ยว Locarno ต่อก็นั่งเลยไปอีกสถานีหนึ่ง แต่เราไม่ได้ไปค่ะ เราไปที่ไหนตามต่อไปนะคะ

เราที่มาจากประเทศที่การรถไฟยังไม่พัฒนา

ยอมรับว่ากรี๊ดมากกับรถไฟของประเทศนี้

ออกจากมาสถานีรถไฟ Tenero แล้วจะเจอป้ายรถเมล์แต่ต้องเป็นป้ายฝั่งตรงข้ามโน้นที่เห็นในภาพนะคะ สำหรับคนที่จะไปเที่ยวแม่น้ำคริสตัล 

ไม่ผิดแน่ๆค่ะรอรถสาย 321 ที่นี่เลยค่ะ รถบัสก็มาตรงเวลาค่ะ 7.30 มาปุ๊บเลย เราจะลงกันที่ป้าย Lavertezzo,Paese นั่งมาแค่ 28 นาทีเองค่ะ  

 กรี๊ดกับรถไฟประเทศนี้แล้วมากรี๊ดต่อกับรถเมล์ของประเทศนี้ ประเทศที่เขาพัฒนาแล้วระบบการขนส่งมวลชนของเขาช่างดีเหลือเกิน  

รถบัสก็ค่อยขับขึ้นภูเขาบ้าง เลาะเลียบริมแม่น้ำมาเรื่อย วิวสวยงามดูไม่เบื่อ ช่วงเช้านักท่องเที่ยวไม่มาก นั่งมาสบายๆ 

 7.58 ถึงป้าย Lavertezzo,Paese ยังเช้าอยู่เลย ป้ายรถจะอยู่ใกล้ๆกับโบสถ์เก่าๆดูเงียบสงบ แต่ให้อารมณ์บรรเจิดไปกับความเงียบแบบนี้

อาจเป็นเพราะเราสองคนไปถึงค่อนข้างเช้า (แปดโมง) เราไม่เจอนักท่องเที่ยวคนอื่นๆเลย ยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนมาอยู่อีกโลกหนึ่ง (ถ้าไม่นับรถยนต์ที่วิ่งไปมาเป็นระยะ) 

เดินเลยโบสถ์มานิดหน่อย จะพบสวนเล็กๆ มีม้านั่งหันหน้าไปทางแม่น้ำ อาหารเช้ามื้อนี้ของเราเป็นแซนวิชกับกาแฟร้อนที่ชงใส่กระติกมา และมีวิวข้างหน้าเป็นแม่น้ำคริสตัลสีฟ้าเทอร์คอยซ์อมเขียว

แม่น้ำเวอร์ซัสซา (Verzasca River) มีความยาวประมาณ 30 กิโลเมตรตั้งอยู่ในแคว้นติชิโน (Ticino)ทางตอนใต้ของสวิส ไหลจากภูเขาบาโรเน (Pizzo Barone)ลงสู่ทะเลสาบแมกจิโอเร (Lake Maggiore) ขึ้นชื่อในความใสสะอาดติดอันดับโลก

ในช่วงหน้าร้อนนักท่องเที่ยวบางคนก็ลงไปแหวกว่ายและดำน้ำตื้นในแม่น้ำนี้ คงจะอดใจไม่ไหวกับความใส แม้บางช่วงมีความลึก 10 เมตรแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพื้นแม่น้ำได้ชัดเจน 

เราไปปลายเดือนตุลาคมน้ำในแม่น้ำอาจน้อยไปหน่อย แต่ก็ชดเชยไปกับใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้ที่มีสีเหลืองๆส้มๆสวยไปอีกแบบค่ะ

สะพานหินโบราณแบบโรมันอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ 

 นี่ก็อีกความประทับใจแบบไม่มีวันลืมเลยค่ะ พูดถึงมันทีไรกับคุณแฟนต้องอมยิ้มกันทุกครั้ง มันเชื่องมากๆ ยอมให้อุ้มดีๆ ตัวใหญ่ไซส์ยุโรป ขนนุ๊มนุ่มหางสะบัดดุ๊กดิ๊กๆแบบหมาเชื่องๆ

 พอใกล้เวลาที่จะวางแผนเดินทางกลับก็มายืนรอรถเมล์ที่ป้ายเลยค่ะ นั่งสาย 321 กลับมาที่สถานีรถไฟ Tenero ที่เดิมนั่งย้อนกลับไปทางขามาค่ะแต่เลยสถานี Giubiasco ไปอีกหนึ่งสถานีเพื่อลงที่ Bellinzona ชมปราสาทเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก

จริงๆแล้วแคว้นติชิโนนี้ยังมีอีกหลายเมืองที่คนนิยมไปเที่ยวกันนะคะ แต่อย่างที่บอกในบล๊อกแรก ป้าจะไปแต่ที่ๆป้าอยากจะไปค่ะ 

 

 เมืองเบลลินโซนา(Bellinzona) เป็นเมืองหลวงของแคว้นติชิโน (Ticino)เพราะเป็นเหมือนเส้นทางการค้าเชื่อมต่อยุโรปเหนือไปยุโรปใต้ มืชื่อเสียงในเรื่องเมืองแห่งปราสาท 3 หลัง  เบลลินโซนาเป็นเมืองมีมาตั้งแต่ปลายค.ศที่ 1 ตั้งแต่อาณาจักรโรมันกันเลยทีเดียว  

บริเวณจัตุรัสโซลหน้าปราสาทใหญ่(เรียกแบบนี้จะได้ไหมนะ) หรือจะเรียกทับศัพท์คาสเตลกรองด์ (View of Castelgrande from Piazza del Sole)

มีลิฟท์ขึ้นไปด้านบนด้วยค่ะ แต่เราไม่ได้ขึ้นไปอยากเดินดูรอบๆมากกว่า มีบาร์มีร้านอาหารด้านบนด้วยค่ะดูวิวสวยๆราคาคงตามทัศนียภาพค่ะ  

แนวกำแพงหินโบราณปราสาทใหญ่เมืองเบลลินโซนา 

 บรรยากาศเมืองนี้มีทั้งศิลปะแบบสมัยใหม่ สถาปัตยกรรมแบบโรมันโบราณและทั้งแบบปัจจุบันในสไตล์อิตาลี วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ร้านค้าส่วนมากจะปิดค่ะ

 แต่มีตลาดนัดเล็กๆ (ถ้าเทียบกับตลาดบ้านเรา)อยู่บริเวณจัตุรัสหน้าโบสถ์ซานต้ามาเรียเดลเกรซี (Santa Maria delle Grazie)ซึ่งมีทางขึ้นปราสาทอีกหลังหนึ่งอยู่ข้างๆโบสถ์นี้

เดินชมเมืองชมหอคอยปราสาทผ่านตลาดนัด เลาะเรื่อยมาจนถึงวงเวียนที่มีโบสถ์ Chiesa di San Rocco สะดุดตากับเสาโอโบลิสก์  

หันไปถามลุง เอ๊ย..คุณแฟนว่าจะขึ้นไปเดินเล่นดูปราสาทจากด้านบนไหม ได้รับการส่ายหัวปฏิเสธ เลยได้แต่ชะเง้อคอมองจากด้านล่างค่ะ 

เมืองเบลลินโซนามีปราสาทถึง3หลังอยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก จากปราสาทใหญ่ หรือ Castelgrande และเดินมาอีกหน่อยคือปราสาท Castello di Montebello ซึ่งใกล้ๆปราสาทนี้นี้มี Palazzo Civico ส่วนปราสาทที่สามคือ Castello Sasso Corbaro น่าประหลาดที่เมื่อดูตำแหน่งจากกูเกิ้ลทั้ง 3 ปราสาทนี้ดูเกือบเหมือนสร้างอยู่แนวเดียวกัน 

 

 

ขากลับเราต้องวางแผนให้ไปทันล่องเรือทะเลสาบเบรียนซ์เพราะเรือจะแล่นในฤดูกาลนี้เป็นวันสุดท้าย ไม่อยากพลาดค่ะเพราะคนชมกันเยอะว่าทะเลสาบนี้น้ำสีสวยสุด และที่พักเราคืนนี้ก็อยู่ที่อินเทอลาเคน

จำได้ว่าวันนั้นนั่งรถไฟขบวนที่ต้องมาเปลี่ยนรถที่สถานี Arth-Goldau แล้วก็มาลงที่ Lucern จนมาถึงทะเลสาบเบรียนซ์ตอนห้าโมงกว่าๆ นั่งรอเรือรอบสุดท้ายประมาณ 30 นาทีจะมาพอดีค่ะ เรือจะมาประมาณหกโมงเย็น

ท่าขึ้นเรือล่องทะเลสาบเบรียนซ์อยู่ไม่ไกลกับสถานีรถไฟ ตอนไปถึงเหมือนกับจะไม่มีนักท่องเที่ยวแต่พอเรือมานักท่องเที่ยวก็มีจำนวนเยอะอยู่ค่ะ 

 จากท่าเรือมองไปเห็นสถานีรถไฟซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ฤดูนี้ใบไม้เปลี่ยนสีสวยดี

ทัศนียภาพอาคารบ้านเรือนริมทะเลสาบเบรียนซ์

น้ำในทะเลสาบนี้สีเขียวอมฟ้าสวยจริงๆเลยค่ะ    

 เราไม่ได้เดินเที่ยวในเมืองเบรียนซ์ ส่วนใหญ่ร้านปิดหมดเพราะเป็นวันอาทิตย์ เลยขอชมบรรยากาศรอบๆริมทะเลสาบดีกว่า

พอถึงเวลาเรือก็มาแล้วค่ะ กำลังเพลินเชียว

ขึ้นไปเพลินต่อกันบนเรือดีกว่านะคะ 

โอย...แสงอาทิตย์สาดเข้าไปที่ต้นไม้ที่กำลังจะผลัดใบสีเหลืองทองยิ่งแจ่มชัดขึ้น 

ฤดูนี้ค่อนข้างจะมืดเร็วนะคะ นี่ขนาดอยู่ทางใต้นะคะหกโมงก็เริ่มจะไม่มีแสงแล้ว ช่วงท้ายๆของทริปสี่ห้าโมงก็มืดแล้วค่ะ บ้านต่างๆเริ่มเปิดไฟเห็นเป็นวิบๆวับๆ 

ไม่มีคำบรรยายค่ะ

 

คืนนี้จันทร์ นวลผ่อง มองแล้วคิดถึงแต่เธอ

สวยจนเกือบมีอารมณ์ประมาณนี้เลยค่ะ ฮ่า ฮ่า

แสงอาทิตย์เริ่มน้อยลง เรือล่องผ่านท่าต่างๆมา ผ่านน้ำตกกีสบาค(Giessbach) ปราสาทสวย จนเข้าท่าที่อินเทอลาเคนออส (Interaken Ost)   

ที่พักของเราอยู่อินเทอลาเคนเวสต์ (Interlaken West) ถึงแม้จะเดินไปได้แต่ไม่เดินแล้วค่ะ เมื่อย รอรถไฟไปดีกว่า (นั่งมา1สถานี)

รถไฟขบวนนี้ดูทันสมัยมาก สะอาดด้วย 

ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนี้ 15 วัน บอกได้เลยค่ะว่าใช้ห้องน้ำบนรถไฟบ่อยมาก  

ที่พักของเราห่างจากสถานีอินเทอลาเคนเวสประมาณห้านาทีค่ะ มีห้องน้ำในตัว เราพักที่นี่ 2 คืนราคา 144 CHF ที่นี่มีซิตี้แท๊กซ์ด้วย คนละ 3 CHFต่อคนต่อคืน ความสะอาดก็พอใช้ได้ค่ะ เราไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่า ไม่แพง มีห้องน้ำในตัว เท่านั้นก็พอแล้วเพราะเอาไว้อาศัยนอนอย่างเดียว

  

พบกันอีกครั้งกับบล๊อกต่อไปนะคะ

ขอบคุณและสวัสดีค่ะ

 

 

 




Create Date : 15 มกราคม 2559
Last Update : 16 มกราคม 2559 16:49:15 น.
Counter : 2445 Pageviews.

0 comments

hellojaae
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



เขียนบล๊อกเพราะอยากเขียน อยากแบ่งปัน ใช้วิธีจิ้มดีดจึงมีผิดๆถูกๆ (แม้จะพยายามตรวจทวนทุกครั้ง) เป็นบล๊อกอนุรักษ์รูปแบบเดิมๆคือเขียนไล่เรียงลงมา เพราะทำรูปแบบอื่นไม่เป็น 555 ยังเขียนต่อไปเพราะเห็นว่าก็ยังมีคนหลงๆเข้ามาอ่าน 555 สวัสดีและขอขอบคุณทุกคนค่ะ
Website counter