พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เที่ยวแหลมร๊อกก้าและพระราชวังหลวงที่เมืองซินทราโปรตุเกส

  สวัสดีค่ะ

กลับมาที่บล๊อกเที่ยวสเปน-โปรตุเกสกันนะคะ บล๊อกนี้จะพาไปเที่ยวชมแหลมร๊อกก้าและพระราชวังหลวงที่เมืองซินทราซึ่งอยู่ในประเทศโปรตุเกสค่ะ

18/5/2558

ภาคเช้าวันนี้คณะเราเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติซินทรา รถโค้ชวิ่งเลาะเหมือนขึ้นภูเขา ผ่านทั้งป่าเขียวขจี ที่ราบริมฝั่งและแหลมที่ยื่นออกไปในทะเล

ถ้าดูในแผนที่จะเห็นว่าแหลมร๊อกก้า(Capo da Roca)เป็นจุดตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ด้านหน้ามองออกไปคือมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ(North Atlantic Ocean) ถ้าเดินเรือเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆจากแหลมนี้ฝั่งตรงข้ามคืออเมริกา

วันนั้นหมอกลงจัดมากๆค่ะ ลมแรงพัดเปิดกระโปรงสาวจีนเรียกรอยยิ้มจากหนุ่มๆแถวนั้น และอากาศเย็นทีเดียวเลยล่ะค่ะ

อย่างไรก็ตามนะคะ ใครมีโอกาสไปเที่ยว ควรถ่ายรูปอยู่แค่ในบริเวณที่เค้าได้จัดไว้แล้วนะคะ เพราะเคยมีเหตุการณ์พ่อแม่ออกไปถ่ายเซลฟี่นอกรั้วกั้นและตกหน้าผาตายไปต่อหน้าลูกๆ

 

แหลมร๊อกก้าเป็นชายฝั่งทะเลที่ตั้งอยู่บนหน้าผา

สูงประมาณ 150 เมตรจากระดับน้ำทะเล

 

 

ป้อมCabo da Rocaมีความสำคัญมาตั้งแต่ศตวรรษที่16ในด้านการป้องกันตามแนวชายฝั่งและการเดินเรือ ประภาคารบนแหลมนี้ยังคงใช้งานอยู่ถึงปัจจุบันค่ะ 

จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองซินทรา เมืองที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ(Parque Natural de Sintra-Cascais) เป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

พระราชวังหลวงแห่งเมืองซินทรา (The Sintra National Palace)มีสถาปัตยกรรมภายนอกตกแต่งสไตล์แบบกอธิคและมานูเอลไลน์(Manueline)อย่างเรียบง่าย ตั้งอยู่ในเขตลิสบอน เมืองซินทรา เป็นพระราชวังที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง

 

จากพระราชวังมองไปเมืองซินทรา

 พระราชวังหลวงThe Royal Palace Nacional da Vila Sintra ซึ่งเคยเป็นที่ประทับแห่งราชวงษ์ของโปรตุเกสมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15

ภายในพระราชวังแต่ละห้องมีการออกแบบแตกต่างกันไป หลายห้องเกี่ยงข้องกับสัตว์ปีกอย่างห้องนี้ชื่อว่า Swan Hall

 พระราชวังแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวพันกับชนชั้นปกครองของโปรตุเกสตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึงปลายศตวรรษที่ 19

ประวัติศาสตร์ของพระราชวังแห่งนี้ยังเกี่ยวพันกับกษัตริย์ของมัวร์อีกด้วยดังนั้นการตกแต่งจึงมีลักษณะการผสมผสาน

 

บางห้องเพดานทำเหมือนท้องเรือ ในขณะที่บางห้องเพดานหรูหราวิจิตรมาก 

ห้องนกกางเขน (Magpies Room)

ประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบอย่างสวยงาม 

 

 

 

มีโบสถ์เล็กๆอยู่ในพระราชวัง  

ห้องครัวของพระราชวังแห่งนี้มีชื่อเสียงเพราะมีปล่องไฟตรงกลางห้องสูงขึ้นไป 33 เมตรสองปล่องจนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่น ผนังปูด้วยกระเบื้องสีขาวสวยงาม

 

ด้านในพระราชวังยังมีห้องต่างๆที่สวยงาม

อีกหลายห้องค่ะ

สถาปัตยกรรมแบบโกธิคสไตล์มัวร์ 

ระหว่างทางที่จะไปเอาท์เล็ทเต็มไปด้วยไร่องุ่นและป่าต้นก๊อก ต้นก๊อกนี้เขาจะมีเปลือกหนา เขาก็จะกรีดและลอกเอาเปลือกไม้มาทำจุกก๊อกไวน์ค่ะ

ถึงเมืองฟารู(Faro)ในตอนเย็นค่ะ เมืองนี้เคยอยู่ใต้การปกครองของชาวมัวร์ พวกเราได้แวะช้อปปิ้งที่จัมโบ้อาท์เล็ท (Jumbo Outlet) ที่นี่มีซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ให้ได้เพลิดเพลินค่ะ 

เข้าพักที่ Faro-Hotel Faro ริมอ่าวคาดิซ

เมืองรีสอร์ทริมทะเลที่เป็นที่นิยมของนักเล่นเรือค่ะ 

 

ขอบคุณที่ร่วมติดตามมาด้วยกันนะคะ

พบกันใหม่บล๊อกหน้า

เร็วๆนี้ค่ะ

สวัสดีค่ะ

Smiley




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2558 0:18:55 น.
Counter : 1685 Pageviews.

0 comments

hellojaae
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



เขียนบล๊อกเพราะอยากเขียน อยากแบ่งปัน ใช้วิธีจิ้มดีดจึงมีผิดๆถูกๆ (แม้จะพยายามตรวจทวนทุกครั้ง) เป็นบล๊อกอนุรักษ์รูปแบบเดิมๆคือเขียนไล่เรียงลงมา เพราะทำรูปแบบอื่นไม่เป็น 555 ยังเขียนต่อไปเพราะเห็นว่าก็ยังมีคนหลงๆเข้ามาอ่าน 555 สวัสดีและขอขอบคุณทุกคนค่ะ
Website counter