Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
26 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
จดหมายเปิดผนึกถึงการเมืองไทย…





พุทธศักราช 2549
74 ปีนับแต่คณะราษฎร ‘อภิวัฒน์’ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
การเมืองไทยยังล้มลุก และคลุกคลาน

+++++++++++++++++

อ่านข้อความนี้ในนิตยสารสารคดีเล่มใหม่ แล้วรู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างกระทำต่อหัวใจ

หมู่นี้ ฉันกลับมาเป็นคนที่เสพข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด และติดตามอ่านบทความของนักวิชาการหลายท่านอีกครั้ง หลังจากที่ตกอยู่ในภาวะไม่ดูทีวี และไม่มีแก่ใจอ่านหนังสือพิมพ์มานานแล้ว แต่ในวันที่อุณหภูมิทางการเมืองร้อนแรงกว่าสภาพอากาศเช่นนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่นอนก้นอยู่ในใจก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น…

ในตอนที่มีการจัดเมืองไทยรายสัปดาห์ที่สวนลุมฯ และรวมพลขับไล่นายกนัดแรก ฉันยังตื่นไม่เต็มที่ เหมือนคนมีขี้ตาและได้แต่ทำหน้างัวเงียอยู่บนเตียง เพราะไม่มีข้อมูล ไม่รู้ที่มาที่ไป และไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของใคร

ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ขณะที่ชาวประชานับหมื่นออกมากู่ก้อง ‘ทักษิณ ออกไป’ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ฉันจึงเริงร่าอยู่ที่หัวหิน คืนนั้นฉันร้องเพลงอย่างสนุกสนาน แม้จะทำงานอยู่ในบริษัทที่มีนายใหญ่ชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล

++++++++++++++++++

แต่ในที่สุดผู้ชายชื่อทักษิณก็ช่วยแคะขี้ตาและฉุดฉันให้ตื่นขึ้นมาจากเตียง ด้วยการขายหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 73,000 ล้านบาท โดยไม่เสียภาษีซักแดงเดียว เขายืนยันว่าทำถูกกติกา แต่ตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อถูกถามถึง ‘จริยธรรม’

มาถึงตอนนี้ ฉันไม่มีอาการสะลึมสะลือเหลืออยู่แล้ว...

ฉันอาศัยอยู่ประเทศที่ผู้นำโกงกินเชิงนโยบาย ผู้นำที่แปรรูปสมบัติของชาติเป็นผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ผู้นำที่แทรกแซงองค์กรอิสระ ผู้นำที่ปิดหูปิดตาประชาชนด้วยการครอบงำสื่อ ผู้นำที่พูดแล้วคืนคำเป็นว่าเล่น ผู้นำที่ประกาศยุบสภาเพื่อเอาตัวรอด ผู้นำที่เข้าใจว่าประชาธิปไตยหมายถึงการหย่อนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น...

ค่ำคืนของวันที่ 5 มีนาคม ฉันจึงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับผู้คนนับแสนบนถนนราชดำเนิน เลือดและและน้ำตาที่เคยนองอาบถนนสายนี้ ทำให้ฉันหวั่นกลัวอยู่ไม่น้อย แต่รอยยิ้มและน้ำใจ ของคนไทยที่ร่วมชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา ก็ทำให้ฉันกล้าพอที่ถือธงชาติไทย และเดินไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล

หลังจากคืนนั้นฉันเดินผ่านตำรวจเข้าไปในม็อบอีกหลายหน ทั้งไปทำงานและไปนั่งฟังปราศรัย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นพวกสนธิ เป็นพวกจำลอง เป็นพวกพันธมิตรฯ หรือเป็นพวกใคร มันเป็นเรื่องเศร้า ที่เดี๋ยวนี้เวลาเจอหน้ากันคนไทยทักกันว่า ‘อยู่ข้างไหน?’ คล้ายกับที่เคยถามว่า ‘กินข้าวหรือยัง?’ ทุกวันนี้ เรายอมให้คนๆ เดียวแบ่งคนไทยออกเป็นสองฝ่าย...

ทั้งที่สุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ล้วนอยู่ใต้ร่มธงไทยผืนเดียวกัน

+++++++++++++++++

เมื่อคืนนี้ ฉันปะปนอยู่กับคลื่นมหาชนที่ห่มคลุมท้องถนนไว้ ท่ามกลางข้อกังขาว่ามาตรา 7 เหมาะสมหรือไม่ที่ถูกนำมาใช้ผ่าทางตันทางการเมือง ด้วยความเขลาเบาปัญญา ฉันยืนอยู่ใกล้สะพานมัฆวานฯ โดยไม่มั่นใจว่าวิธีการไหนที่ดีที่สุดในยามนี้ ฉันไม่ได้ตะโกน ‘ทักษิณ ออกไป’ แต่โบกธงไตรรงค์ทุกครั้งที่ผู้คนรอบข้างกู่ร้อง ฉันรู้ดีว่าถึงแม้ทักษิณจะออกไป แต่คนไทยก็ยังต้องเวียนว่ายอยู่บนสายนี้ หากยังไม่สิ้นนักการเมืองโกงกินที่เห็นแผ่นดินเป็นเครื่องมือแสวงหาผลกำไร

แต่ฉันก็ยืนอยู่ที่นั่น....

เพื่อถือเทียนชัยไว้ในมือ และภาวนาให้แสงสว่างเล็กๆ จากเทียนนับพันนับแสนเล่ม ส่องนำให้บ้านเมืองที่กำลังมืดหม่นค้นพบทางออกที่ดีที่สุด

และเหนือสิ่งอื่นใดฉันภาวนาขอให้ลูกหลานไทยไม่ต้องทนอ่านข้อความ...

พุทธศักราช 2600
125 ปีนับแต่คณะราษฎร ‘อภิวัฒน์’ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
การเมืองไทยยังล้มลุก และคลุกคลาน






Create Date : 26 มีนาคม 2549
Last Update : 26 มีนาคม 2549 19:44:00 น. 7 comments
Counter : 538 Pageviews.

 
เมื่อคืน

ฉันร่วมกับ ยุ้ย โอเชี่ยน ศรีฒัย ถือเทียนชัยแล้วร้องเพลงด้วยเสียงอันแสนดังและก้องกังวาลไปทั่ว มช.

ฉันได้แต่ภาวนา ขอให้การเมืองไทยกลับมาดีอีกครั้ง มีแต่คนอยากพัฒนา ไม่คอรัปชั่น โกงกิน

ฉันฝันว่าวันนั้น คงมาในเร็ววันนี้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 26 มีนาคม 2549 เวลา:20:56:10 น.  

 
เอา

แวะ

มา

ฝาก

ครับ






โดย: ชายคา วันที่: 26 มีนาคม 2549 เวลา:23:23:56 น.  

 
ฉัน...การเมืองไม่ยุ่ง
(พยายาม) การมุ้งอย่างเดียว

ป.ล. วันนี้ที่เวทีถนนคนเดิน มีเสวนาจวก สนธิ ลิ้มทองกุล ด้วยล่ะ


โดย: iammonkey IP: 58.147.8.46 วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:2:11:48 น.  

 
คิดเหมือนกันเลยว่ะหมอน
พอรู้อะไรมากขึ้น
มันก็ยิ่งทำให้เราอยู่เฉยๆไม่ได้
แต่ก็ทำไรไม่ได้อีกนั่นแหล่ะ
แค่เป็นเสียงๆ นึงที่ลุกขึ้นสู้
ดีกว่าไม่ได้ทำไรเลย


โดย: naonok IP: 202.142.193.15 วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:15:26:53 น.  

 
ขยะ ที่ผู้คนทิ้งไว้หลังเดินผ่านตามท้องถนน อาจทำให้ไม่สบายตา บ้านเมืองสกปรกแต่มันยังสามารถเก็บขึ้นมาหย่อนลงถังได้
รถติด ถนนที่เต็มไปด้วยเจ้ากระป๋องเคลื่อนที่ที่เวลานั่นมันจอดนิ่งอยู่กับที่ แต่ก็แค่ช่วงเวลาหนึ่ง สุดท้ายมันก็นำพาคนข้างในไปส่งถึงบ้านจนได้ ไม่เร็วก็ช้าไปเพียงนิดหน่อย
เสียงดัง วุ่นวายอาจทำให้ใครๆ รำคาญจนนอนไม่หลับ แต่ไม่ช้ามันก็จะสงบลงและคุณจะนอนหลับได้เต็มตาอย่างแท้จริง
แต่ ถ้าเมืองไทยเต็มไปด้วยคน คนที่เห็นแต่ได้ ได้อยู่ฝ่ายเดียว ไม่รู้จักแม้แต่ความดีและความเลว เดินเกลื่อนอยู่เต็มเมือง สยามประเทศคงสกปรกและเน่าแฟะเพราะเก็บทิ้งไม่ได้ สยามประเทศคงเดินหน้าไม่ได้เพราะมีแต่ทางตัน หันกลับยังไม่ได้เพราะคนเลวขวางหน้าไว้ทุกเส้นทาง สยามประเทศคงไม่ใช่ที่ที่คุณจะนอนหลับได้เต็มตาเพราะมันจะไม่ใช่บ้านของคุณอีกต่อไป
ชั้นก็แค่อยากเห็นเมืองไทยสะอาดก็เท่านั้น




โดย: คนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากเห็นเมืองไทยสะอาด IP: 202.142.193.15 วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:15:36:04 น.  

 
เยี่ยมเลย น้องฉัน


โดย: จีโน่ IP: 203.153.168.177 วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:16:12:00 น.  

 
คุณหมี
เธอเขียนถึงเรื่องนี้อย่างจอร์จ

แม้การเมืองไทยจะทั้งล้มลุกและคลุกคลาน
ฉันก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเขียนถึงเรื่องนี้ในไดอารี
เหมือนที่ฉันได้อ่านงานของพี่บัญชาใน MARS
แล้วฉันชอบภาวะแบบนี้
ภาวะที่มีคนลุกขึ้น ถามหาถึงเรื่องของประชาธิปไตย
มันยังมีอยู่จริงใช่ใหม?




โดย: อ้อน้อย IP: 202.142.193.15 วันที่: 28 มีนาคม 2549 เวลา:18:15:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

monnoon
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add monnoon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.