เล่าประสบการณ์ท่องเที่ยวในต่างประเทศ

หลากความทรงจำปิดท้ายทริปสแกนดิเนเวีย










เมื่อคืนหลังจากที่คริสเตอร์ไปรับที่สถานีรถไฟแล้วก็กลับบ้านกันเลย พอเจอกับแอ๊บ เธอก็พร่ำบอกแต่ว่าดีใจอย่างมากที่ฉันมาพักที่บ้านด้วย จึงต้อนรับด้วยการทำอาหารไทยอย่างผัดกะเพราไก่+ไข่ดาว ไว้เป็นอาหารมื้อค่ำของเรา



เสร็จอาหารมื้ออร่อย แอ๊บให้คริสเตอร์พาลูกๆ เข้านอนก่อน แล้วก็มานั่งคุยด้วยกันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงปล่อยให้ฉันเข้านอนเพราะเห็นท่าทางที่ค่อนข้างเพลียจากการเดินทาง จริงๆ สาเหตุที่เพลียก็เป็นเพราะคืนก่อนหน้านี้ฉันตื่นมากลางดึกเพื่อรับโทรศัพท์จากเมืองไทยอยู่หลายรอบ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าฉันติดอยู่ออสโล แต่โทรมาติดต่องานเสียส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นวันจันทร์ที่เปิดทำการหลังจากหยุดสงกรานต์มาหลายวัน เพื่อนๆ เลยไม่รู้ว่าโทรหาฉันตอนตีสามให้ต้องงัวเงียขึ้นมารับโทรศัพท์



สองวันที่ผ่านมาในนอร์เวย์เจอฝนตกและเที่ยวทั้งที่ฝนพรำตลอด พอมาถึงสวีเดนในวันนี้จึงไม่แปลกที่จะเริ่มมีอาการไข้หวัดจากการนอนน้อยด้วยล่ะมั้ง ...เช้าวันแรกที่บ้านแอ๊บ เธอจึงให้ฉันพักผ่อนอยู่ที่บ้านแบบสบายๆ แอ๊บซื้ออาหารสดมาเก็บไว้สำหรับเตรียมทำอาหารให้ฉันเต็มตู้เย็น เห็นแล้วค่อนข้างตกใจ บอกว่ามื้อเช้าเป็นแซนด์วิชแบบง่ายๆ กลางวันจะทำก๋วยเตี๋ยวหมูร้อนๆ ให้กิน มื้อเย็นคริสเตอร์จะกลับมาทำอาหารฝรั่งให้ฉันชิม ซึ่งโดยปกติจะเป็นหน้าที่ของแอ๊บ นอกจากวันหยุดที่จะสลับให้คริสเตอร์ทำอาหารเพื่อให้แอ๊บได้หยุดพักบ้าง



ตอนที่แอ๊บเคยเล่าให้ฟังเวลาโทรกลับหาฉันที่เมืองไทย บอกตรงๆ ว่านึกไม่ออกว่าการเลี้ยงลูกตัวน้อยสองคนจะวุ่นวายขนาดไหน จนกระทั่งได้ไปเห็นเอง



ครอบครัวแอ๊บมีลูกสองคนนะคะ "ขวัญข้าว" กับ "ข้าวใหม่" กำลังซนทั้งคู่ ทั้งวันแอ๊บจะง่วนอยู่กับการเลี้ยงลูก ซึ่งข้าวใหม่หรือเจ้าชายตัวน้อยจะเกาะติดแม่ไม่ยอมห่าง ขวัญข้าวจะต้องไปโรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้บ้านในราวเที่ยงวัน แล้วกลับบ้านตอนบ่ายสามโมง โดยที่แอ๊บจะเดินไปรับ-ส่งลูกทุกวัน กิจวัตรประจำวันดูเหมือนมีไม่กี่รายการ แต่เท่าที่เห็นแอ๊บแทบจะไม่มีเวลาว่างเอาเสียเลย




ข้าวใหม่กำลังซุกซน



แต่งตัวให้ขวัญข้าวไปโรงเรียนตอนเที่ยง



ขวัญข้าวฉีกยิ้มขณะที่ข้าวใหม่แอบมองลอดขา



ทุกวันแอ๊บจะต้องจับข้าวใหม่ใส่รถเข็นแล้วก็เข็นออกไปเดินรอบหมู่บ้าน ชีวิตประจำวันของเด็กที่นี่ต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอกทุกวัน ฉันถือโอกาสออกไปเดินเล่นกับแอ๊บด้วย แม้จะเป็นเพียงแค่บางเสี้ยวในชีวิตประจำวัน แต่ก็ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน แอ๊บบอกว่าเวลาเจอกันจะต้องเอ่ยคำทักทายกันนะ มิเช่นนั้นเราจะดูเป็นคนหยิ่ง ไม่น่าคบ ..เมืองเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนในโลก วิถีชีวิตในสังคมก็คงไม่แตกต่างกันนักนะคะ




ต้องพาข้าวใหม่ออกมาเดินเล่นทุกวัน



แล้วก็หลับปุ๋ย



บ้านหลังนี้เป็นซาลอนทำผม




Mantorp เป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ ในเขตเมือง Mjölby แต่หมู่บ้านเล็กอย่างนี้ก็มีโรงเรียนอนุบาลถึง 5 แห่ง เรียกว่าใครอยู่ใกล้ที่ไหน ก็ให้เรียนที่นั่น ไม่ต้องให้เด็กเดินทางไกล ทุกวันน้องขวัญข้าวจึงสามารถเดินไปโรงเรียนได้ในเวลาเพียงแค่ 5-10 นาที



นี่ถ้าโรงเรียนในเมืองไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ มีกระจายมากมายอย่างนี้ก็คงดีสินะ ...แต่ก็นั่นแหละ การที่พ่อแม่เลือกให้ลูกเรียนโรงเรียนดีๆ ที่แม้ว่าจะไกลบ้านมาก ก็มักจะเป็นเพราะความคาดหวังถึงอนาคตทางการศึกษาที่ดีของลูก ส่วนหนึ่งเราคงต้องยอมรับว่าคุณภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อค่านิยมของผู้ปกครองและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กตัวน้อยๆ ที่ต้องตื่นไปนั่งหลับในรถจนถึงโรงเรียน




สภาพภายในโรงเรียนเล็กๆ ที่ขวัญข้าวเรียนอยู่



หนุ่มน้อยเพื่อนร่วมห้องของขวัญข้าวที่ตามออกมาดู
และบอกกับแอ๊บว่าจะไปงานวันเกิดขวัญข้าวแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับเชิญเหมือนเพื่อนคนอื่นก็ตาม (ฟังแล้วน่าสงสารจัง)



อ้อ... แอ๊บให้ข้อมูลด้วยว่าที่ Mantorp เมืองที่แอ๊บอยู่นี่ ชาวเมืองแต่งงานกับสาวไทยเยอะมาก เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นก็เพิ่งลงข่าว แหม!! ชักจะสนใจแล้วสิคะ ฉันเลยแกล้งกระเซ้าแอ๊บตอนที่เราเดินเล่นในหมู่บ้านว่า จะมองหาหนุ่มสวีเดนแต่งงานด้วยอีกคนจะได้ไม่ต้องกลับเมืองไทยเลยดีมั้ย


แอ๊บบอกว่าเธอโชคดีมาก เพราะคริสเตอร์เป็นคนดีและน่ารัก ช่วยทั้งงานบ้าน ช่วยเลี้ยงลูก ไม่วางตัวเป็นคุณสามีใหญ่ที่หาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว หน้าที่การงานก็ดีพร้อมไปหมด ฟังแล้วก็รู้สึกยินดีด้วยกับความโชคดีนี้นะคะ



บ้านของคริสเตอร์และแอ๊บ



 




ในวันแรกที่บ้านแอ๊บฉันมีเวลาส่วนตัวค่อนข้างมาก วันนั้นจึงเป็นการจัดการธุระปะปังในเรื่องที่ยังค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีซ่า หรือเรื่องเที่ยวบินกลับ


เริ่มด้วยการที่ฉันโทรศัพท์ติดต่อไปที่สถานทูตไทยประจำกรุงสตอกโฮล์มก่อน ...โชคดีที่ไม่ต้องคอยสายนานอย่างที่นึกกลัว


ฉันรีบให้รายละเอียดกับทางเจ้าหน้าที่ว่า เป็นข้าราชการหน่วยงานไหน สังกัดใด ลาพักผ่อนมาเที่ยวคนเดียว เป็นพวกที่ตกค้างไม่สามารถกลับเมืองไทยได้เพราะเหตุภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ระเบิด และตอนนี้วีซ่าก็หมดอายุแล้ว ก็เลยอยากจะขอลงทะเบียนให้ข้อมูลกับทางสถานทูตไว้ จะต่อวีซ่าชั่วคราวได้อย่างไร


คำตอบที่ได้จากเจ้าหน้าที่สถานทูตท่านนี้ ทำให้อึ้งไปนาน...



เธอบอกว่า ไม่ต้องต่อวีซ่า และไม่ต้องทำอะไรเลย ฉันบอกว่าขอแจ้งชื่อไว้ได้มั้ย เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้รู้ว่ายังมีฉันเป็นคนไทยที่ติดค้างอยู่อีกหนึ่งคน ....เธอบอกว่าไม่ต้อง คุณไปแจ้งกับทางสายการบิน จัดการเรื่องตั๋วทีเดียวเลย



ฉันนึกในใจว่า ...เฮ้ย!! ถ้าระหว่างที่ฉันยังติดต่อสายการบินไม่ได้ และไม่มีคนรู้จักอยู่ที่สวีเดนนี่ แล้วเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่คาดฝันให้เป็นอะไรไป คนที่บ้านจะรู้อะไรไหม จะได้ข่าวจากใคร ...คำถามสารพัดเกิดขึ้นในเวลานั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจและวางสายไปอย่างงงงัน



แอ๊บเห็นสีหน้าฉันก็คงพอเดาออก ปลอบว่า ...พี่ทำใจหน่อยนะ เพราะหนูโทรศัพท์ติดต่อไปที่สถานทูตนี่ทีไร ก็ต้องรอสายนานมากทุกที แล้วเวลาไปที่สถานทูตเจ้าหน้าที่ก็ไม่ค่อยยิ้มแย้มหรือพูดจาดีๆ กับคนที่ไปติดต่อด้วยเลย ขายขี้หน้าเขาจัง...



นั่งทำใจอยู่พักนึง แอ๊บก็ช่วยฉันในการโทร.ไปเช็คข้อมูลเรื่องตั๋วเที่ยวบินกลับต่อ เพราะยังไม่มีข่าวคราวจากคนการบินไทยที่เจ้านายให้ฉันติดต่อแจ้งรายละเอียดไป ...เงียบจนใจหาย ด้วยความขี้เกรงใจก็ไม่กล้าโทร.ไปเซ้าซี้กับใคร แอ๊บจัดการโทร.ไปที่การบินไทยสตอกโฮล์มให้ก่อน เพราะที่นี่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไทย เช่นเดียวกับตอนที่ฉันโทร.ไปโรม ให้แอ๊บคุยภาษาท้องถิ่นน่าจะได้เรื่องกว่า



เจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งว่า ตอนนี้คิวคนลงชื่อเต็มแล้ว คิวที่จะกลับได้คือวันที่ 29 ที่สนามบินสตอกโฮล์มและเหลือเพียงแค่ที่นั่งเดียวด้วย แต่ถ้าไปที่สนามบินออสโลก็จะได้เร็วขึ้นคือวันที่ 26



ความเครียดเข้ามาเยือนเต็มเปาเลยค่ะ ....ไม่ได้ห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเลย สมองคิดอย่างเดียว "งาน งาน งาน" เพราะอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่า ฉันกังวลในเรื่องของการขาดราชการเสียมากกว่าอย่างอื่น ทั้งที่ทริปนี้ ตั้งใจมาเที่ยวแค่ 8-9 วันในช่วงสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 10-18 เมษายน ก็ลางานไว้แค่วันเดียวเท่านั้น เพราะปีนี้มีภาระงานซึ่งไม่กล้าทิ้งไปนานเหมือนสองปีก่อนที่มีคนอื่นทำแทนได้



เป็นครั้งแรกของทริปเที่ยวยุโรปที่เกิดอาการใจวูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อยู่ดีๆ ก็น้ำตาร่วงเผาะออกมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว


การเป็นผู้หญิงที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศคนเดียวได้ ไม่ได้หมายความว่าเธอจะกล้าแกร่งอย่างที่ใครๆ คิดนะคะ สถานการณ์แบบนั้นทำให้ตัวตนจริงๆ กลับมาชั่วครู่...



รู้สึกว่าการมาเที่ยวครั้งนี้เริ่มรบกวนคนอื่นไปทั่ว ...ตั้งแต่การมาพักบ้านแอ๊บเป็นอาทิตย์ ...การที่กลับไปทำงานไม่ทันตามกำหนด ต้องโทร.ไปไหว้วานน้องบางคนให้ช่วยแวะไปดูงานบางอย่างให้หน่อย ...การที่ต้องโทร.ไปบอกทางบ้านว่ายังกลับไม่ได้ ทำให้พ่อแม่ต้องออกอาการเป็นห่วง ...และการที่ต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้านายในเรื่องหาเที่ยวบินกลับให้เร็วขึ้น



ฉันถูกแอ๊บแอบบ่นว่า ...แทนที่จะดีใจได้เที่ยวต่อเป็นอาทิตย์ เป็นคนอื่นเขาคงกระโดดโลดเต้น พี่กลับมานั่งกังวลห่วงงาน จะบ้ารึเปล่านะ ...แหม!! คิดว่าคนประเภท workaholic น่าจะมีความรู้สึกและอารมณ์เดียวกับฉันในขณะนั้นแน่




เบรกอารมณ์ตรงนี้ มาดูไข่กันดีกว่านะคะ ........



ไข่ที่นี่.... เห็นสีขาวอย่างนี้ เป็นไข่ไก่นะคะ ไม่ใช่ไข่เป็ด



คืนนั้น ฉันได้ชิมพาสต้าครีมชีสฝีมือคริสเตอร์ ถ้าเป็นคนไทยคนอื่นอาจจะไม่ค่อยชอบอาหารฝรั่งโดยเฉพาะใส่ครีมใส่ชีสนี่สักเท่าไหร่ แต่สำหรับฉันแล้วค่อนข้างคุ้นเคยอยู่บ้าง แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบอาหารประเภทพาสต้านัก แต่ก็ต้องบอกว่าอาหารฝีมือคริสเตอร์นี้อร่อยค่ะ ได้ดูวิธีการปรุงด้วย แต่ไม่กล้าถ่ายภาพมาโชว์สักรูปเดียว ด้วยความไม่คุ้นกับคริสเตอร์ และกลัวคริสเตอร์จะบ่นหรือดุว่าถ่ายอะไรไปทำไม เป็นแขกก็กรุณาไปนั่งอยู่เฉยๆ จะดีกว่า


แอ๊บวางแผนไว้ว่าวันพรุ่งนี้เย็นจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน ส่วนตอนกลางวันจะพาฉันไปเดินในป่าใกล้บ้าน บอกมีผลไม้และต้นไม้เยอะ และจะมีสัตว์ป่าอย่างกวางออกมาเดินเล่นด้วย เป็นหมู่บ้านในฝันเลยนะคะเนี่ย ...หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีคนไม่มากมายนัก สงบ เงียบ น่าอยู่



ฝันที่จะไปเดินเล่นชมกวางในป่าต้องสลายไปพร้อมๆ กับข่าวดีในวันถัดมาค่ะ ฉันได้รับโทรศัพท์แจ้งจากผู้ใหญ่ที่เจ้านายติดต่อให้ว่า ให้ไปรอที่สนามบินสตอกโฮล์มตอนบ่ายโมงวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งก็คือวันรุ่งขึ้นนั่นเอง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากไปกว่าการบอกให้ฉันไปพบเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เคาน์เตอร์ ทราบแค่นี้จริงๆ ค่ะ



ข่าวดีของฉันกลายเป็นข่าวร้ายของแอ๊บไป เพราะเธอบ่นกระปอดกระแปดตลอดเวลาที่เหลือว่า อุตส่าห์ดีใจที่ฉันมาพักอยู่ด้วย ได้พูดคุยภาษาไทยด้วยกันกับคนที่รักนับถือและไว้ใจได้ ยังไม่เท่าไรก็จะกลับแล้ว ....ฉันเองเข้าใจความรู้สึกนี้นะคะ เพราะมีหลายๆ เรื่องที่แอ๊บคุยและขอคำปรึกษา ไม่ใช่เฉพาะขณะที่ฉันมาพักที่สวีเดนนี่เท่านั้น แอ๊บเป็นลูกน้องเก่าคนเดียวกระมังที่ย้ายห่างกันไปแล้วยังหมั่นโทร.ทางไกลจากสวีเดนมาหาฉันอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นความรู้สึกผูกพันกันตรงที่ฉันเป็นผู้คัดเลือกน้องๆ เหล่านี้มาทำงานด้วย และแม้จะห่างกันไปก็ยังมีความห่วงหาและปรารถนาให้น้องๆ เขามีความสุขกับสิ่งที่แต่ละคนได้เลือกทางเดินของตัวเอง



อย่างไรก็ตาม แอ๊บรีบเปลี่ยนแผนการใหม่ทันที กะว่ากิจกรรมระหว่างขวัญข้าวกับข้าวใหม่ยังเป็นไปตามปกติ แต่จะไปรับขวัญข้าวที่โรงเรียนเร็วขึ้น แล้วแอ๊บจะพาฉันเข้าเมืองไปเดินเล่น ซื้อของ แล้วก็นัดหมายกับคริสเตอร์ดินเนอร์ต่อเลย



Linköping อยู่ห่างจาก Mantorp เพียงแค่ 20-30 กิโลเมตร นั่งรถไฟก็เดี๋ยวเดียว ประมาณ 15 นาทีเห็นจะได้



สถานีรถไฟ Mantorp



ขณะกำลังรอรถไฟ



รถไฟลายหวาน


หลังจากที่เราไปรับขวัญข้าวพร้อมๆ กับเข็นรถใส่ข้าวใหม่ไปด้วย ก็มีเรื่องให้ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อีกแล้วค่ะ ฉันขึ้นรถไฟไปกับแอ๊บโดยที่ไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟ แอ๊บไม่ได้คิดถึงข้อนี้เพราะเธอมีบัตรโดยสารที่ใช้ประจำอยู่แล้ว ขึ้นไปก็แค่แตะบัตรเท่านั้น ส่วนฉันนั้น ตั้งแต่ข้ามประเทศจากออสโลมาสวีเดนยังไม่ได้แวะกดเงินท้องถิ่นเลย เพราะที่มีอยู่เดิมก็แลกเป็นเงินสกุลอื่นไปหมดเมื่อครั้งอยู่เดนมาร์กแล้ว ถามแอ๊บว่ามีเงินสดติดตัวรึเปล่า แอ๊บก็บอกมีไม่มากพอจ่ายค่าตั๋วบนรถไฟ...



...ให้อากาศหนาวแค่ไหน ฉันก็เริ่มออกอาการเหงื่อชุ่ม เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วจะมาขอดูตอนไหน และจะโดนปรับเท่าไหร่ ได้แต่นึกในใจว่า ...ทำยังไงดี ทำยังไงดีล่ะเนี่ย...



ไม่รู้ว่าโชคช่วยหรือว่าระยะทางมันสั้น หลังจากใจเต้นรัวตลอด 15 นาทีบนรถไฟ ก็ถึงจุดหมายปลายทางก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋ว นึกขอบคุณในความโชคดี ดังนั้น พอรถไฟจอดปุ๊บ ฉันรีบกระโดดลงก่อนเลย แล้วค่อยหันมาช่วยแอ๊บยกรถเข็นของข้าวใหม่ลงจากรถไฟ




สถานีรถไฟ Linköping



จักรยานเป็นยานพาหนะยอดนิยมของเมืองเล็ก



โบสถ์ประจำเมือง



เมืองที่ค่อนข้างเงียบสงบ



แอ๊บพาเดินชมเมือง พาไปหาซื้อของฝาก แล้วก็นัดเจอกับคริสเตอร์หลังเลิกงานเพื่อเลี้ยงส่งฉันที่ IKEA ห้างเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังของสวีเดน แต่งานนี้ฉันต้องขอร้องคริสเตอร์ ขอเป็นฝ่ายเลี้ยงขอบคุณแทนดีกว่า บรรยากาศที่นี่น่าเดินดีค่ะ ของเยอะ ดูจากการจัดวางสินค้าแล้วค่อนข้างสวยงามและลงตัว




IKEA สัญชาติสวีเดน



ด้านใน IKEA จัดเสนอสินค้าอย่างสวยงาม



ทำไมต้องจ่ายแพงกว่า?



สินค้าอุปโภคบริโภค



ของตกแต่งบ้าน



เฟอร์นิเจอร์หลากหลาย



ร้านอาหารหรือ food corner บรรยากาศดี



เลือกทำเลที่ชอบ



ข้าวใหม่สู้แสงไฟ



หลากเมนูสุดฮิต



เครื่องดื่มหลายชนิด



อาหารชุดนี้เป็นของใครไปไม่ได้



เมนูอาหารที่ IKEA มีให้เลือกเยอะค่ะ แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน มีหลายชุดราคาให้เลือก รสชาติดีใช้ได้เลย food corner ของเค้าจัดบรรยากาศได้น่านั่ง ทำให้เป็นดินเนอร์ที่เอร็ดอร่อยและสมบูรณ์แบบได้ในราคาย่อมเยา


หลังจากอิ่มกันแล้ว เราก็กลับบ้านกันค่ะ คืนสุดท้าย พวกเราเลยถ่ายรูปหมู่ร่วมกันก่อนที่คริสเตอร์จะพาลูกทั้งสองเข้านอน ส่วนแอ๊บกับฉันยังคงคุยกันต่ออีก ซึ่งแอ๊บยังบ่นเสียดายไม่เลิกที่ฉันมาอยู่ด้วยแค่สองสามวันเท่านั้น




มองกล้อง ...หนึ่ง..สอง..สาม



แฮปปี้



ขวัญข้าวยอมให้ถ่ายรูปแบบสวยงามเป็นครั้งแรก



ขวัญข้าวกับไอศกรีมก่อนนอน



เช้ารุ่งขึ้น ฉันบอกลาคริสเตอร์และแอ๊บเพื่อที่จะเดินทางเข้า Stockholm รถไฟออกจาก Mantorp ตอนแปดโมงครึ่ง แวะเปลี่ยนขบวนที่ Linköping ตอน 9 โมง และถึงปลายทางที่สนามบิน Arlanda ประมาณเที่ยงวัน




หิมะตกในเช้าวันเดินทางกลับ



ภายในรถไฟไปสนามบิน สะอาด สวยงาม



หนาวแค่ไหน ดูได้จากหิมะที่ตกระหว่างทาง



อากาศข้างนอกยังหนาวมาก ระหว่างเดินทางก็เห็นหิมะตกเป็นระยะๆ ไปถึงสนามบินก็มองเห็นเจ้าจำปีลำใหญ่จอดอยู่ในลาน รู้สึกอุ่นใจว่าจะได้กลับบ้านแล้ว....




เห็นเจ้าจำปี ก็อุ่นใจว่าจะได้กลับบ้าน



เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ที่โทรหา บอกว่าให้ไปถึงสนามบินบ่ายโมง ขณะที่เครื่องจะออกตอนบ่ายสองโมง ฉันมาถึงก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง เพราะคิดว่าอาจจะต้องยุ่งๆ เรื่องตั๋วนิดนึง ....เอาเข้าจริง ไม่นิดอย่างที่คิดค่ะ เพราะมีผู้โดยสารที่ตกค้างตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้มาที่สนามบินเป็นจำนวนมาก บางคนบอกว่ามาตั้งแต่เช้า แต่ไม่สามารถยืนยันว่าจะได้ที่นั่งสำหรับบินกลับมั้ย ทำเอาฉันใจแป้ว ที่กำลังยืนเข้าแถวรอเช็คอินอยู่ก็เลยชักไม่แน่ใจว่าจะได้ที่นั่งรึเปล่า ตัดสินใจเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ตอบคำถามและบริการผู้โดยสารอยู่ตรงเคาน์เตอร์เช็คอินของการบินไทย ฉันบอกชื่อเจ้าหน้าที่ที่นัดให้มาพบ พี่คนนี้ก็เลยพาไปทำการเช็คอินและโหลดกระเป๋าให้



พอจะทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่า คนที่มารอวันนี้ น่าจะได้ขึ้นเครื่องกลับทุกคน ฟังแล้วค่อยโล่งใจหน่อย เพราะจากที่ซักถามพูดคุยระหว่างเข้าแถวรอ ส่วนมากเป็นกรุ๊ปทัวร์ แล้วแต่ละคนก็จะบอกว่าต้องออกค่าใช้จ่ายเอง แล้วบางคนตกค้างมาหนึ่งอาทิตย์ ค่าใช้จ่ายคงเกินงบไปเยอะเลยนะคะ


เที่ยวบิน TG961 จากสตอกโฮล์มบินถึงกรุงเทพฯ ล่าช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะตอนขาออกมีผู้โดยสารคนไทยขึ้นเครื่องเลยเวลา เจ้าหน้าที่ต้องประกาศหาตัว เนื่องจากได้โหลดกระเป๋าขึ้นเครื่องแล้ว ปรากฏว่าพอทั้งสามคนขึ้นมา ผู้โดยสารที่รออยู่ต่างพากันตบมือเกรียว นี่ถ้าฉันโดนอย่างนี้ นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรดี



ลงเครื่องตอน 6 โมงเช้า กลับถึงบ้านก็เกือบ 8 โมง รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปทำงานต่อทันที ถึงจะเหนื่อยจากการเดินทางยังไง ก็ต้องไปทำงานค่ะ ขาดงานมาหลายวัน เจ้านายบอกว่ากลับไปพักผ่อนเถอะ แต่ฉันก็ดื้ออยู่ทำงานต่อ เห็นว่าไหนๆ ก็เป็นวันศุกร์แล้ว อดทนทำงานอีกไม่กี่ชั่วโมง ก็จะได้หยุดพักเสาร์อาทิตย์ ....ที่สำคัญคือ ฉันอยากจัดการเรื่องขาดงานหลายวันด้วยค่ะ เพราะตามระเบียบแล้ว เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงจนไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้โดยมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือความผิดของข้าราชการผู้นั้นเอง จะต้องรีบรายงานพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งแจ้งอุปสรรคขัดขวางที่ทำให้มาปฏิบัติราชการไม่ได้ต่อผู้บังคับบัญชาในวันแรกที่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ เมื่อผู้บังคับบัญชาเห็นควรอนุมัติก็จะไม่ถือเป็นการขาดราชการ ...วันแรกของการกลับมาทำงานเลยนั่งทำงานจนถึงหกโมงเย็น เกือบสลบเหมือนกันค่ะ


ทริปนี้เป็นทริปที่มีเรื่องราวจากการเดินทางมากมายเลยนะคะ จากที่วางแผนเที่ยวไว้น้อยที่สุด แต่กลับเจอเรื่องราวไว้เล่าขานมากที่สุดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายตลอดสองสัปดาห์ ฉันถูกตั้งคำถามว่า "เข็ดมั้ย" ...คงไม่หรอกค่ะ เพราะทุกเรื่องราวเป็นความทรงจำ เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมได้ ทุกย่างก้าวในการเดินทางจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข สนุกสนาน ความตื่นเต้น แม้จะมีบางอย่างทำให้เรารู้สึกไม่ดีบ้าง แต่สิ่งสำคัญคือเราได้สัมผัสกับมิตรภาพที่มีอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้....





 



My Scandinavia Trip 2010 Slideshow: Mena’s trip from Bangkok, Thailand to 6 cities Stockholm, Copenhagen, Oslo, Bergen, Malmö and Linköping was created by TripAdvisor. See another Sweden slideshow. Create a free slideshow with music from your travel photos.





 

Create Date : 06 มีนาคม 2554
8 comments
Last Update : 10 มีนาคม 2554 1:29:28 น.
Counter : 1119 Pageviews.

 

ฝันดีนะครับ

ลดความอ้วน อาหารเสริม วิตามิน ผิวขาว เครื่องสำอางอาหารเสริมลดความอ้วนเครื่องสำอางผิวขาววิตามิน

 

โดย: MaFiaVza 6 มีนาคม 2554 23:00:34 น.  

 

@MaFiaVza คห.1

สวัสดีค่ะ
ฝันดีเช่นกันนะคะ

 

โดย: แฮปปี้มีนา 6 มีนาคม 2554 23:39:23 น.  

 

ตามอ่านจนจบ สนุกดีค่ะ เปิ้ลติดที่โน่นประมาณ 3 วันน่ะค่ะ พอดีอยู่ใต้ลงมาหน่อย เลยได้บินง่ายขึ้น ยังโชคดีอยู่กับเพื่อนหลายคน เลยไม่เหงา แต่กลัวตกงานเหมือนกัน ปล. รอทริปอิตาลีนะคะ

 

โดย: เปิ้ล IP: 58.8.212.38 7 มีนาคม 2554 14:41:11 น.  

 

หวัดดีคะ
อยากบอกว่าชอบชื่อน้องสองคนม๊ากมาก เดี๋ยวนี้คุณพ่อคุณแม่เค๊ามีชื่อเก๋ๆมาตั้งให้ลูกๆนะคะน่ารักดี ทริปหน้าเที่ยวให้สนุกนะคะ

 

โดย: ริ้วไผ่ 8 มีนาคม 2554 1:24:21 น.  

 

โอย..อ่านจบแล้วขอสะบัดแข้งขาแก้อาการเกร็งสักครู่นะคะ เพราะว่าลุ้นเสียไม่มีดี ขอบคุณที่อุตส่าห์ไปเยี่ยมเยียนปิ๊งป่องๆ..ที่บล๊อกค่ะ เลยได้มาตามอ่านตอนจบ เพราะเป็นคนนิสัยไม่ดี ขี้ลืม อุตส่าห์เซฟไว้ในเฟเวอร์ริท แล้วก็ยังลืมกลับมาอ่าน ถ้าพลาดตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งไปล่ะก็ คงตาค้างไปอีกหลายคืนเลยค่ะ
ยินดีด้วยที่กลับบ้านปลอดภัย และดีใจสุดๆที่คุณยังไม่เข็ดที่จะท่องเที่ยวไป เพื่อนำประสบการณ์สนุกๆ มาฝากค่ะ และคุณยังเป็นคนเก่งมากและรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างที่สุด ประชาชนคนเสียภาษี(นิดหน่อย)ดีใจมากค่ะ ที่มีข้าราชการอย่างคุณ ถ้าเป็นมีพร้อมนะคะ ป่านนี้นอนให้คุณแอ๊บป้อนข้าวป้อนน้ำสักอาทิตย์ ให้หายคิดถึง แล้วกลับมานอนพักให้หายล้าสัก 3 วัน 7 วัน แล้วค่อยมาทำงานแน่เลยค่ะ ..เพราะนู๋เป็นคนขี้เกียจค่า.....

ปล.โห..มีรีเควสทริปได้ด้วยเหรอคะเนี่ย ขอจองตามไปเที่ยวแคนาดาบ้างได้ไหมคะ อยากรู้ว่า"โรแมนติก ยูโรเปี้ยน"ของเขาน่ะ โรแมนซ์แค่ไหนน่ะค่ะ ขอให้มีความสุขทุกๆวันนะคะ

 

โดย: me prompt 8 มีนาคม 2554 15:32:44 น.  

 

@เปิ้ล คห.3

หวังเอาว่าปีนี้จะไม่ต้องไปติดอะไรอีกนะคะ



@ริ้วไผ่ คห.4

ขวัญข้าวกับข้าวใหม่ มีชื่อฝาหรั่งด้วย แต่จำไม่ได้แล้ว
ชื่อไทยเพราะกว่าเยอะเลยค่ะ



@me prompt คห.5

ขอบคุณที่ตามลุ้นจนจบนะคะ
จริงๆ จขบ.ก็เป็นคนขี้เกียจเหมือนกันล่ะค่ะ อยากนอนเล่น แต่ไม่อยากให้ใครมาป้อนข้าวป้อนน้ำเป็นอาทิตย์นะ คิคิ

ที่จริงคุณเปิ้ล คห.3 ไม่ได้รีเควสทริปหรอกค่ะ พอดีกำลังจะไปเที่ยวอิตาลีสิ้นเดือนนี้
เอาไว้ไปแคนาดาเมื่อไหร่ คุณดีพร้อมได้อ่านเรื่องเล่าเหมือนๆ กัน รับรองได้

ว่าแต่ ซื้อหนังสือ "เดินเดี่ยวเที่ยวโตรอนโต" มาหลายเดือนแล้ว ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยนะคะเนี่ย เลยไม่รู้ว่าแคนาดานี่จะเป็นคิวไหน

 

โดย: แฮปปี้มีนา 8 มีนาคม 2554 23:06:27 น.  

 

สนุกมากเลยค่ะ ขนาดมดอยุ่ที่สวีเดนยังไม่ได้ไปไหนเลย

เมนูเวลาไป IKEA เนี่ยเป็นเมนูเดียวกันเลยค่ะ ชอบแซลมอนเหมือนกัน เค้าบอกว่า IKEA กำลังจะเปิดสาขาที่เมืองไทย ไม่ทราบว่าจะมีรายการอาหารเหมือนๆ กับที่นี่หรือเปล่า ชอบไป IKEA ค่ะ เพราะของถูก แล้วก็เก๋ไก๋มากมาย

 

โดย: ฝนในใจ 9 มีนาคม 2554 8:30:29 น.  

 

@ฝนในใจ คห.7

สวัสดีค่ะคุณมด

IKEA จะเปิดแถวๆ บางนา ไม่แน่ใจว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เคยดูแพลนแล้วค่อนข้างใหญ่โต
ชอบว่าดีไซน์เขาสวยเก๋ แต่คุณภาพจะดีรึเปล่าอันนี้ไม่ทราบค่ะ

ขอบคุณที่ตามมาอ่านนะคะ

 

โดย: แฮปปี้มีนา 9 มีนาคม 2554 22:56:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แฮปปี้มีนา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]









ทำงานในองค์กรภาครัฐ ใช้เวลาพักร้อนในแต่ละปีออกไปเปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในโลกใบนี้ตามลำพัง ...การออกไปเผชิญโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ไม่จำเป็นต้องเก่งภาษามากมายขอแค่มีใจที่พร้อมจะเปิดรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง ทั้งสุข สนุก ตื่นเต้น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น จะทำให้เรามีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่มีในหนังสือท่องเที่ยวเล่มไหนสอนไว้


New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แฮปปี้มีนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.