Series CSI ซีรี่ส์ซีเอสไอ ไขคดีปริศนา



CSI: Crime Scene Investigation หรือ CSI หน่วยนี้จะสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตที่เป็นปริศนา ผิดธรรมดา และบางครั้งก็น่าสยดสยอง เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและความเป็นมาของผู้ที่เสียชีวิต พวกเขายังสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ ด้วย แต่แกนสำคัญส่วนใหญ่ของเรื่องมักจะเป็นการฆาตกรรม
CSI โดดเด่นกว่าซีรีส์แนวเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากการเน้นไปที่การค้นหาหลักฐานทางนิติเวชในกระบวนการการสืบสวนสอบสวนคดี โดยที่หลักฐานทางกายภาพนั้นจะถูกพิจารณาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเล็กเพียงใดหรือแม้แต่หลักฐานที่แทบจะมองไม่เห็นก็จะถูกขยายขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์

ผู้สร้าง: แอนโทนี่ อี. ซุยเคอร์ (Anthony E. Zuiker)


นักแสดงนำ:

ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น (Laurence Fishburne)

เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 1 ด็อกเตอร์ เรย์มอนด์ "เรย์" แลงสตัน - CSI Level 1: Doctor Raymond "Ray" Langston ก่อนหน้านี้เขาเป็นนายแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอายุรเวชศาสตร์ ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานเป็นฆาตกรคนไข้ถึง 27 ราย ซึ่งเขาได้เห็นหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคนไข้ 27 ราย แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงหากันได้ ปรากฏตัวครั้งแรกในซีซั่นที่ 9 ตอน 19 Down โดยเป็นอาจารย์สอนบรรยายเกี่ยวกับ ฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่ง กริซซัม สนใจหนังสือที่เขาเขียนขึ้นมาเกี่ยวกับกรณีศึกษาเรื่องนี้ และได้ปลอมตัวเป็นนักศึกษาอยู่ในชั้นเรียน เพื่อสืบสวนเกี่ยวกับคดีฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane หลังจากที่เรย์มอนด์ทราบว่า กริซซัม ปลอมตัวเข้ามา เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ที่ห้องเรียนของเขาถูกเอามาใช้ในการสืบสวนคดี แต่ท้ายที่สุด เขาได้ให้ความช่วยเหลือ กริซซัม ในคดีนี้ ตอน One to Go เขาถูกจ้างเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ ให้กับ กริซซัมและเพื่อนร่วมทีม ในคดีฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane และตอนท้าย กริซซัม ได้เสนองานในการเป็นเจ้าหน้าที่ CSI ให้กับเขา โดยที่เขาได้ตอบตกลง และได้เข้าร่วมกับทีม เป็น เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 1 ตอน The Grave Shift การทำงานวันแรกของเรย์มอนด์ ดูช่างไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่การหาร่องรอยลายนิ้วมือไม่ได้จากที่เกิดเหตุ ตอนที่กำลังเคลื่อนย้ายศพ เน็กไทของเขาบังเอิญโดนหยดเลือดของศพผู้เคราะห์ร้าย ทำให้เขาต้องตัดสินใจตัดมันทิ้งไป เพราะ ถือว่าเป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง รวมทั้งได้รับการต้อนรับที่แสนเย็นชาและไม่ค่อยเป็นมิตรจากเดวิด ฮ็อดเจส ซึ่งยังมีอารมณ์โกรธอยู่ อันเนื่องมาจากการ ลาออก ของ กริซซัม แต่หลังจากที่เขาหาหลักฐานในการสืบสวนเกี่ยวกับคดี อาร์สัน นั่นก็คือ การสร้างวัตถุระเบิดที่ถูกใช้ในที่เกิดเหตุ ทำให้ ฮ็อดเจส รู้สึกประทับใจในตัวเขา รวมทั้งเพื่อนร่วมทีม ก็ได้เชิญเขาไปรับประทานอาหารร่วมกันอีกด้วย ตอน Deep Fried and Minty Fresh มีการเปิดเผยว่าเขาสามารถพูดภาษาจีนแมนดารินได้

มาร์ก เฮลเกนแบเกอร์ (Marg Helgenberger)

เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 หัวหน้ากะกลางคืน แคทเธอรีน วิลโลวส์ - CSI Level 3 Nightshift Supervisor: Catherine Willows ผู้ดูแลทีมกะกลางคืนของหน่วย CSI ลาสเวกัส และเป็นหัวหน้าทีม CSI ของซีรีส์นี้ แทน กริซซัม ที่ลาออกไป ในซีซั่นที่ 9 ตอน One to Go เดิมทีในช่วงซีซั่นที่ 1-4 เธอเป็นผู้ช่วยหัวหน้ากะกลางคืน จนซีซั่นที่ 5 เธอถูกย้ายให้ไปเป็นผู้ดูแลของทีมใหม่ในช่วงกะกลางวัน ก่อนที่ในซีซั่นที่ 6 จะถูกย้ายกลับมารวมทีมกับกริซซัมอีกครั้ง แคทเธอรีนเป็นนักวิเคราะห์หยดเลือดจากเมืองโบซแมน มอนทานา เธอเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้าในช่วงแรก ๆ ของชีวิตการทำงานของเธอ เพื่อนำเงินที่ได้ไปจ่ายเป็นทุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งเนวาดา เมืองลาสเวกัส หรือ UNLV ที่ ๆ เธอสำเร็จการศึกษาสาขาวิชา วิทยาการทางการแพทย์ เธอมีลูกสาวอยู่หนึ่งคน คือ ลินด์ซี่ย์ น่าเศร้าหลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรมสามีเก่าของเธอ เธอไม่สามารถที่จะหาหลักฐานใด ๆ ในการเอาผิดฆาตกรได้ ซีซั่นที่ 3 ตอน Inside The Box แคทเธอรีนได้พบว่าพ่อที่แท้จริงของเธอ คือเจ้าของคาสิโนและผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมที่ชื่อว่า แซม บรอน ซึ่งภายหลังก็ถูกฆาตกรรมจนเสียชีวิตในซีซั่นที่ 7

จอร์จ เอียดส์ (George Eads)

เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 นิโคลาส "นิค" ปาร์คเกอร์ สโตคส์ - CSI Level 3: Nicholas "Nick" Parker Stokes เขาคืออดีตนักศึกษาสังกัดหอชมรม (Fraternity Brothers) นิสัย 'ยังไงก็ได้' ที่เป็นมิตรกับทุกคน พร้อมด้วยปริญญา สาขาวิชา ความยุติธรรมทางอาญา จากมหาวิทยาลัย เท็กซัส เอแอนด์เอ็ม (Texas A & M University) ทำงานเป็นนักวิเคราะห์เส้นไยและเส้นผมจากเมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส เมื่อเขาอายุ 9 ปี เขาถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยพี่เลี้ยงเด็กผู้หญิงที่พ่อแม่ของเขาหามาได้อย่างรีบร้อน นิคเป็นคนอ่อนไหว และบ่อยครั้งที่เขามักใช้ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดี มีอยู่หลายครั้งที่เราเห็นว่านิคเป็นคนหัวโบราณ เช่น การที่เขาไม่เห็นด้วยกับการอาศัยอยู่ด้วยกันของหนุ่มสาวก่อนแต่งงาน เป็นต้น เขาพูดภาษาสเปนได้อย่างดีเยี่ยม เขาอยู่ในทีมของกริซซัมใน 4 ซีซั่นแรก แต่ถูกย้ายให้ไปทำงานกับแคทเธอรีนในตอนกลางของซีซั่นที่ 5 ก่อนจะกลับมาร่วมทีมกับกริซซัมในซีซั่นที่ 6

เอริค ซึสแมนดา (Eric Szmanda)

เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 เกร็ก โฮเจ็ม แซนเดอร์ส - CSI Level 3: Greg Hojem Sanders (ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 3 - ปัจจุบัน ตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 1 - 2) เขาคือ อดีตช่างเทคนิค ชายหนุ่มผู้ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเหมือนกับกริซซัม และได้เป็นเจ้าหน้าที่ CSI ในซีซั่นที่ 5 ตอน Who Shot Sherlock? โดยอยู่ในทีมของกริซซัม เกร็กเป็นคนตลก และรักในงานที่ทำ เชี่ยวชาญเรื่อง DNA ในช่วงแรกของรายการ เขาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำห้องแล็บ DNA ครั้งหนึ่งเขาเกือบต้องเสียชีวิตเพราะห้องแล็บระเบิดในซีซั่นที่ 3 แต่ก็รอดมาได้ ก่อนที่เขาจะเริ่มหันมาสนใจในงานออกภาคสนามมากขึ้น จนได้มาเป็นเจ้าหน้าที่ CSI ในซีซั่นที่ 7 ตอน Fannysmackin เขาได้ถูกทำร้ายอย่างสาหัสในขณะที่ช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายจากการรุมทำร้าย ของกลุ่มแก๊งค์วัยรุ่น และซีซั่นที่ 9 ตอน 19 Down เขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็น เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3

โรเบิร์ต เดวิด ฮอลล์ (Robert David Hall)

หัวหน้าเจ้าหน้าที่นิติวิทยา ด็อกเตอร์ อัลเบิร์ต "อัล" ร็อบบิ้นส์ - Chief Medicial Examiner: Doctor Albert "Al" Robbins (ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 3 - ปัจจุบัน ตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 1 - 2) ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ แต่งงานแล้วและให้กำเนิดลูกสามคน บางครั้ง เขาเข้าใจในสิ่งที่กริซซัมพูดในขณะที่คนอื่นไม่เข้าใจ เขาใส่ขาเทียม ทั้งสองข้างและชอบเล่นดนตรีในวงร็อกเป็นงานอดิเรก มักทำงานอยู่แต่ในห้องชันสูตร แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขามักจะออกไปชันสูตรเบื้องต้นนอกสถานที่ด้วยตนเอง นอกจากนี้เขายังเป็นคนหาห้องทำงานส่วนตัวให้กับเรย์มอนด์ด้วย

วอลเลซ แลงแฮม (Wallace Langham)

เจ้าหน้าที่เทคนิคพิสูจน์ร่องรอย เดวิด ฮ็อดเจส - Trace Technician: David Hodges (ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 8 - ปัจจุบัน ตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 3 - 7) เจ้าหน้าที่แล็บเทคนิคที่ย้ายมาจากลอสแอนเจลิส เขาถูกพบในการ์ตูนคลายเครียดบางเล่ม แต่เพื่อนร่วมทีมกลับบอกว่าน่ารังเกียจและน่ารำคาญซะมากกว่าที่จะน่าตลกขบขัน เขาพยายามที่จะแนะนำตัวเองต่อกริซซัม ผู้ที่ยอมรับความสามารถของเขาในบางครั้ง ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน Recipe for Murder เขาชอบที่จะเอาชนะเจ้าหน้าที่เทคนิค มิอา ดิกเคอสัน และเจ้าหน้าที่เทคนิควิเคราะห์ DNA เวนดี้ ซิมม์ อยู่เป็นประจำ และซีซั่นที่ 7 ตอน Lab Rats เขาและเพื่อนในแล็บคนอื่นๆ ได้ร่วมมือกันช่วยแก้ปริศนาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของ ฆาตกรต่อเนื่องแบบจำลองขนาดเล็ก ซึ่งได้พบเบาะแสสำคัญ นั่นคือ ส่วนประกอบสารเคมีในที่เกิดเหตุ ที่ช่วยกริซซัมคลี่คลายคดีนี้ลงได้ในที่สุด

ลอว์เรน ลี สมิธ (Lauren Lee Smith)

เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 ไรลี่ย์ อดัมส์ - CSI Level 2: Riley Adams (ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 9 - ปัจจุบัน) ก่อนหน้านี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ เซนต์ หลุยส์ และกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 อันเนื่องมาจากมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ในหน่วยตำรวจของเมือง ลาสเวกัส ซึ่งยังคงมีสถานการณ์ที่ค่อนข้างระส่ำระสายเกี่ยวกับการถูกยิงของ วอร์ริค บราวน์ อยู่ เธอมีความฉลาดหลักแหลมและความคล่องตัวสูง ลักษณะของอาชีพของเธอดูจะตรงข้ามกับของพ่อเธอที่มีอาชีพเป็น นักจิตวิทยา โดยสิ้นเชิง

พอล กิวฟอยล์ (Paul Guilfoyle)

เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน ร้อยเอก เจมส์ "จิม" บราส - Homocide Unit: Captain James "Jim" Brass เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวนจาก นิวเจอร์ซีย์ อดีตหัวหน้าหน่วย CSI จนกระทั่งเขาถูกย้ายกลับไปยังแผนกสืบสวนฆาตกรรมในตอนแรกของรายการ ในขณะนี้เขาดำรงตำแหน่ง ร้อยเอก(สารวัตร) ในแผนกสืบสวนฆาตกรรมและมักจะทำงานร่วมกับหน่วย CSI อยู่บ่อย ๆ โดยคอยช่วยในเรื่องการออกหมาย หรือการสืบพยานบุคคลต่างๆ เขาสนิทสนมกับกริซซัม หย่าร้างกับภรรยาหลังจากที่ให้กำเนิดและเลี้ยงลูกสาวคนเดียวจนโต ชื่อว่า เอลลี่ ซึ่งเธอติดยาและเป็นโสเภณี ในเมืองลาสเวกัส และความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยในซีซั่นที่ 2 ว่า เธอไม่ใช่ลูกของเขาและเขาไม่ใช่พ่อของเธอตามกฎหมายอีกต่อไป ในตอน Ellie และซีซั่นที่ 6 ตอน Bang Bang เขาถูกยิง 2 ครั้งซ้อนโดย วิลเลี่ยม คัทเลอร์ หลังจากที่โน้วน้าวเขาให้ปล่อยตัวประกันที่เขาจับไว้ออกมา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่เขาจะรอดมาได้

William Petersen

เจ้าหน้าพิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 หัวหน้ากะกลางคืน ด็อกเตอร์ กิลเบิร์ต "กิล" อาเธอร์ กริซซัม - CSI Level 3 Nightshift Supervisor: Doctor Gilbert "Gil" Arthur Grissom (ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 1 - 9 ตอน One to Go) อดีตผู้ดูแลทีมกะกลางคืนของหน่วย CSI ลาสเวกัส และเป็นหัวหน้าทีม CSI ของซีรีส์นี้ เขาเป็นนักกีฏวิทยา และ พิษวิทยา สำเร็จการศึกษาวุฒิปริญญาตรี สาขาวิชาชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย เมือง ลอสแอนเจลิส หรือ UCLA ถูกลูกน้องตั้งชื่อให้เล่น ๆ ว่า "The Bug Man" หรือ "มนุษย์แมลง" กริซซัมสามารถใช้ภาษามือได้ และสืบทอดโรคติดต่อทางพันธุกรรมมาจากแม่ของเขา คือโรคกระดูกโกลนงอกผิดปกติ หรือ โอโตสเคลโรซิส (Otosclerosis) โรคที่ทำให้หูของเขาค่อยๆ หนวกลง อย่างช้า ๆ ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องตลอดซีซั่นที่ 3 ของรายการ เพื่อที่โรคจะได้รับการรักษา เขาจะต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของกระดูกโกลนที่เกิดขึ้น (รวมถึงการฟื้นฟูสภาพ) ซึ่งเขาเข้าผ่าตัดและฟื้นฟูระหว่างซีซั่นที่ 3 ถึงซีซั่นที่ 4 ของรายการ (เพียงแค่กล่าวถึง) งานอดิเรกของเขาก็คือ การเข้าแข่งขันการจับแมลงสาบวิ่งแข่ง, การอ่านหนังสือ และการนั่งรถไฟเหาะ ทีมของเขามีเจ้าหน้าที่หลักอยู่ 4 คนและทีมช่างเทคนิคสนับสนุน ในช่วง 4 ซีซั่นแรก ทีมของเขาประกอบไปด้วย แคทเธอรีน วิลโลวส์, นิค สโตคส์, วอร์ริค บราวน์ และซาร่า ไซเดิล แต่การโยกย้ายบุคลากรกลางซีซั่นที่ 5 ทำให้ทีมของเขาในขณะนั้น ประกอบไปด้วยซาร่า ไซเดิล, เกร็ก แซนเดอร์ส และ โซเฟีย เคอร์ติส ก่อนที่แคทเธอรีน, นิค และวอร์ริค จะย้ายกลับมารวมทีมกับกริซซัมอีกครั้งในซีซั่นที่ 6 แทนโซเฟีย เคอร์ติส ที่ผันตัวเองไปเป็นนักสืบแผนกสืบสวนแทน ซีซั่นที่ 6 ตอน Way To Go ความสัมพันธ์ระหว่างกริซซัมและซาร่าเริ่มชัดเจนมากขึ้น ซีซั่นที่ 8 ตอน The Case of the Cross - Dressing Carp ซาร่าได้ตอบรับในการหมั้นของกริซซัม ซีซั่นที่ 9 ตอน 19 Down กริซซัมได้บอกกับสมาชิกทุกคนในทีมว่าเขา ลาออก จากการเป็นสมาชิก CSI และให้แคทเธอรีน เป็นผู้ดูแลทีมกะกลางคืนของหน่วย CSI แทนเขา หลังจากเสร็จคดีฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane ตอน One to Go กริซซัมได้เสนองานในการเป็นเจ้าหน้าที่ CSI ให้กับ ด็อกเตอร์ เรย์มอนด์ แลงสตัน ซึ่งเดิมทีถูกจ้างมาเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ เกี่ยวกับคดี ฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane ในฉากสุดท้ายของตอน กริซซัมได้พบกับ ซาร่า ในป่าแห่งหนึ่ง ของประเทศ คอสตาริก้า

Gary Dourdan


เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 วอร์ริค บราวน์ - CSI Level 3: Warrick Brown(ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 1 - 9 ตอน For Warrick) เขาเป็นชาวเมืองลาสเวกัสและผู้สำเร็จการศึกษา เอกสาขาวิชาเคมี จาก มหาวิทยาลัยแห่งเนวาดา เมืองลาสเวกัส หรือ UNLV ทำงานเป็นนักวิเคราะห์หลักฐานภาพและเสียง เขาเป็นตัวดำเนินเรื่องหลักในซีซั่นที่ 1 (มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในตอนแรกของรายการ) เนื่องจากเขามีปัญหาติดการพนัน ทำให้จุดหลักของเรื่องคือการพยายามเลิกการพนันของเขาที่เป็นไปอย่างช้า ๆ ด้วยความที่เขาเกิดและโตในลาสเวกัส ทำให้วอร์ริครู้จักผับ, บาร์, โรงแรม และคาสิโนต่างๆ ในลาสเวกัสเป็น อย่างดี รวมถึงเหล่าพนักงานและเจ้าของบาร์และคาสิโนนั้นๆ ด้วย เขาอยู่ในทีมของกริซซัมใน 4 ซีซั่นแรก แต่ถูกย้ายไปอยู่กับแคทเธอรีนในตอนกลางของซีซั่นที่ 5 ก่อนจะกลับมาร่วมทีมกับกริซซัมในซีซั่นที่ 6 ซึ่งในขณะเดียวกันเขาได้แต่งงานกับทีน่า แฟนสาวที่เป็นแพทย์ ก่อนที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะลุ่มๆ ดอนๆ และได้หย่าร้างในที่สุด ซีซั่นที่ 8 ตอน For Gedda วอร์ริคถูก นายอำเภอแมคคีน ยิงบริเวณคอและอกขณะที่เขากำลังจะขึ้นรถกลับบ้าน กริซซัมพยายามช่วยชีวิตให้วอร์ริครอด แต่เขาก็เสียชีวิตในที่สุด ในซีซั่นที่ 9 ตอน For Warrick

Jorja Fox

เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 ซาร่า ไซเดิล - CSI Level 3: Sara Sidle (ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 1 - 8 ตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 9) เธอคือนักวิเคราะห์หลักฐานวัตถุและธาตุ สำเร็จการศึกษา เอกสาขาวิชาฟิสิกส์จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ซาร่าเคยเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพและ เคยทำงานในห้องทดลองอาชญากรรมในเมืองซานฟรานซิสโกมาก่อน เธอถูกเกณฑ์เข้ามาทำงานในหน่วยนี้โดยกริซซัม ชายที่เธอเห็นว่าเป็นมากกว่าแค่เจ้านาย ในบางครั้งซาร่าทำให้งานที่เธอได้รับเป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป โดยเฉพาะถ้าเหยื่อนั้นเป็นผู้หญิง เธอโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีแต่ปัญหาและความรุนแรง ซึ่งภายหลังต้องไปอาศัยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า หลังจากพ่อของเธอถูกฆ่าโดยแม่ของเธอเอง รายละเอียดของอดีตอันเลวร้ายของเธอถูกเปิดเผยขึ้นมาทั้งหมดในช่วงหลังของซีซั่นที่ 4 ซึ่งมาพร้อมกับอาการติดสุราเรื้อรังของเธอ ซึ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดพบว่าเธอหลบหนีการจับกุมข้อหา ขับรถในขณะดื่มของมึนเมา โดยไม่ได้เจตนาเนื่องจากความมึนเมาของเธอเอง ในขณะที่เรื่องในซีซั่นที่ 5 กำลังดำเนินไป มีอาการที่เริ่มเห็นได้เด่นชัดว่าปัญหา ติดเหล้าเรื้อรัง ของเธอยังไม่จบลง เห็นได้จากการขัดคำสั่งอยู่เป็นนิจ และการแสดงความก้าวร้าวต่อพยาน เริ่มมีความสัมพันธ์กับกริซซัมอย่างชัดเจนในช่วงหลังซีซั่นที่ 5 ในซีซั่นที่ 7 ตอน Living Doll ได้ถูกฆาตกรต่อเนื่องแบบจำลองขนาดเล็ก จับตัวไป แต่กริซซัมและเพื่อนร่วมทีมช่วยเหลือได้ทันเวลา ในซีซั่นที่ 8 ตอน The Case of the Cross - Dressing Carp ซาร่าได้ตอบรับในการหมั้นของกริซซัม ปรากฏตัวครั้งสุดท้าย ตอน Goodbye and Good Luck ก่อนที่เธอจะออกจากทีมไปเพราะสาเหตุจากความเครียดเรื่องงาน และกลับมาเป็นนักแสดงรับเชิญในซีซั่นที่ 9 เนื่องจากได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ วอร์ริค บราวน์

Louise Lombard

เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน นักสืบ โซเฟีย เคอร์ติส - Homocide Unit: Detective Sofia Curtis (ตัวละครหลักในซีซั่นที่ 7 ตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 5 - 6, 8 ตอน Dead Doll) เจ้าหน้าที่ CSI ผู้เป็นส่วนหนึ่งในทีมของกริซซัม หลังจากช่วงกลางซีซั่นที่ 5 ถูกลดขั้นโดยผู้ช่วยผู้ควบคุมห้องทดลองอาชญากรรม คอนราด แอ็คลี่ย์ ซึ่งแต่เดิมเป็น หัวหน้ากะกลางวัน และให้ไปช่วยกะกลางคืนแทน ในซีซั่นที่ 6 เธอตัดสินใจลาออกโดยไม่ลังเล และย้ายไปทำหน้าที่เป็นนักสืบในแผนกสอบสวนแทน ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน Formalities เป็นตัวละครหลักในซีซั่นที่ 7 และปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในซีซั่นที่ 8 ตอน Dead Doll

ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ เดวิด ฟินลิปส์ (แสดงโดย David Berman)
,
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยา เดวิด ฟิลลิปส์ - Assistant Medicial Examiner: David Phillips (แสดงโดย David Berman) เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของด็อกเตอร์ อัลเบิร์ต ร็อบบิ้นส์ และทั้งคู่มีความสนิทสนมซึ่งกันและกัน ฉายาของเขา คือ Super Dave โดยฉายานี้ได้มาหลังจากเขาได้ช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่ง ระหว่างที่เขาช่วยอัลเบิร์ตชันสูตรศพอยู่ ซีซั่นที่ 9 ได้เลื่อนขั้นมาเป็น ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยา และได้ชันสูตรศพด้วยตนเองเป็นครั้งแรกด้วย

และ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ DNA เวนดี้ ซิมม์ (แสดงโดย Liz Vassey)

เจ้าหน้าที่เทคนิค DNA เวนดี้ ซิมม์ - DNA Technician: Wendy Simms (แสดงโดย Liz Vassey) เจ้าหน้าที่เทคนิค DNA ที่ย้ายมาจาก แคลิฟอร์เนีย ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน Secrets and files ซีซั่นที่ 7 ตอน Lab Rats เธอเป็นคนหนึ่งที่ช่วยเหลือ ฮ็อดเจส ในการแก้ปริศนาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของ ฆาตกรต่อเนื่องแบบจำลองขนาดเล็ก ซึ่งได้พบเบาะแสสำคัญ นั่นคือ ส่วนประกอบสารเคมีในที่เกิดเหตุ ที่ช่วยกริซซั่มคลี่คลายคดีนี้ลงได้ในที่สุด ทั้งซิมม์และฮ็อดเจส เหมือนจะเป็นคู่ปรับกันอยู่ตลอดเวลา แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อนข้างคลุมเครือ ฮ็อดเจส เคยบ่น ซิมม์ ว่าเธอชอบเข้ามาควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง และ เขาคิดว่าเธอ เป็นคนใจเย็นเกินไปสำหรับแล็บแห่งนี้ ซึ่ง ซิมม์ เองก็ชอบพูดจาดูหมิ่น ฮ็อดเจสว่า "Freaky Boy" หรือ "Loser" ด้วยเช่นกัน แต่เธอก็ยกย่องฮ็อดเจสว่า เป็นคนที่สืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่และอย่างละเอียดถี่ถ้วน ครั้งหนึ่ง ซิมม์ กับ ด็อกเตอร์ ร็อบบิ้นส์ เคยมีการโต้แย้งกันครั้งใหญ่เกี่ยวกับหลักฐานรอยเลือด แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี ในซีซั่นที่ 8 ตอน The Chick Chop Flick Shop มีการเปิดเผยว่า เธอเคยเป็นนักแสดงภาพยนตร์แนวสยองขวัญ หลังออกจากมหาวิทยาลัยด้วย ตอน The Theory of Everything มีการเปิดเผยว่า เธอเป็นแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์เรื่อง Star Terk ซึ่งในซีซั่นที่ 9 ตอน A Space Oddity เธอเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์เรื่อง Astro Quest ซึ่งร่วมไปถึงฮ็อดเจสเองด้วยที่ชอบหนังเรื่องนี้

ตัวละครเสริม

อาร์ชี่ จอห์นสัน (แสดงโดย Archie Kao)ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและคอมพิวเตอร์


อดีตหัวหน้ากะกลางวันที่ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยผู้ควบคุมห้องทดลอง อาชญากรรม คอนราด แอ็คลี่ย์ (แสดงโดย Marc Vann)


ข้อมูลจาก
//th.wikipedia.org/wiki/ซีเอสไอ:_ไครม์ซีนอินเวสติเกชัน



Create Date : 07 เมษายน 2552
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2559 23:58:58 น.
Counter : 6716 Pageviews.

1 comments
  
Archie Kao น่ารักได้อีก
โดย: kung IP: 118.172.147.157 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:50:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

hamuhamoo
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



นาฬิกา กล่องคอมเม้นท์
New Comments
เมษายน 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30