เมษายน 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
ซิ่งตุ๊กๆบุก กรุงลงกา

สงกรานต์ปีนี้สำหรับเราคงเหมือนทุกปี คงจะบินไปที่ไหนซักที่ แต่ที่นั่นก็ไม่เคยใช่เมืองไทยบ้านเกิดของเราซักครั้ง และที่จ๋อยกว่าทุกปีคือปีนี้จะมีเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของเพื่อนาวของเราคนหนึ่ง เธอกำลังจะสวมแหวนหมั้น เพื่อนๆทุกคนได้ไปร่วมฉลองกัน เว้นก็แต่เรา แต่ถึงเราจะไม่ได้อยู่ที่นั่น เราก็ได้ส่งเสียงจากที่ไกลๆไปดีใจกับเธอด้วย ขอให้ชีวิตคู่อันใกล้งดงามเกินกว่าที่เพื่อนจะฝันไว้


แม่เล่าว่าสงกรานต์ปีนี้พิเศษกว่าปีอื่นๆ คือปีนี้ตรงกับวันมหาสงกรานต์ซึ่งนานทีจะมีซักหน ใครที่ได้ทำบุญจะได้รับอานิสงส์มากเหลือล้น หรือเรียกง่ายๆว่าวันนี้คือวันสงกรานต์ Super Combo นั่นเอง เราคิดในใจว่าแล้วเราจะไปทำบุญเข้าวัดเข้าวาได้ที่ไหนเล่า ในเมื่อคืนนี้ต้องไปบินโคลัมโบ ศรีลังกาโน่น รู้ว่าบุญนั้นทำที่ไหนก็ได้ แต่อารมณ์นี้อยากไปวัด และแล้วนางฟ้าตาละห้อย ก็ไปบินด้วยอาการอ้อยสร้อย โดยหารู้ไม่ว่ามีเรื่องยิ่งใหญ่รอเธออยู่ที่กรุงลงกา!


ตอนแรกเรานึกว่าคงจะไปนอนหมดแรงกร่อยๆอยู่ในโรงแรม เหมือนใจคิด อยู่ๆAmy สาวผมบลอนด์ชาวนิวซีแลนด์ก็มาบอกบุญมาชวนเราไปวัดซะอย่างงั้น และที่น่าอัศจรรย์ใจกว่านั้นคือ วันสงกรานต์มิได้เป็นวันปีใหม่ของชาวไทยเราเท่านั้น ยังเป็นวันปีใหม่ของชาวลังกาอีกด้วย เนื่องจากศรีลังกาเป็นเมืองพุทธ แถมยังเป็นพุทธนิกายเถรวาทเหมือนกับเราซะด้วย ( ทบทวนความรู้สมัยยังสาวนะคะ นิกายเถรวาทเน้นการปฏิบัติตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด แต่นิกายมหายานจะเน้นแนวคิดการบำเพ็ญตนเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ) ตามวัดวาอารามจะมีการจัดงาน มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม การละเล่นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ประชาชน แต่ตามร้านรวงจะปิดเงียบในวันนี้ ในเมื่อโลกมาเปิดประตูทักทายเราขนาดนี้ เราจึงไม่รอช้าที่จะก้าวเท้าเข้าไป


พอสลัดความเหน็ดเหนื่อยทิ้ง พวกเราก็พร้อมลุยกรุงโคลัมโบทันที เราโบกตุ๊กๆซิ่งชมวิวเบี้ยบ้ายรายทาง มุ่งหน้าไปวัดGangaramaya หรือมีชื่อไทยว่าวัดกังการาม วัดเป็นนี้ศูนย์รวมจิดใจของชาวลังกาโดยแท้ เพราะนอกจากจะเป็นวัดมีการแสดงธรรม เป็นที่พึ่งทางใจให้ชาวบ้านแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า คนชรา คนยากจน เป็นโรงเรียน เป็นศูนย์ฝึกอาชีพ และเป็นศูนย์สงเคราห์ผู้ประสบภัย ยังไม่พอวัดนี้ยังเป็น Art Galleryแสดงงานศิลปะที่สำคัญของประเทศ แถมยังได้จัดตั้งโครงการปลูกป่าสักคืนสมดุลสู่ธรรมชาติอีกด้วย ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของท่าน Galboda Gnanissara Thera (Podi Hamu-duruwo) พระนักพัฒนาผู้นี้นี่เอง!


ศรีลังกาเป็นประเทศอารยะ ชาวลังกาเชื่อว่าอารยะธรรมของเค้านั้นยาวนาน เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันเลยทีเดียว สำหรับเราโคลัมโบคือเมืองรวยเสน่อห์ มีความเก๋ที่มีกลิ่นอายอารยะธรรมเก่าแก่ เป็นเมืองเด็กแนวชาวพุทธ ถ้าคุณๆกำลังมองหาที่เที่ยวเท่ห์ๆ แตกต่างแต่ไม่รู้ลืม ที่นี่คงทำให้คุณประทับใจ และหลงเสน่ห์เหมือนที่ทำไว้กับเราครั้งแล้วครั้งเล่า


ก่อนที่จะเข้าวัดที่ศรีลังกาต้องมีพิธีรีตองกันซักหน่อย ทางเจ้าหน้าที่จะให้เราถอดรองเท้าไว้ในตะกร้า แล้วจะมีผ้าขนหนูให้เราเช็ดเท้าให้สะอาด สำหรับสาวๆที่ใส่สั้นมาเค้าก็มีผ้าถุงสีขาวจัดเตรียมไว้ให้ ควรถอดหมวกและแว่นดำเวลาที่อยู่ในวัด และห้ามขึ้นไปนั่งถ่ายรูปบนแท่นที่มีภาพเขียนแสดงอยู่เด็ดขาดจ้า เจ้าหน้าที่จะแปลงร่างเป็นครูฝ่ายปกครองมาจิกตีคุณทันทีถ้าทำเปรี้ยว จากนั้นเราก็เข้าชมโบสถ์และเจดีย์ต่างๆตามอัธยาศัย แต่ที่น่าสังเกตคือภายในวัดมิได้ยึดติดอยู่กับ พระพุทธเจ้า หรือ เทพองค์ใดองค์หนึ่ง แต่จะมีตั้งแต่พระพุทธรูป(ที่น่าภูมิใจสุดๆคือมีชื่อสลักของพระพุทธรูปเป็นภาษาไทยที่ฐานพระด้วย! ) พระพิฆเนศ เจ้าแม่กวนอิม ฮก ลก ซิ่ว และเทพฮินดูต่างๆ เรียกว่าไม่ว่าคุณจะนับถือเทพอะไรที่นี่ตอบโจทย์ให้คุณได้หมด ที่เป็นเช่นนี้เราคิดว่าคงจะมีนักท่องเที่ยวแบบทัวร์ไหว้พระจากประเทศเอเชียต่างๆมากันเยอะ และแน่นอนหนึ่งในนั้นต้องมีทัวร์ไทย ฟันธง!



Photobucket


วัดGangaramaya ยามบ่าย เราสะดุดตาเมื่อแรกเห็นที่เห็นภาษาไทยที่ฐานพระชวนให้คิดถึงบ้านเลย


มาถึงตอนนี้เรารู้สึกว่าวันนี้หูตา และสองขาของเรามันทำหน้าที่ของมันดีเหลือเกิน มันเดินสำรวจและคอยจับภาพประทับใจ ถ้าสมองของเราเป็นห้องล้างรูป คงจะได้รูปออกมามากกว่ารูปถ่ายงานรับปริญญาเสียอีก เราเดินเข้ามาอีกห้องหนึ่งเจอภิกษุรูปหนึ่งเรียกเราให้เข้าไปหา จากนั้นท่านก็เอาชฎามาวางไว้บนหัวเราและสวดบทอวยพรให้ในโอกาสวันปีใหม่ เรารู้สึกโชคดีและอุ่นใจไม่แพ้อยู่บ้านเรา ความสุขยังไม่ทันแผ่ไปทั่วร่าง เจ้าตาตี่ๆทั้งสองก็เหลือบไปเห็นอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล มีภิกษุอีกรูปหนึ่งนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน ภายในห้องเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณต่างๆ เราจึงขออนุญาตท่านเข้าไปเยี่ยมชม ท่านยินดีและเรียกเราเข้าไปหา จากนั้นท่านยื่นถุงพลาสติกเล็กๆสีแดงให้เป็นของที่ระลึกปีใหม่ ข้างในมีสายสินหลากสี กระดาษประชาสัมพันธ์งานบุญของวัด เงินก้นถุง 20 รูปี และ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เราก็รับไว้ด้วยความยินดี แอบสังเกตว่า พระที่นี่ท่านไม่ต้องใช้ผ้ามารองเวลาจะมอบของให้สีกา ซึ่งก็เป็นความต่างเล็กๆน้อยๆจากบ้านเรา จากนั้นท่านก็เชิญให้เราเข้าไปชมภาพที่gallery ภายในมีกล้วยน้ำว้าและขนมปีใหม่รอต้อนรับพวกเรา ขนมก็คล้ายขนมกงจักรบ้านเรา มีแป้งทอดหวานๆอีกสองสามชนิด ขนม มาชเมลโล่ แล้วก็ขนมคล้ายๆกระยาสารทบ้านเราอีกสองอย่าง กินแล้วคิดถึงบ้านจริงๆ จากนั้นก็เดินดูรูปปั้นอยู่ในห้องนั้น และเจอรูปถ่ายของภิกษุรูปหนึ่งหน้าตาเหมือนพระที่พึ่งให้ของขวัญเราเป๊ะ ภายหลังทราบว่าท่านผู้นี้ก็คือท่าน Galboda Gnanissara Thera (Podi Hamu-duruwo)นั่นเอง! เป็นบุญของเราจริงๆที่ได้มีโอกาสได้พบพระที่ทำประโยชน์ให้คนจำนวนมาก ร่มเงาของท่านแผ่ไปให้ผู้คนน้อยใหญ่ได้อาศัยร่มเย็น พลางคิดไป ตัวเรานี่สิเป็นประโยชน์แก่ใครบ้่าง?


จากนั้นเราก็เดินมาเจอเจ้าช้างตัวโตที่อยู่ที่วัด ท่าทางมันดูเศร้าและขี้หงุดหงิด ยืนปัดทางมะพร้าวไปมา พอถามเจ้าหน้าที่ก็รู้ว่าที่ต้องล่ามมันไว้แบบนี้เพราะเจ้าช้างนี้เคยฆ่าคนตายมาแล้วสามคน จึงกลัวว่ามันจะไปทำร้ายใครเข้าอีก จากความรู้เดิมของเราสมัยม. ต้น ช้างเวลาฆ่าคนแล้ว เค้าจะยืนอยู่กับที่ไม่ไปไหนสามวันเต็มๆ และติดนิสัยดุร้าย ทำร้ายคนหรือสัตว์อื่นอีกเรื่อยๆ ถ้าถามหลวงพ่อได้คงจะถามว่าแล้วท่านจะทำยังไงกับช้างตัวนี้ดี ล่ามไว้มันก็เศร้า ปล่อยไปมันก็ไปทำร้ายคน ถ้าปล่อยมันเข้าป่าไปมันจะอยู่ได้มั้ยเพราะมันเป็นเด็กวัดมาตั้งแต่เกิด ตอนนี้มันอายุ59ขวบแล้ว เข้าป่าไปจะเป็นเด็กโข่งมั้ย เจ้าหน้าที่บอกว่ามันยังโชคดีทุกเช้ามันจะได้ไปเดินเล่นในสวน แล้วก็มีคนอาบน้ำให้ทุกวัน แต่มันจะยินดีกับอิสรภาพแค่ตอนเช้าในอีก 50 ปีที่เหลือรึเปล่า เราตัดสินเค้าไม่ได้ มันเป็นวิถีของเค้า



Photobucket


พี่ช้างอารามบอยตัวโตของเรา


ขอนอกเรื่องซักนิดนะคะ สำหรับประเทศไทยของเรา เป็นโชคดีมากๆของพี่ช้างอินดี้ทั้งหลาย เรามีศูนย์บำบัดดูแลช้างที่ดุร้ายที่เคยทำร้ายคน ช้างที่ถูกใช้งานอย่างกดขี่จนกลายเป็นช้างดุร้าย รวมถึงช้างศึก อยู่ที่เกาะพระยาเพชร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของเรานี่เองค่ะ พี่ช้างที่นี่จะไม่ถูกใช้งาน ไม่ถูกทำโทษ ทำให้พี่ๆเค้าได้ใช้เวลาติสต์แตกกับเพื่อนๆช้างศิลปินได้อย่างเต็มที่


ปิดท้ายด้วยการไหว้พระขอพรจะจากออกมาอย่างอิ่มบุญ ตอนแรกเราคาดหวังว่าจะมีการจัดงานอย่างเอิกเกริก เอาเข้าจริงทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่สงบภายใน ดีกว่าการตีฆ้องร้องป่าวเป็นไหนๆ จบทริปด้วยการซิ่งรถตุ๊กๆอีกรอบขากลับ และทิ้งท้ายด้วยการไปเดินกินไอศครีมเย็นๆใจริมชายหาด ดูว่าวหลากสี ผู้คนเล่นน้ำหน้าโรงแรม Taj Samudra มุมน่ารักๆของวันก็คือพวกเราเดินอยู่ดีๆคนพื้นเมืองครอบครัวหนึ่งมาเที่ยวปีใหม่กันเป็นครอบครัวใหญ่ เค้าปูเสื่อผืนเล็กแต่เต็มไปด้วยคนประมาณสิบคนนั่งเบียดกันในเสื่อผืนเดียว แต่ก็ยังอุตส่าห์เชิญพวกเรามานั่งดื่มชากับเค้าพร้อมกระเถิบที่ให้นั่งด้วยนะ นี่หละเมืองเค้าน่ารักจริงๆ การมาโคลัมโบของเราจึงได้อะไรกลับไปมากกว่าภาพถ่ายทุกครั้ง เอาเป็นว่าเรื่องของเมืองนี้ต้องมีภาคสองอย่างแน่นอน


เกร็ดเล็กๆของโคลัมโบอีกนิดหน่อยคือเมืองนี้นอกจากจะเป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ เพื่อนๆยังสามารถไปเดินเล่นขำๆในเมืองได้อีกด้วย เรานี่เดินซะจนปวดน่องลูกเจี๊ยบ น่องโตกล้ามเป็นมัดๆเชียว ใครที่รักการถ่ายรูปแนะนำให้มาเดินเล่นในเมืองเลยค่ะ รับรองว่าจะได้มุมเท่ห์ๆหลายมุมเลยทีเดียว ร้านรวงต่างๆจะอยู่ไม่ไกลกันมาก เดินถึงกันได้หมดค่ะ โดยส่วนตัวเรารักการเดินเท้าสำรวจเมืองที่สุด ได้ดูวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่คนละโลกเดียวกันกับเรามันคือกำไรชีวิตแท้ๆ ผู้คนที่นี่เป็นมิตรมาก ระหว่างทางจะมีคนพื้นเมืองมาทักทายยิ้มแย้มให้ตลอดทาง โคลัมโบเป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัย ขนาดเราเป็นผู้หญิงไปเดินเที่ยวกันเองก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ส่วนสาวๆนักชอปแนะนำให้ไปเดินห้างOdel เป็น outlet mall เล็กๆขายของแบรนด์เนมตกรุ่น ยี่ห้อเกรดBถึง Cอย่างเช่น Lee, Wrangler พวกแบรนด์อเมริกันทั้งหลาย ขอบอกว่าตาดีได้ตาร้ายเสีย ถ้าใครโชคดีก็จะได้ของดีราคาถูกมาก นอกจากนี้ก็จะมีของพื้นเมืองเกรดA ซึ่งราคาแพงหูดับอยู่ในห้างนั้นด้วย ขอแนะนำไอศครีมหน้าห้างอร่อยมาก ทีเด็ดของเค้าคือไอศครีมเชอร์เบตต่างๆ แจ่มๆเลยคือ passion fruit ( เสาวรส )ส่วนใครที่ชอบแต่งบ้านก็ไม่วายต้องไปที่ Paradise Road และ Elephant Walk จะเน้นเป็นของแต่บ้านเก๋ๆ ดีไซน์เรียบๆแต่ดูดี ราคาค่อนข้างสูงแต่ยังไงก็ต่ำกว่าของแต่งบ้านที่Odelมาก


ส่วนร้านอาหาร แนะนำที่King Coconut ร้านนี้เคยถูกทำลายโดยสึนามิเมื่อหลายปีก่อน แต่เจ้าของก็รวมรวมกำลังใจฟื้นฟูมันขึ้นมาใหม่ เราไม่ได้ไปทานแค่อาหารของเขา แต่ยังได้ไปเรียนรู้อำนาจของกำลังใจดีๆจากเค้ามาด้วย ส่วนการเดินทางในโคลัมโบ เราขอแนะนำตุ๊กๆจะแจ่มที่สุดค่ะ เรื่องค่ารถนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์คนขับ และดวงของคุณเอง แนะนำว่าต้องไม่จิตอ่อนนะคะ โดยเฉพาะเวลาที่ตุ๊กๆของคุณน้ำมันหมด จอดตายบล็อคการจราจรทั้งถนน แล้วคนขับหนีหายไปหาน้ำมันมาเติม ทิ้งคุณไว้คารถ ผู้คนบีบแตรไล่และบังคับให้คุณขับตุ๊กๆออกไปให้พ้นทาง แต่ที่เยี่ยมที่สุดคือน้ำมันหมดและคุณขับมันไม่เป็น! อันนี้โดนมากับตัว ไม่ต้องกลัวค่ะโดยเฉพาะสาวๆ ยิ้มสู้ลูกเดียวค่ะ ชาวบ้านที่นี่เค้าไม่ทำร้ายคุณหรอกค่ะ พวกเค้าแค่มารุมมองดูคุณมากกว่า ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเหมือนฮิปโปในเขาดิน มีคนมาเยี่ยมเราเยอะแยะเลย แต่คนพวกนี้ใจดำ ไม่มีถัวฝักยาวมาฝากกันบ้าง ชาวบ้านเค้าจะทำอะไรคุณได้นอกจากมาช่วยคุณเข็นรถออกไปโดยมีคุณนั่งสวยๆอยู่บนตุ๊กๆ เห็นมั้ยคะมีแต่ได้กับได้


แต่น่าเศร้าตรงที่ว่าศรีลังกาเป็นประเทศที่อาภัพได้โล่ ประสบภัยธรรมชาติหลายต่อหลายหน ทำให้กระพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างอัตคัด รวมทั้งพระพุทธศาสนาของเราด้วย จริงๆก็มีพระไทยมาแลกเปลี่ยนศาสนาที่นี่บ่อยๆ ยังไงเราก็คือพี่น้องกันทางศาสนา ถ้าเพื่อนๆอยากมีส่วนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หรือช่วยเหลือพระที่นี่ก็ได้ค่ะ พระที่นี่บางทียังใช้บาตรเหล็กในการบิณฑบาตรและฉันฑ์อาหารจากบาตรนั้น พอหน้าฝนบาตรก็ขึ้นสนิม ทำให้พระป่วยเป็นโรค ถ้าจะร่วมบริจาคเงินซื้อบาตรเสตนเลสหรือของจำเป็นก็บริจาคกันได้นะคะ หรือจะช่วยพัฒนาในส่วนอื่นๆเช่น ช่วยเหลือเด็กกำพร้า ส่งเสริมคนให้มีอาชีพ เป็นต้น สำหรับเราเชื่อว่าการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์คือสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เพราะนั่นหมายความว่าจะมีผู้นำในอนาคตถูกสร้างขึ้น และผู้นำเหล่านั้นก็จะสร้างผู้นำรุ่นต่อๆไป เราเชื่อหมดหัวใจว่าผู้นำเหล่านี้จะเป็นผู้นำที่ดี เพราะเค้าถูกสร้างมาจากแรงบันดาลใจดีๆนั่นเอง เข้าไปที่//www.gangaramaya.com นะคะ ใช้วิจารณญาณของคุณเองนะคะ เราไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อวัตถุประสงค์แอบแผง แค่อยากจะบอกบุญให้ผู้สนใจเท่านั้นค่ะ สุดท้ายนี้ขอให้ความดี ความสวยงามของชีวิตจงมีแก่ผู้อ่านทุกคน สาธุ สาธุ สาธุ.




ข้อมูลอ้างอิง


-www.gangaramaya.com


www.google.co.th/searchq=gangaramaya&hl=th&biw=875&bih=362&rlz=1R2SMSN_enTH373&prmd=ivns&tbm=isch&tbo=u&source=univ&sa=X&ei=TzKqTdi8M4qZ8QO3v824Ag&ved=0CFIQsAQ


-www.depthai.go.th/DEP/DOC/54/54000967.doc


-//www.sinsae.com/


-//th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8B2%E0%B8%99


-//www.thaiwildlife.org/main/forums/wildlife-meeting-room/topic-141















Free TextEditor



Create Date : 29 เมษายน 2554
Last Update : 29 เมษายน 2554 5:47:42 น.
Counter : 324 Pageviews.

3 comments
  
ทักทายตอนบ่ายๆจ่ะ เขียนเรื่องยาวมากเลยนะจะ
โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 29 เมษายน 2554 เวลา:14:13:14 น.
  
อ่านเมื่อยเลยเหอๆ พอดีของเค้าดีจริงเลยร่ายยาวชักแม่น้ำทั้งแปดร้อยสายเลจ้า
โดย: ฮ.นกฮูก ตาโปน วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:1:18:52 น.
  
อ่านเมื่อยเลยเหอๆ พอดีของเค้าดีจริงเลยร่ายยาวชักแม่น้ำทั้งแปดร้อยสายเลจ้า
โดย: ฮ.นกฮูก ตาโปน วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:1:18:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาจ๋อย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]