happy memories
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
อำลา...อาลัยป้าจุ๊ (๑)




https://www.youtube.com/watch?v=dipFMJckZOM








พฤษภกาสร

อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง

สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย

มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี

ประดับไว้ในโลกา


คำฉันท์ กฤษณาสอนน้อง
พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
































พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ป้าจุ๊ จุรี โอศิริ ณ ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม ย่านบางขุนพรหม เมื่อเวลาประมาณ ๑๗.oo น. วันนี้ (๒๖ ม.ค.) บรรยากาศภายในพิธีเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ดาราในวงการบันเทิงทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ต่างเดินทางเข้าร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น ดวงดาว จารุจินดา, ต้อย เศรษฐา, โย ทัศวรรณ, โน้ส อุดม หรือ พ่ออี๊ด สุประวัติ เป็นต้น

โดยในพิธีอภิธรรมศพ ป้าจุ๊ จุรี ได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและพระราชทานพวงมาลา จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ สร้างความปิติแห่งเครือญาติของ ป้าจุ๊ จุรี เป็นอย่างมาก

ขณะที่ด้าน ตู่ นพพล โกมารชุน ทายาทคนเดียวของ ป้าจุ๊ จุรี ได้เปิดเผยว่า "ได้พบกับคุณแม่เป็นครั้งสุดท้ายช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา ที่บ้านพักตากอากาศที่ จ.เชียงราย เนื่องจากก่อนหน้านี้บ้านพักที่กรุงเทพฯ ถูกน้ำท่วมยังซ่อมแซมไม่เสร็จ จึงได้พาคุณแม่ไปพักที่เชียงราย โดยมีพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด"






























สำหรับสิ่งสุดท้ายที่ ป้าจุ๊ ได้ทำก่อนเสียชีวิตคือร้องเพลง ตู่ นพพล เล่าว่า "คุณแม่อยากร้องเพลง 'นกเขาคูรัก' เพราะท่านชอบร้องเพลงมาก และอยากจะร้องคำว่า 'จุ๊กกรู' เอง แต่นางพยาบาลร้องเพลงดังกล่าวไม่เป็น จึงขอร้องเพลง 'อุ้ยคำ' แทน นั่นจึงเป็นสิ่งสุดท้ายคุณแม่ได้ทำก่อนจะเสียชีวิต"

เมื่อถามว่าที่ผ่านมา ป้าจุ๊ ได้สอนสั่งอะไรบ้าง ตู่ นพพล บอกว่า "ที่ผ่านมาคุณแม่ไม่เคยสอนอะไรเลย คือให้เราได้เรียนรู้เอง อยากได้อะไรก็หามาด้วยตัวเอง เพราะอดีตคุณแม่ก็เรียนรู้เองมาโดยตลอด อีกทั้งยังประทับใจคุณแม่ เพราะท่านเป็นคนที่มีความพยายามและตั้งใจจริงในการทำงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่อง เคหาสน์สีแดง ละครเรื่องสุดท้ายที่ได้แสดงร่วมกันคุณแม่ คุณแม่ทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก พร้อมทำงานตลอด จึงได้ยึดเอาสิ่งที่เป็นแบบอย่าง"


















"ส่วนสิ่งที่คิดว่าคุณแม่ประทับใจที่สุดในชีวิต ก็น่าจะเป็นการได้รับระราชทานน้ำหลวงอาบศพและพวงมาลาฯ เดิมคุณแม่มักจะเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่า เคยพากย์เสียงละครต่อหน้าพระพักตร์ฯ จึงคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คุณแม่ประทับใจที่สุด"

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถามว่า จะมีการตั้งมูลนิธิจะอะไรบ้างหรือไม่ ตู่ นพพล ตอบว่า "คงจะไม่มี แต่คงจะสานต่อมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ซึ่งคุณแม่ได้ร่วมก่อตั้ง จะช่วยเหลือและพัฒนามูลนิธีดังกล่าวอย่างเต็มที่ิ และให้ดีมากยิ่งขึ้น"






































ด้าน “ตู่ นพพล โกมารชุน” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของผู้เป็นมารดาด้วยน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลาว่า...

“แม่เสียตอนเที่ยงคืนห้าสิบ ของวันที่ ๒๕ มกราคม ผมไม่ได้อยู่ด้วย ผมถ่ายละครเสร็จตอนสองยามไปถึงบ้านก็ยังไม่ทราบข่าว ตอนนั้นพอดีมีคนที่บ้านป่วยผมก็ไปดูแลเขา กว่าจะทราบว่าแม่เสียก็ตอนสองยามกว่า ผมเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับแม่ แต่มีความจำเป็นจริง ๆ เพราะต้องไปถ่ายละคร”

“ก่อนหน้านี้ที่ต้องพาแม่ไปอยู่ที่เชียงราย เพราะบ้านที่กรุงเทพฯ น้ำท่วม อยู่ไม่ได้เลย ก็เลยต้องพาแม่ไปอยู่ที่นั่น ผมเจอแม่ครั้งล่าสุดช่วงปีใหม่ ผมกลับไปนอนที่บ้านเชียงราย ก็ได้พูดคุยกันตลอด ก็ได้บอกแม่ว่า ถ้าทำความสะอาดบ้านที่กรุงเทพฯ เสร็จจะมารับกลับบ้าน ตอนน้ำท่วมทำให้บ้านเรามีราขึ้นทั้งหลัง ผมเป็นห่วงว่าถ้าพาแม่กลับมาแล้วกลัวกำจัดรายังไม่หมด ไม่สะอาด ก็จะเป็นอันตรายกับคนสูงอายุ ก็เลยตัดสินใจยังไม่ไห้แม่ลงมากรุงเทพฯ”

“แม่เองก็คงไม่มีอะไรต้องห่วงเราแล้ว เรียกว่ามาถึงบั้นปลายของแม่แล้ว เพราะตอนที่อยู่ทีเชียงรายแม่มีความสุขกับธรรมชาติ อยู่ที่นั่นมีพยาบาลอยู่เป็นเพื่อนหนึ่งคน และแม่ครัวหนึ่งคนคอยทำอาหารให้ทาน และคนทำความสะอาดบ้านอีกหนึ่งคน”






























เมื่อถามถึงความทรงจำเมื่อครั้งที่ “ป้าจุ๊” ยังมีชีวิตอยู่ได้สอนอะไรบ้าง “ตู่ นพพล” ก็เผยว่า...

“แม่เป็นคนไม่ได้สอนอะไรเลย แต่แม่จะแนะนำให้มองคนที่เก่งมากกว่า แม่จะถือว่าถ้าเราเป็นนักแสดง คนที่เราต้องฟังคนแรกคือผู้กำกับ เพราะฉะนั้นแม่จะไม่สอน ปล่อยให้หาเอง อยากเป็นนักแสดงให้ไปหาประสบการณ์เอง ต่อสู้เอง ทุกอย่างต้องทำเอง แม่เป็นคนสู้ชีวิตมาด้วยตัวเองตลอด หลังจากที่หย่ากับพ่อ ผมอายุ ๓-๔ ขวบเท่านั้น แม่เลี้ยงลูก ๒ คน แม่สู้ด้วยตัวเองมาตลอด แม่ไม่มีใครคอยดูแล แต่แม่ก็สามารถเลี้ยงลูกมาได้จนถึงทุกวันนี้ ตรงนี้ก็เป็นคนสามารถของแม่ และแม่ก็จะบอกวิธีให้กับลูกเพราะฉะนั้นแม่จะไม่สอนให้ไปหาเอาเอง”

“ผมยึดความพยายามและความตั้งใจของแม่เป็นแบบอย่าง แม่เป็นคนที่ตั้งใจสูงมาก การพากษ์หนังถ้าเป็นคนรุ่นหลังที่มานั่งพากย์กับแม่ อย่างพี่ดวงดาว จารุจินดา จะทราบดี ถ้าไม่เป๊ะกับการพากย์จะไม่ยอมให้ผ่าน แม่เป็นคนที่มีคนรักเยอะมาก มนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนได้ทุกวัย แม่ใช้ความสามารถในการทำงาน อยู่ได้ด้วยความสามารถ ฉะนั้น แม่มีความรับผิดชอบกับงาน จนกระทั่งเรื่องสุดท้ายที่เล่นด้วยกันเรื่องเคหาสน์สีแดง แม่คล่องบทมาก เวลาแม่เข้าฉาก แม่ไม่เคยถือบทเข้าฉาก นั่นคือความรับผิดชอบของการเป็นนักแสดงมืออาชีพ”






















เช่นเดียวกับ “ปรียานุช ปานประดับ” เองก็ได้เผยถึง ความในใจที่มีต่อ “ป้าจุ๊” ว่า... “แม่บอกว่ามาอยูด้วยกันไม่ได้เป็นลูกสะใภ้ แต่แม่มองว่าเป็นลูกสาว ก็คุยกันปกติ ส่วนใหญ่แม่จะตลก ครั้งสุดท้ายที่โทรศัพท์คุยกับคนที่ดูแล ตอนหนึ่งทุ่มก่อนแม่เสียชีวิต แม่ยังให้คนดูแลร้องเพลงให้ฟังอยู่ที่บ้าน เพลงนกเขาคูรัก นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ได้โทรไปหา”

“เรื่องการใช้ชีวิตคู่แม่กับป๋ารักกันดีจนวันสุดท้ายของชีวิต เราก็ดูคู่ของแม่กับป๋าเป็นตัวอย่าง แม่ไม่เคยสอน แต่ทำให้ดูมากกว่า ประทับใจที่แม่เป็นคนทำงาน ตั้งใจทำงาน สุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคมก็ยังไปเล่นละคร เรารู้สึกทำเหมือนแม่ไม่ได้ ขนาดแม่ไม่ไหวก็จะเล่น ตรงนี้ประทับใจมาก”

ส่วนเรื่องตั้งมูลนิธิ “ป้าจุ๊” นั้น “ตู่ นพพล” แจงว่า คงไม่มีการก่อตั้งเพิ่ม เพราะอยากสานต่อมูลนิธินักแสดงอาวุโสที่ผู้เป็นแม่บุกเบิกมากับมือมากกว่า

“คงไม่ เพราะมูลนิธิที่สำคัญที่สุดของแม่คือมูลนิธินักแสดงอาวุโส เพราะแม่เป็นรุ่นก่อตั้ง เคยเป็นประธานมูลนิธิ ตัวผมถ้าถึงวัยอันสมควรก็จะไปดูแลอย่างจริงจัง เพื่อสานต่องานของแม่”






















พร้อมกันนี้ “ตู่ นพพล” ได้เผยถึงความรู้สึกที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพให้แก่ “ป้าจุ๊” ว่า รู้สึกปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมบอกสิ่งที่ผู้เป็นแม่ภูมิใจที่สุดก็คือ การได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทเมื่อสมัยเป็นนักพากย์หนัง

“ผมรู้สึกดีใจแทนแม่มาก ๆ ที่ได้พระราชทานน้ำหลวงอาบศพจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะสิ่งที่แม่ภูมิใจที่สุดของการเป็นนักพากย์ก็คือ การได้เข้าไปนั่งพากย์ต่อหน้าพระพักตร์ในวังสวนจิตรลดา สมัยก่อนเวลาที่พระองค์ท่านกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะดูหนัง ท่านจะให้นักพากย์เข้าไปพากย์ด้วย พากย์ต่อหน้าพระพักตร์เลย พากย์เสร็จพระองค์ท่านจะพระราชทานเลี้ยงอาหารดึก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่แม่ภูมิใจมาก การได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับพระองค์ท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นวันสุดท้ายของแม่ แม่ได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ คิดว่าถ้าแม่เห็นจะเป็นสิ่งที่แม่ภูมิใจมาก

สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ป้าจุ๊ จุรี มีขึ้นที่วัดมกุฏกษัตริยาราม ตั้งแต่วันที่ ๒๗ ม.ค. - ๑ ก.พ. ก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ ๒ ก.พ. และญาติจะนำอัฐิไปทำพิธีลอยอังคารที่ หาดเจ้าหลาว จ.จันทบุรี ในวันที่ ๓ ก.พ. ตามลำดับ






ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพนะคะ
ข้อมูลจาก
sanook.com
กระทู้พันทิพ


บีจีจากคุณยายกุ๊กไก่ ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ thattron

Free TextEditor





Create Date : 28 มกราคม 2555
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2555 19:37:33 น. 0 comments
Counter : 6454 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 155 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.