ศรัทธา
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว

บ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ
คงจะได้นอนหลับสบายกัน

เทศกาล "กฐินแห่งชาติ" 
เพิ่งผ่านไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
ผมก็ไปมากับเขาเหมือนกัน

หลังจากแม่เกษียณ
และพ่อก็ด่วนมาเสียไป
แม่ก็เริ่มไปปฏิบัติธรรม
เดินสายทำบุญมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ...แม่เกริ่นไว้ว่า

"จะไปกฐินสองวัน"

วันแรกจะไปวัดใกล้ ๆ นี้
ส่วนอีกวันจะไปกฐิน
ณ "สถานปฏิบัติธรรม" 
ที่แม่ผมเคยไปเรียนวิปัสสนา
ซึ่งอยู่ไกลถึง "สนามชัยเขต"
อำเภอหนึ่งของฉะเชิงเทรา
ใกล้จะถึงเขมรอยู่แล้ว

ผมกับน้องเลยอาสา
ที่จะขับรถไปให้แม่
และร่วมทอดกฐินด้วย

แต่ใจก็นึก ...
"ต้องทำบุญไกลขนาดนี้เชียว"

ก็แค่อยากจะขับรถให้แม่
อยากไปดูที่ปฏิบัติธรรมด้วย
ว่ามันสะดวกสบาย
ปลอดภัยดีไหม
ถ้าแม่ไปวิปัสสนาอีก
ก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

ทั้ง ๆ ที่กะว่า
จะคิดดี ทำดี พูดดี
ในวันที่จะไปกฐิน
แต่ก็อดมี "คิวบู๊" กับแม่ไม่ได้

"ออกจากบ้าน 7 โมง"

ผมตกลงกับแม่เป็นที่เรียบร้อย
โดยไม่ได้ถามอะไร
เพราะคิดว่าแม่คง "โปร" 
กับงานแบบนี้

ด้วยเป็นสถานที่ที่ "ไม่คุ้น"
"ไม่เคยรู้จักเลย" จะดีกว่า
อะไรคือ "สนามชัยเขต"
ฉะเชิงเทราก็ยังไม่เคยไป
ผมจึงตื่นมาตีห้าครึ่ง
เพื่อหาพิกัด GPS
และเส้นทางการขับรถ
จนกระทั่งถึงหกโมงครึ่ง

ไม่มีวี่แววที่จะมีใครตื่น

ผมเดินเข้าไปในบ้าน
พบว่าแม่เพิ่งตื่นขึ้นมา "แบบชิล ๆ"

"ไหนบอกจะออกตอนเจ็ดโมงไง?" ผมถาม
"แม่แป๊บเดียว" 
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
แม่นั่นแหละ "นานที่สุด"

ผมเริ่มสงสัยอะไรตะหงิด ๆ แล้ว

ผมเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับงาน
การทอดกฐินจะเริ่ม 13.09 น.
แต่แม่บอกว่าทอดกฐิน 12.00 น.

เอาแล้วไง!

ผมก็ไปซักไซ้ที่แม่นั่นแหละ
ตกลงมันกี่โมงกันแน่
ก็ผมอ่านจากเว็บเขาว่าบ่ายโมง

"ก็เมื่อวานแม่โทรไป เขาว่างั้น" แม่ตอบ
"แล้วไม่มีหมายกำหนดการเลยเรอะ" ผมซัก
"ไม่มี งานแบบนี้เค้าก็อย่างนี้แหละ" แม่ตอบง่าย ๆ

"แล้วเราจะต้องไปกี่โมง" ผมถามต่อ
"ก็ไปก่อนเที่ยง เดี๋ยวพระฉันท์เพลตอน 11 โมง
ทางนั้นเขาเข้มงวดเรื่องเวลามากเลย
เราก็ไปก่อนนั่นแหละ เผื่อถวายเพล"

อ้าว เมื่อกี้ยังบอกไม่มีกำหนดการ
ที่งี้มาบอกว่าทางนั้นเขา "เข้มงวด"
เห้ยตรูละงงกับแม่จริง ๆ

แม่ก็ย้อนถามว่า "แล้วจะไปกี่โมง"
อ้าว แล้วจะรู้ไหมล่ะนั่น
ผมรู้แต่ว่าผมขับรถใช้เวลาเท่าไหร่
แต่ไม่รู้หรอกว่างานเริ่มตอนไหน
จากนั้นแม่ก็เข้าโหมด "ดราม่า"
"อย่ามาพูดอะไรนะ เครียด!"
และตัวการก็คือ "ผม" ใช่ไหม?

ผมหลบมานอนสงบสติอารมณ์
ไปงานแต่ง งานบวช งานศพ 
มันก็ต้องมีกำหนดการทั้งนั้นแหละ
นี่งานเค้าใหญ่โตอย่างนี้
มีเหรอจะไม่มีหมายกำหนดการ

สักพักแม่ก็เข้ามาง้อ
ตกลงกันอีกครั้งว่า 8 โมง
เพื่อนแม่มาที่บ้านตรงเวลาแน่นอน

ผมนึกขำในใจ

เพื่อนแม่มาสายราว "40 นาที"
ทำให้หน้าของแม่ "แตก" ยับเยิน
ผมก็พูดอะไรไม่ค่อยออกหรอกครับ
เป็นผู้ใหญ่ และนาน ๆ จะเจอกันที

เราก็ออกจากบ้านกันตอนนั้นแหละ
ผมเลือกเส้นทาง
ตรงตามแผนที่ที่ทางมูลนิธิบอกเป๊ะ
เพราะคิดว่า
ทางนั้นคงคิดมาดีแล้ว
ว่าเป็นทางที่ "ดี" ที่สุด

เริ่มต้นจากบ้านผม
ขึ้นทางด่วน ต่อมอเตอร์เวย์
ถนนหนทางก็ราบรื่นดี
จนกระทั่งแยกเข้า
ตัวจังหวัด "ฉะเชิงเทรา" นี่แหละ

"โลกพระจันทร์" ชัด ๆ

ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อบ้าง
ซ่อมสร้างบ้าง
และไม่น่าเชื่อว่า
จังหวัดนี้ "รถ" เยอะมาก
รถติดพอ ๆ กับ
เส้นรังสิตนครนายก
แต่ถนนแย่กว่ามาก

ยังโชคดี
ที่ทางนู้นได้มีการทำป้าย
บอกทางไว้เป็นระยะ ๆ
ถึงช้ายังไงเราก็ไม่ "หลง"

ทิวทัศน์รอบข้าง
ค่อย ๆ เปลี่ยนจากเมือง
สู่ธรรมชาติของชนบท
เช่นเดียวกับถนน
ที่แคบลงเรื่อย ๆ 
จนเหลือแค่ 2 เลนสวนกัน

แท้งน้ำสีชมพู
มองเห็นได้แต่ไกล
เรามาถึง "มูลนิธิโพธิวัณณา" เสียที
รถค่อย ๆ เลื่อนช้า ๆ
รอที่จะเข้าไปยังพิธีด้านใน
แต่ก็ยังมีที่จอดเหลือสำหรับเรา
ถึงแม้ว่าจะเป็นลานดินแคบ
ที่เหมือนเพิ่งจัดเตรียมไว้ได้ไม่นาน

เดินจากพื้นที่จอดรถสักครู่
ทางขวามือก็จะเห็นเป็นบ้าน
หลังเล็ก ๆ อยู่กันเป็นกลุ่ม
คล้ายบังกะโกชายหาด
ที่จริง ... เป็นศาลาที่พัก
สำหรับผู้มาปฏิบัติธรรมที่นี่

เดินต่อมาอีก
ก็จะเห็นองค์พระพุทธรูปสีทอง
องค์ขนาดกลาง ๆ
ยืนอยู่บนแท่นปูนสีขาว
ด้านซ้ายมีอาสาสมัคร
ที่รอต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
และแนะนำว่าควรจะทำอะไรก่อน

พวกเรามาถึงประมาณ 11 โมงเศษ ๆ
เลยเวลาถวายเพลไปแล้ว
แต่ก็ยังทันถวายผ้า
พวกเรารวมเงินกัน
เพื่อร่วมทำบูญ
ถวายผ้ากฐินกับแม่

อธิษฐานกันใหญ่ (ฮา)

เราปล่อยแม่
ได้เข้าไปจัดการเรื่องทำบุญ
และพูดคุยกับ "แม่ชี"
ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่
ใบหน้าของท่านดูอิ่มเอิบ
สำรวม แต่ก็มีความสุข
เหมือนกับที่เห็นในทีวีทุกสัปดาห์

เมื่อแยกกับแม่
ผม น้อง และเพื่อนแม่ทั้งสอง
ก็กระจายกันไปทำภารกิจ
"พิชิตโรงทาน"
ที่แม่โฆษณาสุด ๆ 
ว่า "เยอะและอร่อยทุกอย่าง"

โรงทานที่ดูเรียบง่าย
พื้นเป็นดินแข็งขรุขระ
ให้ร่มเงาด้วยพื้นผ้าใบ
เต็มไปด้วยน้ำจิตน้ำใจ
จาก "พ่อครัว แม่ครัว"
ที่ทำของกินรสอร่อย
เดินทางแสนไกล
เพื่อมาบริการคนที่มาทำบุญ

ดูไปก็คล้าย ๆ กับฟู้ดคอร์ท
แต่ไม่เหมือนหรอก
เพราะเราไม่ต้องยื่นคูปอง
หรือบัตรเงินสด
เพื่อใช้ซื้ออาหาร
ใช้เพียงแค่ "รอยยิ้ม"
"คำขอบคุณ"
และ "การไหว้" 
จากใจของเราแค่นั้นเอง

นี่เป็นมื้ออาหารที่
"มีความสุขมาก"

ขับรถมาร่วม 3 ชั่วโมง
เจอ "ข้าวเหนียวมะม่วง" จานแรก
ก็หายเหนื่อยเลยครับ
ต่อด้วย "ลูกชิ้นปิ้ง"
และ "ขนมจีนน้ำยา"
ที่แม่ครัวตัวจิ๋วตะโกนว่า
"อร่อยที่สุดในสามโลกเลยค่า"

แล้วมันก็อร่อยจริง ๆ ด้วยแฮะ!

อร่อยจนอยากจะขอสูตร
มาลองทำกินที่บ้านเลยทีเดียว
เจอเข้าไปสองจาน
ผมก็เริ่มอิ่มแล้วสิ
คงไม่มีปัญญาจะกินหมูสะเต๊ะ
ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ต่ออีก
ก็เลยจัด "ขนมเบื้องโบราณ"
ที่เค้าไม่ใช้ "ครีม"
อันนี้ก็อร่อยห้าดาวเช่นเดียวกัน

ใจจริงผมอยากจะทำกับข้าว
มาเลี้ยงคนทำบุญอย่างนี้บ้าง
แต่แม่บอกว่า
มีคนใจดีอยากมาทำโรงทานเยอะมาก
จนทางมูลนิธิต้องคัดมาส่วนหนึ่ง

นี่แค่ส่วนหนึ่งนะ!

เมื่อผมกับน้องอิ่มกันแล้ว
เราก็เริ่มแนะนำเมนูอาหารให้แม่
ซึ่งเพิ่งทำธุระเสร็จ
แน่นอนว่าแม่ก็ประทับใจ
กับ "ขนมจีนน้ำยา"
เจ้าอร่อยนั้นไปอีกคน

เสร็จจากสำรวจโรงทาน
ก็ได้เวลา "ถวายกฐิน"
ในตอนแรก ...
ผมปล่อยให้แม่เข้าภายในพิธี
แล้วนั่งรออยู่ข้างนอก
แต่ก็ไม่รู้อะไรดลใจ
ทำให้อยากถ่ายรูปสถานที่ด้านใน
ผมก็เลยชวนน้อง
เข้าไปหาแม่ด้านในศาลาด้วย

ศาลาที่ใช้ปฏิบัติธรรม
กว้างและโล่ง
คล้ายกับโรงยิมของโรงเรียน
แถมผู้คนก็ยังใส่ชุดขาว
นั่งเรียงกันเป็นระเบียบ
ใบหน้าของความอิ่มเอิบใจ
เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุุข

และ "ศรัทธา"

ทำให้สถานที่เรียบง่ายนี้
คล้ายกับมีพลังพิเศษ

ก่อนเข้าสู่กระบวนการ
พิธีกรของงานมีการพูดคุย
และบรรยายธรรม
เป็นการปรับจิตใจของผู้มาทำบุญ
ให้รู้สึกสงบ มีสมาธิ และปิติ
ไปกับการร่วมกัน "ทอดกฐิน" ครั้งนี้

"ทำบุญทุกครั้งให้รู้สึกว่า
เป็นการทำบุญครั้งสุดท้ายในชีวิต"

พิธีกรในงานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นฉ่ำ

คิดอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน
อย่างแรก
คนเราไม่ควร "ประมาท" กับชีวิต
เราจะมีชีวิตต่อไปอีกเท่าไร
ไม่มีใครรู้

อย่างที่สอง
บุญมากบุญน้อยอยู่ที่ "ความรู้สึก"
อยู่ที่ "ใจ" นั่นแหละ
บุญคือความรู้สึกยินดี
ยินดีที่เราได้ทำความดี
ยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นทำความดี
การที่เรามีความตั้งใจ
ในพิธีกรรม "ทอดกฐิน"
ในการที่เราทำ "ความดี"
ย่อมทำให้ให้ความรู้สึกยินดี
ของเรานั้นเพิ่มขึ้น

ส่วนที่เหลือ ...
การทำบุญกันเป็นหมู่มาก
ทำให้เราได้อะไรหลายอย่าง
ได้เสียสละ
ได้อดทน
ได้แบ่งปัน
ได้ร่วมยินดีกับการทำบุญ
ของคนอื่น ๆ
หรือได้ "อนุโมทนาบุญ" กัน

ระหว่างการพูดคุย
และบรรยายธรรมของพิธีกร
ก็มีการเชิญผู้ร่วมทำบุญ
เข้าสู่ลานพิธีเป็นระยะ ๆ
และเมื่อถึงเวลา
ก็จะมีการอธิบายขั้นตอน
ของการ "ทอดกฐิน"

การทอดกฐินค่อย ๆ เริ่มต้น
ด้วยเจ้าภาพรายใหญ่
แล้วก็ตามมาด้วยเจ้าภาพรายอื่น ๆ
รวมถึงผู้มาร่วมบุญ
และแม่ของผม
ซึ่งร่วม "ทอดผ้า" ในครั้งนี้ด้วย

ผู้ร่วมพิธีทุกคน
ทุกสอนให้ "อนุโมนาบุญ" เป็นระยะ ๆ
อนุโมทนาบุญเมื่อเห็นคนอื่นถวายผ้า
อนุโมทนาบุญเมื่อหันหน้าเข้าหากัน

ใบหน้าที่เป็นมิตรที่สุด
หันมามองหน้ากัน
ยกมือไหว้กัน
และส่งยิ้มให้กัน
ด้วย "หัวใจแห่งบุญ"
ผมไม่เคยสัมผัสกับอะไรแบบนี้
คงต้องบอกว่า
มันคุ้มค่ามาก ๆ
กับการมาทอดกฐิน
ไกลถึงเพียงนี้

เสร็จจากการถวายผ้า
ท่านแม่ชีเจ้าของมูลนิธิ
ก็กล่าวทักทายเจ้าภาพ
ขอบคุณผู้สนับสนุน
และบอกกล่าวเกี่ยวกันเงินทำบุญ
ว่าจะนำไปแบ่งสรร
บริจาคให้กับวัด "ทั่วประเทศ"

ดีใจทำบุญที่เดียว
ไปไกลทั่วประเทศเลย

สุดท้ายพิธีก็จบลง
พร้อมกับการอนุโมทนาบุญ
ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย
ครัวในโรงทาน
ที่อาหารยังเหลือ
ก็ยังคงรอบริการ
ให้กับผู้มาทำบุญที่อาจจะหิว
พวกผมก็ซัดลอดช่องแสนอร่อย
ไปอีกคนละหนึ่งถ้วย

เมื่อทำธุระกันเสร็จเรียบร้อย
ก็ได้เวลาเดินทางกลับ
ขากลับนี้
การจราจร "เครียด" กว่าขามา
ถนนแย่กว่าเดิม
และรถก็เยอะกว่าเดิมเสียอีก
ทุกคนลุ้นกัน
ว่าเมื่อไหร่จะหลุดพ้น
ไอ้เจ้า "ถนนโลกพระจันทร์" กันเสียที

หลังจากเบียดกับรถกระบะ
รถบรรทุก
แม้กระทั่งซาเล้ง
หลายร้อยชีวิต
ก็มาถึงจุดเข้ามอเตอร์เวย์
จากนั้นทุกคนก็นิ่งสงบ
ด้วยความไว้วางใจคนขับ
และเริ่มหลับกันไปบ้าง

เส้นมอเตอร์เวย์
จากฉะเชิงเทรามานนทบุรี
ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่
ถ้าขับแบบสนุก ๆ หน่อย
แบบว่าเลนไหนว่างต้องไป
สักพักรอบข้างก็เริ่มคุ้นตา
นั่นหมายความว่า
เราใกล้ถึงบ้านแล้ว

ถึงประตูหน้าบ้าน
พวกเราก็ร่ำลากัน
ผมเดินเข้าบ้าน
ด้วยความง่วงเต็มที

แล้ววันแห่ง "ศรัทธา" ของผม
จบลงบนเสื่อฟองน้ำเก่า ๆ
ที่ปูนอนอยู่กลางออฟฟิศ



Create Date : 08 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2556 4:04:38 น.
Counter : 1580 Pageviews.

2 comments
  
อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ จขกท.ได้ทำกุศลหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งทอดกฐิน และทำหน้าที่ลูกกตัญญูให้คุณแม่ด้วย บุญกุศลมหาศาลเลยค่ะวันนี้
โดย: hi hacky วันที่: 8 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:02:52 น.
  
ขอบคุณครับ ^^
โดย: Guynes วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:20:58:20 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
พฤศจิกายน 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
26
27
28
29
30
 
8 พฤศจิกายน 2556
All Blog