ผ่านวันที่หนักที่สุด
เช้าวันลอยกระทง

หนังสือพิมพ์ยังคงมาส่ง
เหมือนเดิม ... เวลาเดิม
โดยที่ไม่รู้ว่า
คนอ่านนั้นไม่อยู่แล้ว

เมื่อวานเป็นวันที่เรา
ต้องจัดงานศพวันแรก
พี่น้องของพ่อจัดการให้แล้วส่วนหนึ่ง
เรื่องจองศาลา
กำหนดการต่าง ๆ
รวมถึงวันเผาและลอยอังคาร

ที่เหลือก็คือการเลือกอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ
อย่างโลงบรรจุศพ และดอกไม้
ในแบบที่เราต้องการ
ผมเหลือบไปเห็น "ชื่อพ่อ"
อยู่บน "บอร์ดจองศาลา"
ก็อดไม่ไหว ... ต้องร้องไห้ออกมา

ไม่เคยคิด ...
ว่าจะมีชื่อคนในครอบครัว
เขียนอยู่บนนั้น

เนื่องจากคุณพ่อเสียนอกบ้าน
และยังไม่ทราบสาเหตุ
จึงต้องทำคนทำเรื่องกับตำรวจ
และผ่าชันสูตรพ่อ
จากนั้นเราถึงไปรับพ่อได้
ที่โรงพยาบาล

พวกเราตัดสินใจ
ที่จะไปรับพ่อทั้งสามคน
ผม น้อง และแม่
รวมกับพี่น้องของพ่อ
อีกหลายคน

ถึงแม้ว่าจิตใจจะเลื่อนลอย
และไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงมากนัก
ผมก็ยังขับรถไปถึงก่อน
ลุง ๆ อา ๆ ทั้งหลาย
และพวกเราก็ไปก่อนเวลา
กำหนดการที่เราจะได้เห็นพ่อ
ก็ประมาณบ่ายโมง

ระยะเวลาที่ว่างนี้
เป็นช่วงที่ทรมาน
เราไม่รู้ว่าพ่อจะเป็นยังไง
ทำไมพ่อถึงจากเราไป
เรารู้แต่ว่า ...
"พ่อนอนหลับ ... แล้วก็ไม่พูดอีก"

ในขณะที่พวกลุงและอา
นั่งทานกาแฟกัน
เราสามคนปลีกตัวมานั่งกันอยู่เงียบ ๆ
ปลอบใจกันและกัน
คุณอาที่เป็นเพื่อนและเจ้านายของพ่อ
มาถึงโรงพยาบาล
และได้เล่ารายละเอียดทั้งหมด
ก่อนที่พ่อจะเสีย

"วันก่อนที่พ่อจะไป
ทุกอย่างปกติ
พ่อเข้าประชุมปกติ
ยังชวนคุณอาและภรรยาไปทานข้าว
ยังเดินตรวจโรงงาน
ตอนเย็นก็ยังคุยกับเจ้าของอพาร์เม้นต์
ว่าให้เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นเร็ว ๆ"

"ลูกน้องกับแม่บ้านที่ทำความสะอาด
พอว่า ... พ่อยังไม่ตื่น
จึงไขกุญแจเข้าไปดู
ปรากฏว่า ... พ่อนอนหลับนึ่ง
อยู่ในชุดนอน"

"ลูกน้องโทรไปแจ้งคุณอาเจ้าของบริษัท
ว่าคุณพ่อป่วยหนัก
ให้เอารถโรงพยาบาลมารับ
เมื่อหมอมาถึงก็ปรากฎว่า
คุณพ่อ ... เสียแล้ว"

ของของพ่อยังวางอยู่ครบ
ไม่มีอะไรเสียหาย
พวกเราจึงรอคำตอบสุดท้าย
ที่ "ห้องศพ"
ที่เราจะได้รู้ว่า
พ่อทิ้งเราไปด้วยเหตุใด

ในขณะที่รอ
มีรถขนศพมาส่งจากที่ต่าง ๆ
บางศพมีเลือดไหลหยดเป็นทาง
แต่ผมก็ไม่ได้กลัวอย่างที่เคยเป็น
ทุกคนก็คงเหมือนพ่อ
รอคนที่รัก ... มารับไป

"ห้องศพ" ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
และ "ความตาย" ก็เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน
เพียงแต่ ... มันจะเกิดขึ้นกับใคร
ครอบครัวไหนก็เท่านั้น

เสื้อผ้าที่เตรียมให้พ่อ
ถูกส่งไปให้เจ้าหน้าที่ห้องศพ
ผมเขียนชื่อกำกับไว้อย่างดี
เวลาผ่านไปอย่างยากลำบาก

บ่ายโมงกว่า ๆ
เราจึงได้รู้ผลชันสูตรของพ่อ
หมอตรวจสอบทั่วร่างกาย
ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
จนกระทั่งต้องดูสมอง
ปรากฎว่า ...
เลือดไหลอยู่เต็มสมองไปหมด

จึงสรุปได้ว่า ...
"เส้นเลือดในสมองแตก"

เป็นโรคที่ถ้าเป็นแล้ว
จะต้องทรมาน
แต่พ่อเป็นแล้วจากเราไปเลย
เราควรจะดีใจ
ที่พ่อจะได้ไม่ต้องทรมาน

รถเข็นร่างพ่อออกมา
พ่อเหมือนหลับอยู่
"หลับอย่างสบาย"
สีผิวยังเหมือนเดิม
พ่อแค่ไม่พูด ไม่มอง
อีกแล้ว ...

พวกเราทุกคนร้องไห้หนัก
โดยเฉพาะ "แม่"

น้องผมอาสานั่งไปกับพ่อ
ในรถขนศพ .. ไปยังวัด
ผมขับรถให้แม่
พยายามมีสติ
และขับให้ช้าที่สุด

ผมขับมาถึงศาลาช้าที่สุด
พ่อ น้อง และญาติมาถึงแล้ว
เจ้าหน้าที่วัดเอาผ้าแพรคลุมหน้าพ่อ
น้องสาวนั่งอยู่ข้าง ๆ
ผมเข้าไปนั่งใกล้ ๆ พ่อ
บอกว่า "อย่ากลัว"

ถ้าวิญญาณพ่อยังอยู่แถวนั้น
พ่อคงกลัว ...
กลัววัด กลัวผี กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น
อะไรสารพัด
แต่ความรู้สึกผมและครอบครัว
มันบอกว่า
วิญญาณของพ่อไม่อยู่แล้ว
พ่อไปแล้วจริง ๆ

ผ้าคลุมหน้าของพ่อ
ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
ในพิธีรดน้ำศพ
ญาติของเราทยอยกันมา
ร่วมแสดงความไว้อาลัย
และเสียใจกับพวกเรา

ทุกคนช๊อค
ไม่คิดว่าคนที่แข็งแรงที่สุดอย่างพ่อ
จะจากเราไปง่ายดาย
อย่างที่ไม่มีใครเคยคิดมาก่อน

สามคนสุดท้ายที่รดน้ำพ่อ
ก็คือน้อง ผม และแม่
เราจะได้เห็นหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
ผมไม่อยากจำภาพนี้
ผมอยากจำภาพที่เราไปเที่ยวกัน
มีความสุขด้วยกัน
มากกว่าเวลาที่พ่อไม่มีรอยยิ้ม

พวกเราจึงงดการถ่ายภาพด้วย
เพราะเราจะไม่มีวันกลับไปดูรูปเหล่านั้น

ถึงเวลาบรรจุศพ
ผมให้แม่กลับไปนั่ง
ภาพสุดท้าย .. คือพ่อนอนหลับ
และจากเราไป

ผม น้อง และญาติ ๆ
ช่วยกันยกพ่อใส่โลง
เจ้าหน้าที่รอให้ทุกคน
มองดูพ่อเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่จะปิดหีบ

โลงศพถูกยกขั้นบนแท่น
สีดอกไม้ที่สั่งไว้
เข้ากับสีของม่านอย่างไม่ตั้งใจ
รูปที่พ่อเพิ่งถ่ายไว้
ถูกจัดเป็นรูปหน้าศพอย่างสวยงาม

เวลาผ่านไปอย่างไร
ผมไม่อาจแน่ใจ
เสียงพระสวดดังขึ้น
ผมพนมมือและคิดไปว่า

"นี่คือช่วงที่ลำบากที่สุด"
และมันก็ผ่านไปแล้ว











Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 16:31:00 น.
Counter : 400 Pageviews.

6 comments
  
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณพ่อนะค่ะ

เป็นคนหนึ่งที่ผ่านเหตุการณ์นี้มาเช่นกัน
ไม่ต่างไปจากคุณเลย
พ่อปอยเสียชีวิตด้วยเส้นเลือดในสมองแตกค่ะ
แต่ไม่เสียชีวิตในทันที
พ่อนอนรักษาตัวอยู่ใน รพ. 3 เดือน
ปอยเป็นคนแรกที่รู้การป่วยของพ่อ โดยมีโทรศัพท์แจ้งมาว่าพ่อป่วยหนัก
ปอยขอคุยกับพ่อในตอนนั้น ... พ่อยังสามารถพูดคุยได้
ปอยรีบไปหาพ่อที่ รพ. แต่ขณะนั้นพ่อไม่รู้สึกตัวแล้ว
คุณหมอได้แจ้งว่าพ่อเส้นเลือดในสมองแตก ... ทุกอย่างมันมืดมิด
พ่อฟื้นในตอนเช้า ... ปรากฎว่าพ่อเป็นอัมพฤตซีกขวา
สามารถสื่อสารได้บ้าง ... ต่อมาพ่อต้องเจาะคอเพราะเสมหะเยอะ
และไม่สามารถพูดได้ มีเพียงแต่พยักหน้า และให้พ่อเขียนหนังสือให้อ่าน แต่ไม่ถนัดนัก
สายอะไรต่อมิอะไรเต็มตัวพ่อไปหมด
พ่อต้องให้อาหารเหลวทางจมูก
ระหว่างที่นอนรักษาตัวพ่อไข้ขึ้นต้องปั๊มหัวใจ ... ความกลัวเข้ามาเกาะหัวใจทุกคนในครอบครัว
ในที่สุดพ่อก็กลับมา ... จนอาการของพ่อดีขึ้นเรื่อยๆ
และสามารถกลับบ้านได้ ... ปอยต้องไปเรียนรู้การทำอาหารเหลวกับทาง รพ. เพื่อดูแลพ่อเมื่ออยู่บ้าน
ปอยแจ้งทาง รพ. ขอนำตัวพ่อไปรักษาตัวที่บ้านในวันรุ่งขึ้น ...
แต่ก่อนกลับบ้านหนึ่งบ้าน .... พ่อจากไปไม่มีวันกลับ
ไปโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ... ทั้งที่พ่อแข็งแรงดีแล้ว
คุณหมอบอกว่าพ่อหัวใจวายฉับพลัน
ปอยเป็นคนสุดท้ายที่รู้ว่าพ่อจาก ...
มีเพียงแต่แม่บอกว่าให้รีบมา รพ. และนำชุดของพ่อที่เตรียมไว้ให้พ่อใส่ในวันกลับบ้านในวันพรุ่งนี้มาด้วย
ปอยเอะใจ แต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นแบบนี้
ปอยมาถึงเตียงนอนของพ่อ ... พ่อนอนหลับ
หลับแบบไม่ฟื้นมาอีกแล้ว

ทุกอย่างดูเหมือนมันล่องลอย เบลอไปหมด
ทั้งที่ทุกอย่างปอยต้องดำเนินการเกี่ยวกับพ่อทุกเรื่อง
ทำโดยไม่รู้ตัว ... ทำเท่าที่ทำได้ เพราะดูเหมือนว่ามันคือความฝันที่อยากตื่นขึ้นมา และพบว่ามันเป็นแค่ความฝันเท่านั้น
ครอบครัวปอยเป็นการสูญเสียครั้งแรก ...
ปอยเป็นห่วงพ่อ ... พ่อจะเป็นอย่างไรบ้างในโลกของวิญญาณ
พ่อเจออะไรบ้าง พ่อเหงา พ่อเดียวดายมั้ย อยากสื่อสารกับพ่อ กลัวพ่อจะหลงทาง
เป็นความรู้สึกที่ตัวเองไม่สามารถที่จะสัมผัสได้อีกแล้ว
อยากบอกว่ารักพ่อ อยากจะจับมือพ่อให้กำลังใจ อยากมองตาพ่อให้พ่อได้รู้ถึงความห่วงใย
ปอยถ่ายรูปพ่อไว้ในเวลาที่พ่อนอนในโลง ....
ปอยมองหน้าพ่อก่อนที่จะเผา
ปอยเก็บกระดูกพ่อเอง โดยไม่ต้องใช้สัปเหร่อ
ปอยไม่เคยกลัวผีหรือวิญญาณอีกเลย หลังจากที่พ่อเสีย
นั่นคือความทรงจำทั้งหมดตอนที่พ่อเสีย

-----------------------------------------------------------

ขอโทษนะที่เขียนอะไรยืดยาว ...
อยากระบายเรื่องนี้เช่นกัน แม้ว่ามันจะผ่านไปเกือบ 4 ปี

ขอให้คุณเข้มแข็งนะค่ะ
คุณพ่อจากไปแบบไม่ทุกข์ทรมาน
ท่านไปสบายแล้วนะค่ะ

เป็นกำลังใจให้คุณและครอบครัวค่ะ
โดย: reception hall วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:54:47 น.
  
สุขสันวันลอยกระทงนะครับ


ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ


สุขภาพแข็งแรงๆๆนะครับผม



อิอิ ^_^
โดย: boyalonejang วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:41:31 น.
  
อ่านแล้วเข้าใจนะคะ
เราผ่านมาแล้ว อ่านเรื่องคุณนึกถึงพ่อ
วันที่พ่อจากไป จากวันนั้นถึงวันนี้
มันจะครบแปดปีวันที่ 4 ธันวาคม นี้แล้วค่ะ

เข้มแข็งเถอะนะคะ
น้องกับแม่ต้องการหลักสำหรับเค้าทั้งสอง
มันเจ็บปวด เสียใจ คนที่เรารักและรักเราที่สุดในชีวิตจากไป
มันไม่ง่ายหรอกที่จะทำใจได้ในเร็ววัน
แต่มันจะผ่านไป แค่พ่อไปรอเราอยู่อีกที่นึง
ที่ตรงนั้น ที่ที่สวยงาม ที่ที่วันนึงเราจะตามพ่อไป
เพียงแต่วันนี้เรายังไม่ได้รับอนุญาตินั้น
เสียพ่อไป ยังเหลือแม่ ทุ่มเทความรัก การดูแลแก่ท่านให้เต็มที่ ในวันที่ท่านยังอยู่ให้เราแทนคุณได้

ไม่มีใครหนีพ้น อย่างที่เราเข้าใจนั่นแหล่ะ

เป็นกำลังใจให้ อ่านแล้วอยากร้องไห้ไปด้วย
สะเทือนใจมากนะคะ ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับใคร
เราจะอดรู้สึกไม่ได้เพราะเราผ่านมาแล้ว

หวังว่าคุณจะมีกำลังใจและเข้มแข็งพอ
พ่ออยู่ในใจเราเสมอ ท้อและเหนื่อยใจ
คิดไว้ว่าพ่อมองลงมาหาเราเสมอ
ท่านอาจไม่อยู่ข้างกาย แต่ท่านก็อยู่ในใจเสมอนะคะ

เสียใจด้วยค่ะ กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

โดย: ละอองเวลา วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:31:39 น.
  
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
วันนี้ดีขึ้นมากแล้วครับ
คงเป็นเพราะ คุณพ่อไปสบาย
ไม่ได้เจ็บปวดอะไร

เหลือแต่ชีวิตประจำวัน
มันเหมือนขาดอะไรไป
ก็ต้องใช้เวลาสักพักครับ
โดย: Guynes วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:36:50 น.
  
เข็มแข็งๆๆ นะคะ

มาเป็นกำลังใจให้ (อีกครั้ง) ค่ะ

โดย: oramoreaim วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:01:23 น.
  
มาฟังข่าวคราวความเป็นไป
ได้อ่านว่าไม่เป็นไรอุ่นใจขึ้น
เดือนดับตะวันลับในทุกวันและทุกคืน
ชีวิตไม่อาจฝืน
เรา่ต่างต้องคืนสู่ดิน

...

เชื่ิิอว่าความรักในครอบครัวของคุณจะจูงมือกันไป
พร้อมกำลังใจจากคนที่รอบตัว

มาเช็คสภาพจิตใจได้อ่านก็เบาใจค่ะ
เข้มแข็งนะ
โดย: ละอองเวลา วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:00:15 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
พฤศจิกายน 2553

 
1
4
5
6
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog