Change
ผมเขียน entry นี้
เพื่อให้หายเซ็ง
กับเรื่องเดิม ๆ 
ที่แก้ไขอะไรไม่ค่อยได้

ระยะหลังมานี้
ผมพยายามที่จะใจเย็น
และพูดจากับแม่ให้ดีมากขึ้น
แต่ก็มักจะมีเรื่อง
ที่ทำให้ผมหงุดหงิดใจได้เสมอ
จริง ๆ ผมไม่อยากทำให้แม่
และทำให้ตัวเองไม่มีความสุข
ทั้ง ๆ ที่เราก็มีพร้อมทุกอย่าง
เพียงแต่ว่า ....
เราน่าจะ "ทะเลาะกัน" ให้น้อยลง

มันคงเป็นเวรเป็นกรรมมั๊ง

ผมเป็นคนที่เล่นพันทิป
และเข้าห้อง "รัชดา" เป็นประจำ
เมื่อก่อน ...
ผมก็ชอบเล่นที่ "เฉลิมไทย" เหมือนกัน
ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบอะไรสวย ๆ
ชอบงานที่ประณีต
ผมจึงมักไม่ค่อยชอบงานละคร
ของทีวีช่องหนึ่งเอามาก ๆ

"ปลาร้า ส้มตำ ก็ทำให้มันดีได้"

แต่ในเมื่อละครบางประเภท
ที่ชาวบ้านเค้าชอบดู
ก็มีช่องนั้นแหละที่ทำได้ "ถูกใจ" เขา
แล้วเขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้

"แล้วเราจะไปเดือดร้อนอะไร?"

เดี๋ยวนี้ผมแทบจะเลิกเล่น
ในห้อง "เฉลิมไทย" ไปเลย
อยู่ดีดีก็รู้สึกว่ามัน "น่าเบื่อ" เอาซะงั้น
"ห้องรัชดา" เป็นห้องที่ผม
ชอบ "โทน" ของการสนทนาในห้องนั้น

ถึงจะเถียง จะด่า จะแขวะกันบ้าง
แต่ก็ไม่มีใคร "แค้นฝังหุ้น"
อ้อไอ้นี้มันเคยเม้นอย่างนี้ กระทู้นี้
ผมว่าชาวรัชดาค่อนข้าง "แมน"
ผิดก็ผิดไป พลาดแล้วก็พลาดไป
อีกอย่างก็คือ
"ผู้รู้" ในห้องรัชดา
ไม่ได้ทำตัวกร่างโอ้อวด
เหมือนกับ "ผู้ที่ทำเป็นรู้" ในห้องอื่น

เมื่อไม่กี่วันมานี้
กระทู้ที่ขึ้นแนะนำ 2 กระทู้
ล้วนเป็นกระทู้ที่เกี่ยวกับ
"ความไม่เป็นระเบียบ" ของบ้านเมืองเรา

ขายของบนทางเท้า
จอดรถบนถนนสาธารณะ

สิ่งเหล่านี้มีมานาน
แล้วผมก็ไม่เข้าใจ
ว่าทำไมพวกเราถึงทนกันอยู่ได้
ทนให้คนที่ชอบอ้างตัวเองว่า
"จน" หรือ "หาเช้ากินค่ำ"
มาเอาเปรียบคนในสังคม
ด้วยการทำอะไรมักง่ายและหน้าด้าน

ถึงเวลาหรือยังที่สังคมเรา
ต้อง "เปลี่ยน"

คิดไปผมก็อดขำตัวเองไม่ได้
ว่าเมื่อก่อน ... เรื่องอย่างนี้
ตัวผมก็ยังคิดไม่ได้เช่นกัน

ตอนสมัยเด็ก ๆ ...ผมกับน้อง
เคยไปสอบ "เรือเยาวชนอาเซียน"
ถ้าเรียกเต็ม ๆ คือ
"โครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์"
คุณเคยเคยได้ยินไหมครับ?

โครงการนี้
จะคัดเอาเด็กอายุเท่าไรผมจำไม่ได้
แต่ช่วงอายุที่เข้าเกณฑ์
ก็จากวัยรุ่นถึงประมาณ 30 ปี 
คัดมาจากหลายประเทศ
แล้วก็เอามาลงเรือ
ล่องไปตามประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน
มีการทำกิจกรรมบนเรือ
พอแวะจอดประเทศไหน
ก็จะมีกิจกรรมทำที่ประเทศนั้นด้วย

และด้วยความที่เป็นการ "ล่องเรือ"
มันก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน
น่าจะมากกว่า 2 เดือนนะครับ

การคัดเลือกเยาวชน
ที่จะไปลงเรือนี้
รอบแรกจะเป็นการสอบข้อเขียน
จะเป็นข้อเขียนภาษาอังกฤษ
ให้เราเลือกเขียน essay เป็นภาษาอังกฤษ
ตามหัวข้อที่กำหนดครับ

หัวข้อก็จะมีให้เลือก
3-4 หัวข้อเลยมั๊ง

ผมไปสอบข้อเขียน
กับน้องและเพื่อนของน้อง
ซึ่งเป็นคนที่แนะนำพวกผม
ให้มาสอบโครงการเรือเยาวชนนี้

การสอบข้อเขียนผ่านไปด้วยดี
พวกที่คิดอะไรง่าย ๆ อย่างผมกับน้อง
ก็เลือกเขียนหัวข้อที่ง่ายที่สุด
คือ "วันสงกรานต์"
ออกมากจากห้องสอบ
ก็คิดว่า "เราคงไม่ผ่าน" แน่ ๆ
เพราะเห็นคนอื่น
เขาก็พยายามเขียนหัวข้อที่ยาก
และได้แสดงความคิด
ในเชิงที่ลึกกว่านี้กัน

ผมคิดเอานะครับ
หัวข้อง่าย ๆ
ก็มีเอาไว้สำหรับเด็ก
ที่ไม่ได้มีมุมมองอะไร
เกี่ยวกับเหตุบ้านการเมือง
มากมายนัก

ซึ่งตอนนั้น
ผมกับน้องก็ไม่เด็กเท่าไหร่แล้วหล่ะ
แต่ก็ยังคงเลือกเขียน essay
หัวข้อเด็กน้อยวัยใส

อย่างก็ไรตาม
essay เกี่ยวกับวันสงกรานต์
เด็กน้อยวัยใสนั้น
ก็ทำให้เราผ่านเข้ารอบข้อเขียน
ด้วยกันทั้งสองพี่น้อง

ตอนนี้ก็ "ฝัน" แล้วสิ

"อยากให้ได้ไปทั้งสองคนจัง"
"เค้าจะเอาเราไปทั้งคู่มั้ยอ่ะ?"
คือพวกเราเป็นพี่น้องกัน
เขาอาจจะเลือกแค่คนเดียว
เพื่อให้โควต้าครอบครัวอื่นไปบ้างไรงี้
"แล้วเราจะทำไงดีเนี๊ยะ"
"พวกคุณจะทิ้งเพชรเม็ดงามของอาเซียน
อย่างพวกเราเหรอ?"

ก็เพ้อเจ้อกันไปวัน ๆ
เหมือนพวกลุ้นหวยยังไงยังงั้น
เพราะอันที่จริง
เราต้องสอบสัมภาษณ์ด้วย

คราวนี้สอบสัมภาษณ์
ผมจำไม่ได้ว่าเป็นภาษาอังกฤษไหม
แต่ผมคิดว่าก็มีแนะนำตัว
ตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน
และที่สำคัญไปกว่านั้น
คือเขาจะให้เราโชว์ความสามารถ
การแสดงอะไรสักอย่าง
เหมือนพวกประกวดหนุ่มสาวไอดอล
อะไรต่าง ๆ ในสมัยนี้แหละครับ

ตัวผมเองไม่หวั่นอยู่แล้ว
เพราะผมก็ "เล่นกีต้าร์" เป็น
ส่วนน้องผมเครียดหน่อย
เล่นเครื่องดนตรีไม่เป็นสักอย่าง
แต่น้องก็มีความสามารถ
ด้านการร้องเพลงสากล
และเพลงไทยเดิมอยู่

ก็ "ตีฉิ่งร้องเพลงไทยเดิม" ละกัน
เวลาจำกัด ... คิดได้แค่นี้
ผมจำได้ว่าเราถ่อสังขาร
ออกไปซื้อฉิ่งราคาถูก
ในวันที่ฝนตกปรอย ๆ
ฝึกตีฉิ่งกันวันนั้นแหละ
เพราะจำได้ว่าวันรุ่นขึ้น
ก็คือวันที่เราต้องไปสัมภาษณ์
ที่อาคารหลังหนึ่ง
แถวแยกมักกะสัน
ในช่วงเวลาเย็น ๆ

"ฉิ่ง" ตัวเล็ก ๆ ของน้อง
กลับเป็นอะไรที่พกพาง่าย
ดีกว่า "กีต้าร์" ชิ้นใหญ่อลังการ
เอามาโชว์กะว่าได้เข้าแน่นอน (ก๊าก)
ผมบอกตรง ๆ ว่าเขินมาก
กับการแบกกีต้าร์
เพื่อไปนั่งรอสัมภาษณ์
ซึ่งพวกเราก็มากันก่อนเวลา
แต่ผมก็เห็นมีหลายคน
แบกเครื่องดนตรีมา
ซอ ไวโอลิน ...
แต่ไม่ยังกะมีคนแบกกีต้าร์
มาให้เห็นเป็นเพื่อนเรา

ผมกับน้องแยกสัมภาษณ์กันคนละห้อง
เมื่อถึงเวลาเชือด
ผมก็เดินเข้าห้องสัมภาษณ์อย่างตื่นเต้น
สิ่งแรกก็คือการแนะนำตัว
เป็นภาษาอังกฤษ
แล้วก็ซักถามภาษาอังกฤษกันบ้าง
จากนั้นคณะกรรมการ
ที่นั่งเรียงกันอยู่ 5 คน
ก็เอ่ยปากให้ผมเล่นกีต้าร์ให้ฟัง

คณะกรรมการให้ผมเล่นให้ฟัง
ประมาณ 3 เพลงได้
เพลงนึงที่ผมใช้แสดง
และยังจำได้
ก็คือเพลง Runaway ของ The Corrs
วงโฟล์คซอง
ที่คนในวงเป็นพี่น้องกัน

การแสดงผ่านไป
ด้วยสีหน้าประทับใจของกรรมการ
จากนั้นก็เป็นการถามคำถามทั่วไป
คำถามหนึ่งที่ทำให้ผมตกม้าตาย
ก็คือ ...

"คุณมีความคิดเห็นอย่างไร
กับพวกหาบเร่แผงลอย?"

คุณคิดว่าผมจะตอบว่ายังไง?

ก็บอกแล้วว่า
บางทีคนเราก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
ผมก็ตอบไปว่า

"ผมว่ามันก็เป็นวิถีชีวิต
ในแบบหนึ่งของคนไทยดี
อยู่ที่ไหนก็มีของกิน
กรุงเทพไม่เคยหลับครับ" (ฮา)

ผมคิดว่าผมก็ตอบ "แนว"ดี
แต่ดูจากสายตากรรมการแล้ว
น่าจะเป็นแนวชั่ว แนวลงเหวมากกว่า
กรรมการท่านนึงเอ่ยออกมาว่า
"แต่ว่ามันไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย"
ผมรู้ตัวทันที
ว่าฝันของผมกำลังดับสลายไป
ด้วยคำถามปัญหาสังคมนี้

ก็ผมมันเด็กน้อยวัยใสวันสงกรานต์นี่หว่า

นี่แหละครับ
ไม่น่าเชื่อตัวเองนะ
ว่าตัวผมใน "วันนี้"
จะเป็นคนที่เที่ยวพูดกับใครต่อใคร
ว่าอย่าไปอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้า
หรือพวกแผงลอย
ที่ทำผิดกฏหมาย
และเอาเปรียบสังคม

คนเรามัน "เปลี่ยน" จริง ๆ

ด้วยวัย ... ด้วยอะไรต่าง ๆ
แต่น่าแปลกที่
จากวันที่ผมสมัครโครงการเรือ
ตราบจนทุกวันนี้
เมืองไทยก็ยังเละเทะ
ไม่เป็นระเบียบเหมือนเดิม
ผมว่ายิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ

"ขายของบนทางเท้า"
"ตลาดนัดในซอย"
และที่ต้องเจอทุกวัน
"คือหอพักที่ไม่ได้ทำที่จอดรถ
แล้วเอารถมาจอดบนถนน"

ถ้าคนเหล่านี้มันไม่มี "ยางอาย"
ก็น่าจะได้เวลา
ที่เราจะต้อง "ใส่ยางอาย"
ให้กับพวกเค้า
ด้วยการต่อต้าน
การรณรงค์อย่างเป็นรูปธรรมสักที

ถึงเวลาหรือยัง
ที่สังคมจะต้อง "Change"
















Create Date : 17 ตุลาคม 2556
Last Update : 17 ตุลาคม 2556 16:49:32 น.
Counter : 517 Pageviews.

2 comments
  
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็เรื่องธรรมดาของโลกนี้นี่หน่า

อ่านไป ก็แอบลุ้นให้เข้ารอบ สรุปว่าฝันสลายจริง ๆ เหรอ หรือว่ามีพลิกล็อค

เรื่องคนในครอบครัว ยิ่งใกล้มาก็ยิ่งกระทบมาก สร้างระยะห่าง เว้นที่ว่างให้แก่กันและกัน ปล่อยวาง ให้อภัย เพราะต่างคนต่างก็รักกัน
โดย: yourself (เพียงพอดี ) วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:6:28:31 น.
  
สรุปว่า ไม่เข้ารอบทั้งผมและน้องแหละครับ

เมื่อตอนยังเด็ก ผมกับน้องไม่พวกไม่สนใจสังคม การเมือง
สนใจแต่เรื่องเพลง เรื่องเที่ยว เรื่องกิน
ความคิดความอ่าน ก็เลยไม่ค่อยจะเป็นผู้ใหญ่กันเท่าไหร่ครับ
โดย: Guynes วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:17:14:10 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
ตุลาคม 2556

 
 
1
2
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
31
 
 
17 ตุลาคม 2556
All Blog