การแก้แค้น
หลังกลับจากเที่ยว
งานผมก็เดินหน้าน้อยลง
แย่จัง ... ทำไมเริ่มขี้เกียจนะเรา

ผมพยายามอ่านหนังสือ
ที่ซื้อมาให้จบ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน
ผมคงเลือกที่จะยืนอ่านในร้าน
แทนที่จะซื้อเก็บมาอ่านที่บ้าน
ไม่รู้สิครับ
ผมว่าการแกะหนังสือเขาอ่านจนจบ
มันก็คือการ "ปล้น" ดีดีนี่เอง
และผมก็พยายามจะไม่ทำ

แต่ผมเข้าใจนะ
ว่าคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ๆ
แล้วไม่สามารถซื้อมาครอบครองได้ทั้งหมด
มันเป็นยังไง

แต่เราก็ต้องรู้จัก
"ตอบแทน" คนที่เขียนหนังสือดีดี
ให้เราได้อ่านบ้าง
ด้วยการ "ไล่ซื้อ" หนังสือที่เราเคยอ่าน
เอามาเก็บไว้

ถึงแม้ว่าจะไม่หมดก็เถอะ

ผมคิดว่า ...
ผมได้ไอเดียเรื่องร้านเพิ่มขึ้นแล้ว
และสูตรอาหารก็เริ่มลงตัว
ที่เหลือคือการ "ดีไซน์" ตัวร้าน
การทำ "ต้นทุน" ต่าง ๆ
และการเลือก "ทำเล"

เดินดูทำเล "หน้าฝน" เนี๊ยะนะ?

ผมยังจำความลำบาก
ในตอนที่คิดจะเปิด "ร้านกาแฟ"
เมื่อห้าปีที่ผ่านมาได้เลย

ไปดูที่ไหน
พวกกาแฟ Brand ก็แย่งที่ไปจนหมด
เมื่อก่อนคนกินแต่กาแฟยี่ห้อ
เหมือนมันกำลังบูม
ตอนนี้คนกลับหาร้านกาแฟแปลก ๆ
ที่ไม่ใช่ยี่ห้อดัง
มาลองดื่มกันมากขึ้น

ผมไม่ชอบกาแฟร้านสีเขียวเลย
แต่กลับชอบกาแฟร้านสีเหลือง สีแดงมาก
สีเหลืองก็ Coffee World
สีแดงก็ Segafredo
แต่กาแฟร้านสีแดง
กลับไม่ค่อยมีคนชอบกิน
ผมว่าของเค้าอร่อยนะ

เมื่อก่อน
กาแฟ Lavazza อร่อยมาก
ผมเป็นแฟนตัวยงของยี่ห้อนี้
แต่หลัง ๆ ผมว่า
การควบคุมคุณภาพของ Lavazza
ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

ร้านที่เคยอร่อย
ตอนนี้รู้สึกว่ามันไม่อร่อยแล้ว
ผมเคยถามพนักงานขาย
ของ Lavazza
ทางเค้าก็ทำการสุ่มตรวจบ้างเหมือนกัน
แต่เค้าก็ยอมรับว่า
ร้านบางแห่งก็อาจจะทำกาแฟ
ได้ไม่มาตรฐาน
หรือแอบปลอมปนกาแฟอื่น

ซึ่งผมว่า
มันจริงเลยแหล่ะ

ผมอยากซื้อเครื่องชงกาแฟดีดี
มาไว้ที่บ้านบ้างจัง
แต่ก็กลัวว่า ...
สุดท้ายเราเองจะขี้เกียจชงขี้เกียจล้าง
ตอนนี้ผมก็เลยใช้แต่เครื่อง "French Press"
ราคาถูก ๆ ไปพลาง ๆ ก่อน

ในอนาคตผมอาจจะยอมลองซื้อ
เผื่อว่าจะเอาไว้ชงขายที่ร้าน

เครื่องกาแฟดีดีมันก็แพง
กาแฟอาราบิก้าดอยตุงธรรมดา
กับเครื่องชงกาแฟต่างกัน
ก็ยังออกมาไม่เหมือนกัน

ในงาน Food ที่เมืองทอง
ผมพยายามเดินหา
เครื่องชงกาแฟแบบ "อัตโนมัติ"
ประมาณกดปุ่มเลือกเมนู
แล้วออกมาอร่อยเลย
ผมเคยไปทานกาแฟที่เมืองนอก
มีโรงแรมเล็ก ๆ ใช้เครื่องชงกาแฟแบบนี้
แต่ของเค้าออกมารสชาติดีทีเดียว

เครื่องชงอัตโนมัติ
สมัยนี้จะมาพร้อมหน้าจอสัมผัส
เหมือน "มือถือ" แหละครับ
เมนูกาแฟมีเยอะจนมึน
แต่ราคาก็แสนกว่าสองแสน
พนักงานก็ไม่ค่อยจะแนะนำให้ซื้อ
บอกว่าเครื่องแมนนวลดีกว่า
อร่อยกว่า และพังยากกว่า

"ถ้าลูกค้ามา แล้วเครื่องเสีย
พี่ก็เสียลูกค้านะครับ"
พนักงานตัวดีเชียร์เครื่องแมนนวลสุดฤทธิ์

เร็ว ๆ นี้
ผมก็ได้มีโอกาสไปเดินดูทำเลที่เดิม ๆ
ก็พบว่า ... ร้านกาแฟยี่ห้อ
หลายร้านหายไปจากตึกที่คุ้นเคย

ออฟฟิศบางแห่ง
มีเครื่องชงกาแฟให้พนักงาน
ออฟฟิศบางแห่ง
พนักงานก็ซื้อกาแฟแพง ๆ กินไม่ไหว

เครื่องชงกาแฟที่่ผมอยากได้
และคิดว่ามันชงออกมาอร่อยแน่
เป็นเครื่องชงแมนนวลแบบ 3 หัว
ที่ราคาราว 2 แสน
เพราะเราเห็น "ร้านกาแฟ"
ที่เราชอบทานกัน ... ใช้อยู่

2 แสนต้องขายสักกี่แก้วว่ะ

น้องผมยังบอกว่าราคาพอไหว
แต่ไอ้การจ้าง "บาริสต้า"
ที่จะมาชงกาแฟนี่สิ
ผมว่าในยุคนี้
ค่าแรงงานเป็นค่าใช้จ่ายที่
"แพง" ที่สุดเลยมั๊ง
อะไร ๆ ที่ใช้เครื่อง "อัตโนมัติ" ได้เป็นดี
เครื่องหั่น เครื่องคั้น เครื่อล้าง อะไรต่าง ๆ
คงจะต้องซื้อมาแทนที่
"แรงงานคน" ที่แสนแพง
และเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

ผมถึงยังอยากได้
เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติอยู่

ผมว่าจะนั่งเอาโบรชัวร์
ของงานอาหารที่ไปดูมา
มานั่งทำ database
และไปคุยกับ suppliers พวกนี้อีกรอบ
พร้อมทั้งไปดูโชว์รูมของเขา
เพื่อทำ cost จริง ๆ ออกมา

แล้วก็ "หงายเงิบ" ฮ่า ๆ ๆ ๆ
แล้วก็ "พับโครงการ" ร้านอาหาร

ไม่น่ะ ม๊ายยยยยยย
ทุกอย่างต้องมีทางออก

ช่วงเย็นหลังฝนตก
ผมเอากีต้าร์คลาสสิกตัวเก่า
ออกไปนั่งเล่นชิว ๆ 
ร้องเพลงเบา ๆ อยู่หน้าบ้าน

อาจจะดูหลงตัวเอง
ผมว่าเสียงเพลงของผม
มันก็ "พอรับได้" อ่ะนะครับ
ไม่ได้ก่อความรำคาญอะไร
เพราะมัน "เบา" มากจริง ๆ
และผมก็ไม่ได้ทำอย่างนี้บ่อยนัก
ผิดแต่ว่า ...
บุคคลรอบออฟฟิศผม
จะไม่ชอบ "ในตัวผม"
เป็นการส่วนตัว

อยากเล่นในบ้านเหมือนกัน
แต่อากาศข้างนอกมันดีจัง
มันได้ "ฟีล" เหลือเกิน
เล่นกีต้าร์ไป ... จิบเบียร์ไป
นี่แหละคือความสุข

และไอ้ "ความสุข" ของผมนี่แหละ
ที่ผมรู้สึกได้ว่า
มันกำลังทำให้คนที่เกลียดเรา
"ร้อนเป็นไฟ"

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจ
แต่เสียงเพลงของผม
มันคือการ "แก้แค้น"

ไม่ใช่แค่การเล่นดนตรีของผม
แม้กระทั่งออกมานั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อน
มันเหมือนมีคนจ้องมอง
"ความสุข" ของผมตลอดเวลา

มันก็ไม่ดีหรอกนะครับ
การถูกคนเกลียด
ถูกคนคอยสาปแช่ง
ให้เราล้ม ... เราแพ้ 
แต่จะไปเอาอะไร
กับคน "ที่น่าสงสาร" พวกนั้น

คนที่ไม่รู้จัก "ผิดชอบชั่วดี"

และน่าแปลกใจ
ที่ "ความสุข"
จะเป็นอาวุธที่ดีสุด
กับการจัดการกับคนพวกนี้

เห็นทีคงจะต้อง "แก้แค้น"
แบบนี้ต่อไปแล้วละครับ











Create Date : 19 กันยายน 2556
Last Update : 19 กันยายน 2556 1:33:06 น.
Counter : 581 Pageviews.

4 comments
  
เป็นการแก้แค้นที่เจ๋งดีแฮะ จะลองเอาไปใช้บ้าง เป็นวิธีที่น่าสนใจทีเดียว เอาให้สำลักความสุขตายไปเลย หึหึ
โดย: yourself วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:7:43:32 น.
  
การแก้แค้นแบบนี้มันก็ดีนะครับ

แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคือ "ไม่แค้น"
น้องผมบอกว่า เราควรที่จะ "สงสาร" คนพวกนี้
ที่เค้าเป็นแบบนี้ เพราะเค้าไม่มีอะไรอย่างที่เรามี
ถ้ารู้จักสงสาร เราก็จะเข้าใจ และให้อภัย

แต่ผมมันไม่ใช่ "แม่พระ" เหมือนน้องผมนะสิครับ
โดย: Guynes วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:23:45:44 น.
  
แม่พระ อาจหมายถึง การไม่ยินดียินร้ายกับใคร ให้ใจเราทุกข์

แต่เท่านี้ก็ถือว่ารู้ตัว มีสติ ก็ขยับเข้าใกล้แม่พระแล้วละ
โดย: yourself วันที่: 20 กันยายน 2556 เวลา:7:39:48 น.
  
ฮ่า ๆ สาธุ
โดย: Guynes วันที่: 21 กันยายน 2556 เวลา:2:31:00 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
กันยายน 2556

2
3
4
5
8
9
11
12
15
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
19 กันยายน 2556
All Blog