แบ่ง ๆ กันไป
ณ เวลา 16.30 น. บนทางพิเศษศรีรัชฯ
ผมเพิ่งรู้ว่า ... เวลานี้รถมันติดแล้ว

ผมขับรถกลับมาจากงานที่ BITEC ครับ
จริง ๆ แล้ว ผมกับบางนานี่คุ้นเคยกันมาก
เพราะเมื่อก่อนน้องผมทำงานแถวนั้น
ผมเคยขับไปดูเส้นทาง
ไปรับไปส่งน้องอยู่หลายครั้ง
และเมื่อไม่นานมานี้
ผมก็ต้องไปซื้อชุดครัวและเครื่องครัว
ที่ IKEA บ่อย ๆ

มันใช้เวลาไม่นานนะ

ถ้ารถไม่ติด
ขึ้นทางด่วนตรงงามวงศ์วาน
ยิงยาวไปนู่น
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ
ผมทำให้พวกติดตั้งครัวอึ้งมาแล้ว
ทั้ง ๆ ที่พวกนั้นว่า
ผมออกจากที่นี่ 10 โมงกว่า
จะกลับมาไม่ทันบ่ายโมง
ผมกลับมาตอนเที่ยงด้วยซ้ำ

ถ้าพูดไปคุณผู้อ่านจะโกรธผมหรือเปล่า?
ผมว่า "รถคันแรก" มันเป็นตัวการ
ทำให้รถติดจริง ๆ

เมื่อก่อนรถไม่เยอะเท่านี้

พูดไปก็เหมือนเห็นแก่ตัว
ผมรู้ว่าในสภาพที่ขนส่งมวลชน
และการจราจร
มันย่ำแย่ซะขนาดนี้
หลาย ๆ คนจึงต้องการ "รถ"

สำหรับผม ...
"รถ" เป็นสิ่งที่ทำให้ผมกับเพื่อน
ไปเที่ยวไหนกันได้แบบสนุกสนาน
เราจะตะโกนด่ากันไปมายังไงก็ได้
ผมคิดถึงสมัยก่อนจัง
ผมขับจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ
ไปถึงลาดกระบัง ฯ
เพื่อไปรับเพื่อน
มาเที่ยว RCA กัน

นอกนั้น ...
การเดินทางโดยรถเมล์
รถแอร์หรือเรือ
เป็นอะไรที่ผมชื่นชอบนะ

ผมชอบความอิสระ
ชอบได้เดินดูผู้คน
ชอบนั่งกินเบียร์บนฟุตบาท
ซื้อกับแกล้มง่าย ๆ ข้างทางมากิน

แฟนผมเคยถามปัญหาง่าย ๆ
"เธอชอบอะไรระหว่างหมา กับแมว"
คุณตอบว่าอะไรกันครับ
แน่นอนว่าผมตอบว่า "แมว"
ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริง
ก็ "แมว" มันเป็นสัตว์รักอิสระไง

โดยส่วนตัวแล้ว
ผมว่าแมวมันสะอาดดูน่ารักไปหมด
ต่อให้แมวบ้า ๆ บอ ๆ ที่ไหนก็น่ารัก
แล้วมันก็สอนง่ายนะ
แป๊บ ๆ ผมยังสอนมันไม่ให้กางเล็บได้เลย

กลับมาสู้เรื่องรถ

รถติดวันนี้
ทำเอาผมสงสารน้อง
ที่ต้องขับรถฝ่ารถติด
ไปทำงานทุกวัน
บนถนนนรก ๆ
มันเหนื่อยกว่าการทำงานจริง
ในบางวันเสียอีก

แล้วการขับรถของแต่ละคนก็นะ

ผมว่ามันเลวร้ายลง
กว่าสมัยที่ผมทำงานโรงแรม
คนสมัยนี้ "ใจร้ายมาก"
แถมเห็นแก่ตัวอีกต่างหาก
บางคนขับจี้ตูดคันหน้ากันเลย
แบบว่ามอซงมอไซด์แทรกกันไม่ได้
คนที่เปิดไฟเลี้ยวก็คือ 
"มึงเปิดไปเถอะ"
ขอกูไปก่อนแล้วกัน

นโยบายรถคันแรก
นอกจากเพิ่มจำนวนรถ
โดยที่มันยังไม่ถึงเวลาแล้ว
มันยังทำให้คนที่ "ไม่พร้อม" จริง ๆ
พยายามตะเกียดตะกายซื้อมันด้วย

คนที่ไม่พร้อม
ไม่ใช่แค่เรื่องเงินนะครับ
แต่เป็น "ที่จอดรถ" ด้วย

วันนี้ผมก็เพิ่งทะเลาะกับ
คนใน "หอพักคู่อริ" มา
ก็มันจอดล้างรถขวางทางเข้าออก
ที่ออฟฟิศผมอีกแล้ว

ผมออกมาบอกให้ถอยรถ
เขาว่าผม "ไม่มีน้ำใจ"
เอากะคนพวกนี้สิ

ผมรู้สึกแย่ ...
คนแบบนี้แหละครับ
"ส่วนหนึ่ง"
ที่เป็น "เจ้าของรถคันแรก"
คนที่มักง่ายและไม่มีความรับผิดชอบ

หลายคนไม่ยอมซื้อบ้าน
หรือเช่าคอนโดราคาสูง
ที่มีที่จอดรถบริการ
แต่เขากลับเช่าหอพักราคาถูก
และจอดรถบนถนนสาธารณะ

ผมอยากเห็นนักการเมืองสักคน
แก้ไขปัญหานี้
พอ ๆ กับปัญหา "ตลาดนัด" ข้างถนน

16.45 น. 
ผมว่ารถมันก็เคลื่อนไปเรื่อย ๆ
จิตใจของผมขุ่นมัว
กับความโกรธคนที่หอพักเห็นแก่ตัวพวกนั้น

ผมจะต้องตัดสิ่งเหล่านี้
ออกจากความคิดให้เร็วที่สุด

เพราะว่าที่จริงแล้ว
ชีวิตผมนั้น "มีความสุข" จะตาย
มีเงิน มีรถ มีบ้าน
และมี "ทีวี" ฮ่า ๆ ๆ ๆ
แม่เพิ่งโล๊ะมาให้
จากการที่ได้ซื้อของใหม่
ที่ใหญ่กว่า ดีกว่า
แทนที่ของเดิม

17.00 น.
ผมขับถึบทางลงทางด่วนแล้ว
ตอนแรกผมว่าจะแวะเที่ยวเล่น
แถว ๆ emporium
แต่งานมันประเดประดังเข้ามา
จนแค่ผมนั่งคิดอะไรนิดหน่อย
เวลาก็ผ่านไปเร็วยังกะอะไรดี

ถนนแถวบ้านกำลังขุด
เพื่อวางท่อระบายน้ำใหม่
ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ
ว่ามันจะมาทำอะไร
อีตอน "หน้าฝน" ว่ะ

ตอนกลางคืนมันมืด
บางทีน้ำก็ท่วมมองไม่เห็นพื้น
รถก็สวนกันลำบาก
แล้วอีกอย่างคือ
เมื่อไหร่มันจะเสร็จว่ะ
ก่อสร้างหน้าฝนเนี๊ยะ

17.20 น.
ผมกลับถึงบ้านแล้ว
กดประตูรีโมท
แล้วถอยรถเข้าบ้านอย่างโปร
ผมแอบภาวนา
อย่าให้ "น้ำท่วม" เล้ย
เพราะเพิ่งติดตั้งประตูรีโมทไป
และตัวเครื่องมอเตอร์
มันก็ไม่ได้สูงจากระดับพื้นสักเท่าไร

ผมไม่รู้ว่าจะสงสารหรือดีใจ
กับแม่ค้าตลาดนัดในซอย
ขายของกันอย่างยากลำบาก
ในยามฝนตกหนักขนาดนี้

ไม่รู้สิ ...
พวกเค้าทำผิดกฏหมาย
พวกเค้าทำให้ผมขับชนคนเดินเท้า
และทำให้รถผมเป็นรอยมาแล้ว
ทำให้หมู่บ้านนี้น่าอยู่น้อยลง
ทำให้คนบ้านแถวตลาดนัดนั้น
ประกาศขายบ้านกันไปหลายหลัง
คนเรามันก็ต้อง"รับกรรม"กันบ้าง
คนดีดีถึงจะมีกำลังใจ
ต่อสู้กับคนเลว ๆ หน่อยนะจริงไหม?

แต่ถ้าพูดอย่างโลกสวย
ผมก็คงต้อง "สงสาร" สินะ

"ความลำบาก" ทำให้ "คนเห็นแก่ตัว"
แต่แปลกที่คนเห็นแก่ตัวเหล่านั้น
ยากที่จะมองเห็น "ความลำบากของผู้อื่น"

หรือคุณว่าไง?

มันกลายเป็นวงจร
ของ "ความเห็นแก่ตัว" ไปแล้ว

วันนี้น้องผมก็กลับบ้านเร็ว
ผมลองทำอาหารสูตรนึงให้ทาน
น้องบอกว่า "อร่อย"
ทำให้วันนี้ของผมสดใสขึ้นอีกนิด

ผมมีแผนว่า
จะปลูกพวกเครื่องเทศของฝรั่ง
ไว้ที่บ้านกับออฟฟิศ
ผมเคยโทรไปถามเพื่อน
ที่มันคิดว่าจะเลิกเขียนโปรแกรม
เพื่อที่จะไปทำ "การเกษตร" แทน

เพราะมันก็เบื่อ "คนเห็นแก่ตัว" 
พวกนี้แหละครับ

"ชั้นต้องเอาตาข่ายคลุมไหมว่ะ"
ผมถามเพื่อน
เพราะแถวบ้าน "นก" เยอะมาก
แถวนี้ยังมีพื้นที่สวนอยู่
และต้นไม้ใหญ่หลายต้น

นกที่นี้ไม่ได้มีแค่ นกกระจอก
กับนกพิราบนะครับ
แต่มันยังมี นกเขา นกขุนทอง
นกหน้าตาแปลก ๆ
แถมยังมีกระรอกไต่สายไฟ
ให้เราดูเล่นกันเพลิน ๆ อีก

"อย่าไปทำมันเลยแกมุ้ง
ชั้นคิดอย่างนี้นะ
ถือว่าเรากินครึ่งแบ่งใหัมันกินครึ่ง
คิดอย่างนี้แล้วสบายใจนะแก"
เพื่อนผมบอก

ผมอึ้งไปสักพักกับความคิดนี้
มันทำให้ผมคิดอะไรได้หลายอย่าง

คนเรามันก็ต้องอยู่ร่วมกัน
โลกไม่ใช่ของเราคนเดียวซะเมื่อไหร่
บางอย่างก็คิดซะว่า
"ให้อาหารนก" จะเป็นไร
ทำบุญมากกว่านี้
ยังทำมาแล้ว

ผมคงจะต้องเตรียมตัวแล้ว
เพราะพรุ่งนี้จะต้องไปพัทยาครับ











Create Date : 13 กันยายน 2556
Last Update : 15 กันยายน 2556 17:21:04 น.
Counter : 527 Pageviews.

2 comments
  
ถ้อยทีถ้อยอาศัย เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้แต่เราเปลี่ยนความคิดตัวเองได้ เรื่องบางเรื่องจบได้ที่ตัวเราเอง
โดย: yourself วันที่: 14 กันยายน 2556 เวลา:17:14:16 น.
  
ใช่ครับ เปลี่ยนตัวเอง ง่ายกว่า
ถังแม้บางทีมันจะยากสำหรับเราเหมือนกัน
โดย: Guynes วันที่: 15 กันยายน 2556 เวลา:0:33:28 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
กันยายน 2556

2
3
4
5
8
9
11
12
15
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
13 กันยายน 2556
All Blog