พลังแห่งเหรียญบาท
เป็นวันศุกร์ ... ที่มีความสุข

วันนี้ตื่นได้เช้ามาก
ทำอะไรได้หลายอย่าง
รู้สึกว่าใช้เวลาได้คุ้มค่าดี

ผมยังเลิกกิน "เบียร์" ไม่ได้
นี่คือปัญหา
แต่ก็ลดปริมาณลงเยอะมาก
จากวันละสามขวด
เหลือสองขวดเป็นอย่างมาก
โดยเฉลี่ยจะประมาณสองกระป๋องยาว

ใจจริงอยากจะให้เลือกสัก
วันละกระป๋องเล็ก

ผมเคยคิดจะเลิกกินอย่างเด็ดขาด
แต่มันอดไม่ได้
ผมว่ากินแล้วชื่นใจ
รสขมนิด ๆ ของเบียร์ทำให้ผมมีความสุข

ก็เลยพยายามกินน้อย ๆ
เมื่อก่อนซดเป็นน้ำ
เดี๋ยวนี้ "จิบ" เอา
พยายามดื่มด่ำกับรสชาติ
มีการกินน้ำตามด้วย
เพื่อจะได้อิ่ม ... แล้วไม่อยากกินต่อ

เช้ากับกลางวัน
ผมอยู่ด้วยหมูสะเต๊ะ
ที่กินมาแล้วสองวัน
เช้า 5 ไม้ กลางวัน 10 ไม้
ตกเย็นก็ชักหิวขึ้นมาแล้วสิ

ผมตัดสินใจเอากระบะไปใช้
น้ำมันยังพอมีเหลืออยู่
ส่วนใหญ่ผมจะเอามาขับอาทิตย์ละวัน
เพราะใหญ่เทอะทะเกินกว่าจะขับเข้าเมือง
จอดรถลำบากมาก ๆ
แถมขนาดที่กว้างของมัน
ยังเย้ายวนให้มอเตอร์ไซด์
ที่ชอบซ่อกแซ่ก ... วิ่งบนเส้นประ
มาครูด มาเกี่ยวกระจก อยูํเป็นประจำ

แต่วันนี้ไม่จ้า

ผมขับจากบ้านออกสู่ถนนติวานนท์
มุ่งหน้าไปวงศ์สว่าง
ไม่ได้ขับเส้นนี้บ่อย
ตั้งแต่มันสร้างรถไฟฟ้าแล้ว
เพราะรถติดมาก

หกโมงครึ่ง ... รถไม่ติดเท่าไหร่
สำหรับกระบะผมแทบจะไม่ได้เหยียบ
รถมันแรง ... มันสามารถปล่อยไหลได้เรื่อย ๆ
ซึ่งจะว่าไป มันก็ประหยัดน้ำมันอยู่นะ

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย
โชคดีคือ ... ผมเอากระบะมา
แทนที่จะเป็น ฮอนด้า ซีอาร์วี
และโชคร้ายที่
ยาริสสีขาวคันหน้าผมเกิดเบรคกระทันหัน
รถผมที่ตามมา
จำต้องเบรคระยะประชิด
และท้ายสุดคือ

รถผมโดนชนท้าย
ด้วยมอเตอร์ไซด์ฮอนด้าคันนึง

ถ้าคนขับมอเตอร์ไซด์จะขับหนีไป
แบบครั้งที่แล้ว ที่แล้ว และที่แล้วมา
ผมก็เฉย ๆ แล้วละครับ ... ปลงได้

ผมหยุดรถ ... เปิดกระจกข้าง
คนขับมอเตอร์ไซด์บอกผมให้ไปจอดข้างหน้า

ผมเปิดไฟกระพริบจอดข้างทาง
และแน่นอนว่า
นิสสัน นาวาร่าของผม แทบไม่เป็นอะไรเลย
นี่คือ "ความโชคดี" ที่ผมบอก
กันชนของกระบะคันนี้มันแน่นอนมาก

ผมเห็นเศษไฟพลาสติกอยู่บนกันชน
ตอนแรกคิดว่าเป็นของรถผมเสียอีก
ดูไปดูมา ... เป็นของเจ้ามอเตอร์ไซด์คู่กรณีมากกว่า

ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าคู่กรณีครั้งแรก
เป็นหนุ่มตี๋ ๆ ใส่เสื้อลายสก๊อต
ดูมีอันจะกินเหมือนกัน
หน้าเจ้าหนุ่มดูอยากจะขอโทษ
แต่ก็น่าจะอยากถาม
ว่าทำไมผมถึงเบรคเร็ว

แต่สุดท้ายน้องเค้าก็ขอโทษขอโพย
ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ
ก็รถผมไม่เป็นอะไรนี่นา
ส่วนรถน้องเค้า "ไฟแตก" ไปตามระเบียบ

ผมก็บอก "ไม่เป็นไร รถคุณต้องซ่อมเยอะกว่ารถผม"
ก่อนหน้านี้ผมก็ขับไปชนเค้ามา 2 ครั้ง
ได้รับการให้อภัยทั้ง 2 ครั้งเหมือนกัน

คราวนี้ผมจึง "ไม่โกรธ"
ถือว่าทำอะไรดีดีคืนกับสังคม
เห้ย ... เป็นคนดีชัด ๆ (ฮ่า ๆ)

เสร็จจากชนรถมอเตอร์ไซด์
ผมเลี้ยวเข้าไปในซอย
ที่เป็นทางเข้าหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง
แวะซื้อเบียร์เซเว่น ... นั่งกินบนฟุตบาท
ในแบบที่ผมชอบ

ผมว่ามันชิวดี
กับบรรยากาศฟ้าครื้ม ๆ
ในวันนี้นะ

ผมแวะต่อ
ที่ร้านอาหารอีสานแถวนั้น
จัดการสั่งส้มตำ น้ำตก ข้าวเหนียว
และเบียร์เย็น ๆ สักขวด

ฝนที่ทำท่าจะตก ... แต่ไม่ตก
ทำให้คนในร้านบางตา
จนผมต้องถามว่า
"ลุงจะเก็บร้านแล้วเหรอครับ"

ลุงตอบว่า ... ยัง
พร้อมเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งในร้าน
คนขายน่ารัก ... เป็นกันเองทุกคน
นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว
รอยยิ้มของคนในร้าน
ทำให้อาหารน่ากินขึ้นเป็นกอง

เบียร์เย็น ๆ มาแล้ว
มันเย็นเป็นวุ้น .... จนผมเทออกไม่ได้เลย

"ว้า อุตส่าห์อยากกินเบียร์"
ผมแอบบ่นเล่น ๆ ให้คุณลุงที่เอาเบียร์มาเสิร์ฟ
คุณลุงยิ้มปนขำ ๆ
คุณป้าในร้านท่านนึงเดินมา
พูดกับผมว่า
"เนี๊ยะ เค้าให้เอาเหรียญบาทวางใต้ขวด ..
แล้วเดี๋ยวมันจะละลายเอง"

นี่มันไม่ใช่เดือนเมษายน
แล้วก็ไม่ใช่วันที่ 1 ด้วยนะป้า
ถ้าเป็นวัยรุ่น
ผมจะคิดว่าเขาต้องอำผมแน่นอน

แต่คุณป้า "จริงจัง" มากอ่ะ

เอ้า! ลองก็ได้
คุณป้าลงทุนไปหยิบเหรียญบาท
มาวางให้เองเลย
ผมกับลุงมองหน้ากัน
ว่ามันจะได้ผลเหรอว่ะเนี๊ยะ
ไม่มีหลักทางวิทยาศาสตร์อะไรอธิบายได้
คงต้องพึ่งพวกจิตสัมผัส ญาณทิพย์
อะไรเทือกนี้

คงเห็นว่าไม่ได้ผล
คุณลุงเดินไปหยิบหลอดยาว
มาให้ผมค่อย ๆ คนเบียร์ในขวด
ส่วนคุณป้ายังไม่ลดความพยายาม
"เมื่อก่อนเหรียญบาทมันใหญ่กว่านี้"
"มันต้องใช้เหรียญห้าบาท"

สงสัย "พลังแห่งเหรีญบาท"
ในยุคข้าวยากหมากแพงในปัจจุบัน
จะสิ้นอิทธิฤทธิ์
คงด้วยเพราะขนาดที่เล็กลงจากแต่ก่อนมาก
คุณป้าคงเชื่ออย่างนั้น

คุณป้าก็เลยเปลี่ยนจากเหรียญบาท
มาเป็น ... เหรียญห้าบาท
และสุดท้ายเป็นเหรีญสิบบาท

พอเป็นเหรียญสิบ
ก็เกิด "ปฏิกริยา" กับขวดเบียร์ในทันใด
ขวดเบียร์เริ่มโยกโงนเงน
คล้ายจะล้มลงมาได้ง่าย
เพราะเหรียญสิบมันก็ใหญ่พอ
จะดุนใต้ขวดให้ลอยสูง
จนอาจจะล้มได้

ก่อนที่ผมจะ "อด" กินเบียร์
ผมส่งสายตาให้คุณลุงคนเดิม
ที่นั่งใจจดใจจอ
รอดูปาฏิหารย์ของพลังเหรียญบาท
ที่ตอนนี้กลายเป็นเหรียญสิบบาท
อย่างหน้าตาลังเล

"ผมว่า ขวดมันจะโค่นก่อนเบียร์ละลายแน่เลยลุง
ผมคืนเหรียญลุงดีกว่า"

ลุงรับเหรียญคืนไปแบบยิ้ม
ผมอดขำคุณลุงคุณป้าไม่ได้
ขำตัวเองด้วย
ที่ก็ยังลองอะไรแปลก ๆ กับคนทั้งสอง

เบียร์วันนี้อร่อยมาก
แถมยังมีเรื่องราวสนุก ๆ
และรอยยิ้มที่ไม่คิดว่า
มันจะทำให้หัวใจเราพองโต
และมีกำลังใจ
ที่จะสู้กับหน้าตาบึ้ง ๆ
ของคนแย่ ๆ ในชีวิตของเรา ... ต่อไป

นี่คงเป็น "พลังแห่งเหรียญบาท"
ที่แท้จริงสินะ





Create Date : 03 สิงหาคม 2556
Last Update : 3 สิงหาคม 2556 2:50:34 น.
Counter : 809 Pageviews.

3 comments
  
เอ๊ น่าจะเป็นพลังแห่งเหรียญสิบบาทซะมากกว่านะคะ
ดีจังนะคะ ดูเป็นวันดีๆวันหนึ่งในชีวิต
เจอกับเรื่องร้ายบ้างดีบ้างก็เป็นสีสัน
ที่ไม่ดีก็ปล่อยให้เป็นไป
ที่ดีก็เก็บเอาไว้ เติมความสุขให้กับชีวิต
ปล. กินเบียร์ยังไงก็ไม่เคยอร่อยเลยค่ะ
และก็ทำให้อ้วนง่ายมากเลยนะคะเกือบเท่าไขมัน
ให้พลังงานตั้ง 7.4 กิโลแคลต่อกรัมแน่ะ
โดย: FairyG วันที่: 7 สิงหาคม 2556 เวลา:18:31:58 น.
  
สวัสดีครับ

เบียร์ทำให้อ้วนจริงครับ ลดเบียร์นี่ก็ผอมลงมาหน่อย
แต่ถ้าจะให้อดกินเลย มันยากในเชิงจิตวิทยา
เหมือนเราจะโรคจิต อยากกินอยู่ร่ำไป
แต่พอได้จิบสักหน่อย มันก็พอหายอยากครับ
โดย: Guynes วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:10:09:37 น.
  
การกินอะไรอร่อย ๆ มันเป็นความสุขในชีวิตนี่ ขาดไปชีวิตก็ไร้ความหมาย อยู่เพื่อกินชัดชัด ออกกำลังกายชดเชยเอา

อ่านไปอมยิ้มไป เรื่องราวน่ารักดีค่ะ
โดย: yourself วันที่: 17 สิงหาคม 2556 เวลา:16:23:23 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
6
8
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
28
29
31
 
All Blog