Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
27 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
แกะความหมาย 13 หลัก เลขรหัสบัตรประชาชนคนไทย

>
> >แกะความหมาย 13 หลัก เลขรหัสบัตรประชาชนคนไทย> >
> >แม้ว่าวิชาคณิตศาสตร์จะมีสูตร มีกฎเกณฑ์ตายตัวให้คำนวณได้โดยเฉพาะก็ตาม
> >แต่เชื่อว่าหลายๆ คนกลับรู้สึกว่า
> >เจ้าตัวเลขเหล่านี้มันช่างคิดยากคิดเย็นเสียนี่กระไร ยิ่งถ้ามีพวกซายน์
> >คอส แทนแบบตรีโกณ มีสมกงสมการหรือเลขยกกำลัง ให้ต้องถอดรู้ทถอดราก
> >จนสมองซีกซ้ายต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นแล้วละก้อ ดูเหมือนว่าแต่ละคน
> >ทำท่าจะเป็นพวกแพ้ตัวเลขขึ้นมาทันที
> >ซึ่งอาจเป็นเหตุให้หลายคนเลือกไปเรียนทางสายศิลป์
> >แทนที่จะเรียนทางวิทย์ เพราะคิดว่า “ศิลปะ”
> >มีอิสระเสรีในการใช้ความคิดมากกว่า และข้อสำคัญคิดว่าจะหนี “ตัวเลข”
> >พ้น แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเรียนหรือทำอะไร
> >ตัวเลขก็ล้วนมีเอี่ยว หรือมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนเราเสมอ
> >และในทางกลับกัน ตัวเลขบางตัวอาจจะทำให้เรามีความสุขขึ้นด้วยซ้ำ เช่น
> >ตัวเลขเพิ่มขึ้นของเงินเดือนหรือโบนัส ตัวเลขในบัญชีรายรับ
> >ตัวเลขมูลค่าเพิ่มของหุ้นที่เราซื้อ ฯลฯ ยกเว้น ตัวเลขดอกเบี้ยเงินกู้
> >ที่งามโดยไม่ต้องรดน้ำ หรือตัวเลขยอดหนี้ที่ยังไม่จ่าย
> >ส่วนตัวเลขที่น่ารังเกียจอีกตัว คือ ตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นของสาวๆ
> >ที่ยังไม่แต่งงาน เป็นต้น
> >
> >นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมี “ตัวเลข”
> >ที่เกี่ยวพันกับความเชื่อต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศอีกหลายตัว เช่น
> >คนไทยถือว่า เลข 9 เป็นเลขมงคล เพราะออกเสียงว่า “เก้า”
> >ที่พ้องกับคำว่า “ก้าว” อันหมายถึง ความเจริญก้าวหน้า ด้วยเหตุนี้
> >ในปัจจุบัน เราจึงเห็นคนไทยจำนวนไม่น้อย ไปทัวร์ไหว้พระ 9
> >วัดเพื่อความเป็นสิริมงคล จนได้กลายมาเป็นการ “ทำบุญ”
> >อีกรูปแบบที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ทั้งๆ ที่หลายคนไปมาแล้ว
> >หากมีใครถามขึ้นว่าวัดที่ไป พระที่ไหว้หน้าตา รูปทรงท่านเป็นอย่างไร
> >ก็ตอบไม่ได้ เพราะตอนไปไหว้ ก็ต้องรีบๆๆๆ เนื่องจากต้องไหว้ให้ครบ 9
> >วัดภายใน 1 วัน ดังนั้น ของสำคัญในวัดที่ตนไปเยือน หรือความงดงาม
> >ประวัติของพระพุทธรูปที่ตนไปไหว้ขอพร จะเป็นอย่างไรก็ตอบไม่ได้
> >เพราะเห็นแค่แว้บๆ ไม่ทันได้ดูรายละเอียด ซึ่งจริงๆ แล้ว วัด 9
> >วัดที่เราไปกราบพระ เช่น วัดพระแก้ว, วัดชนะสงคราม, วัดอรุณ, วัดระฆัง
> >หรือวัดกัลยาณมิตร ฯลฯ ล้วนเป็นวัดสำคัญ
> >และมีประวัติความเป็นมาที่น่าศึกษาเรียนรู้ทั้งสิ้น
> >ซึ่งความรู้เหล่านี้นี่เอง ที่จะทำให้เราได้รู้จัก “ของดี”
> >ของประเทศไทย และเมื่อรู้แล้ว ก็จะก่อให้เกิดความปลื้มปีติ
> >และความภาคภูมิใจไปด้วย ที่สำคัญคือ การได้รู้
> >ได้เห็นและสัมผัสสิ่งที่ดีงามที่ว่านี่แหละที่เป็น “มงคล”
> >แก่ชีวิตของเรา เพราะอาจเป็นแรงดลบันดาลใจ ให้เรากระทำความดียิ่งๆ ขึ้น
> >มิใช่แค่เพียงการไปไหว้ประหล่กๆ ให้ครบ 9 วัด
> >แล้วก็กลับมาทำตัวเหมือนเดิมเช่นที่หลายๆ คนเป็นอยู่
> >
> >สำหรับฝรั่งนั้น เขาจะถือว่าเลข 13 เป็นเลขอาถรรพ์ หรือเลขอัปมงคล
> >โดยเรียกกันว่า ลัคกี้นัมเบอร์ (Lucky number)
> >สาเหตุมาจากอาหารมื้อสุดท้าย ของพระเยซูคริสต์ ที่เรียกกันว่า
> >เดอะลาสซับเปอร์ (The Last Supper) นั้น มีสาวกร่วมโต๊ะพร้อมกับพระองค์
> >นับรวมแล้วได้ 13 คนพอดี ครั้นวันรุ่งขึ้นซึ่งตรงกับวันศุกร์
> >พระองค์ก็ถูกจับตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์
> >เขาจึงถือว่าวันศุกร์ที่ตรงกับวันที่ 13 เป็นวันโชคร้าย อย่างไรก็ดี
> >แม้ว่าเลข 13 จะเป็นเลขอาถรรพ์ของฝรั่ง แต่คนไทยโดยทั่วไป
> >ไม่ได้ถือกับตัวเลขดังกล่าว และที่น่าสนใจคือ มี เลข 13
> >ที่เกี่ยวพันโดยตรงกับคนไทย
> >ซึ่งเชื่อว่าคงมีคนอีกไม่น้อยไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือ
> >เลขประจำตัวประชาชนในบัตรประชาชน หรือที่เดี๋ยวนี้เรียก สมาร์ทการ์ด
> >ที่มีด้วยกัน 13 หลัก และแต่ละหลักก็มิใช่แค่เป็นเพียงจำนวนนับธรรมดาๆ
> >แต่มีความหมายแฝงอยู่ด้วย ซึ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์
> >สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
> >ขอนำมาเสนอเพื่อเป็นความรู้ ดังนี้
> >
> >
> >สมมุติว่า เลขบัตรประชาชนของเราเขียนไว้ว่า 1 1001 01245 29 9
> >(เขียนเว้นวรรค ตามแบบ) แต่ละหลักก็จะมีความหมายดังนี้
> >
> >หลักที่ 1 (คือหมายเลข 1 ในตัวอย่าง) จะหมายถึง ประเภทบุคคล ซึ่งมีอยู่
> >8 ประเภทได้แก่
> >
> >ประเภทที่ 1 คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย
> >และได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา หมายความว่า
> >เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2527 เป็นต้นไป
> >อันเป็นวันเริ่มแรกที่เขาประกาศให้ประชาชนทุกคน ต้องมีเลขประจำตัว 13
> >หลัก เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองไปแจ้งเกิดที่อำเภอ
> >หรือสำนักทะเบียนในเขตที่อยู่ภายใน 15 วันนับแต่เกิดมา
> >ตามที่กฎหมายกำหนด เด็กคนนั้นก็ถือเป็นบุคคลประเภท 1
> >และจะมีเลขประจำตัวขึ้นด้วยเลข 1 เช่น เด็กหญิงส้มจี๊ด เกิดเมื่อวันที่
> >2 มกราคม 2527 และพ่อไปแจ้งเกิดที่เขตดุสิตภายในวันที่ 17 มกราคม 2527
> >เด็กหญิงส้มจี๊ด ก็จะมีหมายเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 1
> >และก็ต่อด้วยเลขหลักอื่นๆ อีก 12 ตัว เป็น 1 1001 01245 29 9 เป็นต้น
> >ซึ่งเลขนี้จะปรากฏในทะเบียนบ้าน และจะเป็นเลขประจำตัว
> >เมื่อส้มจี๊ดไปทำบัตรประชาชนตอนอายุ 15 ปี
> >
> >ประเภทที่ 2 คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา
> >หมายความว่า เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2527
> >เป็นต้นไป แล้วบังเอิญว่าพ่อแม่ผู้ปกครองลืมหรือติดธุระ
> >ทำให้ไม่สามารถไปแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตภายใน 15 วันตามกฎหมายกำหนด
> >เมื่อไปแจ้งภายหลัง เด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท 2
> >และจะมีเลขตัวแรกในทะเบียนบ้านขึ้นด้วยเลข 2 ทันที เช่น ในกรณีส้มจี๊ด
> >หากพ่อไปแจ้งเกิดให้ ในวันที่ 18 มกราคม 2527 หรือเกินกว่านั้น
> >ส้มจี๊ดก็จะมีเลขประจำตัวเป็น 2 1001 01245 29 9 ในทะเบียนบ้าน
> >และเมื่อไปทำบัตรประชาชนในภายหน้า
> >
> >ประเภทที่ 3 คือ คนไทยและคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
> >และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในสมัยเริ่มแรก (คือตั้งแต่ก่อนวันที่ 31
> >พฤษภาคม 2527)หมายความว่า บุคคลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคนไทย
> >หรือคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
> >และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ ที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทย
> >มาตั้งแต่ก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 คนนั้นถือว่าเป็นบุคคลประเภท
> >3 และก็จะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 3 เช่น ส้มจี๊ด เกิดเมื่อวันที่
> >25 มกราคม พ.ศ.2501 และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแล้ว
> >ส้มจี๊ดก็จะมีเลขประจำตัวในทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนเป็น 3 1001
> >01245 29 9
> >
> >ประเภทที่ 4 คือ คนไทยและคนต่างด้าว
> >ที่มีใบสำคัญคนต่างด้าวแต่แจ้งย้ายเข้า โดยยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน
> >ในสมัยเริ่มแรก หมายความว่า คนไทยหรือคนต่างด้าว
> >ที่มีใบสำคัญคนต่างด้าว ที่อาจจะเป็นบุคคลประเภท 3
> >คือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้เลขประจำตัว
> >ก็ขอย้ายบ้านไปเขตหรืออำเภออื่น ก่อนช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527
> >ก็จะเป็นบุคคลประเภท 4 ทันที เช่น
> >ส้มจี๊ดมีชื่ออยู่ในสำนักทะเบียนเขตคลองสาน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501
> >ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2527 ส้มจี๊ดก็ขอย้ายบ้านไปเขตดุสิต
> >โดยที่ส้มจี๊ดยังไม่ทันได้เลขประจำตัวจากเขตคลองสาน
> >พอแจ้งย้ายเข้าเขตดุสิต ส้มจี๊ดก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท 4
> >มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 4 กลายเป็น 4 1001 01245 29 9 ทันที
> >แต่ถ้าส้มจี๊ดย้ายจากเขตคลองสานเดิม ไปเขตดุสิต หลังวันที่ 31 พฤษภาคม
> >2527 ส้มจี๊ดก็ยังเป็นบุคคลประเภท 3 อยู่
> >เพราะถือว่าจะได้เลขประจำตัวจากเขตคลองสานแล้ว
> >จะย้ายอย่างไรก็ไม่เปลี่ยนแปลง
> >
> >การกำหนดให้บุคคลเริ่มมีเลขประจำตัว 13
> >หลักในทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2527
> >เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 อันเป็นวันสุดท้าย
> >ของการดำเนินการให้ประชาชน ที่ไม่มีเลขประจำตัวในบัตรหรือทะเบียนบ้าน
> >ได้มีเลขประจำตัวจนครบแล้วนั้น ก็เพราะก่อนหน้านี้
> >ประเทศไทยยังไม่เคยมีการกำหนดเลขประจำตัวดังกล่าวมาก่อนเลย ดังนั้น
> >ช่วงที่ว่าจึงเป็นระยะเวลาจัดระบบให้เข้าที่เข้าทาง เพราะหลังจากวันที่
> >31 พฤษภาคม 2527 แล้ว ทุกคนจะต้องมีเลขประจำตัวเพื่อสำแดงตนว่า
> >เป็นบุคคลประเภทใด โดยดูตามเงื่อนไขในแต่ละกรณี ซึ่งมีอีก 4 ประเภท คือ
> >
> >ประเภทที่ 5 คือ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อ
> >เข้าไปในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจ หรือกรณีอื่นๆ เช่น
> >ส้มจี๊ดมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตดุสิตอยู่แล้ว
> >แต่บังเอิญว่าตอนที่มีการสำรวจรายชื่อผู้อยู่ในบ้าน
> >เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้ชื่อของส้มจี๊ดหายไปจากทะเบียนบ้าน
> >เมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่และตรวจสอบแล้วว่าตกสำรวจจริง
> >หรือจะเป็นเพราะกรณีอื่นใดก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็จะเพิ่มชื่อให้
> >แต่ส้มจี๊ดก็จะมีหมายเลขในทะเบียนบ้านเป็นบุคคลประเภท 5
> >และบัตรประชาชนจะขึ้นต้นด้วยเลข 5 ทันที คือ กลายเป็น 5 1001 01245 29
> >9
> >
> >ประเภทที่ 6 คือ ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
> >และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ในลักษณะชั่วคราว กล่าวคือ
> >คนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้สัญชาติไทย
> >เพราะทางการยังไม่รับรองทางกฎหมาย เช่น ชนกลุ่มน้อยตามชายแดน
> >หรือชาวเขา กลุ่มนี้ถือว่าเป็นผู้เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
> >ส่วนบุคคลที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ชั่วคราว เช่น
> >นักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย
> >แม้บางคนจะถือพาสปอร์ตประเทศของตน แต่อาจจะมีสามีหรือภริยาคนไทย
> >จึงไปขอทำทะเบียนประวัติ เพื่อให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านสามีหรือภริยา
> >คนทั้งสองแบบที่ว่า ถือว่าเป็นบุคคลประเภท 6
> >เลขประจำตัวในบัตรจะขึ้นต้นด้วยเลข 6 เช่น 6 1012 23458 12
> >
> >ประเภทที่ 7 คือ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ซึ่งเกิดในประเทศไทย
> >คนกลุ่มนี้ในทะเบียนประวัติจะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 7 เช่น 7
> >1012 2345 133
> >
> >ประเภทที่ 8 คือ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย คือ
> >ผู้ที่ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
> >หรือคนที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย
> >และคนที่ได้รับการให้สัญชาติไทย ตั้งแต่หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2527
> >เป็นต้นไปจนปัจจุบัน คนกลุ่มนี้เลขในทะเบียนประวัติจะขึ้นด้วยเลข 8
> >เช่น 8 1018 01234 24 7
> >
> >คนทั้ง 8 ประเภทนี้ จะมีเพียงประเภทที่ 3, 4 และ 5 เท่านั้น
> >ที่จะมีบัตรประชาชนได้เลย ส่วนประเภทที่ 1 และ 2 จะมีบัตรประชาชนได้
> >ก็ต่อเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ทำบัตรประจำตัวประชาชน คืออายุ 15 ปี
> >แต่สำหรับบุคคลประเภทที่ 6, 7 และ 8
> >จะมีเพียงทะเบียนประวัติเล่มสีเหลืองเท่านั้น
> >จะไม่มีการออกบัตรประชาชนให้
> >
> >ต่อไปคือ หลักที่ 2 ถึงหลักที่ 5 (เลข 1001
> >ในตัวอย่างหรือสี่ตัวถัดไปจากตัวแรก) จะหมายถึง รหัสของสำนักทะเบียน
> >หรืออำเภอที่เรามีชื่ออยู่ในทะเบียนขณะที่ให้เลข
> >ซึ่งก็หมายถึงถิ่นที่อยู่ของเรานั่นเอง กล่าวคือ เลขหลักที่ 2 และ 3
> >จะหมายถึงจังหวัดที่อยู่ ส่วนหลักที่ 4 และ 5
> >หมายถึงเขตหรืออำเภอในจังหวัดนั้นๆ เช่น ถ้าเขียนว่า 1001 ก็หมายถึงว่า
> >คุณอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ในเขตดุสิต เพราะ 10๐ ในหลักที่ 2 และ 3
> >หมายถึงกรุงเทพมหานคร ส่วนเลข 01 ในหลักที่ 4 และ 5
> >คือรหัสของสำนักทะเบียนเขตดุสิต หรือถ้าเขียนว่า 1101 ก็จะหมายถึง
> >อยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมือง เพราะ 11 แรกคือ
> >รหัสจังหวัดสมุทรปราการ และ 01 หลัง คือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นต้น
> >
> >สำหรับ หลักที่ 6 ถึงหลักที่ 10 (เลข 01245 ในตัวอย่าง) จะหมายถึง
> >กลุ่มที่ของบุคคลแต่ละประเภท ตามหลักแรก (หลักที่ 1)
> >ซึ่งทางสำนักทะเบียนในแต่ละแห่ง ก็จะจัดกลุ่มเรียงไปตามลำดับ
> >หรือหากเป็นเด็กเกิดใหม่ในปัจจุบัน เลขดังกล่าวก็จะหมายถึง
> >เล่มที่ของสูติบัตร (ใบแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตออกให้)
> >ซึ่งก็คือเลขประจำตัวในทะเบียนบ้านของเด็กที่แต่ละอำเภอหรือเขตออกให้
> >และจะไปปรากฎในบัตรประชาชน เมื่อถึงอายุต้องทำบัตรนั่นเอง
> >แต่ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์เลขนี้
> >ก็จะปรากฏอยู่แค่ในทะเบียนบ้านของเด็กเท่านั้น
> >
> >หลักที่ 11 และ 12 (หมายเลข 29 ในตัวอย่างสมมุติ) จะหมายถึง
> >ลำดับที่ของบุคคลในแต่ละกลุ่มประเภท
> >เป็นการจัดลำดับว่าเราเป็นคนที่เท่าไรในกลุ่มของบุคคลประเภทนั้นๆ
> >
> >หลักที่ 13 (เลข 9 ตัวสุดท้ายในตัวอย่าง) จะหมายถึง
> >ตัวเลขสำหรับตรวจสอบความถูกต้องของเลขทั้ง 12 หลักแรกอีกที
> >
> >สำหรับเลขตั้งแต่หลักที่ 6 ถึง 13 นี้เป็นการจัดหมวดหมู่
> >และเรียงลำดับบุคคลในแต่ละประเภทของสำนักทะเบียนในแต่ละท้องที่
> >ซึ่งเราก็คงไม่ต้องรู้รายละเอียดอะไรลึกไปกว่านี้
> >เพราะรู้แล้วอาจจะงงเปล่าๆ
> >
> >เป็นเรื่องน่าแปลกว่า ตัวเลข 13 หลักที่เป็นหมายเลขในบัตรประชาชน
> >หรือเลขประจำตัวประชาชนของเราแต่ละคนนี้ จะไม่มีการซ้ำกันเลย
> >ผิดกับชื่อหรือนามสกุล ยังมีซ้ำกันได้ และจะเป็นเลขประจำตัวเราจนตาย
> >ไม่มีการเปลี่ยน หรือยกให้คนอื่น และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า
> >ในอนาคตจะต้องมีการเติมเลข อย่างเลข 8 เข้าไปอีก
> >เพราะเลขไม่พอใช้เหมือนโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เขาก็บอกว่าคงอีกนาน
> >อาจจะถึง 100 ปีโน่น เพราะการที่เขาแยกแยะบุคคลเป็นประเภทต่างๆ
> >และยังแยกย่อยเป็นจังหวัดอำเภอ
> >แล้วลงรายละเอียดไปเป็นกลุ่มๆในแต่ละประเภทอีกนั้น
> >ทำให้เพดานหรือช่วงตัวเลขมีความห่างมาก จนสามารถรองรับจำนวนคนได้อีกมาก
> >และหากใครสงสัย หรือมีปัญหาในเรื่องทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
> >บัตรประชาชน ก็สามารถสอบถามไปได้ที่ สำนักบริหารการทะเบียน
> >กรมการปกครอง โทร. 1548
> >
> >ตัวเลข 13 หลักที่กล่าวข้างต้น อันเป็นเลขประจำตัวประชาชนของแต่ละคนนี้
> >แม้จะมิใช่ตัวเลขที่เราต้องใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน
> >ยกเว้นใช้ในการกรอกเอกสารบางอย่าง เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร ฯลฯ
> >แต่เลขนี้ก็มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการสำแดงตัวตน
> >“ความเป็นคนไทยหรือคนในประเทศไทย”
> >ที่ทำให้เราสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทย
> >และใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย



Create Date : 27 กันยายน 2550
Last Update : 27 กันยายน 2550 8:24:32 น. 2 comments
Counter : 220 Pageviews.

 
เป็นเรื่องที่น่ารู้ดีจังเลยค่ะ ขอบคุณค่ะที่นำมาเสนอค่ะ


โดย: vlovethai วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:20:22:56 น.  

 
ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับความรู้ใหม่ๆ
สงสัยอยู่เหมือนกันว่า น่าจะมีความหมายขแงแต่ละตัว


โดย: สาวยิปซี วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:13:17:32 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เทพผู้พิทักษ์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เทพผู้พิทักษ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.