อันความรักของแม่ที่มีให้กับลูกนั้น เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ สุดประมาณ จริงใจ และอบอุ่น ไม่มีความรักอันใดในโลกจะมาทดแทนได้ ความรักของแม่ไม่มีประมาณ และไม่มีวันที่สิ้นสุด ตราบจนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของชีวิตของท่าน มามา หว่อเหินอ้ายหนี่ ตันซื่อเซื้ยงจ้าย หนี่ปุ๊จ้ายหว่อเตอะเซินเปียนเลอ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
17 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

ปรากฎการณ์จันทรุปราคา Lunar Eclipse 17 สิงหาคม 2551





ปีนี้ท้องฟ้าที่เมืองอเบอร์ดีน ไม่เป็นใจเลยอ่ะ
เลยอดถ่ายภาพปรากฎการณ์สำคัญ

ในคืนวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2551
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆฝน
เราก็ลุ้นให้ท้องฟ้าเปิดให้ทันช่วงปรากฎการณ์
จันทร์ทรุปราคา หรือ ราหูอมจันทร์

ท้องฟ้าปราสจากเมฆฝนเอาเวลาประมาณ 1 ทุ่ม
แต่ก็ยังไม่เห็นดวงจันทร์
เพราะว่าที่นี่ช่วงหน้าร้อน ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า
หลัง 4 ทุ่มไปแล้ว

หลังจากดวงอาทิตย์ลับของฟ้า
ช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ก็ได้ยลปรากฎการณ์ที่ลุ้นเอาไว้
เป็นรูปเดียวกับรูปแรกในบล๊อค
เราจะเห็นดวงจันทร์ กลับหัว จากที่เราเห็นที่เมืองไทย
ก็เราอยู่กันคนละซีกโลกแล้ว ว้าว
พอจะถ่ายรูป เมฆก้อนโตก็มาบดบังเสียหนิ

น่าเสียดายมากเลย หลังจากนั้นฝนก็ตกลงมาปรอยๆ
เรายังตั้งใจลุ้นอยู่นะ ให้ฟ้าเปิด
แต่อากาศที่นี่ไม่ยอมเป็นใจให้เลยอ่ะ

ปีนี้เลยอดดูเหมือนปีที่แล้ว
คงต้องรออีก 3 ปีข้างหน้า ก็ไม่รู้ว่าช่วงนั้น
จะอยู่ที่ไหน ที่นี่ หรือแถบเอเชียอาคเนย์

ท้องฟ้าปราศจากเมฆบดบังอีกที ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว
ช่วงนั้นปรากฎการณ์ก็ผ่านพ้นไปแล้ว
แต่ดวงจันทร์กลมโตเต็มดวง สวยงามมาก


ขอนำภาพจากและเนื้อหา จาก นสพ.ผู้จัดการรายวันมาแล้วกัน
เพราะอยากบันทึกเอาไว้เพื่อจดจำปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ


ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนที่เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 3 นาฬิกากว่าๆ
ซึ่งบันทึกภาพไว้โดยนายพรชัย อมรศรีจิรทร
ที่สังเกตปรากฏการณ์ครั้งนี้อยู่บริเวณด้านหน้าที่ทำการของสมาคมดาราศาสตร์ไทย เอกมัย กรุงเทพฯ (ภาพจาก นายพรชัย อมรศรีจิรทร/สมาคมดาราศาสตร์ไทย)



นักดูดาวทั่วเมืองไทยดีใจกันทั่วหน้า ท้องฟ้าเปิดเผยให้เห็นจันทรุปราคาสีแดงอิฐสวยงามตา สมกับที่ตั้งใจรอลุ้นกันคลอดคืนกลางฤดูฝน กรุงเทพฯ ก็ไม่ผิดหวัง หลังช่วงเย็นเมฆฝนเริ่มตั้งเค้า แต่ตกดึกท้องฟ้าก็เริ่มแจ่มใสทันได้ดูเงาโลกพาดบนดวงจันทร์พอดี

กลางดึกของคืนวันที่ 16 ส.ค. ย่างเข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันที่ 17 ส.ค. 2551 ได้เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนที่สามารถมองเห็นได้หลายประเทศทั่วโลกในเอชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาเหนือ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งนักดาราศาสตร์ นักดูดาว ตลอดจนประชาชนทั่วไปต่างก็เฝ้ารอลุ้นชมอุปราคาครั้งสุดท้ายของปีนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ และคนไทยก็ไม่ผิดหวังเหมือนเมื่อครั้งสุริยุปราคาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา

ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้รวบรวมภาพสวยๆ ของพระจันทร์สีแดงอิฐในคืนวันจันทรุปราคาจากที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ มาให้ชมกันชัดๆ อีกรอบ เช่น ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่ง ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ติดตามสังเกตการณ์จันทรุปราคาอยู่ที่นั่น ให้ข้อมูลกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์ทางอีเมล์ว่าท้องฟ้าเหนือจังหวัดเชียงใหม่มีเมฆปกคลุมตลอดเวลา ทำให้เห็นจันทรคลาสไม่ชัดเจนเท่าใดนัก

ส่วนสมาคมดาราศาสตร์ไทยก็ตั้งกล้องสังเกตการณ์จันทรุปราคากันอยู่บริเวณที่ทำการของสมาคม ย่านเอกมัย สามารถเห็นปรากฏการณ์และถ่ายภาพไว้ได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับนายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต คนรักดาวเจ้าของหอดูดาวบัณฑิต อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ที่สังเกตจันทรุปราคาอยู่ที่หอดูดาวบัณฑิตของตนเอง

ทั้งนี้ ดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่เงามัวของโลกในเวลา 01.24 น. ซึ่งยังสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงอยู่ แต่ความสว่างจะลดน้อยลง แต่อาจสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่าใดนัก

จากนั้นดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่เงามืดของโลกในเวลา 02.36 น. ขณะนี้เริ่มสังเกตเห็นดวงจันทร์ถูกเงามืดบดบังไปบางส่วนมีลักษณะเว้าแหว่งไปเรื่อยๆ และเมื่อเวลาผ่านไป ดวงจันทร์จะค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งดวงจันทร์ถูกบดบังมากที่สุด 81% ที่เวลา 04.10 น.

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนได้สิ้นสุดลงในเวลา 05.44 น.เมื่อดวงจันทร์พ้นจากเงามืดของโลก และเคลื่อนออกจากเงามัวของโลกสิ้นสุดลงในเวลา 06.55 น. แต่เนื่องจากดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าที่เวลา 06.12 น. ดังนั้นจึงไม่สามารถติดตามจนจบเหตุการณ์ได้



แม้จะมีเมฆบางๆเคลื่อนเข้ามาเป็นระยะ ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการชม

แต่ที่นี่มองไหม่เห็นเลยอ่ะค่ะ
เมฆฝนก้อนใหญ่มาก แล้วบดบังจนปรากฎการณ์ผ่านไปเลยค่ะ



เริ่มเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐ


จันทร์คราสเต็มๆตาที่หอดูดาวบัณฑิต ฉะเชิงเทรา
เวลา 03.17 น.ของวันที่ 17สิงหาคม 2551



ภาพจากกรุงสตอดโฮล์ม สวีเดน
บันทึกภาพไว้โดย Johan Nilsson



รูปนี้หละที่เรามองเห็นที่นี่ ช่วงฟ้าเปิด ชั่วอึกใจ



ดวงจันทร์ถูกเงาของโลกบดบังถึง 84 % ที่กรุงสตอกโฮล์ม
บันทึกภาพไว้โดย Johan Nilsson




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2551
4 comments
Last Update : 21 สิงหาคม 2551 20:58:39 น.
Counter : 609 Pageviews.

 

เมื่อคืนนี้ไม่รู้เรื่องว่ามีจันทรุปราคา (เชยซะ)

แต่แปลกดี เมื่อคืนนี้อยู่ก็ตื่นขึ้นมาประมาณตีสาม
ไม่เห็นพระจันทร์หรอกค่ะ เพราะว่าตึกบัง
แต่เห็นว่าฟ้าใสมาก สวยมาก
เห็นดาวเต็มฟ้า ทั้งๆที่อยู่กลางกรุงเทพ
ยังคิดเลยว่าฝันไปป่าวนะ มันสวยมาก
ฟ้าเป็นสีน้ำเงิน ดาวเป็นดาว ไม่เห็นอย่างนี้มานานมากแล้ว

 

โดย: gluhp 17 สิงหาคม 2551 22:14:35 น.  

 

มาดามไม่ได้ดูเสียดายจังเลยค่ะ

 

โดย: Madame Kp 17 สิงหาคม 2551 22:44:07 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณgulph ขอบคุณนะค่ะ ที่เเวะเข้ามาทักทาย
ไม่เห็นปรากฎการณ์ก็ดูจากภาพในบล๊อคนี้ไปก่อนนะค่ะ
ก็คงต้องรออีก 3 ปีข้างหน้าหนะค่ะ ถึงจะมีปรากฎการณ์อีกครั้ง ต้องติดตามอ่านข่าวจาก นสพ.อ่ะค่ะ
แต่ก็ได้ดีนะค่ะที่ได้ชมดวงจันทร์และดวงดาวที่คุณไม่ได้เห็นมานานนักแล้ว

 

โดย: ไอริน (กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน ) 18 สิงหาคม 2551 4:01:56 น.  

 

ไม่เคยเห็นปรากฏการณ์นี้มาก่อนเลย

 

โดย: มงคล IP: 118.172.89.60 22 กรกฎาคม 2552 11:01:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน
Location :
ทับเที่ยง ตรัง Aberdeen United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เติบโตมาในตระกูลคนจีนแต้จิ๋ว ที่บุพการีทั้ง 2 หอบเสื่อผืน หมอนใบ อาศัยกิน-นอนใต้ท้องเรือ รอนแรมจากจังหวัดทางภาคใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ในตำบลเก็กเอี๊ยะ มณฑลกวางตุ้ง จังหวัดซัวเถา ทางฝ่ายอาปา ส่วนอาหมะมาจากตำบลโผว่เล้ง จังหวัดซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เช่นเดียวกัน
ท่านทั้ง 2 มากันคนละรอบมาเจอกันที่เมืองไทย มาขึ้นฝั่งทางภาคตะวันออกของประเทศไทย คิดว่าคงเป็นจังหวัดชลบุรี่ หรือไม่ก็คงเป็นจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง อันนี้ท่านเองก็เรียกชื่อจังหวัดไม่ถูกค่ะ

ญาติพี่น้องของบุพการี่ที่มาด้วยกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปอยู่คนละจังหวัด ส่วนอาปาและอาหมะของเรา ลงมาปักหลักอยู่ที่ตำบลทับเที่ยง จังหวัดตรัง ไม่เคยย้ายไปไหนอีกเลย ตราบจนท่านทั้ง 2 สิ้นชีวิต เราภูมิใจที่สุดที่เกิดมาเป็นลูกของอาปาและอามะ เพราะท่านมีชีวิตอยู่แบบพอเพียง ไม่เคยเป็นหนี้ใคร หากเป็นหนี้ในการซื้อของมาขายก็จะรีบเอาไปใช้คืนในวันถัดมา รักท่านที่สุดเลย บ้านเปิดเป็นร้านโชวห่วยเล็กๆ ที่ท่านทั้ง 2 สามารถเลี้ยงดูเราทั้ง 10 คนจนเติบใหญ่มาจนทุกวันนี้


Friends' blogs
[Add กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.