Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2548
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
23 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 

ไหปลาร้าสุดขอบฟ้า 6 (จบภาค 1)

ตอนที่ 6


……….
อรุณรุ่ง ริมทะเล

แสงอาทิตย์พ้นขอบฟ้าคล้ายไฟกองใหญ่ ลูบไล้สรรพสิ่งสว่างเรืองรองระยิบยับวับวาวราวโรยด้วยละอองเพชรเกล็ดทองคำ.. ถนนสายเล็กๆสิ้นสุดลงยังทะเลเวิ้งว้างกว้างไกลสุดสายตา

รถม้าพาธิดามารทะเลหยุดอยู่ที่นี่

มือข้างหนึ่งของนางยังหอบกล่องผ้าแนบแน่น สิ่งของซึ่งแย่งชิงมาจากไป่เปียวมีความสำคัญมากมายเช่นนั้น

โลหิตของนางค่อยไหลเบาบางลง อาจเป็นเพราะนางไม่มีโลหิตให้ไหลหลั่งอีกแล้วหรืออย่างไร

คันเคียวเสี้ยวจันทร์คู่นั้นยังเจิดจ้ากว่าแสงตะวันไร้แววพรั่นพรึงสักน้อยนิดเป็นประกายตาทั้งอำมหิตทั้งเร้นลับจนน่าสะพรึงกลัว

ดรุณีน้อยร่ำร้องอย่างกระวนกระวายใจ

"ทะเล… จบสิ้นกับพวกเราต่อไปไม่ได้อีกแล้ว"

ตุ่งตุ้งยังนั่งซึมเซาอยู่ตรงข้ามกับธิดามารทะเล มันเองเป็นคนบอกให้ดรุณีน้อยใช้รถม้าพาธิดามารทะเลหนีออกมาเนื่องเพราะมันเห็นว่าสภาพของนางอย่างไรก็ไม่อาจต้านทานการรุมล้อมของสำนักคุ้มกันภัยได้ มันถือว่าสาเหตุล้วนมาจากมัน…ดังนั้นอย่างไรต้องชดใช้ชนิดไม้คำนึงถึงเหตุผลและหลัการใดๆ

ธิดามารทะเลลุกขึ้น ก้าวลงจากรถม้าช้าๆ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามลมทะเล
ใบหน้าของนางขาวซีดอย่างยิ่ง หากยามนั้นแสงอาทิตย์พลันลูบไล้ผิวหน้านางบางเบาคล้ายละลายความอำมหิตเย็นชาลี้ลับทั้งมวล ธิดามารทะเลอย่างไรก็เป็นอิสตรี อิสตรีบางครั้งก็เป็นอะไรได้ไม่มากกว่าอิสตรี

ดรุณีน้อยเหม่อมองธิดามารทะเลอย่างแทบไม่เชื่อสายตา บุคคลที่ยุทธภพขนานนามว่าเป็นมารร้ายแห่งยุทธภพ บัดนี้อยู่ข้างหน้านางนี่เอง เป็นเพียงอิสตรีเช่นนาง ธิดามารทะเลคล้ายพลิกฟื้นคืนสู่สภาพปุถุชนธรรมดาสามัญ

ลมทะเลเฉื่อยฉิว พัดเสื้อผ้าเส้นผมของพวกนางสะบัดไหว เส้นผมยาวสยายปลิวล้อเล่นลม ใบหน้าถูกทั้งลมทั้งแสงแดดลูบไล้จนเปล่งปลั่งนุ่มนวลสดใสราวเป็นเทพธิดาสองนางติดปีกจะโบยบิน

ธิดามารทะเลยกกล่องไม้ขึ้นเปิดฝาออก

"นั่นอะไร"

ดรุณีน้อยอดมิได้ต้องส่งเสียงถาม ธิดามารทะเลหันมามองแล้วกวักมือเรียกให้เข้าไปดู

สิ่งที่อยู่ในกล่องใบนั้นเป็นเม็ดเล็กๆคล้ายเม็ดยาแต่มีหลากสีคละเคล้าปนกัน แต่ดูอย่างไรก็ไม่อาจทราบว่ามันคือยาพิษหรืออะไรกันแน่

"หรือมันเป็นโอสถวิกลจริต (ยาบ้า)"

ธิดามารทะเลใช้สายตาชิงชังจับจ้องมองไปยังของสิ่งนั้น ความชิงชังที่คับแค้นลึกซึ่งยิ่ง

"มิได้…สิ่งนี้ยังชั่วร้ายกว่าโอสถวิกลจริตมากมายหลายเท่า"

"ท่านบอกข้าพเจ้าได้หรือไม่"

"มันคืออาหารเร่งโตเร่งสีสรรพ์สำหรับมัจฉา"

ดรุณีน้อยฟังจนตะลึงปากอ้าตาค้างไปแล้ว นางแทบไม่เชื่อว่าสิ่งที่ธิดามารทะเลเสี่ยงชีวิตช่วงชิงมาแทบเป็นแทบตายกลับเป็นเพียงอาหารปลาชนิดหนึ่งเท่านั้น เรื่องเช่นนี้ยังมีผู้ใดครุ่นคิดคำนวณได้อีก

ธิดามารทะเลกล่าวต่อไป

"มันถูกนำมาจากนอกด่าน ถ้าปล่อยให้เข้าไปได้เคราะห์กรรมทั้งมวลต้องตกอยู่กับปลาพวกนั้นแล้วเนื่องเพราะมีครั้งที่หนึ่งจะต้องมีครั้งที่สอง"

"อาหารปลานี่นะ สิ่งที่เลวร้ายกว่าโอสถวิกลจริต"

"กลับพวกเจ้าอาจดูไร้สาระ แต่กับเรา ทะเล กระแสน้ำคล้ายชีวิต บรรดาปลา ปู กุ้งหอย เหล่านั้นก็มีชีวิต กระแสน้ำคือชีวิต เราเองบางครั้งก็ไม่ต่างจากกระแสน้ำ บรรดาปลาทั้งหลายการตกเป็นอาหารผู้คนเรายังพอทนเนื่องเพราะมันเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ แต่………."

นางชะงักงัน พลันโยนกล่องนั้นไปในอากาศสะบัดฝ่ามือออก

แม้นว่าจะบาดเจ็บปางตายแต่พลังฝีมือนางยังคงเข้มแข็งยิ่งในเสียงดังตูมกล่องไม้และอาหารปลาถูกพลังไร้สภาพบดขยี้เป็นผุยผงจางหายไปกับสายลมโชย

"แต่…กับมนุษย์พวกหนึ่งที่จับปลาเอาไปขังไว้ชมดู นั่นยังพอทำเนา นี่ถึงกับเอาสารเร่งสีสรรพ์เร่งโตให้พวกมันเพียงเพื่อต้องการเห็นความสวยงามเท่านั้น มิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อบรรดาปลาเหล่านั้นเลยเจ้าลองคิดดู …มีคนจับเจ้าไว้ในกรง บังคับให้อาหารรับประทานแล้วให้เจ้าเปล่งปลั่งมีสีสรรพ์สวยงามเจ้าจะเป็นเช่นไร"

นี่นับเป็นเหตุผลได้เช่นกัน

"เราจึงว่ามันร้ายกาจกว่าโอสถวิกลจริตมากมาย โอสถวิกลจริตอย่างไรคนเสพมันมักยินยอมพร้อมใจร่วงลงสู่นรกเอง มิใช่การบังคับ เป็นการรนหาที่เอง แต่นี่…ปลาที่อยู่ในตู้มีสิทธิร่ำร้องทักท้วงความยุติธรรมหรือทางเลือกใดกัน"

นางเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวช้าๆคล้ายรำพัน

"อย่าว่าแต่มันเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนเราๆท่านๆ เพียงแต่มันอยู่ในรูปของปลาเท่านั้น"

นี่จัดเป็นความผูกพันลึกซึ้งชนิดหนึ่ง ท่านอยู่ใกล้สิ่งใด คุ้นเคยสิ่งใดยิ่งเห็นความผูกพันลึกซึ่งกว่าผู้อื่น

"เราถามเจ้า…น้องเจ้ากับน้องของผู้อื่นหากถูกสังหารพร้อมกัน ความโศกเศร้าคับแค้นรู้สึกเท่ากันหรือไม่"

ดรุณีน้อยอึ้งไปกับคำถามนั้น บางทีอาจไม่จำเป็นต้องตอบเพราะคำตอบมันกระจ่างชัดเจนอยู่แล้ว รู้จักมากเกินย่อมล้ำซึ้งมาก ลึกซึ้งมากย่อมผูกพันมากเป็นธรรมดา

ธิดามารทะเลเริ่มเดินลงสู่ทะเล

ดรุณีน้อยกระทืบเท้าร้องสุดเสียง

"ท่านคิดจะตายหรืออย่างไร ท่านบาดเจ็บปางตายขนาดนี้ยังลงไปในน้ำทะเลอีก"

ธิดามารทะเลหันมามอง ยิ้มแย้มเป็นครั้งแรก ยิ้มแย้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหาก รอยยิ้มพอเบ่งบานก็มลายสลายรังสีอาถรรพ์แห่งการฆ่าฟันจนหมดสิ้น รังสีอำมหิตคล้ายกลับกลายเป็นความอ้างว้างเยือกเย็นดั่งทะเล

ในที่สุดนางก็มุ่งหน้าลงสู่ทะเลกลืนหายไปกับเกลียวคลื่นภายใต้แสงสีทองเหลืองอร่าม กลืนหายไปในเสียงคลื่นลมคร่ำครวญ คืนสู่มาตุภูมิ

ดรุณีน้อยร่ำร้องกระโดดเต้นอยู่เช่นนั้น นางไหนเลยจะเคยเห็นคนเดินลงทะเลต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ในที่สุดนางหมดเรี่ยวร้องทรุดตัวลงหลั่งน้ำตามิขาดสายสะอึกสะอื้นจนตัวโยน

นางมิทราบไฉนต้องโศกเศร้าเสียใจด้วยเหตุผลใดกัน เพียงระยะเวลาไม่กี่ชั่วยามล้วนเกิดเรื่องราวมากมาย จู่ๆนางถึงกับกล้าสละสรรพสิ่งติดตามบุรุษหนุ่มท่าทางสัตย์ๆซื่อๆเรียบๆร้อยๆ ผู้หนึ่งมา จู่ๆนางถึงกับคร่ำครวญหวนไห้กับการตายของธิดามารทะเล

ไยมิใช่นางควรจะดีใจที่ธิดามารทะเล-มารร้ายแห่งยุทธภพพบจุดจบ

ผู้คน-เรื่องราวบางประการไม่จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาอันยาวนาน เพียงพบพานหนึ่งชั่วยามก็คล้ายเข้าใจคุ้นเคยนับสิบปี แต่ก็มีผู้คน-เรื่องราวบางประการรู้จักมานับสิบปีกลับรู้สึกว่าเพิ่งรู้จักคุ้นเคยไม่กี่ชั่วยาม ดังนั้นความผูกพันบางประการสามารถแนบแน่นลึกซึ้งโดยไม่ต้องอาศัยเหตุการณ์และเวลาอันยาวนาน

มือใครคนหนึ่งแตะบ่านางเบาๆ เป็นมือบุรุษหนุ่มผู้มีนามว่าตุ่งตุ้ง

"วางใจเถิด ข้าพเจ้าประกันว่านางยังไม่ตาย"

ดรุณีน้อยเงยหน้าขึ้นมามองหยดน้ำตายังคงไหลรินมิขาดสาย นัยน์ตาชุ่มน้ำตาเป็นประกายราวไข่มุกล้อแสงตะวันแวววาว

"ท่านเชื่อว่านางยังไม่ตาย?"

"ไม่เพียงแต่เชื่อเท่านั้น ข้าพเจ้ายังแน่ใจอย่างยิ่ง"

ดรุณีน้อยมองผ่าม่านน้ำตาออกไปไกลแสนไกล นอกจากเกลียวคลื่น ลมแรง แสงตะวัน ในทะเลเวิ้งว้างไร้ผู้คน ไหนเลยมีวี่แววของธิดามารทะเล นางมองหน้าบุรุษหนุ่มพลันรู้สึกว่ามันไม่ได้กล่าวปลอบขวัญเด็ดขาด ผู้ใดเห็นมันตอนนี้ต้องแน่ใจเช่นกันว่ามันมิได้เพียงกล่าวประโลม…ความจริงใจความเชื่อถือของมันปรากฏออกมาทั้งสีหน้าแววตาท่าทางจนหมดสิ้น

"ทะเลคือบ้านของนาง ดังนั้นประกันว่านางต้องมีชีวิต"

ทะเลไม่เป็นเพียงบ้านของนาง ยังเสมือนชีวิตของนาง ทะเลอาจหลับไหลแต่ไหนเลยมีวันตาย คนบาดเจ็บกายใจจากสังคมภายนอกส่วนใหญ่ต้องอาศัยบ้านและกาลเวลาเป็นแหล่งพักพิงรักษา

ดรุณีน้อยเอามือป้ายน้ำตา หลังการร่ำไห้ครั้งใหญ่ครู่หนึ่งความหนักอึ้งภายในจิตใจคล้ายผ่อนคลายลงมากแล้ว ในที่สุดนางเอ่ยปากถามด้วยเสียงอ้อยอิ่ง

"ทำเช่นไรต่อไป"

"หรือท่านจะกลับไปหมู่ตึกโคมเขียวอีก"

นางไม่ตอบในทันที หากเหม่อมองไกลลงไปยังทะเลเนิ่นนานก่อนจะบอกว่า

"กลับไปเป็นปลาที่ถูกขังในตู้ปลา ถูกป้อนด้วยอาหารเร่งโตเร่งสีสรรพ์…ชีวิตที่ผ่านมาทำให้ข้าพเจ้าหวนคิดไม่ได้ว่าข้าพเจ้าไม่ต่างจากปลาในตู้ปลาเลย "

"วาจานี้ทำเอาท่านแทบคล้ายธิดามารทะเลไปเจ็ดส่วนแล้ว"

ตุ่งตุ้งเงยหน้ามองท้องฟ้า ฟ้ารุ่งอรุณที่สดใสกระจ่าง ยามมันบุคลิกภาพของมันคล้ายแปรเปลี่ยนไปแล้วราวมังกรทะลุออกมาจากเปลือกไข่เบาบาง เต็มไปด้วยพลังแห่งการปกป้องคุ้มครอง

"เช่นนั้นพวกเราต้องเดินต่อไป แผ่นดินกว้างใหญ่ย่อมมีที่ให้เราเดิน เพราะตอนนี้ท่านไม่ใช่ปลาในตู้กระจก เราเองก็ไม่ใช่นกน้อยในกรงขัง ไยต้องให้ผู้ผู้อื่นมาแต้มสีสรรพ์ เราต้องเป็นคนที่แต้มสีสรรพ์ให้แก่ตัวเอง"

ดังนั้น
ชายทะเลงดงามยามรุ่งสาง บุรุษหนุ่มกับดรุณีน้อยพากันก้าวเดินเลียบฝั่ง เหลือเพียงร่องรอยเท้าเป็นทางเหยียดยาวเลี้ยวหายในสันทราย…รอคอยคลื่นน้ำมากลบฝังลบเลือน

จบภาค 1




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2548
6 comments
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2548 12:56:09 น.
Counter : 787 Pageviews.

 

โอยเหนื่อย...ไม่รู้ว่าคิดถูกรึคิดผิดที่เข้ามาอ่าน
หัวเราะจนแทบสลบ เอิ้ก คิดได้ไงคะจารย์ โอสถวิกลจริต (ยาบ้า) - -"

กร๊าก...ไม่ปกติ ไม่ปกติแน่ๆ นิยายอะไรเนี่ย

ปล. พลาดไปตั้งแต่โดนล่อลวงให้อ่าน เฒ่าสามอีแปะเมื่อครั้งกระโน้นแล้ว

 

โดย: นราเกตต์ 27 กุมภาพันธ์ 2548 9:25:26 น.  

 

ฮ่ะๆๆๆๆ


คนเขียนก็ไม่ปกตินะครับ อิอิ
เป้นโรคสำออย
ฮ่ะๆๆๆ

 

โดย: GTW 1 มีนาคม 2548 23:04:23 น.  

 

อ่านกี่ทีก็ยิ้มแก้มแทบปริทุกที
อารมณ์ขันแบบอาจารย์จีเนี่ย ใครก็ลอกเลียนมิได้ หุหุ

 

โดย: noOne IP: 203.146.253.14 2 มีนาคม 2548 10:15:08 น.  

 

เอิ้ก ... เอิ้ก ขอบคุณที่สร้างเสียงหัวเราะครับ โอย ...

 

โดย: ณภ IP: 71.97.0.250 15 สิงหาคม 2548 10:29:27 น.  

 

ล้ำลึกยิ่ง ข้าน้อยงงงันระหว่างคิ้วขมวดหน้าผากย่นหรือหัวร่อเบิกบาน เอิ๊กๆ

 

โดย: wanderer IP: 58.181.190.57 16 สิงหาคม 2549 21:02:10 น.  

 

อาจารย์เมื่อไหร่ตะมาสอนในห้องเรียนมั่งครับ

 

โดย: บุคคลลึกลับ IP: 124.121.132.153 24 มิถุนายน 2554 19:54:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


GTW
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add GTW's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.