Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
4 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 

วัดบ้านนอก

วัดบ้านนอก

ประมาณเดือนที่แล้ว ข้าน้อยได้มีโอกาสไปทำบุญที่วัดบ้านนอก ที่เป็นบ้านนอก และอยู่บ้านนอกจริงๆ ชนิดที่ไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านแถวนั้น หรือถ้าท่านใช้บริการรถสองแถว ท่านก็ต้องเดินต่อไปตามถนนดินที่มีความกว้างประมาณว่ารถสองคันจะวิ่งสวนกันไม่ได้ แต่วิ่งตามกันได้ (ฮา) และท่านต้องเดินไปไกลพอสมควรประมาณ 2 กิโลเมตร ค่าความคลาดเคลื่อนของการประมาณไม่น่าเกิน 200 %

แต่ในความเป็นจริงโอกาสที่รถจะวิ่งสวนกันแทบไม่มีเลยครับ เพราะคนไม่ค่อยไปวัดนี้กัน แต่ตัววัดตั้งอยู่ในสถานที่สวยมากในแถบที่เป็นเทือกสวนไร่นาชาวบ้าน ท่ามกลางธรรมชาติและสายลมที่เย็นสบาย รายรอบด้วยเนินหินสวย แอ่งน้ำ และลำธารน้อยที่มีน้ำไหลตลอดปี

วัดทั้งวัดมีพระรูปเดียว ฉันอาหารมื้อเดียวคือเช้า ศาลาเป็นศาลาชั้นเดียวล้อมรอบด้วยไม้กระดาน ไม่มีทีวีตู้เย็นหรือเครื่องปรับอากาศ ชาวบ้านที่มาตอนเช้าก็น่ารักแบบชนบท เด็กชายจะซนแบบชนบทแต่ไม่ก้าวร้าวหากขยัน เด็กสาวๆมักจะนุ่งผ้าซิ่นเสื้อยืดง่ายๆ ก็กิริยามมรรยาทดีมาก พูดน้อยและมักจะขี้อาย ส่วนคนมีอายุจะยิ้มง่ายกับทุกคนและเต็มไปด้วยน้ำใจไมตรี

รถที่ชาวบ้านใช้เดินทางมาจะเป็นรถอีแต๋น เอนกประสงค์ ทั้งไถนา ทำไร่ บรรทุกผู้คนและอาหาร เรือกสวนแถวนั้นส่วนใหญ่เป็นไร่อ้อยและนาข้าว


ในช่วงที่พระท่านฉัน (ใช้คำไม่ถูกอย่าว่ากันเด้อ....... แบบว่าไม่ค่อยชิน ฮะๆๆๆ) ชาวบ้านจะรับอาหารที่พระท่านส่งคืนมา (หลังจากท่านเลือกหยิบเอาอาหารจากทุกจานทุกถ้วย ถ้วยละเล็กๆน้อยๆ ใส่ลงไปในบาตรผสมกันและฉันง่ายๆ) ชาวบ้านจะเอาอาหารเหล่านั้นมาวางเรียงรายบนเสื่อ แล้วล้อมวงกันกินอย่างเป็นกันเอง ข้าน้อยก็ถูกเชิญให้มีส่วนร่วมด้วย)

จากนั้นก็เป็นการรับศีลรับพรจากพระ สนทนากันครู่หนึ่งก็แยกย้ายกันกลับ ข้าน้อยได้เพื่อนพี่น้องหลายคนในวันนั้น

เป็นวัดบ้านนอกที่ใครที่สัมผัสแล้วอาจจะลืมวัดใหญ่ๆ ในเมืองในกรุงเทพ ที่มีพระนอนห้องแอร์ มีเงินทุนเป็นสิบเป็นร้อยล้านก็ได้ ส่วนข้าน้อยจะต้องหาเวลาไปทำบุญอีกแน่นอน




 

Create Date : 04 มีนาคม 2549
78 comments
Last Update : 4 มีนาคม 2549 22:34:50 น.
Counter : 1607 Pageviews.

 


สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือในวัดแห่งนี้มีหมูป่าตัวหนึ่ง ถูกเลี้ยงอยู่ในบริเวณวัด ตามที่ฟังมันมาเป็นคู่ คือตัวผู้ตัวเมีย (คงจะเป็นแฟนกัน) แล้วตัวผู้ถูกหมาบ้านกัดตาย เหลือตัวเมีย ชาวบ้านเลยเอามาฝากไว้ที่วัด เพราะกลัวว่าถ้าอยู่ในหมู่บ้านจะโดนคนใจบาปจับไปทำผัดเผ็ดหมูป่า


หมูป่าตัวที่เหลือเชื่องมาก เชื่องเหมือนหมูบ้าน เพราะอยู่กับคนมานาน ชาวบ้านจะพากันนำอาหารมาให้ทุกวัน ตัวมันใหญ่มากเลย ข้าน้อยเองก็เพิ่งเห็นหมูป่าเป็นๆ วันนั้นเอง สิ่งที่ต่างจากหมูบ้านคือขนของมันจะใหญ่และแข็งกว่าหมูบ้าน


บางวันมันจะเดินตามพระเจ้าอาวาสเข้าไปในหมูบ้าน ด้วยความกลัวว่ามันจะโดนหมากัดตายชาวบ้านเลยต้องสร้างคอกล้อมเอาไว้

มันคงจะเหลาที่แฟนด่วนตายไปก่อน เพียงแต่มันเป็นหมูป่าจึงไม่แสดงความโศกเศร้าเหมือนคน แต่ข้าน้อยคิดว่ามันแรกๆคงจะเสียใจไม่ต่างจากคนที่สูญเสียคนรักเท่าไร

 

โดย: GTW IP: 61.90.75.172 4 มีนาคม 2549 22:41:53 น.  

 

 

โดย: หนูจำมัย 4 มีนาคม 2549 23:26:12 น.  

 

เคยไปวัดที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง เป็นวัดน่าจะเรียกว่า "วัดบ้านนอก" ได้เหมือนกัน ผมได้ไปถวายอาหารตอนเช้ากับบรรดาชาวบ้าน ทุกคนแต่งกายนุ่งผ้าเรียบร้อยมากๆ

บรรยากาศเป็นโบสถ์ไม้ มีพระประธานตั้งเด่นแบบง่ายๆ ชาวบ้านจะนั่งตรงพื้นไม้ด้านล่าง พระนั่งด้านบน ถวายอาหารใส่ถาดพระนั่งล้อมวงฉัน เป็นบรรยากาศที่ผมชอบมากๆๆ ยังประทับใจในความทรงจำไม่มีวันลืมเลือนจริงๆ

 

โดย: ตงเหลงฉ่า 4 มีนาคม 2549 23:30:49 น.  

 


คุณ หนูจำมัย :

ภาพเต้นน่ารักมากครับ
^__^...

+++

คุณตงเหลงฉ่า :
ผมเองก็ลืมบอกไปว่าวัดที่เล่าให้ฟังอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธ์ครับ วัดบ้านนาจารย์ ซึ่งหาบรรยากาศแบบนี้ทุกวันนี้ยากเนอะ

 

โดย: GTW (GTW ) 5 มีนาคม 2549 0:08:44 น.  

 

สมัยชีวิตรุ่งเรือง มีความสุขมากนะคะ ที่ได้นั่งรถออกต่างจังหวัดทุกวันเย็นวันศุกร์
ซื้อของจากแม็คโคร เต็มหลังรถ
ตะลอนไปตามจังหวัตต่าง ๆ ตามแผนที่วางไว้

เจอวัดเก่า ๆ ก็ถวายของเป็นสังฆทาน
ได้เห็นความสงบ ความร่มเย็นในวัดที่ห่างไกลความเจริญ
ได้แวะโรงเรียนกันดาร แจกสมุด หนังสือ ดินสอ

อิ่มบุญ อิ่มใจ ....มีความสุขจริง ๆ

ย้อนนึกไปก็มีความสุขดีค่ะ
ไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะได้ตะลอนทำบุญ ทำทานแบบนั้นอีก

 

โดย: พรายทราย 5 มีนาคม 2549 20:46:00 น.  

 

คุณพรายทราย อิอิ

ผมเป็นคนบ้านนอกโดยกำเนิด
ดังนั้น ผมจังรู้สึกประทับใจกับความเป็นบ้านนอก
ที่หลายคนอาจมองข้ามไป

ผมเชื่อว่าหลายคนในกรุง
เขา/เธอ อาจไม่เคยสัมผัสกับชนบทที่แท้จริง
ดังนั้น

เขา/เธอ จังไม่มีทางรู้มนต์ขลังของธรรมชาติบ้านนอก
และ
สาวบ้านนอก

ครับ

แฮ่ะๆๆ

เผ่นล่ะ!!!

 

โดย: GTW IP: 58.8.152.80 5 มีนาคม 2549 20:50:02 น.  

 

.................แว่บมาอู้.....................

ในฐานะสาวกรุงคนหนึ่ง และเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนเหมือนกันนะคะ ที่คิดเหมือนกัน และซาบซึ้งกับชนบทจริง ๆ ไม่ได้ซาบซึ้งแบบทำเก๋อีกต่างหาก

แหมมม ก็เลือกเกิดได้คงดีหงะ พอเกิดในเมืองหลวง โตในเมืองหลวง เรียนในเมืองหลวง แล้วก็ ทำงานในเมืองหลวงนี่นา
ยังดีหน่อยพอเลือกบ้านเองได้อยู่ชานเมือง เป็นบ้านนอกพอประมาณ
แต่เดือนที่แล้ว Tesco Lotus มาเปิดในถนนเข้าบ้าน ความเจริญช่างไล่ตามมาจริง ๆ

เฮ้ออออออออ สาวอื่น ไม่รู้นะคะท่านจานจี
แต่พรายทรายน่ะ ไม่ต้องหลงมนต์เสน่ห์ชนบทหรอกค่ะ
แต่อยู่ในลมหายใจ และกระแสเลือดสะแล้ว

อยากหนีหาย ย้ายไปอยู่บ้านริมทะเลเหลือเกิน
เมืองเล็ก เงียบ ๆ มีเสียงคลื่นพัดเข้าสู่ฝั่ง เสียงสนต้องลม...
นาน ๆ จะมีเสียงรถผ่านมาให้ได้ยินสักคัน
คงได้แต่แค่บ่น ๆ เบื่อเมือง เบื่อคนเมือง เหมือนเดิม
เฮ้อ....


 

โดย: พรายทราย 6 มีนาคม 2549 2:43:22 น.  

 


อนุโมทนาสาธุบุญด้วยนะคะ
แวะมารับส่วนบุญ ... เพราะห่างวัดมานาน
เป็นสาวกรุงโดยกำเนิด แต่พื้นเพปู่ย่าตายายอยู่ชนบท
ตอนเด็กๆ (โห นานมากเลย)ช่วงปิดเทอม หรือมีงานทำบุญบ้าน
จะได้กลับไปสนุกสนานในบ้าน "โบตั๋น" ริมแม่น้ำน้อยของย่า
สลับกับบ้านกลางทุ่งนาของแม่คุณ ... ท่ามกลางหมู่ญาติหลายสิบชีวิต

เก็บมะเฟืองลูกโตๆ หวานๆ มะขามเทศมันๆ ละมุดกรอบๆ ฝรั่งขี้นกใส้แดง กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ตอนนั้นชอบไปตอนน้ำท่วมมากที่สุด เพราะได้พายเรือเล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน
หรือพายออกไปในนาที่โดนน้ำท่วม สนุกอย่าบอกใคร
แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าน้ำท่วมไม่ได้มีแต่ความสนุกเหมือนเมื่อก่อน
ชาวบ้าน ไร่นา วัวควาย หมู เป็ด ไก่ที่เลี้ยงไว้ต้องลำบาก
ก็ไม่อยากได้ความสนุกเหล่านั้นแล้ว

ว๊ายๆ ไม่เอาล่ะ ... นึกถึงความหลังตอกย้ำวัยมากไปแล้ว
เอาเป็นว่า แวะมารับบุญแล้วนะคะจานจีขา ... ^___^...

สวัสดีคุณพรายทรายด้วยค่ะ
แพรวดาวห่างหายจากการท่องบล๊อคไปนาน
คุณพรายทรายคงสบายดีนะคะ ...
คิดถึงภาพสวยๆ อักษรซึ้งๆ ของคุณพรายทรายอยู่เสมอ
แล้วจะแอบแวะไปเยี่ยมชมนะคะ

ปล. จานจีขาท่าจะถูกมนต์ขลังของสาวบ้านนอกมัดใจไว้แล้ว
เพราะวันหยุดทีไร เป็นต้องไปบ้านนอกทุกครั้ง ... คิคิ


 

โดย: แพรวดาว IP: 202.162.70.111 6 มีนาคม 2549 21:08:21 น.  

 

โอ
ชอบใจบ้านโบตั้นมาเลย
คุณดาวเกริ่นสั้นๆง่ายๆ แต่อ่านแล้วได้บรรยากาศจัง
ทำให้นึกถึงมากกว่าบ้านทรายทองเสียอีก


คุณดาว
พูดถึงสาวบ้านนอก
ผมคงไร้วาสนาเป็นเขยบ้านนอก
เพราะคนแถวนั้น เขาแต่งงานกันเร็วมากครับ
อายุไม่เกิน 20 ปี (อย่างมาก)
ก็จะมีครอบครัวแล้ว

และที่หัวเราะไม่ออก(ฟังที่เขาเล่า)
หลายคู่แต่งงานแบบคลุมถุงชน พ่อแม่หาให้
และน่าแปลกที่เขาเหล่านั้นอยู่กันยืดยาวครับ
กรณีหย่าร้างไม่ค่อยมีเหมือนสังคมในเมือง

ถึงโลกจะหมุนและเปลี่ยนไป
แต่ความคลาสสิกของวัฒนธรรมเก่าๆ
ยังคงมีเสมอเนอะ

 

โดย: GTW IP: 58.8.150.88 7 มีนาคม 2549 20:28:11 น.  

 

แฮ่ะๆๆ
พิมพฺผิด
บ้านโบตั๋น ไม่ใช่บ้านโบตั้น

 

โดย: IP: 58.8.150.88 7 มีนาคม 2549 20:29:26 น.  

 


สวัสดียามดึกค่ะจานจีขา

ตอนนี้บ้านโบตั๋นไม่อยู่แล้วค่ะ ไปสวรรค์แล้ว ... เอิ๊กกกกก!!
เพราะตั้งแต่ย่าย้ายมาอยู่กับอาที่กรุงเทพฯ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็ขายบ้านนั้นไปเพราะไม่มีคนอยู่ดูแล
และตอนนี้ก็ได้ข่าวว่าถูกรื้อแล้วปลูกเป็นบ้านตึกสมัยใหม่ไปแล้ว
แต่ความทรงจำเกี่ยวกับบ้านโบตั๋นก็ยังตราตรึงอยู่ในใจจนบัดนี้แม้จะผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว

บ้านโบตั๋นเป็นเรือนไทยใต้ถุนสูง มีหน้าต่างรอบบ้าน เปิดรับลมได้รอบทิศ
ข้างบนเป็นเรือนโล่งมีห้องสำหรับเก็บที่นอน หมอน มุ้งเพียงห้องเดียว
ด้านหลังเป็นห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ ซึ่งหลังจากที่ย่าเริ่มอายุมากขึ้น
บรรดาลูกๆ จึงติดตั้งปั๊มน้ำเพื่อความสะดวกแทนการอาบน้ำที่ท่าหรือเดินลงไปตักจากท่าน้ำขึ้นมา
ตอนนั้นตื่นเต้นกับการแกว่งสารส้มให้น้ำขุ่นๆ ตกตะกอนเป็นน้ำใส
แถมยังถูกพี่ชายหลอกให้เอาลิ้นลองแตะดู นึกว่าจะหวานเหมือนน้ำตาลกรวด ... ที่ไหนได้ !!

ไม่แน่ใจว่าบ้านหลังใหญ่ หรือเป็นเพราะแพรวดาวตัวเล็กกันแน่ (ก็บอกแล้วว่าตอนเป็นเด็ก )

ตอนนั้นสนุกสนานกับการถูบ้านโดยใช้ผ้าชุบน้ำแล้วแข่งกันถูไปตามแนวยาวของไม้แผ่นใหญ่ๆ
ถือเป็นการเล่นมากกว่าการทำงานบ้าน เพราะผ้าขี้ริ้วในบ้านไม่พอจำนวนหลาน
(แถมยังเอาผ้าถุงย่ามาแปลงเป็นผ้าขี้ริ้ว ถูกตีด้วยก้านมะยมแสบๆ คันๆ ไปตามๆ กัน)
ถูบ้านเสร็จถ้าไม่ลงไปเล่นกระโดดยาง กระต่ายขาเดียว ตี่จับ งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ฯลฯ
หรือแคะขนมครก (โดยขุดดินเป็นเต้าขนมครก แล้วเอาดินนั่นแหละมาละลายเป็นแป้ง ...อิอิ)
หรือเล่นขายข้าวแกง และอีกสารพัดที่ใต้ถุนบ้าน ก็จะพากันไปปีนเก็บมะขามเทศ หรือมะเฟืองมากินกันสนุก

พอเหนื่อยก็จะขึ้นไปนั่งเล่นหมากเก็บกันที่ศาลาท่าน้ำหน้าบ้าน
ที่ทำเป็นชานยื่นออกมาจากตัวบ้านไปที่ริมแม่น้ำ และมีบันไดลงไปที่ท่าน้ำ สำหรับตักน้ำ ซักผ้า และเล่นน้ำ
ตรงศาลานี้จะมีที่นั่งที่มีพนักพิงเอนหลังทำมุมเกือบ 45 องศา อยู่ 2 ข้าง
(จานจีขาคงนึกออก เพราะบ้านชนบทส่วนใหญ่จะมี)
นั่งครั้งแรกไม่กล้าพิง กลัวพนักจะพังหงายหลังลงไปกองอยู่ข้างล่าง
แต่พอเริ่มชินก็กลายเป็นมุมโปรด เพราะลมจากแม่น้ำจะพัดเย็นอยู่ตลอดเวลา จุดนี้จึงเป็นที่พักยามเหน็ดเหนื่อยของเด็กๆ

ตรงท่าน้ำจะมีกระชังและยอไว้ให้ยกจับปลา ... ไปทีไรก็จะต้องไม่พลาดกิจกรรมนี้
ชอบที่สุดตอนที่ไต่ไปตามไม้ที่เป็นขั้นบันไดที่จะยกสูงขึ้นขณะที่ยอลงน้ำ และไต่ขึ้นไปเพื่อถ่วงน้ำหนักยกยอขึ้น
(จานจีขาคงเคยยกยอปอปั้น เอ๊ย ยกยอเฉยๆ มาบ้างแล้วเนอะ)
จากนั้นก็ตื่นตาตื่นใจกับกุ้งและปลาที่ดีดตัวกันอลหม่านด้วยความตกใจที่ติดยอขึ้นมา
พอลุงขึ้นบ้านไปก็จะแอบปล่อยปลาที่ถูกขังไว้ในกระชังท่าน้ำ เพราะสงสารที่มันต้องโดนจับเพราะความอยากสนุกของเรา


ที่หน้าจั่วบ้านถูกตัวต่อฝูงใหญ่ยึดไปทำรังขนาดมหึมา เพราะย่าไม่ยอมให้ทำลาย
เพราะสงสารที่เค้ามาขออยู่ด้วยทั้งที แต่ก็น่าแปลกที่คนในบ้านไม่เคยมีใครโดนต่อต่อยเลยซักคน
(แต่คนข้างบ้านกลับโดนต่อยซะงั้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นต่อบ้านเราหรือเปล่าด้วยสิ)
จนกระทั่งย่ามาอยู่กับอาจึงขายบ้านไป ต่อรังนี้ก็หายไปเหลือแต่รังร้าง ทั้งที่เจ้าของใหม่ยังไม่ได้เข้ามาอยู่
เลยได้มีเรื่องแซวย่าว่าเป็นต่อคู่บุญ จนทุกวันนี้

แต่ความสนุกแต่ละครั้งก็อยู่ได้แค่ 2-3 วัน เพราะต้องกลับมาเรียน
ถึงปิดเทอมก็ไม่ได้อยู่มากกว่านั้น เพราะพ่อกับแม่ต้องทำงาน
แต่ถึงอย่างนั้น ... ก็รักบ้านโบตั๋นไม่น้อย เพราะถือเป็นศูนย์รวมญาติและความทรงจำของบ้านเรา

ว้ายๆ เอาอีกแล้ว ... คุยความหลังทั้งที่ยังไม่แก่ (หง่อม) ได้งัยเนี่ย
แหม ... แต่นึกแล้วก็อยากเปิดลิ้นชักโต๊ะโนบิตะ นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอีกจัง
ขอบคุณจานจีขาที่มีส่วนจุดประกายให้ย้อนคิด เพราะไม่ได้นึกถึงเรื่องราวบ้านโบตั๋นมานานมากแล้ว

ต้องไปเค้งตุ้มแล้ว ... ว่างๆ จะมาโม้ให้ฟังใหม่ ... หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
^________^....

 

โดย: แพรวดาว IP: 202.162.71.53 7 มีนาคม 2549 23:20:33 น.  

 

ดีจังเลยค่ะอาจารย์ หนูเลยอยากไปทำบุญกะเค้ามั่ง
ไม่ได้ไปมาตั้งนานแล้ว.......

อ้อ ! ขอบคุณนะคะที่ยังคงติดตามอ่านเรื่องสั้นของหนู

แล้วระวังให้ดีนะคะ......... ที่บ้านอาจมีแมลงวัน 2 ตัวไปเยี่ยม

 

โดย: หนูกะปอม IP: 61.90.250.17 8 มีนาคม 2549 11:38:49 น.  

 

อ่านแล้วเห็นภาพ
นึกถึงบรรยากาศวัดบ้านนอก
ที่ถ้ากลับไปบ้านสวนทุกครั้ง
ต้องไปทำบุญกับแม่ประจำค่ะ...

 

โดย: prncess 10 มีนาคม 2549 0:24:49 น.  

 

คุณดาว
โอ
บรรยายความรักความหลังสมัยเด็กๆ ได้ชัดเจนมากครับ
จนแทบจะสมผัสได้
เพราะว่าแบบที่บรรยายผมก็เคยผ่านมาสมัยความรักความรักในอดีตเหมือนกัน

และอดใจหายกับบ้านโบตั้นไม่ได้
อ่านแล้วทำเอาใจหายด้วยความเสียดาย
อย่างไรก็ตามมันก็กลายเป็นความทรงจำที่ดี
ความทรงจำที่ดีย่อมทำให้รู้สึกดีๆแน่นอน

ผมยังเกิดทันบ้านสมัยโบราณนะครับ
เป็นบ้านสมัยเก่าของคุณย่า

หลังใหญ่มาก เกินเนื้อที่หลายร้อยตารางวา
เพราะพื้นที่บ้านนอกเหลือเฟือ

ไม้กระดานแต่ละแผ่นหนาและใหญ่มาก
ชนิดที่ไม่เคยพบเห็นในบ้านปัจจุบัน

บางส่วนของบ้านจะกั้นเป็นห้องทึบ (ใหญ่มากจนน่ากลัว ขนาดกลางวันผมยังไม่ค่อยกล้าเข้าไป)

มีนอกชานกว้างไว้นอนดูดาวกับพ่อแม่
สมัยเป็นเด็กมีความสุขมากนอนดูพราวดาว เอ๊ย..ดาวทุกคืน ดูดวงจันทร์ดูเมฆก่อตัวเป็นนิทานบนท้องฟ้าจนหลับ

และสมัยนั้นยุงไม่เยอะแบบปัจจุบัน นอนสบายมากกลางชานไม่ต้องกลางมุ้ง

ส่วนสารส้มไม่เคยใช้ครับ
เพราะบ้านผมใกล้แม่น้ำ (ลำน้ำปาว)
น้ำไสมาก
และน้ำจากบ่อน้ำในวัดใกล้ๆกฌใสสวย
ผมจะตื่นประมาณตีห้า
ยังมืดอยู่เลย
แต่หมาไม่เห่าครับ เพราะคุ้นเคยกันดี
หิ้วกระป็องน้ไสองใบไปตักน้ำ
ต้องใช้เชือกผูกกระป๋องหย่อนลงไปลึกมาก
พอได้สองถังก็หิ้วกลับบ้าน
ต้องทำเพราะถ้าไม่ทำแม่จะเป็นคนมาตักเอง
แบบว่าไม่อยากให้แม่เหนื่อย ฮ่ะๆๆ

เคยพยายามจะใช้ไม้คานหาบน้ำแบบพวกผู้หญิงทำ
แต่ไม่สำเร็จครับ
พอเดิน ไม้คานและถังน้ำจะกระเด้งไปมาน้ำหกหมดเลยครับ บางทีจะล้มอีกต่างหาก
เลยเลิกหาบ หันมาหิ้วแทน


สมัยก่อนหาดทรายสวยมาก
ยังกับริมทะเล
ลมจากแม่น้ำเย็นสบายอย่างที่คุณดาวว่าจริงๆ
ผมจึงแอบแม่ไปนอนเล่นริมแม่น้ำบ่อยๆ
สมัยนี้กลายเป็นเทือกสวนไร่นาไปหมดแล้ว แม่น้ำที่เคยใสสะอาดก็กลายเป็นแหล่งดินโคลนขุ่นไม่น่าอาบเท่าไร

ใต้ถุนบ้านผมสมัยนั้นก็เป็นดินทรายครับ
น่าเล่นมาก
น้องสาวชวนเล่นชายของขายของบ่อยๆ
เอาทรายผสมน้ำพอปั้นได้
เอาถ้วยเป็นแม่พิมพ์
เอาใบไม้แทนเงิน
ค้าขายกันหากำไรเอาเป็นเอาตาย
ฮ่ะๆๆๆ




ผมพายเรือเป็นนะครับ
ทำเป็นเล่นไป
หัดพายอยู่นาน ตอนแรกมันวนไปมาอยู่กับที่ไม่ไปในเลย
นานเข้าก็ชิน

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำไม่ได้คือทอดแห
พ่อผมเก่งมาก
เหวี่ยงแหออกไปเกือบกลม
ส่วนผมเหวี่ยงไปทีไร แหกลมๆแบบแถมเอาด้านข้างฟาดลงอีกต่างหาก
ฮ่ะๆๆ
พูดมาแล้วคิดถึงบ้านครับ

ส่วนยอเคยยกครับ แต่ไม่บ่อย
เพราะแถวบ้านไม่นิยมใช้ยอ
มจะใช้แหมากกว่าและเบ็ด (ปลาชุมมาก)
สมัยเด็กๆคิดแต่ว่าปลาเหล่านั้นคืออาหาร
ทุกวันนี้สงสารครับ

 

โดย: GTW IP: 61.90.75.13 10 มีนาคม 2549 11:57:35 น.  

 

หนูกะปอม:

ขอบใจที่มาเยี่ยมบล็อคครูนะ
(หนูกะปอมเป็รศิษย์เก่า เคยสอนเคยตีมากับมือ ครับ ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่



++++

คุณ prncess :
ชีวิตแถวชนบทให้บรรยากาศที่คลาสสิกไปอีกแบบ
อยากจะย้ายไปอยูบ้านนอกจัง
เสียว่าติดงานและภารกิจในเมือง
แต่ก็ไปบ่อยๆครับ

 

โดย: GTW IP: 61.90.75.13 10 มีนาคม 2549 12:00:44 น.  

 

พึ่งสอบเสร็จค่ะ เลยลองตระเวณสำรวจ bloggang ดู
บังเอิญมาพบบล็อกของอาจารย์จี(ขออนุญาตเรียกตามที่ชาวถนนนักเขียนเรียกกัน)

และได้พบว่าบล็อกของอาจารย์มีอะไรเยอะมาก ก็ขอadd ไว้ก่อนแล้วค่อย ๆ อ่านในภายหลังนะคะ เพราะวันนี้เริ่มตาแฉะแล้ว (สายตาสั้น+สมองยังมึนๆด้วย)

เท่าที่อ่านวัดบ้านนอกคร่าว ๆ แล้วทำให้นึกถึงบ้านยายค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ที่นั่นไม่ค่อยเหมือนเดิมแล้ว เพราะความเจริญตามเข้าไปมากขึ้น

บางครั้งก็นึกสงสัยเหมือนกันว่า ความเจริญที่เราเรียกกันทุกวันนี้ มันเจริญแค่วัตถุหรือเปล่า



 

โดย: จินตาฯโหมดหัวฟูหลังสอบเสร็จ (จินตานุภาพ ) 10 มีนาคม 2549 19:43:14 น.  

 

แวะมาเยี่ยมครับ จำกันได้รึเปล่าเอ่ย ^_^

 

โดย: รตกร (C o jz N ) 11 มีนาคม 2549 15:32:53 น.  

 


แวะมาทักทายค่ะ

 

โดย: ศรีสุรางค์ 23 มีนาคม 2549 17:11:41 น.  

 

แวะมาทักค่ะ

นานมาก ที่ไม่เห็นคุณ
ยังคิดถึงอยู่นะคะ



 

โดย: สีน้ำฟ้า IP: 61.7.156.235 31 มีนาคม 2549 0:28:08 น.  

 

อะเดลเคยเห็นหมูป่าค่ะ (เป็นคนบ้านนอกค่ะ) แต่ตัวไม่ใหญ่มาก ประมาณตัวกลมๆ ขาสั้นๆ อยู่กันเป็นคอกเลย มีลูกตัวเล็กๆ สามสี่ตัว เป็นลูกหมูที่ซนมาก เห็นที่วัดเหมือนกันค่ะ มีคนเอามาทิ้งไว้ที่วัดเหมือนกันมั้งคะ พระท่านก็เลยเลี้ยงไว้...

อะเดลก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบไปไหว้พระแถวบ้านนอกมากกว่าในเมืองค่ะ หมายถึงว่าถ้ามีโอกาสเลือกนะคะ เพราะเราไม่ได้แต่ไปทำบุญเท่านั้นยังได้อย่างอื่นมาด้วย อากาศแถวนั้นก็ดีด้วย...ถ้ามีโอกาสก็จะไปไหว้พระที่วัดบ้านนอกเหมือนกันค่ะ


 

โดย: อะเดล (adel_ew ) 5 เมษายน 2549 14:16:07 น.  

 

วัดแถวไหนน้า... มีไร่อ้อยน่าจะยังภาคกลางฝั่งตะวันตก ไม่รู้ทายถูกไหมครับ อิอิอิ

เพิ่งกินผัดเผ็ดหมูป่ามาวันก่อน ของโปรดผมเลย 555

 

โดย: ธามาดา 8 เมษายน 2549 20:15:18 น.  

 

แวะมาทักทายอาจารย์สักหน่อย ไม่ไปเยี่ยมเยียนนิยายของหนูเลยนะ แบบว่าอยากขอคำชี้แนะน่ะค่ะ

 

โดย: รวีกานต์ IP: 203.151.141.194 12 เมษายน 2549 17:44:40 น.  

 

หวัดดีปีใหม่ไทยครับ 'จารย์จี
ทะลุมิติมาจากบล็อกชาวบ้านเค้าน่ะครับ อิอิ
ขออนุญาตแอดบล็อกนะครับ

 

โดย: วลีวิไล 13 เมษายน 2549 21:59:45 น.  

 

แว่บมาทักทายวัน Earth Day ค่ะ
ป่านนี้กลับมาหรือยังหนอ

 

โดย: พรายทราย 22 เมษายน 2549 17:51:50 น.  

 

แวะเข้ามาทักทายค่ะ อาจารย์

 

โดย: หมูน้อยแก้มแดง 1 พฤษภาคม 2549 23:50:04 น.  

 

วัดบ้านนอก.. นั่นสิค่ะ อาจารย์จี

ของแจมก็เพิ่งไปเจอมาเหมือนกัน อันนี้แจมว่าไม่นอกขนาดอาจารย์เล่าหรอกนะเพราะมีอินเตอร์เน็ตใช้ (ทั้งวัดมีอยู่เครื่องเดียว)

มีโรงเรียนปริยัติธรรม สอนเณรน้อยด้วย

ก็เลยเกิดไอเดีย แจมว่า แจมจะทำเว็บถวายวัด ตอนนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ค่ะ มีโครงร่างคร่าว ๆ แล้วล่ะ เอาไปซ่อนลิ้งค์ไว้ที่นี่ค่ะ

//www.krabitat.com/indextp.htm

ลองคลิกไปชมเล่น ๆ นะคะ



 

โดย: สีน้ำฟ้า 12 พฤษภาคม 2549 8:16:04 น.  

 

แว่บมาวิ่งเล่นลานวัดอีกสักรอบ อิอิ

 

โดย: พรายทราย 13 พฤษภาคม 2549 18:45:39 น.  

 

หมูป่าอาศัยอยู่ในวัด เก๊าะเป็นหมูวัดน่ะสิครับ

ไม่ได้แวะมาบล็อกนี้ซะนาน เอาไว้จะกลับมาบ่อยๆ ครับ

 

โดย: ปรีดา (Aka Prita ) 13 พฤษภาคม 2549 20:06:13 น.  

 

สวัสดีค่ะ
มาเดินเล่นรอบวัดค่ะ

 

โดย: prncess 31 พฤษภาคม 2549 9:54:24 น.  

 

หุหุ จารย์จีมัวแต่ไปวิ่งถือเลื่อยไฟฟ้า ปล่อยผี อยู่แต่ในถนนนะคะ
ในบล็อกไม่ยอมมาเรยยยย

หึหึ กลายเป็นวัดร้างไปแย้ว แหะ แหะ

 

โดย: พรายทราย 7 มิถุนายน 2549 21:26:27 น.  

 

เหเหเห ไม่ว่างต้องไปอ่านนิยายคนอื่นแต่ไม่รู้อะไรดลใจให้คลิกเข้ามาดูบล้อคนี้ สงสัยมันเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ ฮ่วย เข้ามาวัดยังสะเออะพูดถึงมนต์ดำอีก จึ๋ย จะโดนอาจารย์จีเล่นมั้ยเนี่ย อ้กกก ดันพูดเป็นเพื่อนเล่นอีก ขออภัยครับ ผมอายุยังน้อยอาจจะทำอะไรผิดพลาดไม่สบายใจก็ได้ อะนะ ก็ขอเมนท์ก่อนละ

อ่านดูแล้วก็งงดี ผมเองก็เคยอยู่ทั้งกรุงเทพและเชียงราย วัดที่เชียงรายเงียบสงบมากจนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศประหลาดที่หาไม่ได้ในวัดหลายแห่งแถวกทม.และจังหวัดที่มีเกจิดังๆซึ่งไปแล้วไม่มีโอกาสได้เข้าไปคุยกับหลวงพ่อในวัดเพราะความโด่งดังของท่าน แหม คิดแล้วขึ้น เกิดมาจนนีเซ็งมากๆเลย หุหุ

บางทีผมก็ไม่รู้นะว่าวัดบ้านนอก ชนบท กับวัดใหญ่ๆ กับสังคมเมืองอันไหนคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่สำหรับผมนั้นขอเลือกความเจริญรุ่งเรืองของสังคมเมืองครับ แม้ผมจะอยู่บ้านนอกนานแค่ไหนผมก้ไม่สามารถลืมความสนุกสนานในเมืองได้อะ อย่างนี้แปลว่าผมผิดปกติกว่าชาวบ้านรึเปล่าเนี่ย เหเห ยื่งเมนท์ยิ่งมึน เผลอๆหาสาระไม่ได้อีกต่างหาก ไปดีกว่า สวัสดีครับ อาจารย์จี

 

โดย: pom-en IP: 221.128.107.35 17 มิถุนายน 2549 12:37:08 น.  

 

ตามคนอื่นเขามานะเนี่ย ธรรมดาเข้ามาเองไม่ถูกหรอก วันนี้ดีใจได้แวะมาเยี่ยมบ้านอาจารย์ ตอนนี้เซฟไว้เรียบร้อยแล้ว ฮ่า ๆ

 

โดย: นัทตี้ IP: 212.152.27.41 20 มิถุนายน 2549 1:24:41 น.  

 

คิดว่าตัวเองโชคดีมาโดยตลอด ที่เกิดมาบนดินอดนที่เรียกว่า "บ้านนอก" อย่างน้อยก็ได้มีชีวิตที่สงบสุข
ตอนนี้อยู่เมืองใหญ่ ก็ยังรักความสงบสุขอย่างนั้นอยู่
ฮือๆๆๆ อยากกลับบ้าน

 

โดย: Little Detective 2 กรกฎาคม 2549 10:35:40 น.  

 

สวัดสีครับจารย์จี

สุขสบายดีเน้อครับ. อิๆ

 

โดย: อาร์พี IP: 58.9.40.200 10 สิงหาคม 2549 13:28:21 น.  

 

ขอเรียนเชิญทั้งทั้งหลาย ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ขอบพระคุณ

 

โดย: Loyal Toast 11 สิงหาคม 2549 13:02:18 น.  

 

ขออนุญาตแอบรับบุญด้วยคนนะฮับ บังเอิญผ่านมาอ่านแล้วรู้สึกดี ที่มีคนเห็นความสวยงามในธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่ง ลองไปบ่อยๆ หลายๆที่ดูนะคะ แต่ละวัดตามบ้านนอก จะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน วัดป่ากับวัดบ้านก็จะเป็นคนละแบบ อย่างบ้านเกิดยาย วันไหนวันพระจะมีคุณยายบ้านข้างๆมาเรียกคุณยายไปวัดด้วยกัน ใส่สไบสีขาว(เค้าเรียกไรน้ออ)ผ้าถุงสีเข้มที่ชายถูกเย็บด้วยผ้าที่เรียกว่า ตีนซิ่น สีชาด ทุกคนจะแต่งคล้ายกันราวกับนัด อันที่จริงแล้วเป็นเหมือนธรรมเนียมของการไปวัดแถบภาคอีสานที่ผู้เฒ่าผู้แก่จะแต่งตัวไปวัดกันแบบนี้ เป็นการให้เกียรติพระ เคารพวัด อะไรประมาณนั้น พวกยายๆจะเดินไปวัดด้วยกัน ถึงบ้านไหนก็เรียกไปด้วยกัน บางคนก็รอตักบาตรอยู่บ้าน หุงหาอาหาร เสียงพูดคุยข้ามรั้วเริ่มเกิดขึ้น บางคนก็รอไปตอนเพล(11.00น.) แต่ถ้าเป็นวัดป่าฉันมื้อเดียวคือมื้อเช้า อย่างวัดที่ติดกับมหาลัยของธารก็เป็นวัดป่า ตอนเย็นๆนิสิตก็ไปทำวัตรเย็นกันเยอะ(มีวิชาเรียนให้ไปกับชมรมพุทธศาสตร์)เดินจากหอใน ทะลุป่าของวัดนิดเดียวก็ถึง ระหว่างทางก็ชมนกชมไม้ชมงูไปเรื่อย บรรยากาศดีมาก กลางคืนก็เงียบเหมาะเป็นที่อ่านหนังสือจิงๆ (ถ้าไม่จัววว) ธารก็ไป แหะๆ ทำวัตรไปหลับไป บาปติดตัวกลับมาเลยย ง่า เมนท์ไปๆมาๆ เริ่มงงคำพูดแย้วว วันหลังจะแวะมาอีกนะคะ

 

โดย: ณธาร IP: 203.114.106.112 11 สิงหาคม 2549 16:23:41 น.  

 

แวะมาอ่านก่อนนะคะ

 

โดย: tiki_ทิกิ 16 สิงหาคม 2549 20:15:29 น.  

 

อ่านแล้ว งามหูจริงๆครับ อาจารย์ ^^

 

โดย: ปากกาพเนจร (ปากกาพเนจร ) 19 ธันวาคม 2549 0:08:15 น.  

 

จนจะหมดปีแย้วววว ก็ยังไม่มา
หุหุห

ยังไงก็....

สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะ

 

โดย: พรายทราย 24 ธันวาคม 2549 19:33:42 น.  

 

ปีใหม่แย้ววววววววว
มาอัพบล็อกได้แล้วนะคะ

สุขสันต์มีความสุขกับปีใหม่ค่ะ

 

โดย: พรายทราย 1 มกราคม 2550 23:12:13 น.  

 

เอิ่ม...แวะเข้ามาดู ประมาณสองสามเดือนหนเหมือนกัน

Happy New Year ค่ะ

 

โดย: ศรีสุรางค์ 6 มกราคม 2550 10:11:02 น.  

 

อยากไปบ้างนะ..ไม่ได้ไปนานมากๆๆแล้ว..จนแทบจำไม่ได้..บรรยากาศดีมากๆๆ..ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแต่ในกรุงเทพ
..แต่ที่อยู่ก็เป็นบ้านสวน..อยากมีเพื่อนๆๆเพิ่งแอดมานะ
bo_tu@hot

 

โดย: เชอร์รี่หวาน IP: 203.154.185.3 20 กุมภาพันธ์ 2550 15:43:19 น.  

 


สวัสดียามเย็นค่ะ


ห่างหายไปนาน


กลับมาทักทาย สบายดีไหม...


บรรยากาศแบบนี้ แหม่มจะเจอเวลาได้กลับไปที่บ้านยายค่ะ


อากาศดี และผูคนยังมีน้ำจิตน้ำใจเต็มเปี่ยมค่ะ



 

โดย: Donut_ty 26 กุมภาพันธ์ 2550 18:13:08 น.  

 

คิดถึงนะคะสบายดีใหมคะ

 

โดย: แม่มดน้อย23 3 มิถุนายน 2550 12:39:37 น.  

 

It's nice



 

โดย: fish_hfd IP: 72.36.130.90 30 มิถุนายน 2550 6:57:04 น.  

 

ขอบคุณทุกท่านครับ

 

โดย: GTW (GTW ) 12 กรกฎาคม 2550 8:00:36 น.  

 

 

โดย: Jay IP: 189.6.189.100 13 กรกฎาคม 2550 4:47:42 น.  

 

 

โดย: Jerrod IP: 123.214.200.130 13 กรกฎาคม 2550 13:14:33 น.  

 

 

โดย: Miguel IP: 190.64.93.230 14 กรกฎาคม 2550 11:37:31 น.  

 

 

โดย: Elian IP: 201.211.217.162 14 กรกฎาคม 2550 20:17:04 น.  

 

 

โดย: TofZoofiskLip IP: 72.36.130.90 15 กรกฎาคม 2550 4:46:57 น.  

 

 

โดย: Xavier IP: 213.60.192.146 15 กรกฎาคม 2550 18:37:33 น.  

 

 

โดย: rameredGast IP: 72.36.130.90 15 กรกฎาคม 2550 21:11:33 น.  

 

 

โดย: Adedlylag IP: 72.36.130.90 16 กรกฎาคม 2550 3:16:00 น.  

 

 

โดย: Leroy IP: 201.255.134.202 16 กรกฎาคม 2550 4:01:53 น.  

 

 

โดย: Adedlylag IP: 72.36.130.90 16 กรกฎาคม 2550 23:31:54 น.  

 

 

โดย: Noe IP: 201.243.109.42 17 กรกฎาคม 2550 3:12:19 น.  

 

//d3e0e5a332aae2f937b48eb822564d31-t.xkktxb.org d3e0e5a332aae2f937b48eb822564d31 [url]//d3e0e5a332aae2f937b48eb822564d31-b1.xkktxb.org[/url] [url=//d3e0e5a332aae2f937b48eb822564d31-b2.xkktxb.org]d3e0e5a332aae2f937b48eb822564d31[/url] [u]//d3e0e5a332aae2f937b48eb822564d31-b3.xkktxb.org[/u] 8d1f2bfe3cbc5359328d95464cab8b7c

 

โดย: Christopher IP: 66.130.138.191 17 กรกฎาคม 2550 4:18:00 น.  

 

 

โดย: Jamel IP: 211.210.36.241 17 กรกฎาคม 2550 13:00:25 น.  

 

//1ee72a2c2ad3e1c67ef64a490192435b-t.xkktxb.org 1ee72a2c2ad3e1c67ef64a490192435b [url]//1ee72a2c2ad3e1c67ef64a490192435b-b1.xkktxb.org[/url] [url=//1ee72a2c2ad3e1c67ef64a490192435b-b2.xkktxb.org]1ee72a2c2ad3e1c67ef64a490192435b[/url] [u]//1ee72a2c2ad3e1c67ef64a490192435b-b3.xkktxb.org[/u] 8d1f2bfe3cbc5359328d95464cab8b7c

 

โดย: Phoenix IP: 190.73.228.98 18 กรกฎาคม 2550 11:11:42 น.  

 

 

โดย: Ramiro IP: 59.19.25.226 18 กรกฎาคม 2550 12:09:45 น.  

 

 

โดย: Quinten IP: 77.237.145.23 19 กรกฎาคม 2550 0:42:35 น.  

 

 

โดย: เม-ดา 20 กรกฎาคม 2550 9:58:39 น.  

 

แวะมาเยี่ยมค่ะ ไม่ได้เข้า blog นานมากเลย

 

โดย: Magic of Azure IP: 58.136.93.75 24 กรกฎาคม 2550 8:45:14 น.  

 

ลดความอ้วนกับคลีนิค ออนไลน์ 24 hr.ี่
ให้คุณหุ่นดี สวย เพรียว ในพริบตา
//www.slimupshop.tk/
หรือ
********************************************
ช็อปปิ้งออนไลน์ RMK,LM,KISS BASE,SkinFood,Etude //www.mygirlsshop.com

 

โดย: ขอแนะนำ IP: 125.26.110.129 16 กันยายน 2550 17:09:10 น.  

 

ในที่สุดผมก็ได้เข้ามาเดินเล่นในบล็อกของอาจารย์จีจนได้
เพราะมีชื่อบล็อกโผล่ขึ้นในบล็อกของผม โดยไม่ทราบว่าฝีมือใคร

ผมอ่านหน้านี้เป็นครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เขียนมากว่าปีแล้ว
ยังมีคนตามอ่านมาตลอด ถึง ก.ค.๕๐

ดังนั้นเมื่อผมเข้ามา ก็คงไม่ล้าสมัยสักเท่าไรนะครับ

ต่อไปจะมาให้สม่ำเสมอครับ.

 

โดย: เจียวต้าย (เจียวต้าย ) 22 กันยายน 2550 6:56:40 น.  

 

ไม่แน่ใจว่าอัพเดทไปที่อื่นหรือเปล่า ดูมันนานมาแล้วยังไงไม่รู้ แต่เอาเป็นว่าเราเชื่อมต่อคุณGWTเป็นเพื่อนเราในบล็อกแล้วนะ เจอกันตัวต่อตัวได้ที่ https://www.bloggang.com/mainblog.phd?id=ajairak
ย้าว ยาว เนอะ ทำยังไงให้สั้นเหมือนของคุณเนี่ย

 

โดย: รันแรนรัน (รันแรนรัน ) 25 กันยายน 2550 13:08:59 น.  

 

ผมเข้ามาสองครั้งแล้วครับ ชอบอ่านข้อความที่คุณและเพื่อนเขียนเล่าสู่กันฟัง ผมก็เคยชินกับบรรยากาศเหล่านั้นเหมือนกันครับ.....คิดถึง แต่ก้คงกลับไปหาไม่ได้แล้ว..
คงสบายใจถ้าได้คุยกับคุณนะครับ
ดีน ดาเรน ครับ.

 

โดย: ดีน ดาเรน IP: 124.121.173.236 3 ตุลาคม 2550 12:52:55 น.  

 

มาแวะเยี่ยมขรับ

 

โดย: canossa IP: 161.200.255.162 4 ตุลาคม 2550 11:38:24 น.  

 

สวัสดีครับ

ได้มีโอกาสมาเยี่ยมบล๊อกอาจารย์เสียที(ทั้งๆที่โอกาสก็มีออกบ่อยๆ) แล้วจะมาตามเก็บผลงานที่อาจารย์เขียนไว้นะครับ

 

โดย: กลิ่นกาแฟ IP: 202.139.223.18 6 ตุลาคม 2550 16:09:50 น.  

 


แวะมาเยี่ยมชมบล็อคครับ ผมตามมาจากถนนหนังสือครับ

วัดที่คุณเราให้ฟังน่าสนใจดีนะครับ น่าไปทำบุญที่วัดนี้ครับ ท่าทางจะเป็นวัดป่า อยู่ที่จังหวัดอะไรล่ะครับ?

ผมเอาบุญมาฝากด้วยนะครับ ...

เมื่อวันอาทิย์ที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ผมได้เป็นตัวแทนชาวบล็อคแก๊งค์ไปทำบุญทอดกฐินที่วัดหนองขาม ราชบุรี ครับ เข้าไปอ่านรายละเอียดดูได้นะครับ



กฐินอิ่มบุญ ... กฐินชาวบล็อคแก๊งค์



เข้าไปอ่านดูนะครับ จะได้รับบุญไปกันให้ถ้วนหน้าครับ

อิอิ

 

โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) 16 พฤศจิกายน 2550 14:30:37 น.  

 

ถ้าอยากร่วมทำบุญพิมพ์หนังสือพระก็
เข้าไปดูได้ที่กระทุ้นอกเรื่อง หรือ บล็อก นะคะ

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6021906/W6021906.html

 

โดย: tiki_ทิกิ IP: 125.25.103.83 23 พฤศจิกายน 2550 17:23:59 น.  

 

ขอบตุณทุกท่านครับ

 

โดย: GTW IP: 58.8.232.115 19 มกราคม 2551 23:12:50 น.  

 

แอบมาฟังคนบ้านนอกคุยกันแล้ว สนุก ไม่อยากไปกระทู้อื่น ส่งกระจกดู..อ้าว...เราก็บ้านนอกเหมือนกัน ลืมตัวขออภัย..

 

โดย: รำไพ กาแก้ว IP: 125.26.206.196 22 มีนาคม 2552 10:17:40 น.  

 

ผมเป็นคนจังหวัดพะเยาครับ ถ้าใครไม่รู้จักก็อยู่ถัดจากจังหวัดเชียงรายนี่เองครับ อดีตเคยเป็นจังหวัดเดียวกันมาก่อน ถ้าจะไปเที่ยวเชียงรายอย่าลืมแวะกว๊านพะเยากับซื้อปลาส้มที่ตลาดสดแม่ต๋ำด้วยนะครับ

สมัยผมเป็นเด็ก ที่วัดเมื่อถึงเวลาหน้าบวชพระบวชเณร ก็คงประมาณเข้าหน้าแล้ง ที่ใบตองตึงในป่าผลัดใบออกใหม่สีเขียวสดไปทั้งป่าเลยครับ พวกผู้ใหญ่โดยเฉพาะโยมพ่อโยมแม่ของสามเณรจะพากันไปเก็บใบตองตึงที่ว่าออกมาจากป่า สับไม้ไผ่มาสานเป็นโครงคล้ายกระด้ง เอาใบตองตึงเขียวสดมาวาง ที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะจะใช้เป็นภาชนะใส่ขนมปาดร้อนๆไงครับ พูดแล้วน้ำลายสอ

ขนมปาดที่ว่าทำมาจาก ข้าว กะทิ น้ำอ้อยแบบเป็นก้อน ขนมชนิดนี้ ชาวชนบทโดยเฉพาะหมู่บ้านผมเขาทำกันแจกให้คนที่มาร่วมงานบุญครับ เวลาทำกันทีกลิ่นหอมกะทิกับน้ำอ้อยอบอวลไปทั่วทั้งวัดเลยครับยามพวกผู้ใหญ่ทำขนมปาดที่ว่า ตักขนมที่ถูกกวนในกะทะจนร้อนใส่ลงในกระด้งใบไม้สด กลิ่นมันหอมเป็นเอกลักษณ์เลยครับ ใบตึงสดถูกความร้อนนาบกลิ่นเนี่ยเฉพาะของเขาจริง เด็กๆอย่างผมคว้าเอากะลามะพร้าวที่หล่นอยู่แถวนั้นละครับ(ฮ่า)มาขอกับผู้ใหญ่หน้าเตานั้นเอง

พอกินจนอิ่ม เรา(พวกเด็กไม่นุ่งเสื้อ ตีนเปล่า)ก็พากันไปดูพวกผู้ใหญ่อาบน้ำนาค ที่นี่เขาใช้กาบกล้วยมาต่อเป็นรางน้ำโดยให้นาคนั่งพนมมืออยู่ปลายรางน้ำรับพรจากโยมผู้ใหญ่ที่จะปล่อยน้ำลงมา อาบกันให้ชุ่มฉ่ำเลยครับ
พวกพระเณรสมัยนั้นมีมากกันจริงๆ ศรัทราญาติรึก็มากศีลธรรมของคนรุ่นเก่ามีมากกันจริงๆ ครับ

ปัจจุบันยังมีภาพแบบนี้เหลืออยู่ที่หมู่บ้านของผมแต่พระเญรในวัดมีน้อยมากครับ ในหมู่บ้านเหลือเเต่เด็กกับคนแก่
สงสัยผมต้องหาเวลาไปบวรเพื่อย้อนเอาเวลาดังเดิมกลับคืนมาแล้ว

 

โดย: doctorwar 1 มีนาคม 2554 10:05:13 น.  

 

ตามต่อ

 

โดย: มาโซคิส 27 ตุลาคม 2555 7:42:47 น.  

 

ชอบไปวัดที่กันดารๆ ลำบากๆ และขาดแคลนเหมือนกันเลยค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังไปทำบุญที่วัดแบบนี้ค่ะ ไม่มีกระทั่ง ร้ำและไฟฟ้า ลำบากมากเลยค่ะ ทางยังเป็นลูกรังอยู่เลย

 

โดย: บ้านสายไหม 31 มกราคม 2556 12:02:58 น.  

 

ผมมาลงชื่ออีกที หลังจากที่เวลาผ่านไปแปดปี

เพื่อยืนยันว่าผมยังมีชีวิตอยู่ และคิดถึงอาจารย์เสมอครับ.

 

โดย: เจียวต้าย 11 มีนาคม 2558 7:56:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


GTW
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add GTW's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.