กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ขึ้นรถไฟไปอัมพวา (1)

 


















วันหนึ่งในฤดูอะไรสักฤดู จำไม่ได้เพราะมันเป็นเวลาที่ผ่านมาแล้วชนิดที่เรียกว่า

นานโขสมองของคนเรานี่ก็แปลก กลับไปจดจำอะไรที่ไม่น่าจะจดจำเอาไว้ตั้งมากมาย

ทั้งๆที่ไอ้ที่จำได้นั่น มันควรจะเป็นสิ่งที่น่าจะไม่ควรจำได้มากกว่า

และอีกนั่นแหละไอ้ความทรงจำที่ควรจะจำสิ่งที่น่าจดจำ

สมองมันกลับไม่สั้งให้จำสิ่งที่ควรจำนั้นไว้ได้ เออหนอ คนเรา...

แต่ก็นะ บางทีการจำอะไรได้ดีๆมากๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นสิ่งดีเมื่อไหร่

ก็เช่นหากว่าเราจำเรื่องราวในอดีตดีๆได้ทั้งหมด เวลาเราเจอเพื่อนเก่า

คงไม่มีอะไรให้มานั่งรำลึกกันละคราวนี้ ...

"มึงจำวันที่ไปเขาชนไก่ได้ไหม...."

"อืมกูจำได้"

"มึงจำได้ไหม มึงเอาแก้วปาหน้ากู กูโกรธแทบตายห่า..."

"ตอนไหนวะงง จำไม่ได้ว่ะ"

"ตอนนั้นไง...ที่...."


นั่นไง หากมีใครสักคนจำเรื่องอะไรในอดีตไม่ได้ แน่นอน

มันจะเริ่มมีการช่วยกันค้นหา ช่วงเวลาดีๆ ที่ขาดหายไป

และนั่นละครับ ความสนุกสนานมันจะมาจากจุดนั้น...เช่นกัน

วันนั้นผมจึงจำไม่ได้ว่าเวลานั้น วันนี้ น่ะมันวันไหนฤดูไหน

ใครจะไปจำได้รู้แต่ว่าขามันอยากไป สมองมันล้า

หัวใจมันเรียกร้องว่า ไปๆไปไหนก็ได้ ขอให้ได้ไปอ่ะ ไปก็ไป

ว่าแต่ไปไหนได้เล่า ชั่วงนั้นตังก็ไม่ค่อยจะมี (ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมี ไม่ใช่ว่าจะมี)

น้ำมันรถก็แสนแพง รัฐบาลท่านมีนโยบายดัดหลังคนไทยนิสัยมือเติบ

โดยการขึ้นราคาน้ำมันให้สูงสุดขีดไว้ก่อน โดยท่านว่าคนได้จะได้รู้จักเสียที

ว่าชาวบ้โลกเขาจ่ายค่าน้ำมันแพงกว่าเรามากแค่ไหน เราสบายกันมามากแล้ว

โดยจ่ายค่าน้ำมันถูกๆ ถึงเวลาประหยัดกันเสียที

ว่าแล้วท่านก็โขกราคาน้ำมันเอาเสียประชาชน จุก เสียด กันไปถ้วนหน้า


เอาละ ไหนๆก็ไม่คิดจะไปทางรถยนต์แล้ว ไปทางรถไฟดูดีกว่า น่าจะดี

ว่าแต่รถไฟมันไปไหนได้บ้างเล่า ช่วงนี้และช่วงที่ผ่านมา

รัฐบาลท่านประกาศให้ประชาชนขึ้นรถสาธารณะเช่นรถเมล์และรถไฟฟรี

ก็เอา สนองความต้องการของหลวงท่านเสียหน่อย ไปรถไฟฟรี อืมรถไฟฟรีก็มี

มหาชัยสิใกล้ที่สุด ได้การ ไปอัมพวาดีกว่าลองดู


เช้าวันต่อมา ก็จำไม่ได้อีกนั่นแลว่าวันไหน ออกจากเคหะสถานบ้านช่อง

เข้าเวลาเก้าโมงกว่าๆด้วยสองขา ใช้เวลาเดินจากบ้านไปปากซอยราวๆสิบห้านาที

เออหนอ มอเตอร์ไซด์รับจ้างก็มีถม ไม่นั่งเดินให้มันเมื่อยขาซะอย่างนั้นเอง

สิบห้านาทีผ่านมาก็ออกทะลุมาปากซอย ถึงเวลาที่ยากลำบากที่สุดแล้วกระมังในชีวิต

สะพานลอย สะพานลอยข้ามถนนพระรามสองนี่ไม่รู้ว่ามี 

guinness book of world recordsมาจดบันทึกสถิติไว้หรือยังว่า 

เป็นสะพานลอยที่มีความเป็นที่สุดในโลกมากอยู่หลายอย่าง เช่น

ทางขึ้นสกปรกมาที่สุดในโลก ที่นี่

ทางขึ้นชันที่สุดในโลก ที่นี่

ขอทานจำนวนต่อตารางสะพานเมตร(สูตรไหนเนี่ย) มากที่สุดในโลก ที่นี่

ระยะทางข้ามยาวมากที่สุดในโลก ที่นี่

ระยะทางข้ามที่ร้อนที่สุดในโลก ที่นี่

มีการติด(คนติด)ของคนมากที่สุดในโลก ที่นี่

วิวสวยที่สุดในโลก ที่นี่

อืม อย่างน้อยก็มีข้อดี อีตรงวิวสวยนะ

ถึงอีกฝั่งก็จับรถมอร์เตอร์ไซด์คิวรับจ้างเข้าไปที่สถานีรถไฟสิบบาทแรกถูกจ่ายเพื่อการนี้


























สถานีรถไฟที่ขึ้นรถไฟไปอัมพวานี่อยู่ในการเคหะพระรามสอง

ชื่อก็เป็นชื่อตามสถานที่ที่ตั้งอยู่เลยว่าสถานีการเคหะ

รถไฟมาเข้าชานชาลาประมาณเก้าโมงห้าสิบ...ขึ้นรถไฟไปได้ปุ๊บ

กลิ่นเหม็นตุๆคาวๆที่คุ้นเคยของรถไฟสายมหาชัย

เข้ามาปะทะจมูกปุ๊บ เราก็รู้ทันทีว่า

รถไฟไทยสายมหาชัยวงเวียนใหญ่เส้นนี้ ยังไม่ก้าวหน้าไปไหน

สิบกว่าปีที่ไม่ได้ขึ้นรถไฟสายนี้ มันยังคงความเก่าและคลาสสิคได้ดี

แม้กระทั่งกลิ่นยังเป็นกลิ่นเฉพาะตัวไม่เคยเปลี่ยนแปลง เออ ว่าแต่

ชักจะเริ่มสงสัยอยู่เหมือนกันว่า รถไฟสายอื่นมีกลิ่นเฉพาะเส้นทางหรือเปล่า

ว่างๆน่าจะไปลองดมดู

รถไฟเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาอย่างช้าๆ เสียงกะฉึกกะฉัก

และเสียงล้อรถไฟบดไปกับรางฟังแล้วช่างน่าตื่นเต้นและความสุขนัก

นึกถึงตอนสมัยนั่งรถไฟจากอยุธยาไปพิษณุโลก กับพ่อสอคน

ระหว่างทางพ่อไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับลูก พ่อเลยแต่นิทานเกี่ยวกับภูเขาลูกหนึ่ง

ที่อยู่ราวๆสถานีชุมแสง พ่อเรียกมันว่า หุบเขาปีศาจแมวดำ

พ่อบอกว่าในหุบเขานี้มีปีศาจแมวดำคอยจับเด็กๆไปกิน

พอมาเดี๋ยวนี้นึกถึงแล้วก็ยังอดขำนิทานเรื่องนี้อยู่เสมอ 

เวลาเดินทางผ่านไปแถวๆนครสวรรค์

แน่นอน เรานึกไปถึง พ่อ เจ้าแห่งหุบเขาปีศาจแมวดำ


























บรรยากาศบนรถไฟตอนนี้น่าเอนหลังยิ่งนัก ลมเย็นๆโชยมาปะทะใบหน้า

ผู้คนบนรถบางตา ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าออกไปสูดอากาศนอกหน้าต่าง

เหมือนที่เคยทำตอนสมัยเด็กๆ แต่ก็ต้องระวังนิดหน่อย เพราะสมัยเด็กๆมีพ่อคอยดูต้นทางให้

เวลามีเสา มีสะพาน จะผ่านมา ตอนนี้คงต้องระมัดระวังเอาเอง

คำแนะนำในการเดินทาง แน่นอน วันสบายๆอย่างนี้ ปิดโทรศัพท์สักหนึ่งวัน

สั่งงานสั่งการให้เรียบร้อย มีหนังสือเล่มเล็กๆสักเล่มหนึ่งอ่านฆ่าเวลา

แต่เอาจริงๆแล้วหนังสือก็ไม่ได้อ่าน เพรามัวแต่ซึมซับกับบรรยากาศ ข้างทางรถไฟที่ผ่านไปมันช่างสวยงามและสนุกสนานเกินกว่าจะจับเจ่าอยู่กับในหนังสือได้


























รถไฟใช้เวลาเดินทางราวๆหนึ่งชั่วโมง ก็เข้าเทียบชานชาลาที่สถานีมหาชัย

กลิ่นมหาชัยนี่ถ้าใครไม่ชินก็น่าจะเรียกว่าเหม็นมากเห็นจะได้ กลิ่นของที่นี่แยกออกได้หลายอย่าง

ในสูดอากาศเดียวเราจะได้กลิ่นต่อไปนี้ กลิ่นทะเล กลิ่นอาหารทะเล

กลิ่นสัตว์ทะเลที่เราบริโภค พวกปลา ปลาหมึก หอย กลิ่นสัตว์ทะเลที่น่าจะเน่าเสีย

และแน่นอนกลิ่นเกลือเค็มๆ แต่ก็อย่างว่า คงเป็นเพราะความชินที่มีบ้านอยู่ติดกับสมุทรสาคร

มีโรงเรียนอยู่กรุงเทพครึ่งหนึ่งสมุทรสาครครึ่งหนึ่ง อาหารทะเลถ้าอยากกินสดๆใหม่ๆก็ต้องไปสมุทรสาครจึงมีความคุ้นชินกับกลิ่นสมุทรสาครหรือมหาชัยไปโดยปริยาย








 

















 

























รถไฟเข้าเทียบชานชาลาอีกครั้งที่ปลายทางสถานีมหาชัย

เป็นจุดสิ้นสุดของสายรถไฟวงเวียนใหญ่ - มหาชัย

แม่ค้าแม่ขาย กุลีกุจอขนของที่ซื้อจากกรุงเทพลงลงจากรถไฟด้วยความรวดเร็ว

ส่วนแม่ค้าอีกกลุ่มหนึ่งก็ขนของทะเลที่จับได้จากอ่าวไปส่งไปขายกรุงเทพ

ขึ้นรถไฟอย่างเร่งรีบ คงเป็นเพราะเกรงว่ารถไฟจะจอดเพียงไม่นาน

ก็ต้องวิ่งกลับเข้าไปกรุงเทพอีกคราว เป็นวัฎจักรวนเวียนไปอย่างนี้ตลอดในหนึ่งวัน

ออกจากชานชาลามา ได้ เราก็เดินเข้ามาในตลาดมหาชัย

เป็นตลาดที่ขายอาหารทะเลเสียเป็นส่วนใหญ่

สิ่งหนึ่งที่อยากให้คนที่มาเที่ยวที่นี่ได้สังเกตกันก็คือ

คนขายของประจำร้านที่เป็นผู้ชาย จะนุ่งผ้าถุงและเคี้ยวหมาก

ซึ่งนั่นก็หมายถึงเขาเหล่านั้นเป็นแรงงานต่างชาติสัญชาติ พม่า 

ที่เลือกที่จะมาอาศัยค้าขายแรงงานในแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ของเรา 

แทนที่จะยอมรับสภาพความกดขี่ข่มแหง

และไฟสงครามระหว่าคนในชาติที่แบ่งแยกกันไปได้หลายเผ่าพันธุ์

ที่คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลาคนเหล่านี้จึงจำเป็นต้องหนี 

และประเทศที่เขาเลือกที่จะหนีมาพึ่งใบบุญก็คือ

ประเทศไทยของผมนั่นเอง พูดไปแล้วก็รู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกว่าเออนะ 

ประเทศของเรานี่ นอกจากจะเป็นที่หาเลี้ยงให้กับคนภายในประเทศได้แล้ว 

ยังจะเหลือเพียงพอที่จะส่งเสียให้กับคนนอกได้พึ่งพาอีก

มันน่าภาคภูมิใจเสียนี่กระไรที่เกิดมาเป็น คนไทย คนบนแผ่นดินของพระเจ้าแผ่นดิน

ผมรักเมืองไทยครับ



















ในตลาดมหาชัย ผมก็เดินลัดเลาะมาชมตลาดเรื่อยๆ อาหารทะเลของที่นี่ดูแล้ว

อยากซื้อกลับไปทำอาหารยิ่งนัก ใครที่เดินตลาดบ่อยๆจะรู้เลยว่าของที่นี่ สด และ ดีจริงๆ

แถมราคาถูกกว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตครึ่งต่อครึง แน่นอนครับ

ตรงนี้ไม่มีค่าขนส่ง ไม่ผ่านยิี่ปั๊ว ซาปั๊วใดๆ เรียกว่าลงจากเรือก็ขึ้นแผงทันที

ฉะนั้น ถ้าอยากจะรับประทานอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ ต้องที่มหาชัยเท่านั้นครับ


.....................................................................................................

ติดตามต่อได้ที่

ขึ้นรถไฟไปอัมพวา (2)




Create Date : 03 กันยายน 2555
Last Update : 3 กันยายน 2555 10:36:04 น.
Counter : 1960 Pageviews.

2 comments
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 4 กันยายน 2555 เวลา:7:53:26 น.
  
ขอบคุณน้า Kavanich96 ครับที่เข้ามาชม แมวน่ารักครับ
โดย: Eakiji Onisuka วันที่: 4 กันยายน 2555 เวลา:11:08:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จะเรียกอะไรบ่อยๆ
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณไปเที่ยวเมืองไทยมาครบหรือยัง ภาคเหนือ ผมไปมาเกือบครบหมดแล้ว... ภาคใต้ เพิ่งไปได้ไม่มากเท่าไหร่ ภาคกลางนี่ทุกจังหวัดครบถ้วน ภาคอีสานนี่ก็คงต้องหาเวลาไปให้ได้ ระหว่างทาง ผมได้พบ ได้เห็นอะไรที่ผมคิดว่าเป็นมุมมอง เป็นความสนุก เป็นความสุข แม้กระทั่งเป็นความทุกข์ ผมก็ใช้กล้องตัวหนึ่ง เก็บภาพเหล่านั้นไว้ เอามาถ่ายทอดลงบนBlog เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ เหล่านั้นไป.. . ครูผมเคยบอกว่า "ถ้าคุณวาดรูปด้วยมือไม่ได้...ก็ใช้กล้องกับปากกาวาดแทนก็แล้วกัน" ผมกำลังเร่งมือทำอยู่ครับ