กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
สวรรค์ชั้นนิมมานนรดีที่ที่ลอซู (4)


เรือล่องเข้าไปกลางป่าได้สักไม่เกินสิบนาที ภาพสวรรค์ก็ลอยเข้ามา

ปรากฏขึ้นต่อหน่าต่อตาผมมันเป็นภาพที่สวยงามอย่างที่ผมไม่เคย

พบเห็นมาก่อน หุบเขา ป่าไม้ และความเขียวชอุ่มของป่าอุ้มผาง

แดดระยับที่ส่องสะท้อนกับหินผา ก่อให้เกิดสีทองอร่ามจับต้องไปทั่ว

ใบไม้เขียวๆ พริ้วใบไปตามสายลมเย็นๆ ซึ่งในสายลมนั้นก็มีกลิ่นหอม

อ่อนๆของดอกไม้ป่าที่ผมไม่รู้จักปลิวขจรมาในอากาศ อา..นี่หรือ

สวรรค์ชั้นนิมานรดี ที่พักนักพักพิงของเหล่าทวยเทพพยดานางฟ้า

กินนร กินรี ผมได้มาถึงแล้ว ถึงว่าสิ ทางมาถึงได้ลำบากยากเย็นมาก

มายนักเพราะมันเป็นแค่บททดสอบสำหรับผู้ที่มีชีวิตเหลือรอด

มาจากนรกพันโค้ง ค่าตอบแทนมันช่างคุ้มค่าเสียนี่กระไร

















































































































































































































เรือลำน้อยพาเราล่องมาได้สักชั่วโมงก็มาถึงจุดที่เป็นน้ำตกทีลอเร

และน้ำตกทีลอจอ ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้จำหรอก

ว่าน้ำตกไหนชื่ออะไร ผมจำแต่ภาพที่เห็นว่าสายหนึ่งของน้ำตก

ที่เห็นอยู่ด้านหน้าที่สะท้องกับแสงแดด แล้วก่อให้เกิดรุ้งกินน้ำซ้อนกัน

ถึงสองตัวนี่หรือเปล่า ที่เป็นเสมือนสระอโนดาษ ที่นางฟ้านางสวรรค์

มาอาบน้ำเล่นน้ำกัน ช่างเป็นภาพที่หัศจรรย์มากสำหรับผมในตอนนี้

และแน่นอนผมก็เห็นป้าๆที่น่ารักขอผมตะลึงไปกับภาพที่เห็นเช่นกัน

แล้วก็เหมือนเคย ผมก็มีหน้าที่เป็นช่างภาพ ต้องทำหน้าที่ปีป่ายหินผา

ขึ้นไปถ่ายภาพน้ำตกสายรุ้งแห่งนั้น ให้กับป้าๆได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก

ซึ่งป้าๆก็ชอบใจกันทุกคน ผมเองก็สุขใจไปด้วยที่เห็นป้าๆดีใจ..
























































































สี่ชั่วโมงบนสวรรค์ เรือก็พาเรามาแล่นจอดสงบนิ่ที่ริมฝั่ง ในใจผมก็คิด

ไปแล้วว่า เดี๋ยวอีกไท่เกินข้ามเนินข้างหน้า น้ำตกสวรรค์ทีลอซู

คงอยู่ที่ปลายเนินนั้นแน่ๆ ผมจึงรีบเดินขึ้นไปบนเนินแห่งนั้น

แต่ภาพที่เห็นก็คือภาพพี่คนคัดหัวเรือ ยืนยิ้มเผล่อยู่ท้ายรถสองแถว

ที่พาเรานั่งไปดูพระอาทิตย์ตอนเช้า มาจอดรอไว้พร้อมกับส่ง

"ผ้าปิดจมูก" ให้คนละผืน ผมก็เลยถามแกว่า ยังไม่ถึงอีกหรือพี่

ตะแกก็บอกว่า อ๋อ ต่อรถไปอีก"แค่" สิบสี่กิโลเมตรครับ เดี๋ยวก็ถึง

เอาอีกแล้ว เซอไพรส์อีกแล้ว....
























ผมคิดแล้วไม่มีผิด พญามารยังต้องการจะทดสอบความอดทนของ

ผมอีกคำรพหนึ่ง สิบสี่กิโลที่พี่แกว่า เป็นสิบสี่กิโลที่ทรมานที่สุดในชีวิต

ผมแล้ว จำได้ว่าถนนแถวบ้านอยุธยาผมสมัยยังไม่ราดยาง ยังดีกว่านี้

ร้อยพันเท่า มันทั้งตลบไปด้วยฝุ่น หลุมบ่อลึกราวกับว่ามันเป็นเหว

ผมกับอาผู้ชายต้องยึดเสาหลังคารถไว้อย่างแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง

และถ้ามันเหมือนทางจะดีขึ้นมาสักห้าเมตรสิบเมตร นั่นหมายถึง

มันจะแย่ไปอีกร้อยสองร้อยเมตร แล้วไม่ต้องถามถึงรูปถ่าย

แค่าจะเอามือคลายจากเสาหลังคารถ ผมยังไม่กล้า ขืนปล่อย

คงได้ลงไปนอนแอ้งแม้ง อยู่บนถนนเป็นแน่แท้


หลังจากถูกโยนไปโยนมาอีกสองชั่วโมง กับระยะทางแค่สิบสี่กิโลเมตร

ซึ่งถ้าเป็นในกรุงเทพเมืองฟ้าอมรยามรถไม่ติด คงใช้เวลาเพียงแค่

สิบห้านาทีเป็นอย่างมาก ตอนนี้ผมจึงรู้สึกเหนื่อยเข้าเส้น

ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งก็จะต่างจากป้าๆของผม ที่ดูเหมือนกับว่าจะสนุกกับ

การถูกโยนไปโยนมาตั้งสองชั่วโมง ผมยังแอบได้ยินป้าๆคุยแซวๆ

กันไปกันมาว่าสนุกดี ไม่ได้ออกกำลังแบบนี้มานานแล้ว ขากลับคง

สนุกกว่านี้เวรกำของผม เอาแรงมาจากไหนกันเนี่ยครับป้า


ยังครับ เมื่อรถจอดที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทีลอซูแล้วนั้น ยังคงมี

เซอไพรซ์อีกอย่างคือ จากจุดที่เราจอดรถ เราต้องเดินเท้าเข้าไปยัง

น้ำตกอีกหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง จากที่ผมคำนวนดูคร่าวๆ ระยะทาง

แค่หรึ่งพันห้าร้อยเมตรนี่ ง่ายมากสำหรับผม ผมจึงเร่งกินข้าวกลางวัน

ให้เสร็จแล้วก็จัดขบวนป้าๆเดินเข้าไปยังตัวน้ำตก


...............................................................................................................................

ติดตามต่อได้ที่

สวรรค์ชั้นนิมมานนรดีที่ที่ลอซู (5)




Create Date : 01 กันยายน 2555
Last Update : 1 กันยายน 2555 11:55:39 น.
Counter : 491 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จะเรียกอะไรบ่อยๆ
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณไปเที่ยวเมืองไทยมาครบหรือยัง ภาคเหนือ ผมไปมาเกือบครบหมดแล้ว... ภาคใต้ เพิ่งไปได้ไม่มากเท่าไหร่ ภาคกลางนี่ทุกจังหวัดครบถ้วน ภาคอีสานนี่ก็คงต้องหาเวลาไปให้ได้ ระหว่างทาง ผมได้พบ ได้เห็นอะไรที่ผมคิดว่าเป็นมุมมอง เป็นความสนุก เป็นความสุข แม้กระทั่งเป็นความทุกข์ ผมก็ใช้กล้องตัวหนึ่ง เก็บภาพเหล่านั้นไว้ เอามาถ่ายทอดลงบนBlog เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ เหล่านั้นไป.. . ครูผมเคยบอกว่า "ถ้าคุณวาดรูปด้วยมือไม่ได้...ก็ใช้กล้องกับปากกาวาดแทนก็แล้วกัน" ผมกำลังเร่งมือทำอยู่ครับ