บทวิเคราะห์ที่เฉียบคมและแยบคาย
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
2 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
เจาะรหัสการเมืองไทย - เสื้อแดงผู้มองเห็นแต่ภาพลวงตา

เสื้อแดงไม่ใช่ผู้ที่ต่อสู้กับอะไรอยู่ เสื้อแดงไม่ใช่ผู้มีอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะแกนนำเป็นนักการเมืองมีหน้าที่และชี้นำเสื้อแดงให้เปลี่ยนจุดยืนเสมอๆ ตามแต่สมควรในแต่ละเวลา ในบางช่วงเวลาประชากรเสื้อแดงยังมีจำนวนไม่เยอะ ก็ปลุกด้วยกระแสฮาร์ดคอ เมื่อประชากรเยอะมากพอที่จะใช้ประโยชน์ ( ในทางของแกนนำ ) ได้ ก็เปลี่ยนประเด็นในการต่อสู้ และเปลี่ยนเป้าหมายมาหลายครั้งหลายหนแล้ว ไม่มีจุดยืนแห่งการต่อสู้ที่ชัดเจนเลยสักนิดเดียว โครงสร้างการทำงานของข้าราชการ เปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ มีหน้าที่เป็นผู้ให้ และเก็บเกี่ยว ทรัพยากรในประเทศอยู่ตลอดเวลา แต่ข้าราชการจะมีบทบาทและหน้าที่แบบไหนมากกว่ากัน ขึ้นอยู่กับ ผู้นำ หรือนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเพียงเท่านั้น สิ่งที่เสื้อแดงทำลงไปทั้งหมดจึงเป็นได้แค่ " ลัทธิยอมจำนน "

หลังการปฎิวัติจากคณะปฎิรูปฯ เมื่อ 19 กย. อำนาจของคณะปฎิรูปฯจะไม่มีวันหมดไป ตราบใดยังมีเสื้อแดงอยู่ ตราบนั้น ก็เท่ากับว่า อำนาจในการปราบปรามผู้ต่อต้านการปฎิวัติยังไม่หมดไปนั่นเอง การชักใยรัฐบาลจากกองทัพจึงเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก ในสภาพปัจจุบัน เพราะการเมือง ยังวุ่นวายและไม่สงบเรียบร้อย ไม่มีช่องว่างพอ ที่กองทัพจะกลับเข้ากรมกอง โครงสร้างง่ายๆเช่นนี้ แกนนำเสื้อแดงเองก็น่าจะรู้ดี แต่ก็ยังดึงดันที่จะชุมนุมประท้วงต่อไป กับเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นการโจมตีเขายายเที่ยงและเขาสอยดาว การโจมตีเรื่องกรรมสิทธิ์การครอบครองพื้นที่ป่าโดยชี้ให้เห็นว่านายทหารระดับสูงใช้อภิสิทธิ์นั้น ไม่ส่งผลทางกายภาพมากนัก เพราะแท้จริงแล้ว ในประเทศไทยมีพื้นที่ลักษณะอย่างนี้อยู่ทั่วไปหมดทั้งประเทศ จะไล่โจมตีเรื่องพวกนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่สนว่า ข้าราชการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อะไรจากประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไปแล้ว นี่แหล่ะที่เรียกว่า " การเบี่ยงเบนประเด็นทางการเมือง "

กองทัพอาจจะสร้างเสื้อแดงขึ้นมา เพื่อใช้เบี่ยงเบนประเด็นทางการเมือง หลังการปฎิวัติ เพื่อให้ทุกอย่างดูสมเหตุสมผล เราจะเห็นได้ว่า เสื้อแดงถูกควบคุมได้โดยง่าย และรัฐบาลหรือกองทัพจะไม่รับรองอะไรในสิ่งที่เสื้อแดงทำลงไปทุกๆอย่าง เหมือนกับว่า รัฐหรือกองทัพ ได้จัดสรรปันส่วน การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากประชากรในประเทศหลังการปฎิวัติกับแกนนำไว้เรียบร้อยแล้ว ยังรวมถึง สส. ของพรรคฝ่ายค้านด้วย ว่าต้องเป็นผู้ยอมจำนนต่ออำนาจรัฐต่อไปจนกว่ากองทัพจะกลับเข้ากรมกอง และหากว่า ภาระกิจของกองทัพครั้งนี้คือ " ทำลายระบบทักษิโณมิกส์ " ล่ะ... เมื่อไหร่กองทัพจะกลับเข้ากรมกอง เมื่อยังมีเสื้อแดงเรียกหา " ระบอบทักษิโณมิกส์ " อยู่

การปฎิวัติด้วยการใช้กำลังอาวุธแบบงานใหญ่เหมือนที่เคยๆมา มีความเป็นไปได้ต่ำที่จะเกิดขึ้น เพราะอำนาจทั้ง 3 ส่วนถูกควบคุมไว้หมดแล้วตั้งแต่การปฎิวัติเมื่อ 19 กย.

1. อำนาจบริหาร ( นายกรัฐมนตรี , คณะรัฐมนตรี )

2. อำนาจนิติบัญญัติ ( สส. และ สว. )

3. อำนาจตุลาการ ( ศาล )

ข่าวลือด้วยความสับสนของคนเสื้อแดง คิดกันไปต่างๆนาๆ ว่าจะเกิดเหตุนองเลือดบ้าง เกิดการปฎิวัติยึดอำนาจบ้าง นี่เป็นจุดชี้ชัด ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงคือกลุ่มคนที่ถูกปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมืองและความรู้เชิงโครงสร้างแบบผิดๆจากแกนนำหมดทั้งสิ้นแล้ว อะไรคือความจริง! เมื่อแกนนำของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า " ผู้เรียกร้องความเป็นธรรม " ยังมองไม่เห็นความจริงเลย

แกนนำเสื้อแดงได้มีการบริหารแยกประเภทและตีกรอบเสื้อแดงอย่างลับๆอยู่ตลอดเวลา เสื้อแดงไม่ใช่ชนชั้นกรรมาชีพซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสูญเสีย ผู้นำอย่างทักษิณไป โดยการทำรัฐประหารของคณะปฎิรูปฯ แต่กลุ่มคนชนชั้นกรรมาชีพกลับไม่ใช่เสื้อแดงในยุคปัจจุบัน ในปัจุบันเสื้อแดงมีเพียงแค่กลุ่มคนที่มีอันจะกิน และไม่มีความรู้ทางการเมืองด้วย เพราะได้รับรู้เรื่องราวการเมืองต่างๆเพียงจากแกนนำผ่านหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์และช่องรายการเฉพาะคนเสื้อแดง เพียงเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่รับรู้มา จึงเป็นการส่งสารและรับสารจากแกนนำสู่กลุ่มคนเสื้อแดงทางตรง

กลุ่มคนชนชั้นกรรมาชีพ ที่มีแรงต้านต่อรัฐบาลประชาธิปัตย์และกองทัพอย่างเข้มข้น ถูกตัดออกจากจากกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างอัตโนมัติ เพราะการเจาะตลาดและวิธีการปราศรัยของแกนนำ มุ่งไปยังกลุ่มคนมีอันจะกินเพียงเท่านั้น จะมองว่า แกนนำแบ่งผลประโยชน์กับกองทัพ ทำธุรกิจม๊อบ ก็ไม่แปลกอะไร

ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นเพียงผู้แพ้การปฎิวัติเช่นดั่งรัฐมนตรีคนอื่นๆในสมัยรัฐบาลไทยรักไทยเพียงเท่านั้น สิ่งที่ทักษิณต้องการคือการจัดตั้งรัฐบาลนอมินีของตัวเองให้ได้สำเร็จด้วยคะแนนเสียงข้างมากเมื่อเกิดการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ระบอบทักษิโณมิกส์ จะกลับมา เปรียบได้ดั่ง ทักษิณ เอง ก็เป็นผู้ถูกควบคุมอยู่ เหมือนกับผู้แพ้การปฎิว้ติคนอื่นๆนั่นเอง

รัฐบาลพลัดถิ่น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ต้นแล้ว รัฐบาลพลัดถิ่นจำต้องมีประเทศมหาอำนาจรับรอง และหากว่าประเทศมหาอำนาจเหล่านั้น เป็นผู้ล้มทักษิณเองตั้งแต่ เกิดม๊อปพันธมิตร มาแล้วล่ะ... ทักษิณจะพึ่งใคร คงไม่ใช่กลุ่มประเทศด้อยพัฒนาแถวแอฟฟริกาเหล่านั้น ที่บริษัทล๊อปบี้ยีส แค่ไปขอเช่าชื่อประเทศมาโปรโมททักษิณเพียงเท่านั้นหรอกนะ...



Create Date : 02 เมษายน 2553
Last Update : 2 เมษายน 2553 12:40:37 น. 12 comments
Counter : 311 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:14:56:27 น.  

 


โดย: thanitsita วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:20:47:45 น.  

 
ครับผม แปรงฟันก่อนนอนทุกวันครับ ( ถอนไปหลายซี่แย้ว อิอิ )


โดย: BarBoy วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:21:32:17 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: พัดลมตั้งโต๊ะ วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:2:25:42 น.  

 
หยุดดูถูกพวกเราได้แล้วค่ะ สักวันพวกคุณจะรู้ว่าเราทําเพื่อคุณด้วย


โดย: redred IP: 93.104.187.84 วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:5:21:16 น.  

 
ผมไม่ได้ดูถูก ผมก็เป็นเสื้อแดงมาก่อนนะครับ ผมวิเคราะห์อย่างเป็นกลางเฉยๆ


โดย: BarBoy วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:8:08:43 น.  

 
เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ครับ


โดย: Khunpoddy วันที่: 3 เมษายน 2553 เวลา:11:39:33 น.  

 
พลังของประชาชนเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความตั้งใจของคนเสื้อแดงที่ต้องการจะแสดงพลังและความตั้งใจนั้น น่าคาราวะ

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนพวกไหน อุดมการณ์แบบไหน หากตั้งใจและต้องการจะประกาศถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มให้คนทั้งโลกได้รับรู้และเข้าใจถึงเจตนาของท่าน นั้นคือเรื่องที่ถูกต้องในแนวทางประชาธิปไตย

คุณทำถูกและน่ายกย่องเพราะพวกคุณได้ใช้สิทธิอันชอบธรรมอันมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด เพราะท่านเกิดในประเทศที่มีกฎหมาย รัฐธรรมนูญ

พลังของประชาชนผู้มีอุดมการณ์ทางการ แต่อุดมการณ์ก็ต่างกันไป เห็นต่างกันบ้าง เห็นตรงกันบ้าง ก็แยกย้ายกันไปเพื่อหากลุ่มแนวร่วมแนวทาง ใกล้เคียงกันบ้าง คิดเหมือนกันบ้างและก็มาร่วมตัวกันเพื่อแสดงพลังโดยสันติวิธี จะเปรียบก็อาจจะเหมือน "พลังงานปรมนูเพื่อสันติ" ซึ่งพลังงานนี้นำมาใช้เพื่อประโยชน์ต่างๆในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม และการป้องกันประเทศ(ก็ผลิตอาวุธ)ใช้ทดแทนพลังงาน เช่น ไฟฟ้า น้ำมัน

และสุดท้ายบทสัมภาษณ์ในงานสัมมนา"5ทศวรรษ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ"
ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ภารกิจของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันตินั้น นับวันจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ในการร่วมแก้ปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน เหตุเพราะเป็นองค์กรหลักในการนำเสนอนโยบายและยุทธศาสตร์การใช้พลังงาน นิวเคลียร์ รวมถึงการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ มิให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญยังมีหน้าที่ให้ความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ให้เป็นที่เข้าใจต่อคนในสังคมด้วย

ดิฉันหวังว่าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะสามารถนำไปเป็นแนวทางกำหนดบทบาทและแผนการดำเนินงานขององค์กรที่ควรจะเป็นต่อไปในอนาคตเพื่อก้าวผ่านจุดเปลี่ยนทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ ไปในทางสันติและก่อเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเพื่อในทางสันติ และก่อเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิต สร้างประเทศไทยของเราให้อยู่รอดต่อไป

แต่คุณลองคิดดูสิว่าหากพลังงานเหล่านี้ถูกผู้นำขององค์กรณ์นั้นนำไปใช้ในทางตรงกันข้าม...............

ดิฉันคิดว่า คุณคงจะเข้าใจนะว่า สงครามโลกเกิดจากอะไร มันมีปัจจัยหลากหลายแต่ ปัจจัยที่น่าสนใจก็คงจะรวมถึง

ฮิโรชิม่า -อณุสรณ์สถาณเพื่อสันติภาพ

คงจะจำกันได้นะครับว่า ที่นี่เป็นที่ที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเป็นที่แรกของญี่ปุ่น และที่แรกของโลก ลูกที่สองทิ้งลงที่นางาซากิ และเป็นเหตุแห่งการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง

สภาพของเมืองที่เสียหายเมื่อถูกทิ้งระเบิด ดูสิมีสีอะไร

สีแดงคือรัศมีคลื่นช็อค สีเหลืองคือรังสีความร้อน วงนอกๆ คือแรงสะเทือนและะะกัมมันตรังสี

คิดตามนะ ดิฉันเปรียบเทียบพลังของประชาชนที่มีอุดมกาณ์ดั่งพลังงานปรมาณู เมื่อพลังงานนี้มาเจอกันเพราะถูกผู้นำ เอามาใช้ในทางที่ผิด มันก็ไม่ต่างกับ สงครามที่ร้ายแรงที่สุดคือสงครามปรมาณูการรบกันโดยใช้อาวุธปรมาณูทำลายล้าง

//terasphere.exteen.com/20070803/entry

พลังนี้มันหวานหอมและผู้มีอำนาจก็ชอบจริงๆเลยชอบที่จะนำพลังงานเหล่านี้มาใช้เพื่อหาผลประโยชน์และความยิ่งใหญ่ของตัวเองเสมอ จนถึงกับก่อการร้ายต่างๆเพื่อที่จะนำมันมาเข่นฆ่ากัน...เพื่ออะไรละ
อย่าให้เราต้องเป็นแบบนี้เลยนะ



6 สิงหาคม 1945 เพลิงพาดฟ้าพวยพุ่งเหนือฮิโรชิม่า

9 สิงหาคม 1945 โศกนาฏกรรมราวฟ้ากำหนดที่นางาซากิ

วันที่ 15 สิงหาคม 1945 พระจักรพรรดิฮิโรฮิโต ผู้แป็นเสมือนเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่น ผู้สร้าง(หรือถูกสร้าง)ตนเองให้เป็นศูนย์รวมจิดใจของชาวญี่ปุ่นอันมิอาจล่วง ละเมิด และต้องพร้อมยอมสละชีพของตนเพื่อพระจักรพรรดิตลอดรัชสมัยที่ผ่านมาของ พระองค์ แสดงพระราชดำรัสต่อประชาชนในพระราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกผ่านวิทยุกระจาย เสียง มีความตอนหนึ่งเกี่ยวข้องกับระเบิดปรมาณูว่า

จาก วันนี้เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจำต้องรับความยากลำบากอย่างถึงที่สุด ข้าพเจ้าสลดใจและห่วงใยประชาราษฎร์ของข้าพเจ้า แต่เมื่อโชคชะตาลิขิตมาเช่นนี้ เราจำต้องทนในสิ่งที่มิอาจทนได้ จำต้องยอมรับสิ่งที่มิอาจยอมรับได้ เพื่อสันติภาพสู่อนุชนรุ่นต่อไปนับอีกพันชั่วคน

นี้คือสิ่งที่เกิดหลังจาก สงครามสิ้นสุดลง ความตายและโรคภัยจากกัมมันตภาพรังสี

สิ่งที่คิดในใจอยากจะบอกว่า ฉัน ไม่อยาก เป็น ซาดาโกะกับกระเรียนพันตัว


โดย: พัดลมตั้งโต๊ะ วันที่: 4 เมษายน 2553 เวลา:1:16:30 น.  

 
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนพวกไหน อุดมการณ์แบบไหน หากตั้งใจและต้องการจะประกาศถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มให้คนทั้งโลกได้รับรู้และเข้าใจถึงเจตนาของท่าน นั้นคือเรื่องที่ถูกต้องในแนวทางประชาธิปไตย คนอื่ต้องไม่เดือดร้อน ทำคนอื่นเดือดร้อนถ้าเป็นครอบครัวคุณจะว่าอย่างไร ให้ใช้ความคิดใช้สมองบ้าง อย่าเป็นควายโดนจูงจมูก แกนนำทั้งเหลือง แดง มันเคยติดคุกบ้างไหม ถึงเวลาก็อ้างคุมมวลชนไม่ได้ ทั้งที่พูดยุ


โดย: chaw IP: 127.0.0.1, 117.47.189.106 วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:20:36:13 น.  

 
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนพวกไหน อุดมการณ์แบบไหน หากตั้งใจและต้องการจะประกาศถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มให้คนทั้งโลกได้รับรู้และ เข้าใจถึงเจตนาของท่าน นั้นคือเรื่องที่ถูกต้องในแนวทางประชาธิปไตย

คนอื่นต้องไม่เดือดร้อน ทำคนอื่นเดือดร้อนถ้าเป็นครอบครัวคุณจะว่าอย่างไร ให้ใช้ความคิดใช้สมองบ้าง อย่าเป็นควายโดนจูงจมูก ก็เพราะคนไม่ได้คิดและเข้าใจในสิทธิของตัวเองแบบผิด คนต้องเดือดร้อน ล้มเจ็บ

คิดตามนะ ดิฉันเปรียบเทียบพลังของประชาชนที่มีอุดมกาณ์ดั่งพลังงานปรมาณู เมื่อพลังงานนี้มาเจอกันเพราะถูกผู้นำ เอามาใช้ในทางที่ผิด มันก็ไม่ต่างกับ สงครามที่ร้ายแรงที่สุดคือสงครามปรมาณูการรบกันโดยใช้อาวุธปรมาณูทำลายล้าง

สิ่งที่คุณกำลังพูดก็ถูกมากๆแต่คุณต้องคิดต่อไปอีกว่า..ตอนนี้สมองไม่จำเป็นต้องใช้หรอก แค่คุณปลูกฝังความเชื่อให้มวลชนก็พอ ...หากเขาเชื่อ คุณก็คงรู้ว่า ทำไมแกนนำไม่เคยติดคุก

หากเรียกร้องหาคำว่าสมองละก็...พยายาม



โดย: พัดลมตั้งโต๊ะ วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:5:15:16 น.  

 
การร่วมชุมนุมเพื่อรับฟังข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อบ้านเมืองเป็นสิ่งดี แต่การร่วมชุมนุมเพื่อให้ร้ายสร้างความเกลียดชัง ก้าวร้าว รุนแรง ดุดัน เมามันอย่างขาดสติ เป็นการสร้างความแตกแยกในสังคม


โดย: คนนายก IP: 118.173.220.10 วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:16:44:32 น.  

 
อย่าตัดสินความดีเลวด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือข้อมูลเพียงด้านเดียว แต่ควรพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ


โดย: มึน IP: 202.29.98.3 วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:14:41:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Superordinate
Location :
Agades Niger

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สงครามระหว่างชนชั้น หรือการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ
Friends' blogs
[Add Superordinate's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.