Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
เจ้าจอมคนรองสุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ

 เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ (6 มีนาคม พ.ศ. 2433 - 3 มิถุนายน พ.ศ. 2526) เป็นเจ้าจอมคนรองสุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (เจ้าจอมคนสุดท้ายคือ เจ้าจอมแส บุนนาค) นอกจากนั้นท่านยังเป็นคนสุดท้ายที่ได้ร้องเพลง นางร้องไห้ และเจ้าจอมคนสุดท้ายของราชวงศ์จักรีที่ยังดำรงชีพและเสียชีวิตในยุคปัจจุบันนี้


วัยเยาว์

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2433 เป็นธิดาในหม่อมเจ้าเพิ่ม ลดาวัลย์ ซึ่งเป็นพระโอรสใน กรมหมื่นภูมินทรภักดี พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กับหม่อมช้อย ลดาวัลย์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม นครานนท์)

เมื่อท่านมีอายุได้ 11 ปี หม่อมยายได้พาท่านไปถวายตัวเป็นข้าหลวงในตำหนัก พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งพระองค์ได้ทรงอบรมเลี้ยงดูหม่อมราชวงศ์สดับในฐานะพระญาติ และยังโปรดให้เรียนหนังสือทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ รวมทั้งหัดงานฝีมือ ตลอดจนการอาหารคาวหวานจนเชี่ยวชาญ นอกจากความอัฉริยภาพและความงามแล้ว ความมีเสียงอันไพเราะของท่าน ยังเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นด้วย ดังใน บทพระราชนิพนธ์เงาะป่า ว่า

  "แม่เสียงเพราะเอย น้ำเสียงเจ้าเสนาะ เหมือนดังใจพี่จะขาด เจ้าร้องลำนำ ยิ่งซ้ำพิสวาท พี่ไม่วายหมายมาด รักเจ้าเสียงเพราะเอย"

ถวายตัว

เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2449 หม่อมราชวงศ์สดับได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันนี้ท่านได้รับพระราชทาน "กำไลมาศ" จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นกำไลทองคำแท้จากบางสะพาน หนักสี่บาท ทำเป็นรูปตาปูโบราณสองดอกไขว้กัน ปลายตาปูเป็นดอกเดียวกัน มีตัวอักษรซึ่งเป็นบทกลอนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสลักไว้บริเวณด้านบนของกำไลว่า

กำไลมาศชาตินพคุณแท้     ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นยั่งยืนสี
เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที     จะร้ายดีขอให้เห็นเช่นเสี่ยงทาย
ตาปูทองสองดอกตอกสลัก     ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย
แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย     เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย


คราวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่นี้ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับได้บันทึกไว้ว่า  "ในวันเฉลิมพระที่นั่งนี้ทรงพระมหากรุณาสวมกำไลทองรูปตาปูพระราชทานข้าพเจ้า ทรงสวมโดยไม่มีเครื่องมือ บีบด้วยพระหัตถ์ รุ่งขึ้นจึงต้องรับสั่งให้กรมหลวงสรรพศาสตร์พาช่างทองแกรเลิตฝรั่งชาติเยอรมันนำเครื่องมือมาบีบให้เรียบร้อย"

วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ท่านมีความสุขมากที่สุด และทั้งตลอดชีวิตของท่าน เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมิได้ถอดออกจากข้อมือเลย จวบจนชีวิตท่านหาไม่แล้ว หม่อมหลวงพูนแสง สูตะบุตร ผู้เป็นหลานสาวจึงเป็นผู้ที่ถอดออกให้ และได้ถวาย "กำไลมาศ" แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในงานพระราชทานเพลิงศพของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับนั้นเอง


เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์

ร. 5 เสด็จประพาสยุโรป

วันที่หม่อมราชวงศ์ได้เล่าว่าเป็นวันที่ทุกข์ที่สุดก็คือ วันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป เมื่อปี พ.ศ. 2450 เนื่องจากก่อนรัชกาลที่ 5 จะเสด็จพระราชดำเนินนั้น มีพระราชดำริที่จะให้เจ้าจอมสดับตามเสด็จไปยุโรปด้วย ในฐานะข้าหลวง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตตินารี ถึงกับสอนภาษาอังกฤษพระราชทานเองก่อนเสวยพระกระยาหารทุกคืน แต่มีเหตุขัดข้อง จึงมิอาจเป็นไปตามพระราชดำรินั้นได้

แม้กระนั้น พระองค์ก็ได้มีพระราชหัตเลขามาถึงทุกสัปดาห์ เมื่อได้รับลายพระราชหัตถเลขาแล้ว ท่านก็แสดงอาการดีใจออกมาทุกครั้ง แต่อาการนั้นทำให้เกิดความรู้สึกริษยาจากคนรอบข้างโดยที่ท่านไม่รู้ตัว ทำให้พระวิมาดาเธอฯ ในฐานะผู้ปกครองจึงทรงต้องเข้มงวดกวดขันกิริยาอาการ ตลอดไปถึงข้อความในจดหมาย ด้วยเกรงว่าจะเขียนกราบทูลในเรื่องไม่สมควรไป

ครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับถึงพระนคร ก็ทรงซื้อเครื่องเพชรมาพระราชทาน โปรดให้แต่งเครื่องเพชรแล้วให้ช่างถ่ายรูปชาวต่างชาติมาถ่ายรูป โดยทรงพระกรุณาจัดท่าพระราชทาน และโปรดพระราชทานตู้ที่ระลึก ยังทรงจัดของตั้งแต่งในตู้นั้นอีกด้วย อีกทั้งยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาท่านขึ้นเป็นพระสนมเอก อันเป็นตำแหน่งที่แม้เจ้าจอมมารดาบางท่านรับราชการมาช้านานยังไม่ได้รับพระราชทาน แต่ท่านซึ่งเป็นเพียงเด็กสาวรุ่น และเพิ่งเข้ามารับราชการไม่นานนักกลับได้รับพระเมตตาไว้ในตำแหน่งที่สูงถึงเพียงนี้ ยิ่งก่อให้เกิดความริษยาจากคนรอบข้าง ด้วยวัยเพียง 17 ปี ท่านจึงได้เล่าถึงความรู้สึกครั้งนั้นว่า

  "...เหลียวไปพบแต่ศตรู คุณจอมนั้นส่อเสียดว่าอย่างนั้น คุณจอมนี้ว่าอย่างนี้ ตรองดูทีหรือข้าพเจ้าจะย่อยยับแค่ไหน"

ด้วยความอายุยังน้อย ขาดความยั้งคิด ท่านจึงตัดสินใจทำลายชีวิตตนเองด้วยการดื่ม น้ำยาล้างรูป

ปลายรัชกาล

ครั้นเมื่อท่านมีอายุได้ 20 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ท่านมีความทุกข์ และเศร้าโศกอย่างยิ่ง ท่านได้กล่าวไว้ว่า

"..ใจคิดจะเสียสละได้ทุกอย่าง จะอวัยวะหรือเลือดเนื้อ หรือชีวิตถ้าเสด็จกลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นใจที่คิดแน่วแน่ว่าตายแทนได้ไม่ใช่แค่พูดเพราะๆ ...คุณจอมเชื้อเอาผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งมาให้ข้าพเจ้า บอกว่าท่านได้ประทานไว้ซับพระบาท ข้าพเจ้าจึงเอาผ้าที่ซับพระบาทนั้นแล้วพันมวยผมไว้ แล้วก็นั่งร้องไห้กันต่อไปอีก..."

ครั้งสุดท้ายที่เจ้าจอมสดับได้มีโอกาสสนองพระเดชพระคุณคือ การเป็นต้นเสียงนางร้องไห้หน้าพระบรมศพ

บทเพลง นางร้องไห้ มีอยู่ทั้งหมด 5 บท ดัง



                                        1 พระร่มโพธิ์ทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        2 พระเสด็จไปสู่สวรรค์ชั้นใด ละข้าพระบาทยุคลไว้ พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        3 พระยอดฟ้า พระสุเมรุทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        4 พระเสด็จผ่านพิภพแห่งใด ข้าพระบาทจะตามเสด็จไป พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        5 พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย
                                        พระทูลกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

ในปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตนั้น เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมีอายุเพียง 20 ปี ทำให้ท่านเป็นที่จับตามองจากคนรอบข้างว่าจะสามารถครองตัวครองใจเป็นหม้ายได้ต่อไปตลอดหรือไม่

หลังจากนั้นอีกไม่นาน ท่านได้ถวายคืนเครื่องเพชรทั้งหลายที่ได้รับพระราชทานมาแด่สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯจนหมดสิ้น สมเด็จฯก็ได้ทรงรับไว้แล้วโปรดเกล้าฯให้นำไปขายที่ยุโรป แล้วนำเงินมาสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทั้งสิ้น นอกจากนั้นท่านยังหันไปยึดมั่นในพระพุทธศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย

จนเมื่อท่านเจ้าจอมนั้นมีวัยชราแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ให้ท่านกลับเข้ามาอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเวลานี้นี่เอง ที่ท่านได้มีโอกาสทำคุณประโยชน์อีกครั้ง โดยการถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้แก่ชนรุ่นหลัง เช่น

   วิธีถักตาชุนหรือ ถักสไบ ที่เรียกกันว่า กรองทอง
    วิธีทำน้ำอบ น้ำปรุง
    ยาดมส้มโอมือ ฯลฯ


ตลอดจนถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆในพระราชสำนักเมื่อครั้งกระนั้น ให้ชนรุ่นหลังได้ฟังและจดบันทึกไว้ นับเป็นประโยชน์มาก เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2526 สิริรวมอายุได้ 93 ปี


เจ้าจอม ม.ร.ว.สดับ ในวัยชรา

ห้องพระเครื่องต้นแห่งราชสำนัก


เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ รับสนองพระมหากรุณาธิคุณในกิจการห้องพระเครื่องต้นแห่งราชสำนัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทำให้เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับมีความชำนาญในการปรุงอาหารคาวหวาน และยังเป็นผู้ที่มีรสนิยมในการรับประทานอาหารเป็นอย่างยิ่ง มีความสุขที่จะเป็นผู้ทำอาหารให้ผู้อื่นรับประทานมาตั้งแต่ยังสาว จนกระทั่งแม้อายุ 92 ปี ก็ยังไม่งดที่จะลงมือตำน้ำพริกเองยามมีหลานหรือแขกไปรับประทานอาหารด้วย วันหนึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ทรงกรุณาเสด็จเยี่ยมที่ในพระบรมมหาราชวังชั้นใน ประจวบเป็นเวลาที่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับกำลังจะรับประทานอาหารกลางวันจึง กราบเรียนเชิญเสด็จ พร้อมทั้งกราบทูลว่า “ แหม นี่ถ้าประทานรับสั่งมาก่อนล่วงหน้าสัก 10 นาทีว่าจะเสด็จมา จะตำน้ำพริกตั้งเครื่องทันที ” เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับนอกจากจะเป็นผู้ที่มีรสมือหาตัวจับยากแล้ว ยังเป็นผู้ไม่ปิดบังตำรา ตรงกันข้ามกลับมีความยินดีที่จะถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้น และทุกครั้งที่ได้ถ่ายทอดแก่ผู้ใดแล้วก็ตามก็จะต้องพูดติดปากเสมอว่า “ เป็นตำราพระวิมาดา ” แสดงถึงความยกย่องในพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดาในฐานะที่ทรงเป็นต้นตำรับ และแสดงถึงความเป็นผู้ไม่แอบอ้างว่าอาหารอร่อยเพราะเพียงฝีมือผู้ปรุงเท่า นั้น ตำรับเป็นส่วนสำคัญด้วย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ(ฝ่ายใน) (ท.จ.ว.)
 เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 3 (จ.ป.ร.3)

เจ้าจอมคนรองสุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Smiley
Blog Diarist ไดอารี่ ประสบการณ์ชีวิต


Create Date : 17 มกราคม 2558
Last Update : 17 มกราคม 2558 10:15:38 น. 21 comments
Counter : 1332 Pageviews.

 
Opey Diarist ดู Blog
อยากรู้ว่าคนสุดท้ายคือท่านใด?????


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 17 มกราคม 2558 เวลา:11:40:44 น.  

 
สวัสดีค่ะ

แวะมาทักทายค่ะ

เข้ามาเจอประวัติศาตร์เลยค่ะ



โดย: tanjira วันที่: 17 มกราคม 2558 เวลา:13:49:16 น.  

 
เข้าใจมาตลอดว่าท่านเป็นเป็นเจ้าจอมคนสุดท้ายในรัชกาลค่ะ อยากรู้เหมือนท่านขุนเลยว่าแล้วใครเป็นคนสุดท้าย


โดย: เนินน้ำ วันที่: 17 มกราคม 2558 เวลา:14:35:54 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

เพิ่งจะได้รู้จักเจ้าจอมองค์นี้จากบล็อกนี้เองครับ

แล้วก็ได้ความรู้ใหม่เรื่องกำไลมาศด้วยครับ

ว่าแล้วก็โหวตให้ครับ

+++++

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Opey Topical Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

+++++

อิอิ



โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:1:07:45 น.  

 
ประวัติท่านน่าสนใจมากเลยค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Home & Garden Blog ดู Blog
Opey Diarist ดู Blog


โดย: ALDI วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:4:19:43 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ

วาววว ดีใจจังค่ะที่ยังจำพี่ได้
ขอบคุณนะคะ ^^

หลังๆห่างๆหายๆไปค่ะ สำหรับพี่นะคะ
นานๆจะเข้ามา แต่ก็ไม่ได้ทิ้งไปไหนหรอกนะคะ
คิดถึงกันเสมอค่ะ


โดย: tanjira วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:13:08:59 น.  

 

สวัสดียามบ่ายค่ะ ^__^

ขอบคุณที่แวะไปทักทายและให้กำลังใจเสมอเลยนะคะ
have a nice day ค่ะ


โดย: ระตา วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:13:19:19 น.  

 



มาอ่านประวัติศาสตร์เจ้าจอมและขอบคุณที่แวะไปทักทายกันค่ะ


โดย: พรไม้หอม วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:17:13:52 น.  

 
Opey Diarist

หญิงไทยสมัยก่อนจะงามอย่างนี้นะคะ หรือเท่าที่เห็นมา
แต่งามค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:19:38:50 น.  

 
สวัสดีค่า มาอ่านเรื่องเจ้าจอมสดับค่ะ
จำได้ว่าท่านเป็นเจ้าของกำไลมาศ ที่ ร.5 ทรงประทานให้ด้วยความรัก
เข้าใจมาตลอดอีกเหมือนกันว่าเป็นคนสุดท้ายค่ะ
ยังมีอีกเนาะ

ชอบบทกวีที่ท่านแต่งให้เจ้าจอมมากเลยค่ะ
กำไลมาศมีสลักหลังด้วย สวยจริง

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่า


โดย: lovereason วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:22:08:10 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
เตยจ๋า Dharma Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Sports Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Home & Garden Blog ดู Blog
Opey Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ได้ความรู้เยอะเลยค่า


โดย: Close To Heaven วันที่: 18 มกราคม 2558 เวลา:23:53:47 น.  

 
สวัสดียามบ่ายๆค่ะ

ขอบคุณที่ชมหลานสาวน่ารักนะคะ
แม่ยิ้มรับอยู่ค่ะ

พี่โหวตให้นะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Opey Diarist ดู Blog


โดย: tanjira วันที่: 19 มกราคม 2558 เวลา:16:04:48 น.  

 

ว๊าววววว สุดยอด แหล่มเลย
ขอแสดงความยินดีกับสายสะพายด้วยคนค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:13:29:09 น.  

 
ยินดีกับสายสะพายด้วยนะครับพี่โอพี



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:13:57:11 น.  

 
สวัสดีค่ะ มาแสดงความยินดีกับสายสะพายด้วยนะคะ


โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:15:46:25 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณโอพี
พี่มายินดีกับรางวัลที่ได้ด้วยนะคะ
แหะๆ ชักเริ่มงง ว่าจะเรียกอะไร รางวัลหรือสายสะพาย
แต่ก็เหมือนกันนะคะ เนาะๆ

คืนนี้ฝันดีนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:20:38:36 น.  

 
ขอบคุณครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:20:39:52 น.  

 

แวะมาทักทายค่า ขอบคุณที่โหวตให้นะคะ ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับระบบโหวต เพราะเขียนนิยายแล้วอัพเฉยๆ ไม่เคยโฉบหาใคร ช่างไร้มนุษยสัมพันธ์จริงๆ แฮ่ วันนี้ตามมาโหวตขอบคุณค่ะ เป็นบล็อกแรกที่โหวตให้เลยนะเนี่ย ฮา





โดย: ระตา วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:21:47:03 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
moresaw Funniest Blog ดู Blog
Opey Diarist ดู Blog


โดย: Sweet_pills วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:23:55:50 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ขอรับ ขอแสดงความยินดีต่อสายสะพายด้วยขอรับ


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 22 มกราคม 2558 เวลา:5:45:51 น.  

 

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ


ขอแสดงความยินดีกับสายสะพายใหม่ของโอพีจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 22 มกราคม 2558 เวลา:8:11:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
เมษาโชดดี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]







  นำตัวคะ เพิ่งเปลียนล็อกอินมาใหม่เนื่องจากว่า

อยากใช้ชื่อไทยๆมั่งคะ เมื่อก่อนเพื่อนๆในบล็อกจะเรียก

ว่า"โอพีย์"... ชื่อนี้ใช้มาเกือบ11ปีคะ รู้สึกอยากใช้ชื่อ

ที่นำโชค เลยเปลียนเป็น"เมษาโชคดี"คะ

แต่คงเป็นเพราะมือไหวไปหน่อย"โชด"สะกดผิดตัว

เอาไว้ปีหน้าเมื่อตามกำหนดจะมาเปลียนใหม่ให้"โชค"ที่สะกดด้วย"ค คน"ที่ถูกต้อง

(หมายเหตุ วันที่ 15 กันยายน 2560)

________________

เฟสบุ๊คเปิดสำหรับเพื่อนๆในบล็อดแก๊ง

ใช้ชื่อ" ซีเมษา โชคดี "เปิดแล้วนะคะ

  เฟสบุ๊ค" ซีเมษา โชคดี "






BlogGang Popular Award #10

BlogGang Popular Award #11
Free counters!

Friends' blogs
[Add เมษาโชดดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.