ตุลาคม 2550

 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
# เขียนเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่อง -- เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น #
ไม่มีอะไรมาก หน้านี้จะเก็บไว้เขียนเรื่องราวเล็กน้อยๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น
แบบเก็บเล็กผสมน้อย ตั้งข้อสังเกตไปเรื่อย บางทีเจอเองบ้าง อ่านเจอบ้าง
เก็บไว้อ่านเพลินๆ ค้า

เริ่มจาก-->


MOS Burger ย่อมาจากอะไรเอ่ย???



ชอบกินมากมายแต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า mos burger ย่อมาจากอะไร ปรากฏว่าไปอ่านเจอบทความอันหนึ่งบอกว่า MOS ย่อมาจากคำว่า "Mountain, Ocean, Sun" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทที่แสดงให้เห็นถึง "ความรักที่ไม่สิ้นสุดต่อมนุษยชาติและธรรมชาติ (infinite love" of both humankind and nature) ลึกซึ้งมั่กๆ

Mos Burger เป็น Fast food francise ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น จะแพ้ก็พี่ McDonald ของพี่มะกันเท่านั้น แต่ถ้าถามหาความอร่อย ความเห็นส่วนตัวเห็นว่าอร่อยกว่า McDonald พอควร นอกจากอร่อยแล้วยังรู้สึกว่าจะดีกว่าสุขภาพมากกว่า

จำนวนสาขา
MOS Burger Japan 1,425
Taiwan 126
Singapore 22
Hong Kong 4
Thailand 1

ณ เดือนมีนาคมปีนี้มียอดพนักงานเพียง 351 คนเท่านั้น แสดงว่าพนักงานที่ร้านเกือบทั้งหมดน่าจะเป็น Arubaito หรือพนักงานชั่วคราวเท่านั้น อืมม์น่าคิดจริงๆ สำหรับแนวทางการจ้างงานของญี่ปุ่น

----------------------------------
Q ทำไมเวลาไปร้านอาหารเวลาเขียนชื่อใน waiting list ถึงใช้ katagana เขียน
A จริงๆ เรื่องนี้อยากถามฝามีด้วยค่ะเพราะเคยทำงานในบริษัทขายอาหาร แต่เมื่อคืนเฮียไม่สบายเลยขี้เกียจถาม เท่าที่รู้ที่เคยอ่านเจอ เข้าใจว่าการเขียนแบบ katagana ทำให้ข้อมูลส่วนตัวถูกเปิดเผยน้อยลง แต่เหตุผลหลักน่าจะเป็นเพราะทำให้อ่านง่ายมากกว่า เพราะถ้าเขียนคันจิ ตัวหนังสือคันจิสามารถออกเสียงได้หลายอย่าง ทำให้ตอนขานชื่อลูกค้าอาจจะเรียกถูกๆ ผิดๆ ได้

แล้วทำไมไม่เขียน Hiragana หล่ะ เรื่องนี้ก็มีคนอธิบายไว้ว่า ลายเส้นของฮิรากานะอ่านยากกว่าเมื่อเทียบกับKatagana ที่เส้นจะะตรงกว่าและมีลักษณะตายตัวมากกว่า ทำให้การเขียนค่อนข้างอ่านออกได้ง่ายกว่า ขณะที่ Hiragana จะมีเส้นที่โค้งและกลมๆ ทำให้ลักษณะลายมือของแต่ละคนสามารถประดิดประดอยตัวอักษรและสร้างความแตกต่างกันได้มากกว่า


-----------------------------------


A: คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เลือดกรุ๊ปอะไร

B: ความอยากรู้เรื่องนี้เกิดจากน้องสาวฝาละมีมาถามว่าเชื่อเรื่องดวงตามกุร๊ปเลือดไหม เราบอกไม่เชื่อหรอก เพราะคนมีตั้งเยอะ กรุ๊ปเลือดมีไม่กี่อันเอง แถมเลือดกุรุ๊ปโอก็เยอะที่สุดในโลก น้องสาวบอกไม่ใช่น่าจะเลือดกรุ๊ป A เยอะที่สุดในโลก เลยเกิดความสงสัยค้างคาว่า จริงๆ แล้วมันเป็นยังไงกันแน่

เลยไปค้นหาข้อมูลดูพบว่าตัวเองเข้าใจผิดนึงนึง เพราะตอนแรกก็เหมาคิดไปเองว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่น่าจะเลือดกรุ๊ปโอ แต่พอไปค้นข้อมูลจริงๆ กลายเป็นว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีเลือกกรุ๊ป A (38%) รองลงมาคือกรุ๊ป O (30%) และ B (22%) ตามลำดับ ส่วนคนไทยจะคล้ายคนส่วนใหญ่ของโลกคือ กรุ๊ป O (37%) เยอะสุด รองลงมาคือกรุ๊ป B (33%) และกรุ๊ป A (22%)

แต่ถ้ารวมทั้งโลกแล้ว เลือดกรุ๊ปโอจะเยอะที่สุดในโลกค้า

ข้อมูลจาก: //www.bloodbook.com/world-abo.html


-----------------------------------


Q ขนาดเศรษฐกิจหากวัดด้วย GDP ของประเทศญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับที่เท่าไหร่ในโลก

A คำตอบคืออันดับสองรองจากสหรัฐฯตอนแรกตัวเองเดาว่าน่าจะอันดับสองแต่ไม่น่าจะทิ้งห่างสหรัฐฯ มากขนาดนี้ แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯนี้มันมหึมาจริงๆ แต่กระนั้นก็เถอะ ชนชาติแดนอาทิตย์อุทัยนี้ก็สามารถก่อร่างสร้างตัวเองให้ประสบความสำเร็จภายหลังจากความบอบช้ำอย่างแสนสาหัสจากสงครามโลกทั้งสองครั้งได้อย่างรวดเร็ว อัตราการเติบโตในช่วงทศวรรษที่ 1960 เติบโตสูงถึงปีละ 10% และประมาณ 5% ในทศวรรษ 1970 และเติบโตอย่างต่อเนื่องถึงแม้จะน้อยลงจนถึงช่วง 1980 ก่อนที่ปลายทศวรรษ 1980 จะมาเจอเศรษฐกิจฟองสบู่เข้าไป (โตเร็วเกินกว่าความเป็นจริงทำให้เกิดการเก็งกำไรขึ้นมาก โดยเฉพาะราคาที่ดินและราคาหุ้น) ทำให้เกิดภาะวะเศรษฐกิจถดถอยหรือชะลอตัวลงในช่วงปี 1990

แต่ตั้งแต่ปี 2005 มานี้ในสมัยท่านโคอิสุมิเป็นนายกฯ ตัวเลขการเติบโตเริ่มผงกหัวขึ้นมาให้ชาวญี่ปุ่นยินดีปรีดากันอีกครั้ง ดูไปแล้วก็รู้สึกว่าแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นน่าจะกลับมาดีอีกครั้งหนึ่ง แต่รอบนี้คงโตขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น ประกอบกับคนวัยทำงานที่จะสร้างชาติก็มีน้อยลงกว่าสมัยช่วง BABYBOOM คงโตแบบไม่หวือหวาเหมือนแต่ก่อน

ตอนนี้รู้แล้วว่าอันดับหนึ่งและสองคือประเทศอะไร แล้วรู้หรือไม่ว่าอันดับสามในโลกคือประเทศอะไร เดากันได้หรือเปล่าเอ่ย ^_^

คำตอบคือ "เยอรมัน" ค้า เป็นประเทศที่แพ้สงครามเช่นกัน ทำให้รู้สึกว่าประเทศเยอรมันและญี่ปุ่นมีอะไรที่คล้ายคลึงกันเยอะเหมือนกัน ทั้งทัศนคติต่อความรักชาติและก็การสร้างระบบเศรษฐกิจ เพราะต่างคนต่างก็แข็งแกร่งในกิจการยานยนต์ทั้งคู่ และคงมีเรื่องอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันอีก แต่ยังไมได้ไปอ่านเพิ่มเติม

หมายเหตุ: GDP คือมูลค่าของสินค้าและบริการที่แต่ละประเทศผลิตได้ในแต่ละปี

อันนี้เลือกใช้ข้อมูลจาก Worldbank ค่ะ
หน่วยเป็นล้าน US$ dollar
1. United States 13,201,819
2. Japan 4,340,133
3. Germany 2,906,681


------------------------------


Q ทำไมดูหนังญี่ปุ่นโบราณแล้วซามูไรถึงต้องโกนผมตรงกลาง

A คำถามนี้มีเพื่อนสนิทถามมาก่อนที่จะกลับมาอยู่ญี่ปุ่นในช่วงเดือนมิถุนายน ถามแบบหน้าตาอยากรู้จริงๆ ว่าทำไมดูหนังซามูไรแล้วเขาต้องโกนหัวตรงกลาง เวลาเดินเขาไม่ร้อนหัวแย่เหรอ!! อืมม์ เริ่มสงสัยตามทันที

ถามฝามีแล้ว เขาก็ตอบไม่ได้ แต่เพิ่งจะได้รู้คำตอบเมื่อวันก่อนนี้เอง หลังจากไปอ่านเจอโดยบังเอิญใน wikipedia โดยบอกไว้ว่า เป็นเพราะซามูไรจะต้องใส่หมวกออกศึก ซึ่งการทำให้ใส่หมวกได้สะดวกก็โกนผมกลางออกเสีย เพื่อให้แห้งและสะอาด ส่วนที่เหลือก็ใส่น้ำมันแล้วรวบไปไว้ด้านหลัง ผมทรงนี้เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า The chonmage ภาษาอังกฤษเรียก Top Knots ค่ะ

พอมีคำถามนี้เสร็จเคยสงสัยกันไหมว่า แล้วทำไมคนจีนราวๆ สมัยซูสีไทเฮาช่วงนั้นถึงโกนผมบนศรีษะให้เหลือครึ่งเดียว ยังไม่ได้ลองค้นหาอ่านอย่างจริงจัง แต่เคยทราบคำตอบมาว่า เป็นเพราะสมัยนั้นเป็นสมัยราชวงค์ชิงซึ่งเป็นคนแมนจูต้องการแยกความแตกต่างออกจากชาวฮั่นนั่นเอง


-----------------------------------------

อ้อ ทราบไหมค่ะ ว่าทำไมบริษัทยางรถยนต์ชื่อ Bridgestone อันนี้ฝามีเล่าให้ฟังค่ะ บอกว่าเจ้าของชื่อ ishibashi ซึ่งแปลว่า หินและสะพาน ก็ลยกลายเป็น สะพานหิน นี่แหล่ะค่ะ ง่ายๆ สั้นๆ แต่ชื่อดูมั่นคงดีจัง จนทำให้กลายเป็นบริษัทผลิตยางที่ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ รองลงมาคือ michelin ของฝรั่งเศส และ goodyear แห่งเมืองลุงแซมมาเป็นอันดับสาม

เหมือนน้ำอัดลมยี่ห้อ SEVEN UP เป็นเพราะขณะคิดชื่อว่าจะตั้งชื่ออะไรดี ปรากฏมีอะไรไม่รู้ ทำให้คนนั่งประชุมทั้งเจ็ดคนยืนขึ้นโดยพร้อมกันเลยเรียกตั้งชื่อน้ำอัดลมนี้ว่า SEVEN UP ค่ะ อันนี้ไม่รู้รู้มาจากไหน แต่นานมาแล้วค่ะ ไม่รู้ยังจำถูกอยู่หรือเปล่าด้วย

ถูกผิดอย่างไรแก้ให้ด้วยนะค้า


----------------------------------------
Q บุคคลที่ปรากฏอยู่บนธนบัตรรุ่นปัจจุบันของญี่ปุ่นเขาเป็นใครกัน

A ญี่ปุ่นจะมีการจัดทำที่ต่างจากบ้านเราที่ใช้รูปในหลวงพิมพ์ลงบนธนบัตร หรือถ้า
เป็นประเทศอื่นส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักการเมือง ประธานาธิบดี ฯลฯ แต่ที่ญี่ปุ่นไม่
ใช้รูปของมหาจักรพรรดิ์หรือนักการเมือง แต่จะใช้บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์


ถ้าเป็นธนบัตรฉบับละ 1000 Yen จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเซรุ่มแก้พิษงู
และค้นพบแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของซิฟิสิส นักวิทยาศาสตร์ท่านนั้นมีชื่อว่า
Hideo Noguchi ส่วนด้านหลังของธนบัตรจะเป็นรูปภูเขาไฟฟูจิ

ถ้าเป็นฉบับละ 5000 yen จะเป็นรูปนักเขียนผู้หญิงที่มีชื่อเสียงมาก (เมื่อนาน
มาแล้ว) ชื่อว่า Ichiyo Higuchi ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนอาชีพคนแรกของญี่ปุ่น
ด้านหลังของธนบัตรจะเป็นรูปดอกไม้ Iris

ถ้าเป็นฉบับละ 10,000 yen จะเป็นรูป Professor Yukichi Fukuzawa ผู้ก่อ
ตั้งมหาวิทยาลัย KEIO University และเป็นนักคิดคนสำคัญของญี่ปุ่น
ส่วนด้านหลังของธนบัตรจะเป็นรูปปั้นนก Phoenix จากวัด Byodoin temple

--------------------------------------
นอกเหนือจากนี้ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอื่นๆ แบบสั้นๆ สรุปเลยนะค่ะ ส่วนใหญ่จะได้จากการดูทีวีค่ะ (ชอบรายการทีวีญี่ปุ่นก็ตรงนี้ค่ะ มีเรื่องน่ารู้ให้ดูเยอะแยะไปหมด อิจฉาชาวญี่ปุ่นจริงๆ ในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรเนี่ย ทำได้ดีจริงๆ)

Q ระหว่าง ฮอกไกโด กับ หนี่กะตะ จังหวัดไหนปลูกข้าวได้มากกว่ากัน

A เฉลย หนี่กะตะ และถือเป็นจังหวัดที่ปลูกข้าวที่มากที่สุดในประเทศด้วย
ข้อนี้คุณชายที่บ้านตอบผิด เป็นคนหนี่กะตะแท้ๆ แต่ตอบฮอกไกโดเฉยเลย

Q ผู้ใช้บริการรถไฟระหว่างสถานีโตเกียวกับสถานีโยโกฮาม่า สถานีไหนมีคนใช้เยอะกว่ากัน

A เฉลย โยโกฮาม่า คำถามนี้ตอนดู ทำให้ทีมที่ชนะเลิศอดไปเที่ยวฮาวายเลย เพราะตอบผิด

-------------------
Qคนโอซาก้ากับคนโตเกียว ใครเดินเร็วกว่ากัน

A ตอบคนโอซาก้า อันนี้ใครทำการวัดมิอาจรู้ได้ แต่เห็นเป็นเกร็ดขำๆ ดีค่ะ อัตราการเดินคือ 1.6 เมตรต่อวินาที (ละเอียดซะ) เป็นเมืองที่คนโดยเฉลี่ยเดินเร็วที่สุดในญี่ปุ่นส่วนคนโตเกียวแพ้ไปนิดหน่อยอัตราการเดินอยู่ที่ 1.56 เมตรต่อวินาที ส่วนเมืองที่คนเดินช้าที่สุดอยู่ที่ Kagoshima เฉลี่ยแล้วอัตราการเดินคือ 1.33 เมตรต่อวินาที (ที่มาจากนิตยสาร Japanzine ปี 2004 ฉบับเดือนมกราคม)


--------------------------------------

Qทำไมบริษัทถึงชื่อ SHARP?

A เกิดจากชื่อของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของบริษัท นั่นก็คือ SHARP PENCIL ในปี 2458 ค่ะ ต่อมาเลยกลายเป็นชื่อของบริษัทไปค่ะ บริษัทเกิดมานานจริงๆ


------------------------------------------

Q. ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงมากประเทศหนึ่ง
ในโลก ทราบไหมว่าตอนนี้ติดอันดับที่เท่าไหร่ในโลกค่ะ

A. อันดับที่แปดค่ะ อันดับก่อนหน้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประเทศยุโรป
ตะวันออกโดยเฉพาะประเทศเล็กๆ และประเทศรัสเซีย ที่เกิดจากการแตก
ตัวจากสหภาพโซเวียตมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงมากๆ นอกเหนือจาก
ปัจจัยด้านการเงินการงาน ความรับผิดชอบ ส่วนตัวคิดว่าความหนาวน่าจะ
เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้การฆ่าตัวตายสูง เพราะประเทศในกลุ่มเขตร้อน
ไม่ค่อยติดอันดับสูงๆ เท่าไหร่ ถ้าประเทศในเขตเอเชียแล้ว รองลงมา
จากญี่ปุ่นก็ศรีลังกา เกาหลี และ ตามด้วยฮ่องกง

ปัญหาดังกล่าวนี้ไม่ใช่ปัญหาที่รัฐบาลญี่ปุ่นละเลยนะค่ะปล่อยไปตามยถากรรม
รัฐบาลพยายามหามาตรการป้องกันหลายอย่างด้วยกัน เพื่อลดอัตราการ
ฆ่าตัวตายลง ไม่ว่าจะสนับสนุนให้มีหน่วยงานรับปรึกษาปัญหาต่างๆ
จัดทำคู่มือ การแก้ไขปัญหาการว่างงาน รวมถึงตรวจสอบเว็บไซต์ที่มัก
จะมีการชักชวนให้มีการฆ่าตัวตาย เป็นต้น จะได้ผลมากน้อยขนาดไหน
ก็ต้องว่ากันต่อไปว่าปีนี้อัตราจะลดลงบ้างหรือไม่

บางทีอ่านข่าวพวกนี้ก็หวาดๆ ขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เคยบอกแฟนว่า
มีปัญหาอะไรไม่ต้องเครียดมากนักนะ มีปัญหาอะไรก็คุยกันได้น้า
อย่าเก็บไว้คนเดียว (แต่ถ้ามีเมียน้อย เมิงงตาย ฮิฮิ ล้อเล่นค้า สามีออกจะ
เป็นหนุ่ม(น้อย) รักเดียวใจเดียว)

-------------------------------

Q รถไฟสายไหนเป็นที่นิยมฆ่าตัวตายมากที่สุด

A คำตอบ สาย Chuo Line ปี 2000 มีจำนวน 22 รายจากทั้งหมด 38 ราย
ว่ากันว่าเป็นเพราะเป็นรถไฟสายที่วิ่งตรงมากที่สุดสายหนึ่งในญี่ปุ่น
ด้วยความตรงของเส้นทางทำให้รถไฟวิ่งได้เร็วทำให้การฆ่าตัวตายไม่พลาดเป้า

นอกจากนั้น Chuo Line ยังเป็นรถไฟเส้นที่ยาวมาก ดังนั้นความน่าจะเป็นที่
คนจะเลือกใช้เส้นทางนี้จึงมีมากกว่าสายอื่น

และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ JR ยังคิดค่าเสียหายในอัตราที่ถูกกว่าบริษัทรถไฟเอกชน (ถูกกว่าแต่ก็ยังแพงอยู่ดีนะ เพราะจริงๆ ตั้งใจคิดแพงก็เพื่อป้องกัน
มิให้เกิดการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น แต่สุดท้ายก็ยังเกิดขึ้นบ่อยๆ อยู่ดี)


ค่าเสียหายที่ JR คิดอาจสูงถึง 100 ล้านเยน แต่ไม่ใช่ว่า JR จะไปฟ้องค่าเสียหายจากทรัพย์สินของครอบครัว แต่ JR มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเรียกค่า
หายก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นมีทรัพย์สินมรดกหรือได้รับเงินประกันจากการเสียชีวิต
JR จะเรียกร้องจากเงินก้อนดังกล่าวเป็นค่า clean up cost และค่าสูญ
เสียโอกาสจากรายได้ เนื่องจากรถไฟต้องหยุดการให้บริการเป็นการชั่วคราว

หลายคนบอกว่า JR ช่างใจร้ายจังคิดค่าเสียหายแพง แต่ JR ก็โต้ว่า การเรียกร้องค่าเสียหายแพงๆ นั้นก็เพื่อป้องกัน นอกจากนี้ไม่ใช่ทุกกรณีไปที่ JR
จะเรียกร้องค่าเสียหายได้เต็มมูลค่า เช่น หากครอบครัวมีฐานะไม่ดีก็อาจจะไม่ได้เรียกร้องเต็มมูลค่า เป็นต้น

เฮ้อ เขียนแล้วก็เศร้าแทนคนญี่ปุ่น แต่เป็นข้อมูลเพื่อทราบกันไว้แล้วกันนะค่ะ

------------------------------------------
ก่อนจบ มีเรื่องน่ารักเป็นข้อสังเกตของฝรั่งคนหนึ่ง เขาเขียนได้น่ารักดี
เขาบอกว่า เขาเคยสังเกตการเปลี่ยนหลอดไฟหนึ่งหลอดที่สถานี JR ชินจูกุ
พบว่าการเปลี่ยนหลอดไฟหนึ่งหลอดต้องใช้คนงานทั้งหมด หกคน
ทำไมต้องหกคน เขาบอกว่า หนึ่งคนเปลี่ยนหลอดไฟ สองคนจับบันได
สามคนคอยอยู่รอบๆ ให้ความสะดวกและดูแลผู้เดินผ่านไปมา (ฮาดี)


และก็ขออนุญาตใส่ข้อมูลของท่านอื่นๆ ที่ร่วมแชร์ข้อมูลน่าสนใจไว้ ณ ที่นี่เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลประกอบกับผู้สนใจทั่วไปด้วยค่ะ

ของ FUDGE-A-MANIA

เกร็ดเล็กน้อยที่ได้จากรายการทีวีนะคะ

Q: เคยสังเกตมั้ยว่าทำไมรสเมล์ที่ญี่ปุ่นจะเข้าป้ายรับผู้โดยสารค่อนข้างตรง
ตามเวลาที่ระบุไว้ที่ป้าย ทั้ง ๆ ที่การจราจรควบคุมได้ยากกว่ารถไฟ (ยกเว้น
มีเหตุสุดวิสัย)

A: เพราะทางด้านหน้าของรถเมล์บริเวณด้ายซ้ายบน จะมีกล่องเล็ก ๆ เป็น
กล่องที่ส่งสัญญาณไปควบคุมสัญญาณไฟจราจร หากคนขับรถเมล์ดูแล้ว
เวลาจวนเจียน หรือจะสาย จะส่งสัญญาณนี้ไปเปลี่ยนจากไฟแดงให้เป็นไฟ
เขียว เพื่อที่ไม่ต้องติดไฟแดง จอดเข้าป้ายได้ทันเวลา

-------------------------------------
คำที่ใช้เรียกสามี-ภรรยาของญี่ปุ่นเนี่ย ดูตามคันจิมันก็บ่งบอกการแบ่งเพศ
แบ่งพรรณ(พันธุ์)อยู่แล้ว

โอคุ - ลึก/ใน
ชู/โอโมะ(นะ)/อะรุจิ - หลัก/นาย/นำ

ใครอยากเปลี่ยนบทบาทในครอบครัวก็ทำได้นะคะ

เรียกภรรยาว่า - ชูจิน
เรียกสามีว่า - โอคุคุง

------------------------------------

ชื่อบริษัทญี่ปุ่น มักจะมีที่มาที่ไปที่รู้มาคือ......(หากผิดขออภัยค่ะ)

Hitachi - เดิมเมืองHitachi เป็นเหมืองผลิตแร่ทองแดง ณที่นั่นมีโรงงานทำ
สายไฟฟ้า และโรงงานทำมอเตอร์ออกมา บริษัทฮิตาชิมีเชื่อเสียงเรื่องทำ
มอเตอร์

Toshiba - ย่อมาจาก Tokyo Shibaura Denki

Ricoh - ดิฉันเข้าใจผิด คิอว่า มาจากคำว่า ฉลาด / เฉียบคม ที่ไหนได้...ย่อมาจาก
Riken(rika kenkyuujo) Kougaku

-----------------------------
Q: ในข่าวพยากรณ์อากาศ ทำไม จ.ไซตามะถึงไม่ใช้คันจิ แต่ใช้ฮิรางานะ

A: เพราะไซตามะที่เห็นนั้น ไม่ได้หมายถึงจังหวัดไซตะมะค่ะ แต่หมายถึง
ไซตามะชิ (เขตไซตะมะ อันประกอบไปด้วย โอมิยะ โยโนะ และ อุราวะ)

เหตุผล
1. เพื่อมิให้คนดูสับสนว่าเป็นจ.ไซตามะ จึงใช้ฮิรางานะแทนคันจิค่ะ
2. เมื่อใช้ฮิรางานะเขียน จะได้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่าใช้คันจิเขียนค่ะ

------------------------------------------
ข้อมูลจาก T-E-N-A

Q . สัญลักษณ์หน่วยเงิน เยน ของญี่ปุ่น ที่เป็นรูปคล้ายตัวสี่เหลี่ยม มีขีดตรงกลาง เอามาจากตัวคันจิ ตัวไหนของจีน

A. ไม่ได้เอามาจากตัวอักษรคันจิของจีน แต่เอามาจากรูปร่างอาคารของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (Nippon Ginko)

ถ้าใช้ Google มองจากด้านบน ก็จะเห็นเป็นรูปนี้นะครับ



ข้อมูลจาก TOKYO Delight
เรื่องไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไหร่ แต่เคยทราบมาว่าที่อาคิตะเป็นจังหวัดที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุด อัตราการแต่งงานก็ต่ำที่สุด รายได้ต่อประชากรในเขตภาคเหนือก็ต่ำที่สุด แถมยังมีแสงแดดน้อยและก็หนาวมากอีกต่างหาก (แค่ฟังก็เหี่ยวใจแทนแล้ว)

จังหวัดอาโอโมริกับอิวาเตะที่อยู่ทางเหนือก็มีอัตราสูงเช่นกัน ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากปัจจัยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ (ผลผลิตการเกษตรลดลง) และด้านสุขภาพการรักษาพยาบาล (จำนวนโรงพยาบาลลดน้อยลง)

กว่าครึ่งของผู้ที่ฆ่าตัวตายเป็นผู้สูงอายุที่ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม แต่ที่น่าแปลกคือส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่อยู่ร่วมกัน 3 รุ่น (แสดงให้เห็นว่าปัญหาความสัมพันธ์กันของคนในครอบครัวก็อาจจะมีส่วนอย่างมาก)







Create Date : 12 ตุลาคม 2550
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 12:47:15 น.
Counter : 1366 Pageviews.

12 comments
  
แวะมาทักทายคะ
โดย: ApPleNarak999 วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:8:17:14 น.
  
โดย: My life in Japan. วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:8:49:42 น.
  
มอสเบอร์เกอร์อร่อยที่ซู๊ดดดดดด อยากกินอ่ะ
โดย: thattron วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:10:03:57 น.
  
ชอบกินมากๆ เหมือนกันค่ะ อร่อยกว่าแม็คโดนัลด์มากๆๆๆ

ร้านใกล้บ้านออมมีพนักงานสองคนเองค่ะ คนนึงรับออร์เดอร์กับเสิร์ฟ อีกคนทำเบอร์เกอร์ ทอดเฟร้นช์ฟราย

ว่าแล้วก็หิวๆๆๆ
โดย: Pattylala วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:16:47:58 น.
  
เทอริยากิเบอเกอร์ มอส ก็คิดขึ้นเป็นรายแรก ก่อนซามูไรเบอเกอร์ด้วยค่ะ

คิดว่า เขาดึงเอาเรื่องสุขภาพมาเป็นจุดขายด้วยนะคะ
เช่น ผักที่ใช้ จะมีบอร์ดเขียนว่ามาจากเกษตรกร จ.ไหน
คือ จะเป็นสินค้าในประเทศทั้งหมด หรือ แทบจะทั้งหมด (ไม่แน่ใจค่ะ)

สามี ชอบ แมค มากกว่า มอส เหมือนกันเลยค่ะ
คิดว่า แมค ญี่ปุ่น ก็พยายามปรับภาพลักษณ์ให้ฟาสต์ฟู๊ด
ไม่ใช่ผู้ร้ายสำหรับสุขภาพอยู่เหมือนกันนะคะ มีช่วงหนึ่ง ออกเบอเกอร์
เต้าหู้มาด้วย แต่ไม่ฮิต ก็เลิกไปเลย

ส่วนตัวแล้ว ก็ชอบ มอส มากกว่า แมค ค่ะ
โดย: วดี วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:15:17:14 น.
  
บ้านนี้ชอบมอสกันทั้ง 2 คนเลยค่ะ ชอบมาก....แต่ช่วงนี้ไม่สบายทานอะไรได้ไม่มาก สามีเลยทานได้อยุ่คนเดียวเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะพี่หลองที่เอาชื่อเต็มๆๆมาฝากกัน

ว่าแต่มอสที่ไทยพี่หลิงเคยทานยังคะ
อร่อยสู้ที่ญี่ปุ่นได้ป่ะค่ะ
**อันนี้สามีอยากรู้มากเพราะพี่แกชาตินิยม บอกว่าไทยเอาไปทำไม่มีทางอร่อยแบบนี้ แค่คิวซีก็ต่างกันแล้ว**

เราแอบเห็นด้วยเพราะเคยดูรายการที่ย้อนอดีตและเล่าเรื่องกว่าจะมาเป็นร้านมอส
และขั้นตอนการค้ดเลือกวัตถุดิบแล้ว
โอ้วมายก้อด**ใช้ภาษากระแดะไปมั้ยคะ ฮี่ๆๆ**
ยอดมาก คิวซี เค้า ซ้ง สูง

โดย: ปุ้ยขี้เม้าท์ IP: 218.110.120.22 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:18:55:33 น.
  
เขียนผิด
พี่หลิง ไม่ใช่พี่หลอง ขออภัยค่ะ
โดย: ปุ้ยอีกที IP: 218.110.120.22 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:18:57:11 น.
  
เพิ่งจะรู้ความหมายของMOSค่ะ ขอบคุณเจ๊มากที่เอาเกร็ดความรู้ดี ๆ มาแบ่งปันค่า ชอบทานมอสเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทานบ่อย เพราะอาหารแบบนี้ไม่ทานมากน่ะค่ะ

หากทานมอส ก็จะทานไก่เทริยากิทุกครั้งเลย (ไม่เคยเปลี่ยนไปลองเมนูอื่นเลย พับผ่าสิ)

ไว้มาเขียนอีกนะค้า
โดย: fudge-a-mania วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:19:55:49 น.
  
ได้ความรู้ไปเต็มๆ ขอบคุณมากนะคะที่นำมารวบรวม
โดย: cutie_nitty วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:17:40:41 น.
  
เพิ่งรู้ความหมายของ MOS เหมือนกันน่ะ ทานบ่อยเพราะอร่อยและอยู่ใกล้บ้านด้วย
โดย: ปลายฟ้า Skydiary น่ะค่ะ (Skydiary ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:5:44:44 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะพี่หลิง เข้ามาเก็บข้อมูลค. รู้ ต่าง ๆ จากห้องนี้ด้วย สุดยอดเลยค่ะ !!
จะบอกว่าชอบกินเบอร์เกอร์ของ MOS ที่ซู้ดเลยย ^^

ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
โดย: manachan วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:15:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

zuling68
Location :
คาวาซากิ ใกล้โตเกียวกะโยโกฮาม่า  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



สัพเพ ธัมมา นาลัง อะภินิเวสายะ - สิ่งทั้งหลายทั้งปวงอันบุคคลไม่ควรยึดติดถือมั่น
ส่งหลังไมค์ที่นี่