~*~ หน้าโหด แต่ใจดี ~*~
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 

เวนิซ ในตำนาน (เที่ยวต่อ ภาค 1.2)



และแล้วเราก็กำลังจะขึ้นบกกันแล้วนะครับ




ก็ถ่ายรูปเก็บไว้ ตามคำแนะนำของไกด์



ถ่ายไปก็ไม่ค่อยรู้ว่ามันมีประวัติความเป็นมายังไงกันมั่ง

อากาศก็ร้อนสุดๆ

เสื้อผ้า หน้าตาก็ไม่ได้เตรียมสำหรับกันร้อนมาเลย

เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็ทน

และแล้ว เราก็ขึ้นบกกันจนได้นะครับ

ที่ท่า St.Macro

ขึ้นฝั่งปุ๊บ ก็เจอนี่เลย





ถึงกับงงครับ

นี่เราแต่งตัวผิดยุครึเป่า มีคนแต่งตัวแบบนี้เดินกันตามท้องถนนด้วยเหรอ

เดินไปสักพัก ถึงได้รู้ว่า อ้อ สำหรับไว้ถ่ายรูปคู่

ก็เป็นการหาเงินของพวกฝรั่งอ่ะนะครับ




เดินไปอีกนิดก็เจออนุสาวรีย์อะไรสักอย่าง เลยถ่ายรูปคู่ซะหน่อย



เดินต่อไปอีกนิด ข้ามสะพานกันสักนิด

มองไปทางขวา เอ๊ะ อะไร




นี่คือโรงแรมครับ

แล้วก็จะมีบริการรับส่งแขก โดยการเอาเรือมาจอดเทียบ

แล้วก็ไปที่ไหนก็ตามใจเลย

คงคล้ายๆ ลีมูซีนอ่ะนะครับ หุหุ


และแล้วก็ถ่ายรูปไกด์ของเราซะหน่อย เป็นที่ระลึก





จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นเป็นคลองตัดผ่านแบบนี้อ่ะคับ

เป็นระยะๆ




เดินๆ ไป จนถึงสถานที่ที่เป็น Landmark ของเวนิซ (ตามความเข้าใจของผมนะครับ

คือ Piazza San Macro ซึ่งก็เป็นลานกว้างๆ

มีนกพิราบบินว่อนไปหมด





อีกฝั่งนึงครับ เป็นเหมือนโบสถ์อะไรสักอย่าง ก็ถ่ายรูปกันไป

อากาศตอนนี้กะลังร้อนได้ที่ทีเดียวครับ




แล้วเราก็ออกเดินต่อ

สถาปัตยกรรมที่นี่ ส่วนมาก็เป็นตึกเก่าๆ นะครับ

ผมก็เดินไป ถ่ายรูปไป



ตึกหน้าตาแบบนี้อ่ะ



สถานที่แบบนี้แหล่ะที่เค้าบอกว่า

มีคู่แต่งงานเดินทางมาฮันนีมูนกันเยอะมากๆ

คนไร้คู่แบบผม ไม่เข้าใจจจจจ





เดินไปเดินมา เอ๊ะ เงาอะไรแว่บๆ อยู่บนหัว



อ่อ เค้าตากผ้ากัน โดยมีหมุดสองตัว ยึดไว้คนละฝั่งของหน้าต่าง แล้วชักรอกเอา

ถ้าสนิทๆ กัน ก็พาดข้ามตึกกันเลย

อืม ดีเนอะ กางเกงนง กางเกงใน สบัดกันให้ว่อนเชียว



เดินไปอีกหน่อย ก็เจอปุ่มกดกริ่งหน้าบ้าน

น่ารักดี เลยถ่ายรูปคู่ด้วยซะหน่อย

ดู Antique ดีจัง






เดินกันจนเหนื่อยได้ที่ ก็เลยแวะไปหาร้านกินน้ำซะหน่อย

เลยเจอนี่เลย ซุ้มขายมะพร้าว





เขาขายกันเป็นแว่นๆ ครับ

แว่นละ 70 cent (ตกประมาณ 30 กว่าบาทอ่ะนะครับ)

ครั้นจะลองก็เสียดายตัง บ้านเรา ลูกนึงแค่ 10 บาท

เลยถามเพื่อนดู เพราะมันก็เคยกินมะพร้าวเมืองไทย

มันก็บอกว่า ที่นี่มะพร้าวมันแข็งมาก ต้องขายเป็นแว่นๆ แบบนี้แหล่ะ

เราก็อืมมม.... อยู่เมืองไทยนี่ดีนะ

กินอะไรก็ได้กินเต็มๆ ลูก ไม่เหมือนฝรั่ง อยากกินอะไรก็ไม่ค่อยได้กินเต็ม


จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ และก็พยายามหาทางกลับด้วย

แต่ขอโทษครับ

หาทางกลับไม่เจอ

ด้วยความงก ก็ไม่ซื้อแผนที่ ไม่เตรียมอะไรไปสักอย่าง

เดินไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าไกลมากๆ ไม่ถึงซะที

ไอ้เพื่อนผมก็พาเดินไปโน้นไปนี้ ร้อนตับแล่บ

รูปเริป ก็เลิกถ่ายไปแระ หมดอารมณ์

กว่าจะถึงรถ แทบรากเลือด



เสียค่าที่จอดรถไปทั้งสิ้น 15 ยูโร


ขากลับเพื่อนที่แสนดีของผม

อยากเปลี่ยนบรรยากาศพาผมชมป่า ชมเขา

เพราะขามา มาทาง highway แล้ว

ผมก็ไม่รู้ นึกว่ามันรู้ทาง

ดูสองข้างทางก็เพลินดี มีแต่ป่า แต่ดอย



แต่ก็เริ่มงง ทำไมบรรยากาศข้างนอกมันเริ่มหมอกลงเรื่อยๆ

ไอ้เราก็จำได้ว่า บ้านเพื่อนผมก็ไม่น่าอยู่สูงขนาดนี้นะ




หมอกลงจัดขึ้นเรื่อย รถก็เหมือนจะขึ้นสูงอย่างเดียว

ดู Navigator ก็เห็นบอกว่า ไม่ถึงชั่วโมงก็น่าจะถึงจุดหมาย

เราก็แปลกใจ




และแล้วเพื่อนมันก็อ้อมแอ้มๆ บอกผมว่า

ด้วยความฉลาดของมัน และความฉลาดของ Navigator

มันก็ใส่ข้อมูลลงไปว่า ให้หาทางกลับบ้านมัน

ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุด โดย "ไม่เอา Highway"



ปริศนาทุกอย่างไขกระจ่างด้วยประการฉะนี้


พอใส่ข้อมูลลงไปแบบนั้น

เจ๊ Navigator แสนดีของเรา ซึ่งรุ่นเก่าไม่ต่ำกว่า 5 ปี ก็เลยพาไปเข้าป่าเข้าดอย

ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุด

แต่ไม่ใช่ใช้เวลาน้อยที่สุด - -"



และเราก็ผ่านจุดสูงสุดของเทือกเขานั้น เป็นจุดหมายที่ไม่ได้ตั้งใจ





และเพื่อนที่แสนฉลาดของผม ก็ลงไปถ่ายรูปคู่กับป้ายแสดงจุดสูงสุดนี้

ด้วยหน้าตาแป้นแล้น เสมือนนึงไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

และยังมีหน้ามาบอกผมว่า

อยาก Surprise ผม


จากที่ตั้งใจว่าจะถึงบ้านราวๆ 6 โมงเย็น

ปาเข้าไป 2 ทุ่ม


กลับไปก็ไปทำไข่เจียวหมูสับ ผัดแตงกวา แล้วก็ต้มยำกุ้งโลโบ

ฝรั่งชอบใจกันใหญ่ กินจดหมดชาม


ไม่อยากจะบอกว่า นี่ฝีมือกะหลั่วๆ แบบผม มันยังชอบใจขนาดนี้ เหอ เหอ

บ้านมันกินไป ชอบใจไป ไม่รู้ว่าเหนื่อยจัด จนกินอะไรก็อร่อยไปหมด รึว่า มันอร่อยจิงๆ ก็ไม่รู้


คิดว่าจะเป็นอย่างลหังอ่ะนะครับ อิอิ



ก็หมดไปวันแรกกับทริปนี้ ซึ่งเหนื่อยมากๆ


ก่อนกลับถึงบ้าน ก็ถ่ายรูปคู่กับรถตำรวจที่เท่มากๆ ปิดท้ายซะหน่อย ก่อนจะหลับเป็นตาย ^^





เก็บแรงไว้ปีนเขาวันรุ่งขึ้น

ซึ่งก็สวยไม่แพ้กัน

ติดตามตอน 2 แล้วกันนะครับ







 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2550
12 comments
Last Update : 4 กรกฎาคม 2550 20:31:46 น.
Counter : 2185 Pageviews.

 

อยากปายยยยยยยยยยยยยเวนิสสสสสสสสสสส

 

โดย: ปรางกี้ IP: 213.13.127.27 5 กรกฎาคม 2550 23:49:02 น.  

 

ดีจังพี่ก้องถ่ายรูปไม่ต้องใช้ Flash เลยมีรีเฟล็กซ์ส่วนตัว


สวยดีง่า

อยากไปมั่ง

 

โดย: สตอเบอร์รี่นมเขย่า IP: 124.120.244.177 7 กรกฎาคม 2550 0:33:08 น.  

 

^
^
^
กรั๊กๆๆๆๆ

ขำเสร็จแล้วค่อยตอบ 55
อยากไปอ่ะ กรี๊ดดดดดๆๆๆ

อยากปายยยยยยยยย

 

โดย: พี่ส้มเองแหละ IP: 203.170.234.5 7 กรกฎาคม 2550 1:32:52 น.  

 

รูปสวยดีครับ

 

โดย: Attjoe IP: 124.120.136.74 13 กรกฎาคม 2550 22:16:01 น.  

 

ตามมาจากการหาเพลงฟังค่ะ เพลงเพราะดี เลยตามต่อมาถึงห้องนี้ด้วย ภาษาบรรยายอ่านได้ฮาดีค่ะ ชอบ navigator รุ่นนี้จริงๆ เลยค่ะ เจ๋งดี ยินดีที่ได้รู้จักบล็อกดี ๆ อย่างนี้นะคะ

 

โดย: zewa IP: 202.28.180.201 23 กรกฎาคม 2550 1:30:45 น.  

 

เที่ยวซะสนุกเลยน้า...น่าอิจแ

 

โดย: Hong@HK IP: 210.177.135.164 31 กรกฎาคม 2550 11:23:34 น.  

 

เล่าได้หนุกดี

ถ่ายรูปสวยอ่ะ ชอบรูป ราวตากผ้า...แจ่ม

 

โดย: Minie' 7 กันยายน 2550 20:32:10 น.  

 

เป็นไงบ้างจ๊ะ รอดูตอนต่อไปนะ

 

โดย: นายกาเมศ 15 กันยายน 2550 12:23:31 น.  

 

มะได้เข้ามานานนนนนนนนนนนนยังมะกลับไทยอีกเหรออิจฉานะเนี้ยอิจฉาคิดตึ๋งนะดูแลสุขภาพด้วย

 

โดย: เจ๊แอนจ้า IP: 222.123.0.125 25 กันยายน 2550 21:02:05 น.  

 

หนุ่มฝรั่งที่ไหนนั่น

 

โดย: Wu Miu Hung IP: 203.185.154.66 21 ธันวาคม 2550 18:23:58 น.  

 

เวนีสของพี่ไม่ค่อยเหมือนของคนอื่นเลยครับ

 

โดย: น้องลั้คกี้ (ปูเป็น ) 19 มกราคม 2553 17:16:40 น.  

 

อย่าไปกินร้าน Agli Artisti ใน Venice นะครับ โดนไป 103 ยูโร สั่งแค่ปลาตัวเดียวก็ 60 ยูโรเข้าไปแล้ว มันไม่ได้เขียนในเมนูครับ ก่อนสั่งระวังให้ดีดูเมนูให้ถี่ถ้วนครับ

 

โดย: อาร์มกับน้ำ IP: 94.90.183.138 3 กรกฎาคม 2553 5:19:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ตะวันยิ้ม :-)
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










ห ลั ง ไ ม ค์
ถึ ง
ต ะ วั น ยิ้ ม :-)




จิ้มดูอมยิ้ม


Friends' blogs
[Add ตะวันยิ้ม :-)'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.