hhhhh uuuj
space
space
space
 
ตุลาคม 2559
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
10 ตุลาคม 2559
space
space
space

ประสบการณ์ครั้งที่สองของการสักปาก





สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พบกันอีกครั้งกับการสักปากในครั้งนี้ หลังจากได้แนะนำตัวกันไปในการเขียนบล็อคครั้งแรกกับการสักคิ้วครั้งที่2นะคะ

เนื่องจากกอล์ฟเคยสักปากมาครั้งนึงแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นเจ็บมากๆ เจ็บสุดๆ บอกเลยว่าเข็ด จนไม่กลับไปซ้ำรอบสอง และไม่คิดจะสักปากอีก..ที่สำคัญเจ็บขนาดนั้น ผลที่ได้คือสีไม่ติด โอ้วแม่เจ้า!!ต้องเสียเงิน 3,000 บาท ทนเจ็บขนาดขอหมอนมานอนจิก แต่สีไม่ติด พอเลยไม่เอาแล้ว..แต่ความคิดในการสักปากก็บรรเจิดขึ้นมาอีก หลังจากสักคิ้วไปเมื่อ 6 วันก่อน เพราะวันนั้นไม่เจ็บเลย และแล้วการตัดสินใจสักปากจึงเกิดขึ้นอีกครั้งในวันนี้ เสนอราคาที่ 2,500 บาท ราคานี้เรารับได้ ถูกกว่าร้านเก่าที่เคยสักในครั้งแรกอีก ไปค่ะไปสักกัน

มาเริ่มกันเลยนะคะ..ขั้นตอนแรกเค้าจะเช็ดทำความสะอาดปากเราด้วยสำลีหมาดๆจนสะอาด และเช็ดซ้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณปากและรอบๆปากค่ะ จากนั้นก็จะเริ่มทายาชา(ชนิดครีม)ที่ปากทิ้งไว้ประมาณ 50 นาที เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพ





ระหว่างรอก็มาเลือกสีที่จะสักลงปากกัน สีที่ใช้เป็นสีนำเข้าจากอเมริกา(สีดี ติดทน) เนื่องจากปากกอล์ฟคล้ำมาก เค้าเลยเลือกสีส้มให้เพื่อทำให้ปากสว่างขึ้น เพราะถ้าเลือกสีแดงหรือสีชมพู สีที่ได้อาจจะไม่ออกมาตามต้องการค่ะ

เมื่อครบเวลาที่กำหนดก็ขึ้นเตียงค่ะ เค้าจะใช้ผ้าก๊อตชุบยาชาชนิดน้ำแล้วให้เรากัดไว้ในปากด้านใน เริ่มเช็ดยาชาที่ริมฝีปากล่างออกให้หมด แล้วเริ่มลงเข็มสักปากล่าง เริ่มจากขอบปากล่างไปจนมุมปาก แล้วก็สักเต็มพื้นที่ของปากเลยค่ะ เสร็จแล้วก็จะทายาชา(ชนิดน้ำ)ทิ้งไว้อีกรอบค่ะ..จากนั้นก็จะเช็ดยาชาที่ริมฝีปากบน เริ่มลงเข็มจากริมฝีปากไปมุมปากแล้วก็สักเต็มพื้นที่ของปากบน เสร็จแล้วก็ทายาชาทิ้งไว้..กลับไปสักย้ำที่ริมฝีปากล่างอีกรอบเป็นรอบที่สอง ทายาชาทิ้งไว้ แล้วก็สลับไปสักย้ำริมฝีปากบนอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ทายาชาทิ้งไว้..กลับไปสักย้ำริมฝีปากล่างรอบสามเป็นรอบสุดท้่าย แล้วสลับไปสักย้ำริมฝีปากบนรอบสามรอบสุดท้ายเช่นกัน เป็นอันเสร็จขั้นตอนการสัก จากนั้นเค้าจะทาครีมหมักสีปากทิ้งไว้ 10 นาทีเพื่อให้สีเด่นชัด และติดทนนาน เมื่อครบเวลาก็จะใช้สำลีหมาดเช็ดครีมหมักออกให้จนสะอาด เสร็จแล้วก็จะทาครีมวิตามินเคลือบปากไว้ให้ (ครีมทาเคลือบปากที่เหลือ เค้าจะให้เรากลับมาทาเช้า-เย็นด้วยค่ะ)
เมื่อเสร็จเอาผ้าก๊อตที่กัดไว้ออกทิ้ง เดินปากบวมไปจ่ายตังค์ รีบๆๆกลับบ้านไปจ่อแอร์ลดอาการบวมกันเลยค่ะ

หลังทำ : ปากช้ำระบม เจ็บแสบร้อน จะรู้สึกปากหนาๆ บวมแดง ตึง ยังคงชาบ้างบางส่วนของริมฝีปาก..ส่วนปากด้านในมีรอยช้ำ ห้อเลือดสีม่วงร่วมด้วยค่ะ







ผลวันที่ 1 : ปากบวมมากขึ้น รู้สึกตึงน้อยลงกว่าหลังทำเสร็จค่ะ



ผลวันที่ 2 : ปากยังคงบวมอยู่ แต่ลดน้อยลงกว่าวันแรก ริมฝีปากด้านบนบวมมากกว่าริมฝีปากล่างค่ะ



ผลวันที่ 3 : ปากบวมน้อยลงกว่าวันที่สอง และแห้งตึง



ผลวันที่ 4 : ปากแห้งและลอกเยอะมาก



ผลวันที่ 5 : ปากลอกออกหมด เห็นสีติดแค่ขอบปากบนบางจุด (ฮือๆ)



ผลวันที่ 6 : ไม่แตกต่างจากวันที่ 5 รู้สึกแสบและตึงที่ขอบริมฝีปากบน-ล่าง



ผลวันที่ 7 : ยังคงแสบและตึงที่ขอบริมฝีปากบนเล็กน้อย



(รอดูผลอีกครั้งหลังสะเก็ดหลุดประมาณ 1 เดือนค่ะ เค้าว่าสีจะเริ่มชัดขึ้นเมื่อผ่านไปประมาณหนึ่งเดือน แล้วเรามาลุ้นกันอีกทีว่าสีจะติดมั้ย..เจ้าประคู้น..ขอให้สีติดเถอะนะ เสียเงินและเจ็บตัวไปแล้วอ่าาา!!)

ภาพหลังสัก 45 วัน



เปรียบเทียบภาพก่อนสัก-หลังสัก



สรุปผลที่ได้ เหมือนผลการสักในครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อนคือสีไม่ติดค่ะ..เจ็บตัว เสียตังค์ แต่สีไม่ติด (แค้นใจนัก งือๆๆ)


ข้อแนะนำหลังการสัก
1.หลีกเลี่ยงแสงแดด และห้ามโดนน้ำ
2.ไม่แคะ แกะ เกาสะเก็ดแผล เพราะจะทำให้สีไม่สม่ำเสมอ
3.ทาครีมเคลือบปากเช้า-เย็น
4.ควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลและอาหารบางประเภทที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการคันเพิ่มขึ้น
5.งดอาหารเผ็ด ร้อน

คำแนะนำก่อนการตัดสินใจสักปาก (ความเห็นส่วนตัว)***
1.เผื่อใจสำหรับผลที่ได้ว่าอาจจะไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ เพราะสีอาจจะไม่เป๊ะ สีอาจจะติดเพียงแค่เล็กน้อย หรือแย่สุดคือสีไม่ติดเลย
2.หากสีที่ได้ติดน้อยหรือไม่ติดเลย ต้องกลับไปสักซ้ำอีกครั้งหลังสักในครั้งก่อน โดยทิ้งระยะห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเดือน แต่ถ้าไม่กลับไปซ้ำอีกก็เท่ากับเจ็บและเสียเงินไปโดยไม่เกิดประโยชน์ใดๆเลย
3.หลังสักจะทานอาหารลำบากมาก ทานได้เพียงแค่อาหารชนิดเหลว แล้วใช้หลอดดูดแทนการใช้ช้อน
4.ต้องทนสภาพปากบวมเจ่อประมาณ 2-3 วัน (บางคนบวมมากเรียกว่าปากปลิ้นกันเลยทีเดียวและบางรายอาจนานกว่านั้น)
5.ถ้าจำเป็นต้องทำและรับทุกอย่างได้ตามที่กล่าวมา เมื่อกายพร้อมใจพร้อม(ตังค์ต้องพร้อมด้วยนะคะ)ก็ลุยเลยค่ะ

ผลข้างเคียง (เฉพาะบุคคล)**
เนื่องจาก 2-3 วันแรก ยังคงเจ็บปากและบวมอยู่บ้าง อาจทำให้ทานอาหารได้ไม่สะดวกนัก ทานได้น้อยส่งผลให้ผอมลง มีรูปร่างดีขึ้น แต่หลังจากแผลที่ปากตกสะเก็ดและหายดีแล้ว ผลข้างเคียงข้างต้นที่กล่าวมาจะตรงกันข้ามค่ะ เราจะกินทุกอย่างที่อยากกินชดเชยตอนที่กินไม่ได้ เห้อะๆ ทำให้น้ำหนักดีดกลับหรืออาจเพิ่มขึ้นในระยะเวลาไม่นานเหมือนโยโย่เลยล่ะค่ะ


ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านและหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยให้เพื่อนๆ ที่กำลังหาข้อมูลหรือกำลังตัดสินใจจะสักปากอยู่ได้ใช้เป็นข้อมูลบางส่วนในการตัดสินใจทำหรือไม่ทำได้นะคะ..ต้องลาไปก่อนแล้ว สวัสดีค่ะ





Create Date : 10 ตุลาคม 2559
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2559 12:53:23 น. 2 comments
Counter : 1358 Pageviews.

 
เคยคิดจะไปสักปากเหมือนกัน แต่ว่ากลัวเจ็บ ยิ่งเห็น จขบ. ทำแล้วไม่ติด ดีแล้วที่เราไม่ได้ทำ เพราะเราปากดำด้วย 55 ถ้าทำคงไม่ติดเช่นกันค่ะ


โดย: nuch9981 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา:12:13:39 น.  

 
เสียดายจังค่ะ ที่สีไม่ติด ไว้ลองใหม่ก็แล้วกันเนอะ


โดย: Rinee Jung IP: 27.145.74.244 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา:14:30:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

จินตนารี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add จินตนารี's blog to your web]
space
space
space
space
space