ในงานศพของคนที่ตำบลหนองมะค่าโมงอีกประการหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนที่กรุงเทพฯ นั่นก็คือ งานศพที่นี่ ไม่มีดอกไม้ประดับ เพราะเขาไม่นิยม
ที่ตั้งศพของชาวบ้าน มักสวดศพกันที่บ้านของผู้ตาย เขาจะประดับประดาไปด้วย หม้อใบใหญ่ กะละมัง และโถข้าวตั้งหน้าศพแทนดอกไม้....
ทีแรกที่ผมเห็น ผมก็สงสัยอยู่ในใจ แต่ครั้นจะถามเขาเสียตอนนั้น ก็เกรงว่า จะไม่เข้าที เหมือนว่า เราอยากรู้ไปเสียทุกอย่าง
ทำให้ผมพาลเข้าใจเอาเองว่า เขาอาจจะเผาหม้อ กะละมัง โถข้าวเหล่านั้นไปพร้อมกับผู้ตาย เพื่อให้ผู้ตายไปใช้ เหมือนกับงานศพของคนจีนที่เผากระดาษเงินกระดาษทอง หรือสิ่งของต่างๆให้บรรพบุรุษ
ความเข้าใจเอาเองของผม เป็นอยู่เช่นนี้หลายวัน จนถึงวันสุดท้าย พอเห็นเจ้าภาพไม่ยุ่งมาก ก็เลยกระซิบถามถึงที่มาที่ไปของหม้อ กะละมัง โถข้าว...
เจ้าภาพงานศพ ท่านเล่าให้คนกรุงเทพฯอย่างผมฟังว่า โดยปกติงานศพของที่นี่ มักจะมีแขกมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงรู้จักกันทั้งนั้น แม้บางคนอยู่ต่างตำบล ต่างอำเภอกัน ก็รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี
ผู้ที่มาร่วมงานมักมีจำนวนหลักหลายร้อยคน การจะทำอาหารเลี้ยงพระและเลี้ยงผู้มาร่วมงานเป็นเรื่องใหญ่ ชาวบ้านมักจะหยิบยืมอุปกรณ์ทำครัว ถ้วย โถ หม้อ ชาม จาน ฯลฯ จากวัดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับบ้าน
เจ้าภาพท่านก็เลยคิดว่า แทนที่จะซื้อดอกไม้มาประดับงานศพ พอเสร็จงานก็ทิ้งไป เหมือนกับโยนเงินทิ้งโดยไม่ได้ประโยชน์อะไร สู้ประดับด้วยของใช้จำเป็นสำหรับวัด หรือคนอื่นๆที่จะใช้ประโยชน์ในงานศพ หรืองานอื่นๆต่อไป ก็จะมีประโยชน์เสียกว่า
หลังเสร็จสิ้นงานเผาศพ ชาวบ้านก็จะถวายหม้อใบใหญ่ กะละมัง โถข้าว ฯลฯ ให้วัดไป
นี่คือเรื่องราวของหม้อใบใหญ่ กะละมัง และโถข้าวหน้างานศพ
ชาคริต เพชรอินทร์
facebook : ข้าวคำน้ำขัน