Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
ศรีลังกา...ดินแดนแห่งศรัทธา

ศรีลังกา...ดินแดนแห่งศรัทธา

เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสิงหลกับกบฏแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬ ความรุนแรงจากการต่อสู้ที่เกิดขึ้นยังคงเป็นภาพติดตาผู้คนทั่วโลกรวมทั้งคนไทย ทว่าวันนี้เมืองพุทธที่เป็นดั่งเมืองพี่เมืองน้องกับไทยอย่างศรีลังกานั้น ไม่เพียงมีแต่ความสงบเงียบ หากแต่ยังเป็นดินแดนที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสวนกระแสโลกแห่งวัตถุและวิทยาการ

การเดินเวียนรอบต้นไทรพร้อมกับท่องบทสวดมนต์ หรือนั่งกระจายอยู่เกือบเต็มลานวัดเพื่อสวดภาวนากลายเป็นภาพคุ้นตาที่พบเห็นได้ทั่วไปในพุทธสถาน ขณะที่เกือบทุกแยกมุมหรือแม้แต่ปากตรอกเล็ก ๆ เข้าสู่ชุมชนมีพระพุทธรูปทั้งเล็กและใหญ่ประดิษฐานอยู่เพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้สักการะ

แต่สิ่งที่ดึงดูดให้ไทยพุทธมุ่งมั่นเดินทางไปยังศรีลังกาวันนี้ เป็นเพราะการได้ไปสักการะพระทันตธาตุหรือที่มักเรียกกันว่าพระเขี้ยวแก้ว พระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นเขี้ยวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดมัลลิกา ดาลดา แห่งเมืองแคนดี ซึ่งว่ากันว่าเป็นเพียงองค์เดียวที่ปรากฏบนโลกมนุษย์โดยมีหลักฐานรองรับความถูกต้องตรงตามพระคัมภีร์มหาวังศาว่าด้วยพระทันตธาตุ

ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเขี้ยวแก้วที่เล่าขานกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งอังกฤษยกทัพเข้ามายึดกรุงศรีวัฒนาปุระแคนดีแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ.2352 โดยยึดเอาพระเขี้ยวแก้วมาเป็นข้อต่อรองให้ชาวศรีลังกาวางอาวุธ ขณะที่อังกฤษยึดพระเขี้ยวแก้วไว้นั้นศรีลังกาเกิดความแห้งแล้งอย่างหนักติดต่อกันหลายปี ชาวลังกาจึงเจรจากับผู้ปกครองอังกฤษ ขออนุญาตให้มีการนำพระเขี้ยวแก้วมาเปิดบูชาตามประเพณีโบราณ ฝ่ายอังกฤษก็ยินยอม ในระหว่างทำพิธีนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยปราศจากเมฆฝนมาหลายปีก็บังเกิดฝนเทลงมา
สร้างความชุ่มฉ่ำและอัศจรรย์ใจให้ผู้คนที่พบเห็น

ปาฏิหาริย์จากพระเขี้ยวแก้วที่ชาวลังกาเคารพศรัทธานี้เอง ทำให้ชาวพุทธลังกายินดีที่จะยืนเรียงต่อแถวเพียงเพื่อจะมีโอกาสได้เข้าสักการะพระเขี้ยวแก้วที่ถูกบรรจุอยู่ในเจดีย์ทองคำแค่ไม่กี่วินาที ขณะที่เด็กแรกเกิดนั้นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายก็จะพามานั่งสวดมนต์ภาวนาเพื่อขอรับพรจากพระเขี้ยวแก้ว เพราะเชื่อกันว่าความศักดิ์สิทธิ์จะช่วยคุ้มครองลูกหลานให้พ้นจากเภทภัยทั้งปวง

ว่ากันว่าหากเป็นช่วงที่มีการเปิดนำพระเขี้ยวแก้วออกมาอาจต้องเข้าแถวอย่างต่ำครึ่งวันจึงจะมีโอกาสได้เข้ามาสักการะ เพราะการอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วออกมาทำพิธีสมโภชนั้นจะมีขึ้น 4-5 ปีครั้ง และต้องให้พระมหาสังฆนายก ซึ่งเทียบได้กับพระสังฆราช สยามนิกาย 2 องค์ที่ปกครองฝ่ายคามวาสี และอรัญวาสี และตัวแทนของฝ่ายฆราวาส อันมาจากการเลือกตั้งจากผู้มีเกียรติ อันเป็นที่ยอมรับของทั้งทางฝ่ายศาสนาและประชาชน มีตำแหน่งเรียกว่า “นิละเม” นำกุญแจที่เก็บรักษาอยู่มาเปิดโดยพร้อมเพรียงกันเท่านั้น

ขณะที่วัดคงคาราม วัดของนิกายสยามวงศ์ที่อยู่ในตัวเมืองโคลัมโบนั้น เคยเป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งแรกของประเทศศรีลังกามาก่อน จุดเด่นของวัดแห่งนี้อยู่ที่วิหารกลางน้ำซึ่งไม่เพียงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจากพม่าเมื่อครั้งที่ชาวพม่ามาบูรณะวิหารแห่งนี้ ส่วนพระพุทธรูปแบบศิลปะไทยที่รายล้อมอยู่โดยรอบนั้นเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยนำมาถวาย วิหารกลางน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพุทธศาสนา ขณะที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

พระอุโบสถที่ค่อนไปทางทรงยุโรปนั้นภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปั้นศิลปะแบบศรีลังกา ความงดงามของพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ถูกนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพุทธศาสนาของศรีลังกาเสมอ แม้ว่าจะไม่ใช่พระพุทธรูปโบราณก็ตาม ส่วนศิลปะปูนปั้นแบบลอยตัวที่รายล้อมองค์พระพุทธรูปอยู่นั้นเป็นเรื่องราวที่ถอดออกมาจากพุทธประวัติ ซึ่งมีเรื่องราวของพระราหุล พระราชโอรสในเจ้าชายสิทธัตถะ (พระโคตมพุทธเจ้า) กับพระนางยโสธราหรือพิมพา ซึ่งประสูติในวันที่พระบิดาออกผนวชรวมอยู่ด้วย

และพระราหุลนี่เองที่ทำให้พิธีการบวชของชายในพุทธศาสนาต้องมีการเอ่ยขอจากพ่อแม่ก่อน เล่ากันว่าเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าและเสด็จไปทรงเผยแผ่พุทธศาสนา ณ แคว้นมคธ ได้เสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อโปรดพระบิดาและพระประยูรญาติ และมีเหล่าสาวกติดตามเสด็จมาด้วย พระนางยโสธราได้รับสั่งให้พระกุมารราหุล ไปทูลขอพระราชสมบัติจากพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าจึงทรงบรรพชาราหุลเป็นสามเณรและให้เสด็จติดตามพระองค์ไปด้วย พระกุมารราหุลจึงเป็นสามเณรองค์แรกในพุทธศาสนา

ส่วนวัดกัลยาณี วัดประจำเมืองที่ชาวโคลัมโบให้ความเคารพอย่างสูงสุด ชาวพุทธศรีลังกา เชื่อกันว่า พระพุทธองค์เสด็จมาแสดงพระธรรมเทศนาโดยประทับบนอาสน์โปรดชาว
สีหล ณ พระอารามแห่งนี้ ซึ่งเป็นการเสด็จลังกาครั้งที่ 3 ปัจจุบันบัลลังก์ที่ประทับของพระพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ในเจดีย์สีขาวองค์ใหญ่รูปบาตรคว่ำแบบเจดีย์สาญจีที่ถือว่าเป็นเจดีย์ยุคต้นในอินเดีย ซึ่งอยู่ถัดไปด้านหลังโบสถ์นั่นเอง

นอกจากต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดใหญ่แล้ว อาคารรูปทรงแบบยุโรปที่เป็นพระอุโบสถซึ่งสร้างขึ้นจากหินทรายนั้น แม้ว่าจะมีอายุเพียงแค่ 300 กว่าปี แต่ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประวัติพุทธศาสนาในลังกาที่มีความสำคัญรวมอยู่ด้วย หนึ่งในนั้นคือ ภาพพระทันตกุมารและพระนางเหมาลานำพระเขี้ยวแก้วเดินทางหนีภัยจากอินเดียมาศรีลังกา

การเดินทางไปสักการะพระเขี้ยวแก้วที่ศรีลังกาวันนี้ไม่ใช่เรื่องยากและต้องจ่ายแพงอีกต่อไป เพราะแอร์เอเชียมีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-โคลัมโบ-กรุงเทพฯทุกวัน ดูรายละเอียดได้ที่ //www.airasia.com ติดตามโปรโมชั่นและกิจกรรมของแอร์เอเชียได้ตลอดเวลาที่ twitter.com/AirAsiaThailand และ facebook.com/AirAsiaThailand.

//www.dailynews.co.th/article/725/17656


Create Date : 21 มีนาคม 2555
Last Update : 21 มีนาคม 2555 3:55:30 น. 0 comments
Counter : 589 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
ขุนเพชรขุนราม
Location :
Western United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]





ขออภัยเพื่อนๆหน้าหลักของทั่นขุน ยังไม่มีนโยบายเปิดครับ
แต่ยังคงมีอัพบล็อกอยู่เป็นระยะๆ กรุณากด ติดตามหน้าบล็อก

หรือสมาชิกและเพื่อน ๆยังตามข่าว ได้อยู่หลายทางนะครับ




"ตลอดเวลาที่บาปยังไม่ส่งผล
คนพาลสำคัญบาปเหมือนน้ำผึ้ง
เมื่อใดบาปให้ผล คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น"
ขุ.ธ. 25/15/24
เวลา 4.57PM :sat,Mar 29,2557



BlogGang Popular Award # 9


BlogGang Popular Award # 10


BlogGang Popular Award # 11


Flag Counter
 เริ่มนับ 11 พฤศจิกายน 2559
Friends' blogs
[Add ขุนเพชรขุนราม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.