กรกฏาคม 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
25
28
29
30
31
 
 
Jodhpur........ตามมาดูเมืองสีฟ้า-06

วันที่ 23/12/2012 วันที่แปดของการเดินทาง

หลังจากนั่งรถยาวตลอดคืนก็มาถึงท่ารถที่ Jodhpur ในตอนเช้า พอลงจากรถเท่านั้นแหละเจอตุ๊กกะนายหน้าแขกมะรุมุตุ้มล้อมหน้าล้อมหลังกันเต็มเลย แต่พวกเราก็ไม่สนใจ เพราะเจ้าของโรงแรมที Jaisalmerได้ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นเจ้าของที่พักของเมืองนี้ไว้ให้แล้ว แต่เราก็แบ่งรับแบ่งสู้โดยการบอกว่าขอไปเห็นห้องก่อน ถึงจะตัดสินใจ โรงแรมของเค้า อยู่ในเขตเมืองเก่า ใกล้ๆ Clock Tower ซึ่งเราเดินทางมาด้วยรถตุ๊กที่เรียกจากจุดลงรถ ตุ๊กๆเปิดราคามาแพงพอควรแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้ไกลมาก แต่เราก็มีกระเป๋าใบใหญ่มาด้วยอีก2ใบ จึงต่อรองมาได้ที่ 80รูปี ให้เค้ามาส่งแถวพวกเราแถวๆ Clock Tower แล้วพี่ต่อก็โทรไปหาเจ้าของโรงแรมที่ได้รับการแนะนำมา พวกเราต้องเดินเข้าซอยไปอีกสักพักนึง ก็จะถึงเป็นโรงแรมที่อยู่ในระแวกบ้านคนเหมือนตึกแถว สภาพก็โอเคสะอาดมีห้องน้ำในตัวราคา 450รูปี แต่เราก็ยังไม่ถูกใจเพราะรู้สึกว่าห้องมันทึบๆไปหน่อย เลยยังไม่ตกลงเราขอตัวจะไปดูที่พักรอบๆก่อน เค้าก็ไม่ยอมปล่อยเราไปง่ายๆ เค้าเลยอาสาพาเดินไปดูที่อื่น(เผื่อจะได้ค่านายหน้า) เราก็เลยให้พี่ต่อไปดูส่วนเรายืนเฝ้าของไว้ พอพี่ต่อกลับมา บอกว่ามีที่นึงใช้ได้เป็นคฤหาสถ์เก่าแต่ราคา 850รูปี เรากับพี่ต่อเลยแอบตกลงกันที่จะปฎิเสธนายหน้าไปก่อนเลย ให้บอกว่ายังไม่ถูกใจ ขอไปหาเองแล้วรีบชิ่งออกมา และให้พี่ต่อพาไปดูเองอีกครั้ง ปรากฎว่าห้องสวยใช้ได้ เลยต่อรองกับเจ้าของที่พักด้วยตัวเองกันใหม่ต่อรองราคาได้ที่ 650 รูปีต่อคืน

เป็น Heritage Hotel ชื่อว่า Sadar Haveli Heritage Hotel


ตั้งอยู่ที่ Near Ummed Chowk, MohallaLaiquan Jodhpur (Raj.) India

โทร 0091 291 263 9392 มือถือ +91-9413249511

เมลล์ sadarhaveliheritage@gmail.com sadar_haveliheritage@yahoo.com


เนื่องจากเป็นคฤหาสถ์เก่าก็เลยมีรายละเอียดของตัวอาคารที่สวยงาม เจ้าของโรงแรมเป็นลุงแก่ๆดูภูมิฐานท่าทางใจดี เล่าให้ฟังว่าคฤหาสถ์หลังนี้เป็นมรดกตกทอดมา รายละเอียดจำไม่ค่อยได้เพราะลุงแกร่ายยาวมากทั้งประวัติโรงแรม แล้วก็สอนแนวคิดวิธีการใช้ชีวิตของแก ซึ่งกว่าพวกเราจะได้เข้าห้องก็นั่งคุยกันอยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมงได้55 หลังจากพวกเราเก็บของเสร็จก็ออกมาถ่ายรูปเล่นในบริเวณโรงแรม พวกเราคิดว่าถ้าเค้าบูรณะมากกว่านี้ก็คงจะสวยมาก และน่าจะอัพราคาได้แพงกว่านี้




แล้วพวกเราก็ออกไปสำรวจตลาดแถวที่พักตั้งอยู่แถวหอนาฬิกา ตลาดนี้ก็คือ Sadar Bazaarนั่นเอง

ของกินของขายเยอะพอสมควร


วันนี้ตอนเย็นเราตกลงจะไปกินที่ร้าน PriyaRestaurant เป็นอาหารร้านมังสวิรัติ โดยเดินตรงออกจากถนนเส้นหอนาฬิกา เดินตรงไปเรื่อยๆเลยตามเส้นถนนใหญ่ถ้าจำไม่ผิดร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือหาไม่ยาก

อาหารชุดละประมาณ 60รูปี สั่งมาคนละชุด



กินอิ่มก็เดินเล่น แล้วก็ได้ขนมหวานตบท้าย



รสชาติแนวนมๆหวาน แปลกดี

เดินย้อนกลับมาทางร้าน Priya ฝั่งตรงข้ามมีร้านขนมเปิดอยู่ ดูน่าสนใจดีเพราะแขกมุงเยอะเลยก็เลยไปมุงกะเค้าบ้าง ได้ไอติมมะม่วงมา 1แท่ง รสชาติพอกินได้เป็น55 เป็นไอติมที่ให้ความรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเย็น เหมือนเป็นครีม ที่ใส่สีใส่กลิ่น พวกเราช่วยกันกินได้ครึ่งแท่ง ที่เหลือให้ถังขยะช่วยกินต่อ55++

หอนาฬิกายามดึก เปลี่ยนสีตลอดเวลา

ตอนเดินกลับบ้านต้องผ่านตลาด ทุกคนดูจะชอบการถ่ายรูปมาก เรียกให้ถ่ายตลอดทาง55++




วันที่ 24/12/2012 วันที่เก้าของการเดินทาง

เช้านี้เรามีแพลนไปที่ MehrangarhFort ซึ่งสามารถเดินไปได้จากที่พัก ส่วนอาหารเช้าของวันนี้ก็ไปหาเอาข้างหน้า เพราะคิดว่าน่าจะมีร้านอาหารอยู่หลายร้าน ทางเดินที่นี่เหนื่อยพอควร เพราะเป็นทางเดินขึ้นเนินตลอด ระหว่าทางเดินไปป้อม ก็จะมีบ้านของชาวบ้านตั้งอยู่เป็นแนวตามเนินที่เราเดินขึ้นไป พวกเรางมทางกันพอสมควร เดินไปก็ถามทางชาวบ้านไปเรื่อยๆ ถึงไม่หลงแต่ก็เสียเวลาเยอะ เพราะต้องแวะถามทางชาวบ้านเรื่อยๆ และระยะทางมันก็ไกลพอสมควรถ้าข้อเข่าไม่ดีก็ใช้บริการรถตุ๊กๆน่าจะดีกว่า พวกเราเดินมาสักพักก็เจอเกสเฮาท์ที่เปิดให้บริการอาหารเช้าด้วย มีระเบียงที่สามารถนั่งชมความงามของของเมืองจ๊อดปูร์ได้ชัดเจน เราเลยตกลงกันกินที่นี่ อาหารรสชาติพอใช้ แต่ข้าวสวยเหม็นสาบอย่างแรงก็เลยไม่กินแอบเสียดายตังค์เหมือนกันเพราะที่นี่ข้าวแพง

วิวจากโต๊ที่เรานั่งกินอาหาร เห็นพระราชวัง Umaid Bhawan วังที่มหาราชาองค์ปัจจุบันประทับอยู่ได้ด้วย



กินเสร็จก็เดินกันต่อ ถามทางมาเรื่อยๆจนขึ้นมาถึงป้อม เล่นเอาพวกเราเหนื่อยเลย ถ้าเดินอย่างเดียวแล้วไม่แวะกินอาหารหรือหลงทางน่าจะใช้เวลาประมาณ 30นาที


ก่อนเข้าแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แล้วก็เหมือนเดิมโดนขอถ่ายรูปอีกแล้ว จะเก็บเงินค่าถ่ายละนะ55

ประตูทางเข้าป้อม

มาถึงก็แวะซื้อตั๋วกันก่อนค่าเข้าคนละ 300รูปีค่ากล้อง 100รูปี ที่นี่มีหูฟังบรรยายภาษาอังกฤษให้ใช้ฟรีเหมือนวังบนป้อมที่ไจลซัลแมร์


บรรยากาศดีมาก ป้อมนี้เป็นป้อมที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในทริปนี้ อากาศที่นี่ช่วงหน้าหนาวตอนเช้าหนาวจริงๆ พอกลางวันก็แค่เย็นๆ อากาศไม่ร้อนเลยทำให้ไม่หงุดหงิดเวลาต้องเดินนาน





เมืองสีฟ้า




ชอบมุมนี้จัง

เดินเข้าไปชมด้านใน



















วิวเมืองสีฟ้าจากมุมสูงบนป้อม





สีฟ้าทั้งเมืองจริงๆเลย












หัวหน้าไกด์นำทัวร์ให้แขก





สาว(รึเปล่า)ใส่สาหรีสีสวยๆ







พระราชวัง Umaid Bhawan

ออกมาหามุมถ่ายรูปอีกสักพักแล้วก็จะไปต่อที่ JaswantThada






เราได้ยินมาว่าเดินไปได้ อยู่ห่างจากที่นี่แค่ 1กม.แต่ไปยังไงก็ยังไม่รู้ เลยถามทางชาวบ้านไปเรื่อยๆ ถามทางคุณทหารหน้าป้อมก็บอกทางซะอ้อมโลกเลย55 จริงๆถ้าเดินอีกทางจะใกล้กว่า พวกเราก็เดินกันจนเหนื่อยพี่ต่อบอกว่าไม่ไหวละ



ก็เลยตัดสินใจโบกตุ๊กๆที่วิ่งผ่านมา ตุ๊กๆเรียกแค่ 20รูปี แอบดีใจว่าถูกจัง ที่ไหนได้ แค่เดินขึ้นมาอีกหน่อยไม่เกิน 50เมตรเดียวเลี้ยวขวาก็ถึงแล้ว555+++ มิน่าเรียกซะถูกเลย พวกเราก็อุตสาห์เดินมาได้ตั้งไกล

ค่าเข้า 50รูปี ค่าถ่ายรูป 20รูปีช่วงเวลานี้คนไม่เยอะ














ไม่มีคนที่พอจะไหว้วานให้ช่วยถ่ายรูปให้ได้ จนกระทั่งมีคุณลุงกับคุณป้าคู่รักชาวอเมริกาผ่านมา เค้าเลยอาสาถ่ายรูปให้น่ารักมากๆ






หลังจากชม Jaswan Thada เสร็จ เราก็ต้องเดินกลับ เพราะว่าไม่ได้เช่ารถมา แล้วถ้าอยากรอตุ๊กๆก็ไม่รู้ว่าจะมีหลงขึ้นมาตอนไหน แต่โชคก็เข้าข้างเราหลังจากเดินมาได้เล็กน้อยเจอตุ๊ก เลยโบกให้ไปส่งร้าน Gybsy เสียไปประมาณ 60 รูปี



อาหารเย็นวันนี้ไปกินที่ร้าน Gypsy ตั้งอยู่ในเขตเมืองใหม่ซาดาร์ปุระ ที่ถนน 9thC Road ซึ่งเป็นร้านอาหารมังสวิรัติ ที่อร่อยมากๆ
อร่อยจนต้องขอซ้ำทั้งสองเมนู อร่อยจนพี่ต่ออยากให้มีร้านนี้ในทุกๆเมืองที่ไป55
ราคาอาหารถูกกว่าในโรงแรมแต่คงแพงสำหรับชาวบ้านทั่วไป ร้านนี้เลยเป็นร้านที่เห็นคนระดับปานกลางถึงระดับน่าจะมีตังค์มาทานกันทั้งร้าน




กินอิ่มก็ออกมาเดินย่อย แต่ยังไม่ทันได้ย่อยเราก็เจอร้านขายเค้ก ซึ่งวันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ หน้าร้านตกแต่งอย่างสวยงามแถมลูกค้ารอซื้อเค้กในร้านก็เพียบ เราได้เค้กมาสองชิ้นราคา เค้กต่อชิ้นอยู่ที่30-60 รูปี รสชาติก็พอกินได้ แต่พี่ต่อไม่ชอบเพราะเนื้อเค้กแห้งๆเลี่ยนๆ



หลังจากออกจากร้านพวกเราก็ขี้เกียจเดินต่อ เลยตัดสินใจโบกตุ๊กๆกลับไปแถวที่พักเพื่อแวะซื้อชาอินเดีย ที่ตลาดซาดาร์มาร์เก็ต เราซื้อกันที่ร้าน VJ Spices เจ้าของร้านเป็นพี่น้องกันเป็นผู้หญิงกับผู้ชายนิสัยดีน่ารักมาก ชงชาให้ชิมหลายตัวแนะนำสินค้าให้หลายอย่าง สรรพคุณแตกต่างกันไป แล้วที่สำคัญไม่ยัดเยียดขายของด้วย

ที่อยู่ Shop No.209-B, Insidevegetable Market Clock-Tower, Jodhpur-342 002 (Raj) มือถือ 9252000433

หลักฐานการช็อป^^


หลังจากช็อปปิ้งของฝากกันจนหนำใจแล้ว เราก็เปรยๆกันว่าจะไปซื้อผ้าร้านที่เราเจอในรีวิวในพันทิปเนี่ยแหละ แต่พวกเราก็ยังไม่ได้กินลาสซี่เจ้าที่อร่อยที่สุดในราชสถานเลย ก็เลยถามทางเค้าดู เจ้าของร้านผู้ชายเค้าก็เลยพาไปชี้จุด ที่ร้าน ทั้งสองร้านให้เลย ใจดีมากๆบริการดีอย่างนี้ให้ไปเลย10ดาว55++

ร้านชื่อ Makhaniya Lassi


เป็นลาสซี่ที่อร่อยที่สุดในราชสถานจริงๆ รสชาติดีมาก เนียนนุ่มละมุนลิ้นกลิ่นหอมหวาน แต่ก็กินได้แค่คนละถ้วย เพราะมันค่อนข้างจะหวานมาก ร้านนี้ใครมาที่ Johdpur ต้องลองมาชิมให้ได้ไม่งั้นคงน่าเสียดายแย่

มาต่อกันที่ร้านผ้า ที่ร้านนี้เจ้าของก็นิสัยดีและน่ารักมากๆ เต็มใจบริการสุดๆ สอนวิธีการดูผ้า อธิบายทุกอย่างอย่างเต็มใจแล้วก็ลดแลกแจกแถมกันสุดชีวิต ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนกลโกงให้เราเก็บมาเจ็บช้ำน้ำใจกันเลย ขลุกตัวอยู่ที่ร้านนี้นานมาก เลือกของไปคุยกับเจ้าของร้านไปร่วมๆ 2ชั่วโมง ได้ของมาเยอะมากเค้าลดให้ทุกสิ่งอย่าง ทั้งๆที่ของก็ราคาถูกอยู่แล้ว ที่กล้าพูดเพราะเคยโดนฟันที่ไจลซัลแมร์มาก่อน55++



ของที่ได้มารู้สึกคุ้มค่ากับการต้องจ่ายเงินออกไปมาก อย่างพวกเราได้ซื้อผ้าที่เอาไว้แขวนประดับผนัง ซื้อคนละผืนกับพี่ต่อ ซึ่งผ้าผืนนี้เป็นงานศิลปะแฮนด์เมด โดยเอาชิ้นส่วนของเสื้อผ้าหลายๆชุด เลือกเฉพาะบริเวณที่สวยที่สุด เช่นชุดเจ้าสาวที่มีงานปักลูกปัดหรือเลื่อมสวยๆตรงบริวณคอเสื้อ ตัดเอามาหลายๆชิ้นแล้วเอามาประกอบกันจนเป็นผ้า 1ผืน เจ้าของร้านเล่าว่า ผลงานพวกนี้ก่อนที่จะเอามาประกอบเป็นชิ้นผ้า เป็นงานฝีมือของเก่า ที่สมัยก่อนพวกเจ้าสาวจะปักชุดแต่งงานกันเอง สมัยนี้หายากเพราะคนหนุ่มสาวนิยมทำงานนอกบ้านแล้ว ไม่มีเวลาว่างเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งผลงานที่ออกมา เป็นผลงานที่สวยงามมากๆ และเนื่องเป็นงานที่ใช้ส่วนประกอบจากของเก่ามาต่อกัน และต้องปักทับบนผ้าอีกชั้น จึงทำให้ผ้าหนาและมีน้ำหนักค่อนข้างจะมาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะซื้อมาเป็นสมบัติของพวกเราสักชิ้นสองชิ้น เราได้มาจากราคาเต็มผืนละ 1,800 รูปี ลดเหลือ 1,200 รูปี (อ้อ..เราเจองานคล้ายกันกับผ้าแบบนี้ที่อุดัยปูร์ แต่ไม่ใช่ของเก่าแบบนี้เป็นของทำขึ้นมาใหม่น้ำหนักเบา และไม่ละเอียดเท่าราคา 900รูปี)

ชื่อร้าน Shri Mangglam

ที่อยู่ Opp.Old Post Office,Makrana MoHalla, Near Clock Tower, Jodhpur

โทร +91-9602414084, 91+9460087402

เมลล์ shrimangglam@ymail.com

www.shrimanglam.in




กว่าจะได้ออกจากร้านก็เกือบสี่ทุ่ม ขากลับดันโดนแก๊งค์เด็กน้อยอินเดียที่เล่นกันอยู่กลุ่มใหญ่ กรูกันเข้ามาลากจะให้ไปเล่นด้วย จนพ่อแม่ต้องตะโกนดุลูกกันใหญ่ ก็เลยฝ่าด่านเด็กน้อยกลับไปพักผ่อนได้ แต่ก่อนกลับไปนอนก็ไม่ลืมที่จะให้ลุงช่วยจองรถบัสที่จะไป Udaipur ในวันพรุ่งนี้ให้ ค่ารถคนละเท่าไร่จำไม่ได้แล้ว (แต่ถ้ามีเวลาเดินหาเอง ก็มีเอเจนซี่ข้างนอกอีกหลายเจ้าให้เลือก) และเนื่องจากต้องออกเดินทางในเวลาเช้ามากๆ ก็เลยต้องใช้บริการตุ๊กๆของโรงแรม ให้ไปส่งพวกเราที่ท่ารถเสียค่าบริการอีก 100 รูปี



Create Date : 26 กรกฎาคม 2558
Last Update : 26 กรกฎาคม 2558 23:40:06 น.
Counter : 1830 Pageviews.

2 comments
  
อยากเห็นนครสีฟ้า เคยคิดจะไปที่นี่แหละ แต่ล้มแผน 55
เห็นที่พักแล้วก็ ราชาสถาน จริงๆ ดูขลังมากๆ
แต่เรื่องนายหน้านี่ เลี่ยงได้ก็ดีแล้ว

อาหารไม่แพงเลยนะคะ (ไม่รู้ว่าจะมีขยับขึ้นราคาหรือยัง)
เรื่องรถ นี่ บางทีเดินเหนื่อยๆก็อยากโบกนะ เอาเข้าจริงๆ
เราไม่รู้ว่ามันไกลอีกแค่ไหน ก็เสียท่าตุ๊กๆได้ง่ายเลย :)
โดย: กาบริเอล วันที่: 26 กรกฎาคม 2558 เวลา:21:05:44 น.
  
ไปเลยค่ะคุณกาบริเอล^^
เมืองสวยมากๆ หลังจากกลับมาจากทริปนี้ บอกตรงๆว่าคิดไม่ผิดที่เลือกไปราชสถาน สถาปัตยกรรมของเมืองแถบนี้มีทั้งประวัติอันยาวนานและสวยงามคุ้มค่าแก่การไปเยี่ยมชมมากๆค่ะ

ถ้าแวะไปยังไงอย่าลืมไปทานลาสซี่ทีเค้าเล่าลือกันว่าอร่อยที่สุดในราชสถานด้วยนะคะ ส่วนร้านชา ร้านผ้าที่เล่าไว้บอกเลยว่า เจ้าของร้านใจดีมากๆค่ะ^^
โดย: gohachimitsu วันที่: 26 กรกฎาคม 2558 เวลา:23:04:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

gohachimitsu
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments