YOU are not afraid. You think YOU are afraid. ~Shantimayi~

หนังสือสองเล่มที่อ่านจบไปในวันนี้

วันนี้ฉันอ่านหนังสือจบไปสองเล่ม
เล่มแรกนั้น นอนอยู่ในตู้หนังสือมามากกว่า 5 ปี
มันเป็นหนังสือแปลที่ฉันเคยอ่านมันไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย
ทนอ่านไปได้ไม่ถึงสิบหน้าก็ยอมแพ้ แล้วก็เก็บหนังสือไว้ในตู้เสียเฉยๆ
ส่วนอีกเล่ม ฉันได้มาวันนี้ แล้วฉันก็อ่านจบในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง




ก่อนหน้านี้ พี่เอ๋.. พี่สาวของฉันคนหนึ่งพูดว่า
เขาจะซื้อหนังสือเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่อีกคน (ที่โตกว่าฉันห้าปี)
ซึ่งเขาก็อยากให้ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน
แต่เขาไม่แน่ใจว่าฉันโตพอรึยัง
และหนังสือเล่มนี้ก็คือ The Alchemist เขียนโดย เปาโล โคเอโย
แปลเป็นภาษาไทยโดยคุณชัยวัฒน์ สถาอานันท์
ในชื่อว่า ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน

พออ่านจบก็รู้เลยว่า ทำไมในเวลานั้น
พี่เขาถึงบอกว่าฉันอาจจะเด็กเกินไปที่จะอ่าน
เพราะคนที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ต้องผ่านช่วงเวลาไร้แรงบันดาลใจมาแล้ว
ซึ่งในเวลานั้น ชีวิตฉันมันช่างสวยงาม
คงจะยังผ่านอะไรมาไม่มากพอ และชีวิตก็พบแต่สิ่งดีๆ
จนไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจกับสิ่งที่หนังสือเล่มนี้ได้บอกไว้
จนถึงวันนี้ที่ฉันกำลังจะก้าวผ่านโลกสวยๆของวัยเด็ก
ไปสู่โลกความเป็นจริงของผู้ใหญ่ ที่ต้องเลือกว่าความฝันไหนทำได้จริง
และอะไรคือเรื่องไร้สาระที่จะต้องปล่อยให้มันหายไป
ด้วยการเลิกนึกถึงมัน ซึ่งมันก็จะหายไปจริงๆในสักวัน
แล้วพอถึงวันนั้น คนส่วนใหญ่ก็จะได้แต่เฝ้าครุ่นคิดเสียดายว่า
ทำไมวันนั้นเราถึงไม่ทำในสิ่งที่เราอยากทำ

หนังสือเล่มนี้ผูกเอาเรื่องราวของความกล้า ความไม่แน่ใจ
ที่ยังคงไว้ซึ่งความวางใจในโชคชะตา
แล้วนำมาเล่าผ่านเรื่องราวของคนช่างฝัน และคนแสวงหา
อย่างเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะที่เป็นตัวดำเนินเรื่อง
การออกแสวงหาชะตากรรม หรือคำตอบของการมีชีวิต
ก็ไม่ต่างอะไรกับการค้นหาขุมทรัพย์ ‘ของใครของมัน’
ขอเพียงแค่ใจแน่วแน่ว่าตัวเองกำลังค้นหาอะไรอยู่
ปริศนาแห่งจักรวาลทั้งหลายก็พร้อมที่จะช่วย
แค่เพียงเรารับฟังภาษาแห่งจักรวาล
ด้วยใจที่เปิดกว้างและอ่าน ‘ลาง’ ของมันเท่านั้น
ซึ่งเราจะไม่สามารถรับฟังภาษาแห่งพิภพได้เลย
หากเราไม่มีความถ่อมตัว
หนังสือเล่มนี้บอกฉันมาอย่างนี้นะ

แต่มันตลกดีที่สิ่งที่จับใจฉันที่สุดในหนังสือเล่มนี้
กลับไม่ใช่เนื้อหาหลักของการดำเนินเรื่อง
แต่กลับเป็นแค่ประโยคหนึ่งที่ส่งให้เรื่องดำเนินต่อไปได้
นั่นคือตอนที่เด็กหนุ่มเลี้ยงแกะกำลังลังเล
ระหว่างอยู่กับ ‘ฟาตีมา’ หญิงทะเลทรายผู้เป็นที่รักของเขา
หรือทิ้งไปเพื่อแสวงหา ‘ขุมทรัพย์’ ที่เขากำลังดั้นด้นไปสู่
สิ่งที่จับใจคือคำพูดของนักแปรธาตุ
ผู้เป็นเสมือนอาจารย์ของเด็กหนุ่มคนนี้ เขาบอกว่า
‘ฟาตีมาเป็นผู้หญิงแห่งทะเลทราย
เธอรู้ดีว่าพวกผู้ชายต้องเดินทางไปเพื่อที่จะหวนคืนมา
และเธอก็พบขุมทรัพย์ของเธอแล้ว คือตัวเจ้า
ตอนนี้เธอก็หวังว่าเจ้าจะพบสิ่งที่เจ้าค้นหา
’
ฉันอ่านไปขนลุกไปเพราะมันอธิบายความคิดของฉันออกมา
โดยที่ฉันไม่เคยรู้ตัวมาก่อน





หนังสืออีกเล่ม ฉันอ่านจบภายในเวลาที่สั้นมากๆ
ทั้งๆที่ปกติฉันไม่ใช่คนชอบอ่านงานแปล
หรือนิยายต่างๆ (ตั้งแต่อ่านเพชรพระอุมาจบ)
แต่หนังสือเล่มนี้มัดสายตาฉันไว้ตั้งแต่สองหน้าแรกของเรื่อง
หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า คิทเช่น เขียนโดย โยชิโมโต บานานา
โดยมี เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย เป็นผู้แปล

ฉันก็ไม่รู้ทำไมมันถึงดึงดูดฉันได้อย่างรุนแรงเช่นนี้
มันก็อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศของเรื่อง
ที่ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับตัวละครในเรื่อง
แต่อารมณ์แบบนี้ ความสับสนแบบนี้ แม้จะต่างสถานการณ์ที่พบเจอ
แต่ฉันแน่ใจว่าฉันเคยสัมผัส และเข้าใจมันไม่น้อย
ไม่เพียงเฉพาะตัวเองเท่านั้น
แต่ฉันยังเชื่อมโยมเอาตัวละครที่มีอยู่เพียงไม่กี่ตัวในเรื่องนี้
เข้ากับคนที่อยู่รอบๆตัวอีกด้วย
อีกแหละ มันคือบรรยากาศและอารมณ์ของตัวละคร
ที่ช่างพ้องกับผู้คนในชีวิตฉันเสียจริงๆ

แน่นอนว่าชีวิตจริงอาจจะไม่สวยงามขนาดที่หนังสือเล่มนี้ได้บอกเล่าไว้
ชีวิตของหญิงชายคู่หนึ่งที่โดดเดี่ยวไม่แพ้กัน
อาจจะไม่ได้จบลงอย่างสวยงามเหมือนอย่างในนิยาย
แต่เรื่องราวดีๆในหนังสือเล่มนี้
ก็ทำให้ฉันในฐานะคนอ่านได้มีความรู้สึกดีๆอยู่ตลอดจนจบเล่ม

คนแปลกหน้าที่โผล่เข้ามา
ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงนั้น
เมื่อเขาเติมความเข้มแข็งให้จิตใจเราได้
คนแปลกหน้านั้น ก็จะไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป

ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ฉันถึงรู้สึกดีขึ้นมากมาย
หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวความรักของคนคู่นี้
คนที่เคยเป็นแปลกหน้าซึ่งกันและกันมากอ่น




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2551
4 comments
Last Update : 5 มิถุนายน 2551 12:12:57 น.
Counter : 765 Pageviews.

 

"ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน" เป็นหนังสือที่พี่เจ้าของร้านหนังสือแห่งหนึ่งยื่นให้ฉัน
ร้านหนังสือในฝันของฉัน
หลังจากอ่านจบนั่งเรือข้ามฟากกลับมาทันที
แล้วถามพี่ว่ามีงานของเปาโลอีกมั้ย
สิ่งหนึ่งที่ฉันได้จากหนังสือเล่มนี้คือ
มนุษย์เรามักมองไปไกลตัวเสมอ
ทั้งๆ ที่ขุมทรัพย์นั้นอยู่ใกล้เพียงลมหายใจรดกัน

แต่...แบบว่า...ฉันผ่านช่วงเวลาแสวงหาตัวตนของตัวเองมานานแล้วค่ะ
พลังของหนังสือเล่มนี้จึงมิอาจส่องแสงใด
อย่างที่มันกระทำต่อคนหนุ่มสาวมากมายที่ได้อ่าน

ส่วนคิทเช่นนั้นเป็นหนังสือเล่มโปรดอีกเล่มของฉัน
เป็นหนังสือที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนรัก "บานานา" ไปในทันที
ไม่มีอะไร...ฉันแค่ชื่นชมความอบอุ่นที่เราให้กันได้เท่านั้นเอง

 

โดย: นกที่ไม่มีเสียง 5 มิถุนายน 2551 13:23:23 น.  

 

อ่านเรื่อง The Alchemist แล้วเหมือนกันค่ะ เพื่อนเอามาให้ยืม ซึ้งจริงๆค่ะ

 

โดย: Too Optimistic 5 มิถุนายน 2551 21:48:47 น.  

 

เรื่องแรกซื้อมานานมากล้ว
แต่ยังไม่ได้หยิบมาอ่านครับครูเสี้ยว

ครูเสี้ยวเขียนซะน่าสนใจ 5555
สงสัยต้องรื้อเอามาอ่านเสียหน่อยแล้วครับ





 

โดย: ก. วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) 6 มิถุนายน 2551 8:41:58 น.  

 

มีอาหารบำรุงสมองแล้ว แสดงว่าช่วงนี้ยิ้มได้แล้วนะ
หนังสือแต่ละเล่มดูอ่านยากดีนะค่ะ แต่เราชอบ คุณเพลงดาบแม่น้ำร้อยสายค่ะ

มีความสุขทุกๆวันนะค่ะ
อากาศ

 

โดย: yonongi IP: 203.144.211.242 10 มิถุนายน 2551 10:16:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#17


 
gluhp
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




Here...
I'm on the rooftop

Between...
pavement and stars.

Here's...
hardly no day
nor hardly no night

There're things...
half in shadow
and half way in light

It's where...
I gather my thoughts
and grow my dreams

which...
are scattered
all around

In my words,
my songs,
my dance.

คน นั่งจ้องชีวิต
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
5 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gluhp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.