[An autumn walk in Japan EP2] มองความงามตามเกียวโต: เดินวัดน้ำใส ไปวัดเงิน หาของกินที่ถนนคนเดิน
หายไปนานมาก นี่คือการดองไหข้ามปีค่ะ T Tอยากเขียนให้เสร็จหมดซะวันนี้ เพราะกลัวจะลืมซะก่อน เอาเป็นว่าวันนี้เราอยู่เกียวโตอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ แผนของพวกเราคือไปแถบ eastern kyoto กัน จากที่หาข้อมูลมาเราควรเที่ยวเป็นโซนๆ จะได้ไม่เสียเวลา14 พ.ย. วันนี้ตั้งใจจะไป- วัดน้ำใส kiyomizudera temple- วัดเงิน Ginkakuji temple พ่วงด้วย Philosopher's Path เพราะอยู่ติดกับวัดเงิน- ส่วนตอนเย็นก็ดูเวลาเอาค่ะว่าอยากไปไหนดูจากแผนทั้งหมดแล้ว เราใช้ kyoto bus pass 500 เยนค่ะ ถ้าไม่ซื้อ pass เราจะต้องเสียค่ารถเมล์เที่ยวละ 220 เยน ซึ่งแพงจับจิต บรรยากาศแถวๆ mundo hostel ค่ะ วันนี้ฟ้าครึ้มมาแต่ไกล ไม่มีแดดเลย ตอนซื้อ pass เราจะได้แผนที่เดินรถของเกียวโต รวมถึงแผนที่ของตัวเมืองมาด้วยค่ะเราก็จะดูได้ค่ะว่าเราต้องนั่งรถเมล์สายอะไร เช่น เราอยู่สถานีเกียวโต ก็จะมีบอกว่าถ้าเราจะไปวัดเงินต้องขึ้นสายอะไร ถ้าเราอยู่วัดเงินจะไปวัด nanzenji ต้องขึ้นสายอะไรการขึ้นรถเมล์ที่เกียวโตง่ายกว่าที่คิดมากๆค่ะ ;)ลงรถเสร็จเดินตามป้ายมาเลยค่ะ เราต้องเดินขึ้นเนินไปอีกบรรยากาศระหว่างเดินขึ้นไปวัดน้ำใสค่ะตอนอยู่ข้างล่างก็ว่าคนเยอะแล้ว พอมาถึงตรงนี้คนเยอะกว่าที่คิดไว้มากกกที่วัดน้ำใส ไม่สามารถถ่ายรูปแบบไร้คนได้เลยค่ะ ดูมีชีวิตชีวาไปอีกแบบใครอยากนั้งแบบนี้ก็มีนะคะ เดินขึ้นมาเรื่อยๆ ก็จะมาเจอร้านชูครีมเจ้านี้ค่ะ เห็นปุ๊บพุ่งตัวเข้าไปปั๊บสั่งมาคนละอย่างสองอย่างค่ะ เนื่องจากหิวมาก ทุกคนลืมถ่ายรูป เหลือผู้ที่ไม่ประสบภัยมาแค่นี้ค่ะ 55อันนี้ไส้เกาลัค หอมดีค่ะ แต่กิ๊กไม่ชอบกินเกาลัคเป็นทุนเดิมเลยเฉยๆไอศครีมชาเขียว อร่อยค่ะ แต่เพื่อนบอกหนาวๆแบบนี้ไม่น่าสั่งไอติมเลย อร่อยแต่หนาววอันนี้ชูครีมไส้ชาเขียวค่ะ อร่อยสุดๆ ให้ไส้เยอะสะใจไปเลยเติมของลงท้องนิดหน่อย ก็ต้องเดินต่อค่ะถึงแล้ว วัดน้ำใส..แค่ประตูเท่านั้น คนเยอะมากจริงๆ เดินตามกันไปไหลไปเรื่อยๆ เดินผ่านประตูเข้ามาก็ยังไม่เห็นตัว main building ค่ะกิ๊กชอบวัดญี่ปุ่นนะคะ เค้าจะสร้างตัววัดไม่ใหญ่ แต่ทางเดินกว่าจะถึงตัววัดไกล และมีพื้นที่กว้างๆให้ความรู้สึกว่าต้องพยายามเพื่อจะมาถึง มันแสดงถึงศรัทธาดีค่ะ มองย้อนลงไปทางบันไดที่เราเดินขึ้นมา ใบไม้สีสวยๆในที่สุด หอบไปสี่แฮ่ก ก็ถึงตัววัดแล้วค่ะ เห็นแล้วทึ่งกับการสร้างด้วยไม้มากๆตอนกิ๊กไป วัดน้ำใสใบไม้ยังไม่ค่อยแดงเท่าไหร่ค่ะ ยังเขียวๆอยู่เลย มุมจากตัววัดค่ะ ยังแดงไม่เต็มที่วันที่ไปฝนตก ฟ้าไม่มีเมฆ เป็นสีขาวไปหมดเลยค่ะเดินลงมาไปดื่มน้ำสามสาย ที่เป็นน้ำซับธรรมชาติไหลลงมาจากยอดเขา โดยเชื่อว่าถ้าดื่มทั้งสามสายจะประสบความสำเร็จในด้านความรัก การศึกษา แล้วก็จะมีสุขภาพแข็งแรงค่ะเดินออกมานั่งรถเมล์ไปวัดเงิน ginkakuji temple กันต่อลงรถเมล์ปุ๊บเห็นรถแบบนี้ก่อนเพื่อนเลยค่ะระหว่างเดินไปวัดเงิน สองข้างทางก็จะมีร้านขายของน่ารักๆเต็มไปหมดเลยค่ะอย่างร้านนี้ ของข้างในทุกอย่างจะเป็นกระต่ายหมด (ตอนนั้นต้อนรับปีกรัต่ายค่ะ ตอนนี้คงเป็นมังกรแสดงให้เห็นว่าดองนานแท้ๆ)ถึงหน้าวัด ต้นนี้สีแสบตามากๆเดิน เดิน แล้วก็เดินต่อไปเดินไปถ่ายรูปไปถึงตัววัดสี่โมงแล้วค่ะ ฟ้ามืดแบบรวดเร็วฮวบๆเลย ตัววัดจริงๆเล็กนิดเดียว แต่อย่างที่บอกไปตอนต้นค่ะเน้นทางเดินไกลๆ กับพื้นที่กว้างๆ ค่ะ วัดเงินก็ยังแดงไม่เต็มที่ค่ะ แดง เขียว เขียว แดง ไปเรื่อยๆบริเวณรอบๆสระน้ำในวัดพอถึงทางแยก จะมีให้เดินขึ้นไป หรือเดินออกเราเลือกเดินขึ้นไปข้างบนค่ะ พอเดินไปๆ เพื่อนบอกลงได้ป่าววะ 555ถึงมืดเร็ว ก็ขอถ่ายแบบมืดๆนี่แหละออกมาเราไปแวะหม่ำวาฟเฟิลกันก่อนเพราะหิวมาปรากฎว่าห้าโมงฟ้าก็เป็นสีดำไม่เห็นแสงแล้วค่ะ เราเลยไม่ได้ไป Philosopher's Pathเล็งไปมองมาเลยชี้ชวนกันไปถนนคนเดิน shinkyogoku-dori ค่ะคนเดินไม่ค่อยเยอะ ถ้าเทียบกับ shinsaibashi ที่โอซาก้า แบรนด์ก็ไม่เยอะเท่าแต่กิ๊กชอบแบบนี้เพราะมันไม่วุ่นวายดีค่ะ แต่ที่นี่ร้าน matsumoto ใหญ่เป้งสุดๆเลยค่ะสิ่ที่ชอบอีกอย่างนึงเมื่อมาญี่ปุ่นคือเจ้าเครื่องพวกนี้ค่ะเสียตัง แถมยังเจ็บใจ เพราะไม่ได้อะไรกลับมาเลย 55เห็นแล้วยอมเสียตังค์เพราะเจ้าตัวนี้ค่ะ ชอปเปอรรรรร์ อยากได้มากแต่ฝีมือเทพไม่พอเพื่อนบอกซื้อเอาถูกกว่าเยอะ หมดไปอีกวันกับเกียวโต เมืองใหญ่แต่สงบเงียบ ที่นี่สี่ทุ่มก็เงียบมากแล้วค่ะ ปิดไฟมืดหมด กิ๊กกับเพื่อนก็กลับโฮสเทล เตรียมตัวไปโอซาก้ากันค่ะ ;)