กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
10
12
14
15
21
23
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
ปฐมบท ก่อนเรียนภาษายุ่นปี่ ยี่ปุ่น (เวิ่นเว้อ !!!)

เนื่องจากช่วงนี้มีเวลามากมาย 

หลังจากผกผันตัวเองออกจากงานมาเปิดร้านเล็กๆ 

ลูกค้าก็ไม่ค่อยจะมีก็เลยออกอาการฟุ้งเฟ้อ และฟุ้งซ่านเป็นเรื่องปกติธรรมดาของพวกที่เรียกตัวเองว่า อะโลน อย่างเรา ฮ่าๆๆ (/_T)



แล้วยังไงดีล่ะจะเรียนต่อ โท เอก อย่างคนอื่นเค้า 

สมองก็ขี้เลื่อยซะเหลือเกินและที่สำคัญต้องใช้เงินเยอะเกิดเรียนไม่จบ 

มีอันต้องหยุด ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ 

การจะออกไปตะลอนวิ่งเรียนวิ่งสอบอย่างคนอื่นเค้าก็ทำได้ยากซะแล้ว 

เพราะวันๆก็จับเจ้าอยู่แต่ในร้าน แทบจะไม่มีโอกาสไปออกไปช๊อปปิ้งที่ไหน

นอกจากช๊อปปิ้งผ่านโลกออนไลน์ 

ไหนๆ ที่ร้านติดเน็ต Wifi แล้ว ก็ใช้ให้ประโยชน์ที่สุดละกันมาสรุปที่เรียนภาษาละกัน

ภาษาไรดีล่ะ...???



ตอนนี้กระแสคลั่งเกาหลีมาแรงมากในเมืองไทย 

วัยรุ่นก็พากันอยากขาว สวยเหมือนสาวเกาหลีกัน 

แต่สำหรับแล้ว คงต้องทำเยอะเลยถึงจะออกมาสวย ขาวอย่างสาวเกาหลีได้


และเราก็เฉยๆกับภาษาเกาหลีมาก

ภาษาอังกฤษก็ใช่ว่าจะเก่ง แต่ก็เรียนมาตั้งแต่เด็กอ่ะนะ 

ก็ยังsnakefishๆ อยู่เลย

และอีกอย่างเคยทำงานกับเจ้านายฝรั่งมาขอบอกว่า...เรื่องมากเป็นที่สุดดูถูกคนไทยเป็นที่หนึ่งเรยเชียวแต่แหม...ดันมีเมียคนไทย และที่สำคัญมาตั้งรกรากอยู่เมืองไทยอีกแน่ะ...เฮ้อ!!! (เม้าส์ซะงั้นเรา แต่เค้าก็ดีนะ สอนเราหลายเรื่องเชียวล่ะ อิอิ)




ก่อนหน้าออกจากงาน เราก็เคยทำงานกับเจ้านายญี่ปุ่น 

มีพี่บางคนก็เตือนว่า ชาวญี่ปุ่นอ่ะ ทะลึ่งลามกจะตาย 

แต่เพราะให้เงินเดือนสูง ก็ยอมเสี่ยง โชคดี ได้เจอเจ้านายญี่ปุ่นใจดี นิสัยดีมากๆดูแลลูกน้องเป็นอย่างดี 

ส่วนเรื่องนอกเวลางานเป็นยังไงนั้นเรื่องของเจ้านายละกันฮ่าๆๆ (ไม่ไหวจะเคลียร์เหมือนกัน :P) 

สรุป คือ เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะชอบอ่าน และดูการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่แล้ว 

ประเทศที่อยากไปที่สุดก็คือประเทศญี่ปุ่น 

ก็ตัวการ์ตูนน่ารักๆ ไปหมกอยู่ที่นั่นหมด ไม่ว่าจะเป็น 

ตระกูล Sarioคิตตี้เมโลดี้ แบดซ์ แบดซ์ มารุ เคโระคิราริ ฮิราฮุ เค-อง นารุโตะ วันพีซ และตอนนี้ที่เราคลั่งคือเจ้าRilakkuma 

เพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง บอกว่าที่โตเกียวทาวเว่อร์มีเจ้าหมีตัวนี้ขายอยู่ใต้ตึก แหม...ที่เมืองไทยก็มีขายย่ะ ที่ไหนฮิตอะไรคนไทยเรารู้หมด ฮ่าๆๆๆ



แล้วจะเริ่มเรียนจากตรงไหนก่อนดีล่ะเรา...

ก็ตั้งหน้าตั้งตาเสิร์ซหาข้อมูล วิธีเรียนด้วยตนเองให้ได้ผล ตามบล็อกและเว็ปไซด์ต่างๆ  ข้อมูลหลากหลายเหลือเกิน เลือกอ่านไม่หมดกันเลยทีเดียว 



ก่อนหน้ากระแสเกาหลีมาไทยเราก็เคยฮิตญี่ปุ่นเหลือเกินนี่นา ฮ่าๆๆๆ

งั้นก็ฝึกเรียนเองได้ไม่ยากเลยสิ  ขอเพียงให้ตั้งใจ และขยัน เป็นพอ (แต่ไม่รู้จะไปได้กี่น้ำ...ฮี่ๆๆๆ)


เริ่มแรกเราต้องรู้จักตัวอักษรญี่ปุ่นก่อน ว่าแต่ทำไมญี่ปุ่นมีตัวอักษร หลายแบบจังเลยเนี่ย

ตัวอักษร ฮิระงะนะ (Hiragana) มี 46 ตัว

ตัวอักษร คะตะคะนะ (katakana) ก็มี 46 ตัว

ตัวคันจิ (Kanji) อันนี้ เล่นเอามึนตื๊บเป็นตัวอักษรจีนที่ญี่ปุ่นยืมมาใช้ 1945 ตัว แล้วจะจำยังไงหมดล่ะเนี่ย --!

ตัวอักษรอักอันคือตัวอักษร โรมันจิเป็นการเขียนเสียงญี่ปุ่นด้วยอักษร 

บางคนต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่ต้องการเรียนตัวอักษรญี่ปุ่น จะใช้โรมันจิแทน

แต่แหม...เวลาเห็นตัวหนังสือที่เป็นภาษาญี่ปุ่นถ้าเราได้เขียนบ้างล่ะ 

มันคงจะเท่ห์ไม่หยอกล่ะ แต่กว่าจะเท่ห์นี่สิ (#Д) หืดขึ้นคอแน่ๆ เหอ เหอเหอ


ชักจะเริ่มท้อซะแล้วสิ... (* - -)


ไม่ได้นะเราจะมาท้อตั้งแต่เริ่มต้นได้ไง ...



ว่าแล้วก็ค้นหาวิธีเรียนด้วยตัวเอง 

ก็ไปเจอบล๊อกๆหนึ่งคุณครูผู้สอนเป็นสาวไทย หน้าตาน่ารักรู้หลายภาษาซะด้วย เธอโพสคำที่น่าสนใจ ให้ศึกษากันเธอบอกว่า ถ้าอยากเรียนรู้มากกว่านี้ให้เข้ากลุ่ม VIPโดยเสียตังค์ค่าเข้ากลุ่มปีละ 1000 บาท ถือว่าไม่แพงนะ

1 ปี มี 365 วัน เหมือนว่าเราจ่ายค่าเรียนวันละไม่ถึง 3 บาท

คิดได้ดังนั้นก็รีบพาตัวเองไปอยู่ห้อง VIP ทันที




แต่แหม...สำหรับคนอื่นก็คงจะคุ้มล่ะนะแต่สำหรับคนไม่มีพื้นฐานอย่างเราเข้าไปก็งง ละสิคะ ไม่กระดิกซักตัว...เง้อ !!! 


คุณครูก็โพส บทสนทนาให้สะเปะสะปะมาก ไม่ปะติดปะต่อกันเลย

อยากลงเรื่องไรวันนี้ ก็เอามาลง เราก็เรียนรู้ตามยถากรรม 

หลักไวยากรณ์ ก็ไม่รู้เฮ้อ...งูๆปลาๆ สุดๆ 

คนอื่นๆคงได้ผลแหล่ะเพราะเค้ามีพื้นฐานมาบ้างแล้ว 

งั้นก็ก๊อปบทเรียนเก็บไว้ก่อนละกัน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาเรียนรู้ละกัน


นักเรียนส่วนใหญ่ที่เข้ากลุ่มจะเป็นแม่บ้านย่อมรู้พื้นฐาน และมีโอกาสได้ใช้คำต่างๆมาบ้างไม่มากก็น้อย  แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่รู้เรื่องหรอกนะ เพราะเราก็ไปหาอ่าน หาทริคจากที่อื่นมาบ้างแล้วแหล่ะ แต่ก็รู้สึกตะหงิดๆอยู่ดี ว่าจะเรียนแบบท่องจำบทสนทนาแบบนี้เรื่อยๆเหรอเนี่ย ??? 


おはよう! ohayoo !  สวัสดีตอนเช้า

こんんにちわ!     konnichiwa!    สวัสดีตอนกลางวัน

こんばんわ! konbanwa!  สวัสดีตอนเย็น


จะเห็นว่า Konnichiwa กับ konbanwa พยางค์หน้าสุดที่ขีดเส้นใต้เขียนเหมือนกันเป๊ะ แต่กลับออกเสียงต่างกันเราก็งงสิคะ และเป็นคนขี้สงสัยด้วยสิ จะปล่อยผ่านไปได้ไงแล้วจะรู้ได้ไงว่าตัวไหนต้องออกเสียงยังไง (คราวหน้าค่อยขยายความเรื่องนี้)

เราจะฝึกแบบ ท่องจำแบบนี้เหรอ??? ม่ายยยยย!!!! 

สรุปคือก็ต้องรู้จักตัวอักษรแต่ละตัวก่อน ถึงจะเรียนรู้เรื่อง

เมื่อจับทางถูกแล้วก็มาเริ่ม ฝึกเขียนและท่อง ตัวอักษร ฮิระงะนะ อย่างจริงจัง


จบบทเรียนแรกแค่นี้ก่อน อิอิ

 




Create Date : 08 กันยายน 2555
Last Update : 9 กันยายน 2555 20:14:56 น.
Counter : 1645 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เกือบจะดีแล้วเชียว
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]