Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2548
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
10 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 

ทูตรัตติกาล : ปมพยาบาท

ทูตรัตติกาล : ปมพยาบาท
งานอดิเรกยามว่างของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนอ่านหนังสือ บางคนฟังเพลง บางคนสะสมสิ่งของ แต่สำหรับอรุณีคือการวาดรูปซึ่งถือว่าเป็นชีวิตจิตใจของเธอเลยทีเดียว

“ถ้าจะตามหาณีล่ะก็ โน่น...อยู่ชมรมศิลป์แหละ ว่างเป็นไม่ได้ชอบหมกอยู่กับภาพวาด” เป็นคำพูดติดตามปากของคตีเพื่อนสาวคนสนิทยามที่มีคนเอ่ยถาม

แต่บางวันต่างออกไป อย่างเช่นวันนี้เพราะคตีสามารถเกลี้ยกล่อมอรุณีให้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ากับหล่อนได้ ซึ่งสถานที่ตักตวงเงินจากกระเป๋าของนักศึกษาอย่างพวกหล่อนอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเพียงป้ายรถเมล์เดียว

“ไปเที่ยวห้างฯให้เปลืองเงินเปลืองทองเล่นรึไง” อรุณีเอ็ดคตีบ่อยครั้งยามเพื่อนสาวเอ่ยชวน

ทว่าเพื่อนสาวก็มักมีคำแก้ตัวไม่ซ้ำกันสักหน อย่างวันนี้เจ้าหล่อนก็อ้างว่าอากาศร้อนเดินตากแอร์ในห้างสบายตัวกว่าอยู่หอพัก

“จะซื้ออะไรเหรอตี” อรุณีถามเมื่อเห็นคตีทำท่าสนอกสนใจรองเท้าแฟชั่นอย่างไม่เก็บอาการ

“ดูหน่อยจะเป็นไรล่ะ” คตีถามด้วยความหน่าย

อรุณีจำต้องพยักหน้าอย่างยอมแพ้

คตีจึงหยิบรองเท้าสไตล์ที่ชอบมาลองสวมใส่ คู่แล้วคู่เล่า อรุณีที่ยืนจนปวดขาต้องรีบนั่งเก้าอี้ก่อนเส้น
เลือดที่ขาของหล่อนจะขอด เพื่อนสาวเป็นอย่างนี้ทุกทีทั้งเลือกทั้งลอง เชื่อเถอะ ไม่ต่ำกว่าชั่วโมงแน่

“ณีน่าจะแต่งตัวมั่งนะ มัวแต่ปล่อยตัวให้โทรมสักวันเธอต้องเสียใจ”

“ฉันชอบวาดรูปมากกว่า”

“เธอต้องหัดสังคมบ้าง เพื่อนของเธอต้องไม่ใช่ภาพวาดพวกนั้น และที่สำคัญเธอจะหาแฟนไม่ได้ ถ้าไม่พบปะพูดคุยกับคนอื่น”

“ฉันต้องหาแฟนมาทำไมยะ” อรุณีย่นจมูกน้อยๆ

“อ้าว ไว้เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจไงล่ะ”

“เชิญเธอหาไปคนเดียวเถอะ”

“แหม ไอ้เรารึอุตส่าห์หวังดี หน้าตาเธอก็ออกจะน่ารัก แต่ดันจะรักกับภาพวาด”

“ช่างฉันเถอะน่า”

พอเลือกได้รองเท้าถูกใจ ท้องไส้ของคตีก็เริ่ม
สำแดงฤทธิ์พร้อมกับส่งเสียงร้อง หล่อนบอกอรุณีว่า

“ท้องฉันร้องล่ะ”

อรุณีกับคตีจึงเดินเข้าไปในร้านขายไก่ทอด ทั้งคู่เลือกที่นั่งติดกระจก คตีเป็นฝ่ายลุกไปสั่งอาหารและให้อรุณีรออยู่ที่โต๊ะ

“มาแล้วๆ” คตีบอกอย่างอารมณ์ดี

“เธอนี่รู้ใจฉันซะจริง เบอร์เกอร์ไก่สูตรต้นตำรับกับกาแฟเย็น ฉันรักเธอมากนะตี”

“ทีงี้ทำเป็นพูดดี”

และแล้วสายตาของคตีก็เหลือบแลเห็นชลธิชา ดาวคณะผู้มีรูปร่างและสัดส่วนที่จำเริญตาจำเริญใจของบรรดาหนุ่มๆในมหาวิทยาลัยและหล่อนก็เป็นคนที่พวกเขาพากันหลงใหลได้ปลื้ม ชลธิชากำลังเดินเข้ามาในร้าน หล่อนไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียว ด้วยความเด่นดังย่อมมีผู้อยากติดสอยห้อยตามเป็นธรรมดาซึ่งมีทั้งเพศหญิงทั้งเพศชาย ทว่าในกลุ่มของหล่อนกลับมีเพศชายมากกว่าเพศหญิง และเวลาหล่อนจะขยับตัวไปไหนทีก็จะมีผู้ติดตามมากหน้าหลายตา

“ดูสิณี” คตีสะกิดเพื่อนสาวพลางบุ้ยใบ้ไปทางกลุ่มหญิงชายเหล่านั้น

“ชลธิชานี่”

“ใช่ เป็นเรื่องบังเอิญที่ฉันไม่ค่อยชอบใจเท่าไร” คตีเบ้ปาก

พอดีกับสายตาของชลธิชาสะดุดเข้ากับสองสาวที่นั่งอยู่ก่อน หล่อนปลีกตัวจากกลุ่มและเดินนวยนาดเข้าไปหาเป้าหมาย

“ว่าไงจ๊ะอรุณี คตี” ชลธิชาแสร้งยิ้มหวานให้คนทั้งคู่และรอยยิ้มของหล่อนก็ทำให้ผู้มองรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาครามครัน

อันที่จริงชลธิชาไม่ชอบหน้าอรุณีแม้สักนิด แม้หน้าตาของหล่อนจะสะสวยกว่าอีกฝ่ายชนิดที่เรียกว่าห่างชั้นกันโขอยู่ แต่ด้วยความที่อรุณีชอบหมกตัวอยู่กับภาพวาดและไม่ให้ความสำคัญกับหล่อน ทั้งๆที่ใครๆก็อยากพูดคุยอยากเข้ากลุ่มด้วย ทว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เป็นอย่างนั้น หล่อนคิดหาเหตุผลเอาเองว่าเป็นเพราะอรุณีหยิ่งและหลงตัวเองที่วาดรูปเก่ง หากในความเป็นจริงพวกหล่อนเรียนอยู่กลุ่มเดียวกัน หนำซ้ำอยู่ชมรมศิลป์เหมือนกัน อาจารย์และเพื่อนๆค่อนข้างชื่นชมฝีมือการวาดรูปของอีกฝ่ายที่ต่างจากรูปวาดของหล่อนราวฟ้ากับดิน ฉะนั้นเมื่อมีการประกวดภาพวาด อาจารย์ก็จะให้อรุณีส่งภาพเข้าประกวดทุกครั้ง แล้วก็ได้รางวัลชนะเลิศ ใจของชลธิชาก็ให้บังเกิดความอิจฉาเพื่อนร่วมเรียน

“แหม บังเอิญจังที่มาพบกันที่นี่” คตีพูดอย่างประชด

“นั่นสิ ทำไมอรุณีถึงมาอยู่ในห้างสรรพสินค้าล่ะวันนี้ ทุกทีเธอชอบหมกตัวในห้องชมรมไม่ใช่หรือ เอ...หรือว่าเธออยากออกมาดูโลกภายนอกบ้าง” ชลธิชาพูดจาเหน็บแนม

พวกเพื่อนของชลธิชาที่ได้ยินคำพูดของหล่อนต่างพากันหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน และนั่นก็ทำให้คตีทำท่าจะลุกขึ้นด้วยความโกรธ แต่อรุณีกลับคว้าแขนของเพื่อนสาวให้นั่งลงเสียก่อนเพราะไม่อยากมีเรื่องและตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ

“เธอไม่พอใจเหรอคตี” ชลธิชาถามอย่างเอาเรื่อง

“ใช่ พูดอะไรหัดคิดซะมั่งสิ” คตีสอนสั่งเสียงห้วน

“ฉันพูดความจริง รึเธอจะเถียง ใช่ไหมจ๊ะอรุณี” ชลธิชาเปิดยิ้มอย่างเยาะหยันให้หญิงสาวที่ไร้ปาก
เสียง

อรุณีกลับนิ่งเฉย

“ฉันรู้ละ เธอคงอิจฉาที่ณีวาดรูปดีกว่าเธองั้นสิ ประกวดทีไรก็ได้รางวัล ไม่เหมือนใครบางคนที่วาดรูปไม่เป็นสับปะรด” คตีจงใจพูดดูแคลนอีกฝ่ายอย่างจี้ตรงจุด

“คตี!” ชลธิชาพูดเสียงดังลั่นทำให้เพื่อนๆของหล่อนต้องช่วยกันห้ามทัพก่อนเรื่องจะบานปลาย

“ไปกันเถอะณี ขืนอยู่ต่อสงสัยมีเรื่องแน่”

อรุณีกับคตีพากันออกจากร้านก่อนจะมีการลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น

“ชาก็ น่าจะใจเย็นกว่านี้นะ ไม่งั้นจะเป็นการฉีกหน้าตัวเองเปล่าๆที่หาเรื่องพวกนั้น” เพื่อนสาวคนหนึ่งในกลุ่มเตือน

“อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลย” เพื่อนชายสนับสนุน

“เธอทั้งสวยทั้งดังกว่าพวกนั้น อย่าไปสนใจพวกโลกแคบดีกว่าว่าไหม” เพื่อนชายอีกคนพูดอย่างเอาใจ

“ก็ได้ เรามาสนุกของเราเถอะ” ชลธิชายิ้มออก แต่หล่อนไม่คิดจะเลิกราง่ายๆ รอให้สบโอกาสเหมาะหล่อนก็จะเอาคืนให้สมใจทีเดียว

“ใครหรือครับชา” จู่ๆเพื่อนชายต่างคณะก็เอ่ยถาม เขาหน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม ครอบครัวของเขาก็มีชื่อเสียงในวงสังคมชั้นสูง และชลธิชาเองก็วาดหวังในตัวเขา

“เพื่อนในห้องค่ะราม” ชลธิชาตอบเสียงหวานอย่างมีมารยา

“คนที่พูดน้อยชื่ออะไรเหรอครับ” เขาถามยิ้มๆ

“อรุณีค่ะ เอ๊ะ รามถามทำไมเหรอคะ” ชลธิชารู้สึกแปลกใจ

“ผมว่าเธอน่ารักดี”

“แปลว่ารามสนใจอรุณีเหรอคะ เอ่อ เธอชอบหมกตัวในห้องชมรม สนใจแต่ภาพวาดเท่านั้นแหละค่ะ”

“ผมอยากรู้จักเธอ” เขาบอกง่ายๆ แต่คำพูดของเขาเสมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจชลธิชา หล่อนฝืนยิ้มก่อนพูดอย่างแสร้งหวังดีว่า

“ชาช่วยไหมคะ”

“ขอบคุณครับ ผมจัดการเองดีกว่า”

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาชลธิชาก็หาเรื่องอรุณีอย่างหนักข้อจนทำให้คตีรู้สึกประหลาดใจ คตีนึกคิดอย่างคาดเดาว่าต้องมีมูลเหตุจูงใจฝ่ายตรงข้าม ที่สุดหล่อนก็รู้สาเหตุเพราะช่วงเวลาเดียวกันรามรุติ์ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาและฐานะดีเกาะติดอรุณีเขาได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชายประจำมหาวิทยาลัย สาวๆหลายคนต่างมุ่งหวังในตัวเขากันทั้งนั้น แน่นอนไม่เว้นแม้แต่ชลธิชาซึ่งเป็นดาวคณะ และเขาก็เอาชนะใจของอรุณีได้ไม่ยากเย็นนัก ไม่นานคนทั้งคู่ก็เริ่มคบหากันอย่างเปิดเผยทำให้หญิงสาวในมหาวิทยาลัยต่างพากันผิดหวัง

“ณี ฉันว่ายัยชลธิชาคอยหาเรื่องเพราะรามรุติ์คบกับเธอ”

“ชลธิชาชอบเขา” อรุณีพูดเป็นเชิงถาม

“โอ๊ย ชัวร์ยิ่งกว่าชัวร์ซะอีก คนหล่อแถมรวยอีกต่างหาก ใครๆก็จ้องจะจับ เธอก็อย่าประมาทล่ะ ชลธิชาน่ะตัวอันตรายหมายเลขหนึ่ง เธอต้องระวังตัวให้มาก” คตีเตือนเพื่อนสาวด้วยความห่วงใย

“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ” ต้นเหตุของเรื่องปรากฏตัวทันทีที่คตีพูดจบ

“เรากำลังคุยกันเรื่อง...” คตีพูดไม่ทันจบ อรุณีก็ขยิบตาเป็นเชิงห้ามปราม

พอรามรุติ์หันไปมองอรุณี หล่อนก็ส่งยิ้มหวานให้อย่างกลบเกลื่อน

“ณีว่างไหมครับ”

“ทำไมเหรอคะ”

“ตอนบ่ายผมอยากชวนณีกับคตีไปดูหนังด้วยกัน”

“ขอโทษนะคะราม ฉันต้องเข้าชมรม อาจารย์เรียกฉันไปพบเรื่องการประกวดภาพวาดครั้งต่อไปน่ะค่ะ”

“งั้นผมจะอยู่คอยณี” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน

ชลธิชารู้เรื่องจากเพื่อนของหล่อนเช่นกันเพราะเพื่อนของหล่อนบังเอิญได้ยินการสนทนาของคนทั้งสาม และระหว่างที่รามรุติ์คอยอรุณีย่อมเป็นโอกาสอันดีที่หล่อนจะทำให้คนทั้งคู่ผิดใจกันจนต้องแยกทางในที่สุด

และทุกอย่างก็เป็นไปตามความคาดหมายของชลธิชา หล่อนแลเห็นรามรุติ์ผู้ยืนคอยอรุณีอยู่หน้าตึก

“รามมาทำอะไรที่นี่คะ” ชลธิชาแสร้งถามหน้าซื่อตาใส

“ผมมาคอยณี” รามรุติ์ตอบเสียงห้วนเพราะใช่ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องที่ชลธิชาคอยหาเรื่องอรุณีเสียเมื่อไร

“แหม ทำไมรามต้องทำเสียงเข้มด้วยคะ” หล่อนพูดอย่างมีจริตด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน

“เปล่า ผมเป็นของผมอย่างนี้แหละ” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง

“คงมีใครใส่ร้ายชาให้คุณเข้าใจผิดกระมัง เพราะดูคุณไม่อยากพบเจอชา” หล่อนแสร้งตีหน้าเศร้า

“หรือผมได้ยินมาผิดๆ” สีหน้าของรามรุติ์เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง

“คุณเชื่อพวกนั้นด้วยเหรอคะ แต่ก็เอาเถอะค่ะ ชาไม่ถือหรอก จริงสิคะ ชามีอะไรให้คุณแปลกใจด้วยแน่ะ”

“แต่ผมต้องอยู่คอยณี” เขายืนยันหนักแน่น

“แป๊บเดียวเอง น่า เชื่อใจชาสิคะ” ชลธิชาออดอ้อน

ชลธิชาใช้เวลาเกลี้ยกล่อมรามรุติ์อยู่เป็นนานจนที่สุดเขาก็ใจอ่อนยอมไปกับเธอ พอถึงหน้าห้องชมรมถ่ายรูปหล่อนก็ฉุดแขนเขาให้เข้าไปข้างในก่อนจะเดินไปหยิบกล่องของขวัญกล่องใหญ่ส่งให้

“อย่าเพิ่งเปิดดูนะคะ ไว้ให้คุณเปิดพร้อมกับณี รับรองว่าคุณสองคนจะต้องชอบ” ชลธิชาแสร้งยิ้ม
อย่างเป็นมิตร

รามรุติ์หลงกลหล่อนอย่างง่ายดาย และเชื่อใจหล่อนเสียสนิทเพราะคิดว่าหล่อนไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากกระทำอย่างที่พูด ทั้งคู่อยู่ในห้องด้วยครู่หนึ่งชลธิชาก็พูดว่า

“อากาศร้อนนะคะเนี่ย เราเดินมาตั้งไกล รามดื่มน้ำหน่อยนะคะ”

หล่อนเดินไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะแล้วยื่นส่งให้เขา

“น้ำเย็นดื่มแล้วชื่นใจค่ะ” พูดจบชลธิชาก็เป็นฝ่ายดื่มน้ำก่อนเพื่อให้รามรุติ์วางใจ

รามรุติ์เห็นว่าหล่อนกล้าดื่มน้ำแสดงว่าในน้ำไม่มีสิ่งเจือปน เขาก็ดื่มบ้าง และหญิงสาวก็พูดกับเขาอย่างชวนคุย หล่อนเจตนาถ่วงเวลาให้ยาเสน่ห์ที่ผสมในน้ำดื่มออกฤทธิ์ สักพักรามรุติ์ก็เริ่มออกอาการ

“ผมรู้สึกมึนๆ” เขาพูดพลางสะบัดศีรษะเพื่อขับไล่ความมึนงง

ชลธิชาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทีละชิ้นขณะที่ฤทธิ์ยาเล่นงานอีกฝ่ายจนสติสัมปชัญญะของเขาผิดเพี้ยนไป รามรุติ์กลับมองเห็นผู้หญิงตรงหน้าเป็นอรุณี…คนที่เขารัก หล่อนยิ้มอย่างยั่วยวนก่อนเป็นฝ่ายจูบเขาอย่างหนักหน่วง ฤทธิ์ยาและราคะมีชัยชนะเหนือสติสัมปชัญญะของเขา รามรุติ์ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอารมณ์ที่เตลิดและกับคนที่เขาคิดว่าเป็น…อรุณี

ชลธิชาผู้ใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยเดินไปหาเพื่อนของหล่อนซึ่งซ่อนตัวอยู่ห้องติดกัน

“ได้รูปไหม” หล่อนเอ่ยถามเพื่อน

“ชัดแจ๋วเลยชา” เพื่อนสาวคนสนิทยิ้มกว้างพลางยื่นส่งรูปถ่ายให้อีกฝ่ายซึ่งเป็นรูปถ่ายจากกล้องดิจิตอล

“เธอใจกล้ามากนะชา ฉันกับเพื่อนๆงี้…ไม่อยากจะพูด ดีนะที่มีแต่ผู้หญิงด้วยกัน” หล่อนพูดต่อด้วยใบหน้าสีเข้ม

“ย่ะ” ชลธิชายิ้มมุมปากก่อนพูดต่อด้วยความสาแก่ใจว่า

“ฉันอยากรู้นักว่าณีจะทำหน้ายังไง ถ้าเห็นรูปพวกนี้”

รามรุติ์ที่นอนนิ่งเพิ่งได้สติ ทันทีที่เขาลืมตาขึ้นก็มองเห็นชลธิชานั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ เขานึกคิดด้วยความงงงวยว่า

‘มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเสื้อผ้าของฉันถึงกองอยู่กับพื้น’

“ผมทำอะไร” รามรุติ์ถามหญิงสาวตรงๆ

“คุณทำอะไร คุณน่าจะรู้ตัวดีนะคะ” หล่อนพูดเสียงปนสะอื้นไห้

“พวกเธอทำอะไรกันน่ะ” พยานรู้เห็นหลายคนพรวดพราดเข้ามาในห้องราวกับนัดกันไว้เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของชลธิชา

“ผม...ผม…ไม่รู้” รามรุติ์พูดอย่างอึกอัก

“นายต้องรับผิดชอบ” พยานทุกคนพูดเป็นเสียงเดียว

ขณะที่อรุณีกำลังยืนรอรามรุติ์ด้วยความร้อนใจ ผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินมาหา และอรุณีก็จดจำได้ว่าหญิงสาวคนนี้อยู่ในกลุ่มของชลธิชา

“ฉันมีของดีให้เธอดู” ผู้พูดพูดพลางยื่นส่งรูปถ่ายหลายใบให้อรุณี ฝ่ายหลังก็รับไปโดยดี

หลังจากหญิงสาวคนนั้นเดินลับตาไปอรุณีก็ดูภาพถ่ายในมือ แรกเห็นหล่อนถึงกับตกตะลึงด้วยความนึกไม่ถึง อรุณีตกอยู่ในสภาพของคนช็อคในภาวะเฉียบพลัน ร่างกายของหล่อนแข็งทื่อราวท่อนไม้ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความเสียใจระคนปวดร้าวแสนสาหัส และด้วยความคั่งแค้น…รามรุติ์กับชลธิชา พอลับหลังเธอ เขาสองคนก็แอบมีความสัมพันธ์กัน…มือไม้ของอรุณีไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเฉยๆ รูปถ่ายในมือก็ร่วงหล่นสู่พื้น น้ำตาพรั่งพรูไหลอาบแก้มราวเขื่อนแตก หล่อนรู้สึกเหมือนใจจะขาดเสียให้ได้ ร่างอ่อนปวกเปียกของอรุณีทรุดลงกับพื้น หล่อนร้องไห้ราวกับคนเสียสติ

ฝ่ายคตีเห็นผิดสังเกตเพราะหล่อนนัดกับอรุณีว่าพอพบอาจารย์เสร็จรามรุติ์ต้องพาอรุณีมาพบหล่อนที่ห้องสมุด แต่เวลาผ่านไปอย่างเนิ่นนานเกินควร หล่อนจึงเป็นฝ่ายไปหาอรุณี คตีกวาดสายตามองหาเพื่อนสาว และภาพที่เห็นคือฝ่ายหลังกำลังร้องไห้อย่างคนที่เสียใจอย่างหนัก

“เกิดอะไรขึ้น” คตีถามเพื่อนสาว แต่อรุณีไม่ยอมตอบ

แล้วสายตาของคตีก็เหลือบแลเห็นรูปถ่ายที่เกลื่อนอยู่บนพื้น หล่อนหยิบขึ้นมาดู อย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง รามรุติ์กับชลธิชา… คตีตระหนักรู้ว่าต้องเป็นแผนของชลธิชาอย่างแน่นอน

“ร้ายกาจมาก พวกเขาเลวพอกัน” คตีสบถด้วยความโกรธแค้นแทนเพื่อนสาว

หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงรามรุติ์ก็พยายามหาโอกาสอธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับอรุณี เขาอยากบอกว่าเขาต้องตกกระไดพลอยโจนโดยที่ไม่เต็มใจแม้แต่น้อย แต่หล่อนกลับไม่ให้โอกาสเขาแก้ตัวแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งคตีก็คอยกีดกัน ชลธิชาก็ประกบเขาไม่ห่าง ยิ่งนานวันรามรุติ์รู้สึกเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้และยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด เรื่องของเขากับอรุณียิ่งยากจะประสาน

ตลอดระยะเวลาที่เคลื่อนคล้อยอรุณีเก็บตัวเงียบ หล่อนทุ่มเทให้กับการวาดรูปเพียงอย่างเดียว และอยู่ห้องชมรมนานขึ้นทุกทีๆ จนคตีเกรงว่าอรุณีจะเป็นบ้าจริงๆ เย็นวันนั้นหล่อนก็เกลี้ยกล่อมพาอรุณีไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม แปลกที่คราวนี้อรุณีสังเกตเห็นร้านค้าเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ร้านนี้ใช้ชื่อว่า In The Dark หล่อนก็เป็นฝ่ายเดินนำคตี

“เชิญตามสบายครับ ถ้าสนใจสินค้าชิ้นไหนกรุณาบอกผมก่อน และผมชื่อรัตติสูร” เจ้าของร้านวัยยี่สิบตอนต้นผู้มีเครื่องหน้าคมเข้มเอ่ยกับลูกค้าทั้งสอง

จู่ๆคตีกับอรุณีก็รู้สึกสันหลังเย็นวาบขึ้นมาเฉยๆ พวกหล่อนคิดเห็นตรงกันว่าอาจเป็นเพราะบรรยากาศในร้านที่ดูลึกลับอย่างไรชอบกล พวกหล่อนพยักหน้าให้แก่กันก่อนแยกกันเดินชมสินค้าในร้าน ตัวคตีเดินดูสินค้าแต่ละชิ้นของร้านแล้วอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ เพราะของแต่ละชิ้นมีรูปร่างหน้าตาประหลาดแฝงด้วยความน่าสะพรึงกลัว อย่างสมุดบันทึกหุ้มด้วยหนังที่หล่อนกำลังจ้องมองอยู่ หน้าปกดูคล้ายใบหน้าของคนที่กำลังหลับ หากมีคราบสีแดงติดอยู่ทำให้หล่อนรู้สึกขนพองสยองเกล้ายิ่งขึ้น

ส่วนอรุณีกลับสะดุดใจกับชุดเครื่องเขียนที่ประกอบด้วยดินสอรูปร่างแปลกๆ ตัวแท่งมีสีดำ ส่วนปลายที่ใช้วาดคล้ายกับปากนก ด้านตรงข้ามแกะเป็นรูปหัวแพะ นัยน์ตาของแพะประดับด้วยพลอยสีแดงสด และสมุดวาดที่ทำจากหนัง จะเป็นหนังสัตว์ชนิดใดหล่อนก็สุดรู้ ทว่ายิ่งพินิจก็ยิ่งดึงดูดความสนใจของหล่อน

“คุณสนใจชุดเครื่องเขียนเหรอ” คำถามทำเอาอรุณีสะดุ้งสุดตัวเพราะหล่อนกำลังเพลินกับการพิจารณาสินค้าตรงหน้า

“ค่ะ”

“ดูท่าคุณชอบวาดรูป” เขาพูดเป็นเชิงถาม

“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าชุดเครื่องเขียนนี่ราคาเท่าไรคะ”

“มูลค่าของมันไม่ได้เป็นตัวเงินครับ”

“อ้าว งั้นฉันจะจ่ายให้คุณยังไงล่ะคะ”

“คุณต้องได้จ่ายมูลค่าของมันแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ คุณเอาไปก่อน” เขาบอกง่ายๆ

“คะ” อรุณีถามด้วยความสนเท่ห์

“เอาไปก่อน แต่มีอย่างนึงที่ต้องบอกคุณไว้ สิ่งใดที่คุณปรารถนาให้คุณวาดลงบนหนังนี้…มันจะเป็นจริง หลังจากนั้นคุณต้องเอาหนังที่มีภาพวาดเผาไฟให้หมด คุณวาดสิ่งที่ปรารถนาได้ทีละอย่างในแต่ละแผ่นและจงเผาหลังจากสัมฤทธิ์ผล อย่าลืม” เขาบอกด้วยเสียงทุ้มกังวานทรงอำนาจ

อรุณีรู้สึกตัวอีกทีหล่อนก็เดินถือถุงพลาสติกออกจากร้านมาไกล

“อะไรน่ะณี” คตีนิ่วหน้าถามเพื่อนสาว

อรุณีเปิดถุงก่อนตอบเสียงเรียบว่า

“ชุดเครื่องเขียนแปลกๆน่ะ”

อรุณีแทบไม่ใส่ใจกับคำพูดของรัตติสูรด้วยซ้ำ เพียงแต่หล่อนนึกสนุก และคตีก็นอนหลับสนิท หล่อนจึงหยิบชุดเครื่องเขียนมาวางบนโต๊ะ และลงมือวาดรูปของรามรุติ์ที่หน้าตาบูดเบี้ยวเพราะหล่อนยังแค้นใจกับการกระทำของเขา และไม่มีวันจะให้อภัยเขาเป็นอันขาด แม้เขาจะสรรหาคำอธิบายที่ดีแค่ไหนก็ตาม ชลธิชาก็เหมือนกัน คนหลังนี่ตามจองล้างจองผลาญหล่อนไม่สิ้นสุด ได้ตัวเขาไปก็ยังตามเล่นงานหล่อนไม่เลิกรา ภาพของชลธิชาที่ใบหน้าดูไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่ในแผ่นหนังถัดไป สองวันให้หลังอรุณีต้องตกตะลึงกับข่าวและภาพที่หล่อนพบเห็น

รามรุติ์เกิดอุบัติเหตุ เขาขับรถขณะเมาสุรา ใบหน้าเขามีรอยเย็บหลายเข็ม และรอยเย็บก็ดึงให้หน้าตาของเขาบูดเบี้ยวเหมือนภาพที่อรุณีวาดไม่ผิดเพี้ยน ส่วนใบหน้าของชลธิชาก็ถูกไฟคลอกเกือบเละเพราะหล่อนจัดเลี้ยงที่บ้านและทำบาร์บีคิว โชคร้ายที่ชลธิชาเดินสะดุดจนล้มลงใส่เตาทำบาร์บีคิว ใบหน้าของหล่อนนาบกับตะแกรงและถ่านไฟที่ร้อนจัดจนเสียโฉม และแม้หล่อนจะทำศัลยกรรม แพทย์ก็บอกเพียงว่าคงทำให้ดูดีได้ยาก

อรุณีกลับเข้าห้องด้วยใบหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตก หล่อนแทบไม่เชื่อสายตา ตัวเองหลังจากที่ไปแอบดูพวกเขา ใบหน้าของคนทั้งคู่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หล่อนนึกถึงคำพูดของชายที่ชื่อรัตติสูรขึ้นมาทันทีและคิดนึกอย่างสำนึกผิด

‘โอ นี่ฉัน ทำอะไรลงไป’

“สมกับความผิดของพวกเขาไม่ใช่เหรอ คนทั้งคู่ทำร้ายจิตใจคุณอย่างมาก แค่นี้นับว่าเมตตาแล้ว” อรุณีได้ยินเสียงของรัตติสูรก้องอยู่ในโสตประสาทจนไม่อาจจะคิดไปเองว่าหล่อนหูแว่ว

อรุณีไม่รอช้า หล่อนรีบไปหารัตติสูรที่ร้านและไม่ได้บอกกับคตีที่ยังอยู่ในห้องน้ำ หล่อนรู้เพียงว่าต้องเก็บเรื่องไว้เป็นความลับอย่างที่สุด

“คุณมาหาผมทำไม ยังไม่ถึงเวลาที่คุณต้องจ่ายให้ผมเลย” รัตติสูรเอ่ยทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาว

อรุณีเห็นรอยยิ้มเย็นและดวงตาเป็นประกายแวววามของอีกฝ่ายก็ทำให้หล่อนกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น

“ฉันเอาของมาคืนคุณ” อรุณีบอกง่ายๆ

“เสียใจจริงๆ ผมไม่รับคืน” เขาปฏิเสธเสียงเรียบ

“ถ้างั้นคุณบอกฉันสิว่าฉันต้องจ่ายเป็นอะไร”

“เย็นไว้ครับ ถึงเวลาคุณก็จะรู้เองว่าต้องจ่ายเป็นอะไร ตอนนี้เชิญคุณสนุกตามสบาย”

ไม่มีประโยชน์ เขาไม่ยอมบอกและไม่มีทางรับสินค้าคืนแน่ อรุณีรู้สึกใจคอไม่ดี ผู้ชายคนนี้น่ากลัว หล่อนจะทำอย่างไรในเมื่อซื้อสินค้าของเขาแล้ว และอย่างที่เขาบอก หล่อนคงต้องทำใจให้สนุกกับชุดเครื่องเขียน

วันเวลาล่วงเลยไปที่สุดอรุณีก็ลืมเผารูปที่หล่อนวาดเองกับมือ ลืมเสียสนิทเมื่อคตีบอกหล่อนว่าทางคณะที่พวกหล่อนเรียนจะจัดการแสดงละครเวที และกำลังเฟ้นหานางเอกหน้าใหม่ ชลธิชาตกอันดับตั้งแต่ใบหน้าเสียโฉม อรุณีฉุกคิด…เป็นนางเอกละครเวทีสักเรื่องก็ไม่เลว ส่วนละครที่จะแสดงคือเรื่องเจ้าหญิงนิทราประยุกต์ หล่อนวาดรูปตัวเองลงไป…ชุดที่สวมใส่เป็นชุดเจ้าหญิงยุโรป

วันประกาศผลการคัดเลือกปรากฏว่าคนที่ผู้กำกับเลือกคืออรุณี แม้แต่คตียังรู้สึกฉงน หากความยินดีกับเพื่อนรักมีมากกว่า นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมาอรุณีและคตีก็ไม่ค่อยพบปะพูดคุยกันมากนัก ดูเหมือนยิ่งห่างกันทุกทีๆ อรุณีต้องซ้อมละครทุกเย็น หล่อนลืมสนิทว่าต้องจ่ายค่าสินค้าให้เขาคนนั้น

วันนี้ก็เช่นกันที่หล่อนต้องซ้อมละคร ส่วนคตีอยู่ในห้องสมุดเพื่อทำรายงานส่งอาจารย์ ด้วยความอิจฉาริษยาที่ชลธิชามีต่ออรุณี หล่อนจึงแอบเข้าห้องของคนทั้งสองเพื่อจะตัดชุดที่ฝ่ายตรงข้ามใช้ใส่ในวันแสดงจริงให้ขาดวิ่นเพราะหล่อนต้องการทำให้ อรุณีขายหน้าบนเวที

ทุกครั้งที่อรุณีซ้อมละคร คตีจะอยู่ในห้องอยู่ก่อน แต่วันนี้ผิดกัน ฉะนั้นกุญแจที่มีอยู่เพียงชุดเดียวก็จำต้องฝากแม่บ้านเผื่อใครคนใดคนหนึ่งกลับมาก่อน ชลธิชาขยับลูกบิดประตูแต่ไม่เขยื้อน แสดงว่าทั้งคู่ยังไม่กลับ หล่อนเสี่ยงลงไปถามแม่บ้านเพื่อขอกุญแจ และโกหกว่าอรุณีให้มาเอาของ

ชลธิชากวาดสายตาสำรวจห้องของอรุณีและคตีก่อนเปิดตู้เสื้อผ้า และหล่อนก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นชุดเครื่องเขียนซ่อนอยู่ในตู้ หล่อนหยิบออกมาดู ภาพที่อรุณีวาดไว้ยังความประหลาดใจให้หล่อนอย่างมาก ภาพของรามรุติ์ที่หน้าตาบูดเบี้ยว ภาพของหล่อนที่ใบหน้าอย่างที่เป็นทุกวันนี้ ภาพสุดท้ายเป็นภาพของอรุณีในชุดเจ้าหญิงยุโรป แม้ไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่ความริษยาและโกรธแค้นมีมากเกินกว่าจะทันคิดอะไร หล่อนฉีกรูปอรุณี…หัวกับตัวแยกจากกัน และคว้าชุดของฝ่ายตรงข้ามมาตัดจนขาดวิ่นพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจากไป

ผู้เกี่ยวข้องกับการแสดงซ้อมละครถึงตอนที่เจ้าหญิงนิทราต้องนอนรอให้เจ้าชายจุมพิต อรุณีนอนนิ่งบนเตียงไม้ จู่ๆกระเบื้องแผ่นหนึ่งก็ตกลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุและอย่างไม่คาดฝัน ทั้งตัวแสดงทั้งผู้กำกับและบรรดาผู้เกี่ยวข้องพากันส่งเสียงร้องเอะอะโวยวาย ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันที

“ถึงเวลาที่คุณต้องจ่ายให้ผม” รัตติสูรยืนอยู่ต่อหน้าหญิงสาว

“จ่ายเป็นอะไรคะ” หล่อนถามหน้าซื่อ

“คุณไง และคุณต้องไปกับผมเดี๋ยวนี้”

“แต่ฉันกำลังซ้อมละคร” อรุณีขึ้นเสียงด้วยโทสะ

“คุณยังจะซ้อมละครอีกเหรอ” รัตติสูรพูดพลางชี้นิ้วให้หล่อนมองดูภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตั้งแต่ต้นจนจบ

อรุณีเห็นคนหลายคนที่หล่อนคุ้นหน้าคุ้นตาส่งเสียงกรีดร้อง มันเกิดอะไรขึ้น หล่อนจำได้ว่าถึงฉากที่เจ้าหญิงกำลังรอให้เจ้าชายจุมพิต พลันหล่อนก็มองเห็นร่างๆหนึ่งนอนนิ่ง แผ่นกระเบื้องตกลงมาโดยมีร่างนั้นเป็นเป้าหมาย เสี้ยววินาทีเลือดก็สาดกระจายทั่วไปหมด วัตถุบางอย่างหล่นกลิ้งอยู่บนพื้น ศีรษะมนุษย์! และมันเป็นของหล่อน! หล่อนก้มมองตัวเอง ร่างทั้งร่างโปร่งใส!
“ฉัน!” อรุณีพูดได้เท่านั้น

“เชิญตามสบายนะครับ ถ้าสนใจสินค้าชิ้นไหนกรุณาบอกผมก่อน และผมชื่อ รัตติสูร คุณสามารถนำสินค้าของผมไปโดยไม่ต้องจ่ายมูลค่าของมันในตอนนี้ โปรดจำไว้ว่าสินค้าของผมจะทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริง แต่มูลค่าที่คุณต้องจ่ายไม่ใช่เงิน!”.




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2548
4 comments
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2548 13:59:11 น.
Counter : 494 Pageviews.

 

ฟิกจริงๆด้วยอ่ะ แต่ก็สนุกดีนะคะ ตามอ่าน

 

โดย: k-14 IP: 61.19.32.119 15 กุมภาพันธ์ 2548 15:25:35 น.  

 

คุณk-14 : ยินดีค่า และขอบคุณมากจ้า ^^

 

โดย: กาญจน์ฏี IP: 203.145.21.199 19 กุมภาพันธ์ 2548 22:42:06 น.  

 

ชอบseries ชุดนี้มากคะ แปลกแหวกแนวดีคะ จะมีตอนต่อๆไปออกมาอีกหรือเปล่าคะ

 

โดย: creamsoda IP: 203.148.162.222 11 เมษายน 2548 8:17:48 น.  

 

คุณcreamsoda : ง่า ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าจะผลิตซีรี่ส์ไหม หุๆ ช่วงคิดพล็อตจะติดขัดน่ะค่ะ

 

โดย: กาญจน์ฏี IP: 203.145.22.226 13 เมษายน 2548 0:03:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
กาญจน์ฏี
Location :
ลำปาง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




โอม ศรี คเณศา ยะ นะ มะ ฮา โอม คะชานะนัม ภูตะคะณาธิเสวิตัม กะปิตะถะชัมพูผะละ จารุภักษะณัม อุมาสุตัม โศกะวินาศะการะกัม นะมามิ วิฆเนศวะระปาทะปังกะชัม.


ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นใน blog นี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ด้วยวิธีใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ กรุณาติดต่อขออนุญาตโดยติดต่อผ่าน ได้ที่อีเมลล์ภายในบอร์ดข้อมูลส่วนตัว มิฉะนั้นอาจเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย

**คำบูชาองค์ไกรลาสบดี**
'โอม นะมัห ศิวายะ'









Friends' blogs
[Add กาญจน์ฏี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.