Gaius Just Think.. ความคิดวุ่นวาย..ของผู้ชายยอดยุ่ง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
15 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
ไม่ยกเท้า..จะก้าวได้อย่างไร

เคยสังเกตเรื่องง่ายๆ ใกล้ๆ ตัวเรื่องนี้บ้างไม๊ครับ

"การก้าวไปข้างหน้า"

ลองหลับตานึกภาพตัวเองว่า การที่เราจะเดินไปข้างหน้าได้นั้น จะต้องทำอะไรบ้าง

ชีวิตทั้งชีวิตที่จะก้าวไปข้างหน้าได้ ก็เช่นเดียวกันกับที่เราก้าวเดินไปข้างหน้าในแต่ละก้าวนั่นแหละครับ

งั้นเราลองมาคิดไปพร้อมๆ กันทีละขั้น ทีละตอนนะครับ

ตอนนี้ เรากำลังยืนอยู่กับที่ และเรามีความต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้า

แต่....
ไปไหนล่ะ...

นั่นคงเป็นคำถามแรกที่เราต้องตอบตัวเองก่อน..
ว่าเรากำลังจะก้าวไปไหน..

ไม่รู้จุดหมาย จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร..

อ่อ ไม่ใช่ก้าวไม่ได้นะครับ แต่ไม่รู้ว่าก้าวแล้ว สุดท้ายจะไปโผล่ที่ไหน เดินเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย วันดีคืนดีหยุดมองรอบตัว อ้าว เรามาโผล่ที่นี่ได้อย่างไรเนี่ย

หรือคุณอาจพบว่าคุณกำลังก้าวเป็นวงกลม และคุณไม่ได้เดินห่างไปจากจุดเดิมเลย

ฉันใดก็ฉันนั้น (ใช้ศัพท์โบราณได้ใจไม๊ครับ)

ชีวิตจะก้าวไปข้างหน้าไปถึงยังจุดหมายปลายทางได้ ก็ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนครับ ว่าสุดท้ายแล้วชีวิตเราต้องการจะก้าวไปยังจุดไหน ต้องการจะเป็นอะไร

จะก้าวไปข้างหน้าได้..ต้องรู้จุดหมายก่อนว่าก้าวไปยังที่ใด

รู้จุดหมายแล้ว จะไปถึงได้เลยหรือไม่ ก็คงยังไม่ได้ครับ

ถ้าวันนี้เราจะเดินจากผ่านฟ้า..ไปราชประสงค์ (เอ่อ ทำไมต้องเส้นทางนี้ด้วย)

ก็คงไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าเดินตรงไปเรื่อยๆ แล้วจะสามารถไปถึงได้

มันต้องมีเลี้ยวขวาบ้าง เลี้ยวซ้ายบ้าง บางจุดอาจต้องมีเดินขึ้นสะพานบ้าง ถึงจะไปถึงจุดหมายได้

เพราะฉะนั้นที่สำคัญ คือ การวางแผนการเดินทางครับ

ฉันใดก็ฉันนั้น

ชีวิตจะก้าวไปถึงจุดหมายได้ ก็ต้องมีการวางแผนชีวิต ต้องกำหนดเส้นทางที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ต้องมีการกำหนดหลักไมล์เป็นระยะๆ รวมไปถึงต้องกำหนดจุดพักเป็นระยะๆ ด้วยครับ (ขืนเดินตลอดเวลาไม่พักเลย ก็เหนื่อยตายสิ และถ้าไม่กำหนดจุดพักไว้ บางคนพอเหนื่อยก็อาจพัก พักบ่อยจนสุดท้ายไปไม่ถึงเป้าหมายซะที)

มีจุดหมาย..มีแผนการ..เรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่เรื่องการก้าวกันจริงๆ ซะที

สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ ก็คือ...

การเริ่มต้นก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งออกไปข้างหน้าครับ

เราต้องเริ่มยกขาข้างหนึ่งออกจากจุดเดิม ค่อยๆ ออกแรงส่งมันไปข้างหน้า ในระยะที่เราสามารถก้าวไปได้ โดยไม่ล้ม

เปรียบกับในชีวิต

การที่เราจะก้าวข้ามผ่านจากจุดเดิมของชีวิต ไปยังจุดใหม่ได้ ก็จะต้องเริ่มต้นจากการ ออกแรงยกขา ออกแรงส่งมันไปข้างหน้า ในระยะที่เราก้าวไปแล้วจะไม่ล้ม

เช่น หากวันนี้เราต้องการก้าวข้ามจากการเป็นลูกจ้าง ไปเป็นผู้ประกอบการ

จุดเริ่มต้นคงไม่ใช่การลาออกจากงานที่เดิมแน่นอนครับ (ขอยกเว้นสำหรับกรณีคนที่เป็นลูกเจ้าของกิจการ หรือคาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่เกิด แบบว่าลาออกมาไม่มีเงินก็อยู่ได้ไปเรื่อยๆ นะครับ)

คนเรายืนสองขาได้นี่ครับ
คงไม่แปลกอะไรที่ชีวิตเราจะยืนสองขาบ้าง

ขาหนึ่งยืนอยู่บนพื้นที่เดิม คือ การเป็นลูกจ้าง

อีกขาเราเริ่มออกแรงส่งมันออกไป ไปยังพื้นที่ข้างหน้าที่เราเล็งไว้ คือการเป็นผู้ประกอบการ

เริ่มต้นจากการทำงานประจำของเราไปด้วย และทำธุรกิจไปด้วย

ขาที่อยู่ข้างหลังต้องมีความมั่นคง ไม่งั้นเราจะหกล้ม ก็เช่นเดียวกัน หน้าที่การงานในปัจจุบันเราก็ต้องทำให้ดี ทำให้เต็มที่ อย่าให้เสียงาน

ขาที่ก้าวออกไป ต้องส่งแรงออกไป มันถึงจะเคลื่อนไปข้างหน้า ธุรกิจที่เราต้องการจะเริ่ม ก็ต้องการแรงกายแรงใจจากเราที่เพิ่มมากขึ้นกว่าการทำงานประจำ เพื่อสร้างมันขึ้นมา

ก้าวที่ก้าวไปข้างหน้าต้องไม่ไกลเกินไป (ลองนึกภาพตัวเองต้องก้าวขาไปข้างหน้ายาวๆ กว่าที่ขาเราจะก้าวไปถึงดูสิครับ ว่าจะเป็นอย่างไร)

เป้าหมายของกิจการที่เราเริ่มสร้างขึ้นในช่วงแรกก็ต้องไม่ไกลเกินไป เอาแค่พอเหมาะสมกับที่เราจะสามารถยืนได้มั่นคงทั้งสองขา อย่าตั้งเป้าไกลถึงขนาดจะประสบความสำเร็จร่ำรวยยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันแรก

พอเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าสัมผัสพื้นได้แล้ว ลองนึกดูสิครับว่าเราจะต้องทำอะไรต่อไป...

เมื่อเท้าหน้าวางอย่างมั่นคง ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องออกแรงอีกครั้ง เพื่อยกเท้าที่อยูาด้านหลังของเราขึ้นมา แล้วดึงมันออกมาอยู่เคียงข้างเท้าที่ก้าวมาก่อนนั่นเองครับ

ขั้นตอนนี้เป็นอีกขั้นตอนสำคัญ ที่หลายคนทำไม่ได้ จึงทำให้ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ครับ ทำไมน่ะหรือครับ ก็เพราะว่า การก้าวเท้าที่อยู่ข้างหลังตามมา คือ การประกาศตัวว่า เรากำลังก้าวออกจากจุดเดิมอย่างเต็มตัวแล้วนั่นเอง

คนเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงครับ

โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เราจะต้องเสี่ยง ทิ้งสิ่งเดิมที่เราเชื่อว่าสบายดีอยู่แล้ว

หลายคนสามารถก้าวเท้าหน้าออกไปยังเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้แล้ว สามารถทำให้มันกลายเป็นที่มั่นที่สามารถวางขาข้างหนึ่งไว้พร้อมๆ กับขาอีกข้างหนึ่งที่อยู่ด้านหลังได้

แต่พอถึงเวลาต้องยกเท้าที่อยู่ด้านหลังออกมา..
กลับกลัว..
กลัวสารพัดจะกลัว..
อะไรจะเกิดขึ้นถ้า... ถ้า... ถ้า... ถ้า...

สุดท้าย..
ก็ต้องยืนคร่อมสองจุดอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ จึงไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เสียที

อาการแบบนี้จะยิ่งเห็นได้ชัดในกรณีที่เป้าหมายที่คุณต้องการก้าวข้าม คือ การต้องเอาชนะตัวเองในบางเรื่อง เช่น ต้องการลดน้ำหนัก หรือ ต้องการเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ หรือแม้กระทั่ง ต้องการลืมใครสักคนที่คุณเคยรักมาก

ก็แหม จุดเดิมที่ยืนอยู่มันก็สบายดีอยู่แล้วนี่ครับ (อย่างน้อยก็สำหรับตัวคุณเอง) แล้วทำไมคุณจะต้องอยากก้าวออกมาจากจุดนั้นด้วย

แต่ถ้าเป้าหมายของคุณชัดเจน ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะก้าวไปให้ถึงจุดหมายนั้นยิ่งหนักแน่นมั่นคง

ยังไงซะ คุณก็ต้องก้าวออกมาจากจุดที่ยืนอยู่เดิม

เพราะฉะนั้น..
กัดฟันออกแรงให้เต็มที่ ยกเท้าที่อยู่ด้านหลังขึ้นมา ฝืนใจดึงมันออกมาข้างหน้า จนมันมาอยู่เคียงข้างอีกเท้าหนึ่งที่ก้าวมาก่อนแล้ว ...

แล้วคุณจะพบว่า...
โลกที่อยู่ข้างหน้า มันช่างสวยงามและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจที่เกิดจากความท้าทายที่ได้ก้าวออกมาสู่โลกใบใหม่

ยกเท้าออกมาจากจุดเดิมเถิดครับ..เราจะได้ก้าวไปข้างหน้ากันเสียที

ไม่ยกเท้า..จะก้าวได้อย่างไร

Photobucket


Create Date : 15 เมษายน 2553
Last Update : 15 เมษายน 2553 21:32:11 น. 9 comments
Counter : 537 Pageviews.

 
อิอิอิ...ไม่ยกเท้าก็ก้าวได้
ให้กายแบกไป 555+


...ยังหาเรื่องเขียนไม่ได้เลยอ่ะ
เปลี่ยนใจมาทำนิยายเหอะนะ
จะได้ส่งงานให้ไวๆ


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:23:55:05 น.  

 
บางครั้งก็ยกเท้า ก้าวไปข้างหน้า บางครั้งก็พบว่า กำลังเดินถอยหลังอยู่ค่ะ
Have a nice day naka


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 16 เมษายน 2553 เวลา:10:02:05 น.  

 
เห็นด้วยมากๆ เลยค่ะ เมื่อก่อนยังไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองจะไปทางไหน แล้วความรู้สึกเหมือนเราหลงทางอยู่ทำให้รู้สึกไม่ดีมากๆ เลย จนสุดท้ายก็เริ่มคิดแล้วก็เริ่มก้าวเริ่มเดินเหมือนกัน รู้สึกว่ายอมเปลี่ยนแปลง ดีกว่าหลงทางไปเรื่อยๆ อีกค่ะ

ปล ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเม้นให้ด้วย :)


โดย: bombyxia วันที่: 17 เมษายน 2553 เวลา:18:54:46 น.  

 
ทักทายยามค่ำคืนที่ไม่ค่อนอบอ้าวแล้วนะคะ


โดย: cd2lucky วันที่: 17 เมษายน 2553 เวลา:20:27:01 น.  

 
ถ้าเขียนและเก็บเรื่องราวไว้เยอะๆ
ผมว่าอีกหน่อยคุณสามารถรวมเล่มเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งได้เลยนะครับ

เขียนได้ดีมากครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 เมษายน 2553 เวลา:20:48:53 น.  

 
นั่นสิคะ ไม่ยกเท้าจะก้าวได้ไง

เนาะ ๆ


โดย: BoRntoBe_engineer วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:1:35:05 น.  

 
อ่านจบแล้วนึกถึง quote นี้ค่ะ เลยเอามาฝาก

" In order to succeed,

your desire for success should be greater than your fear of failure."

by Bill Cosby

บางครั้งก็ไม่ได้กลัวที่จะยกเท้านะคะ แต่ขามันหนัก (อ้าววว ได้เวลาลดความอ้วนอีกละ เอิ๊กกกก)


โดย: der Flieder วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:7:40:59 น.  

 
เห็นด้วยกับข้อความที่คุณ der flieder โพสต์ไว้เลยครับ เราจะมีแรงก้าวไปสู่ความสำเร็จก็ต่อเมื่อความปรารถนาที่จะสำเร็จนั้นมากกว่าความกลัวที่จะล้มเหลวครับ


โดย: gaius วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:20:44:03 น.  

 
บางที ถ้าไม่เสี่ยง ก็จะไม่รู้นะว่า อนาคต
จะเป็นยังไง...


โดย: ชิโยจัง วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:21:13:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

gaius
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายธรรมดา..ไม่พิเศษ
จะมากกว่าคนอื่นก็ตรงความคิดที่แสนจะวุ่นวาย..
กับชีวิตที่แสนจะยุ่งเหยิง..
Friends' blogs
[Add gaius's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.