Webblog : Futbol Review ท่องไปในดินแดนมหัศจรรย์ที่เรียกว่า...ฟุตบอล
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
มิกกี้ เมาส์คัพกับถ้วยใหญ่

ฟุตบอลกรมพลศึกษา รุ่น18 ปี ประเภท ก รอบแรก
21 ธ.ค.54 สนามเทพหัสดิน
สวนกุหลาบ 3-1 ราชวินิต บางแก้ว


1-8

ผมขยี้ตาตั้งหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะขยี้ตาท่าไหน ยืน, นั่ง, นอนตะแคงซ้าย, ลุกขึ้นเก๊กหล่อเสยผม ตีลังกาม้วนหน้าห้าตลบ ฯลฯ พอก้มลงมองสกอร์ในเฟซบุ๊ค กรุ๊ป SUAN CHEER มันก็ยังเป็น 1-8 อยู่ดี

นั่นคือผลการแข่งขันคู่ (ก่อน) เปิดสนามของฟุตบอลเจ็ดคน แชมป์กีฬาเจ็ดสีระหว่างสวนกุหลาบและกรุงเทพคริสเตียน

สกอร์ 1 น่ะออกทางฝั่งชมพู-ฟ้านะ - -"

ผมพยายามปลอบใจตัวเองว่ามันอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุทางเกมลูกหนังแค่นัดเดียว

บางอารมณ์ก็ปลอบใจตัวเองแบบว่า...ในเมื่อหน่วยงานต่าง ๆ ชอบมาจัดฟุตบอลนักเรียนเอาช่วงนี้พร้อม ๆ กันหลาย ๆ ทัวร์นาเมนท์ การทิ้งไปสักถ้วยนึง ซึ่งเป็นแค่ทัวร์นาเมนท์พิเศษเล่นแบบ 7 คน แล้วแลกกับการคว้าถ้วยเกียรติยศซึ่งเป็นความหวังอันสูงสุดของทุกโรงเรียนอย่างฟุตบอลกรมพลศึกษา...ก็อาจจะคุ้มกัน

วิสูตร วิชายา ผู้อำนวยการบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอะคาเดมีและโค้ชหญ่ายของสวนกุหลาบมองความพ่ายแพ้ถล่มทลายครั้งนี้ว่า

“บางทีเด็กไปมุ่งมั่นจะเอาชนะอย่างเดียวมากไปหน่อย จะรุกอย่างเดียว...มันไม่ได้ บางทีเราโดนไปแล้วก็ต้องใช้วิธีอื่น แพ้ 1-8 มันเป็นเรื่องของจังหวะมากกว่า แมนฯยูฯยังเคยโดน 7 เลยครับ มันธรรมดา คิดว่าเราน่าจะกลับมาได้”

ว่าแต่ทำไมต้องอ้างอิงแมนฯยูฯด้วยนะ...แล้วปีศาจแดงน่ะโดนแค่ 6 นะพี่นะ

“มันอาจจะเกิดจากการที่บางคนไม่ช่วยกันเล่น แล้วการเตรียมตัวของเราก็ยังไม่พร้อมมากด้วย” นัท ฤทธิพร หวานชื่น ดาวยิงตัวเก่งเลือดชมพู-ฟ้าแสดงความเห็น

ส่วนมุมมองของ “แพน” วรรธนัย มีสุข มิดฟิลด์จอมขยันของทีมก็คือ

“แม็ทช์แรก มันตื่นเต้น ทำให้เราเล่นเหมือนไม่มีระบบ รูปเกมวันนั้นมันดูเหมือนต่างคนต่างเล่น”

แต่ความพ่ายแพ้ต่ออัสสัมชัญศรีราชาในนัดที่ 2 มันยิ่งตอกย้ำ “การปลอบใจ” ของผมขึ้นไปอีก...

ทิ้งมิกกี้ เมาส์คัพอย่างฟุตบอล 7 สีไปซะ แล้วมุ่งมั่นคว้าถ้วยใหญ่อย่างแชมป์กรมพละมาให้ได้น้อง ๆ สวนฯเอ๊ย!

ในอีกมุมหนึ่ง ความพ่ายแพ้ (แบบ 7 คน) สองแม็ทช์ติดต่อกัน ดูเหมือนจะบั่นทอนความมั่นใจของกองเชียร์ลงเหมือนกันนะ

หรือจะแห้วถ้วยกรมพละเป็นปีที่ 2?

ไม่หรอก ๆ คำให้การของน้อง ๆ แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ดีขึ้น

“หลังจบเกมแรกก็เพิ่งจะมีการมาปรับทีมกัน ตอนนี้รวมใจกันได้แล้ว...ทำให้ทีมเริ่มดีขึ้น” วรรธนัยว่า โดยมีฤทธิพรช่วยยืนยัน “เกมที่สองก็ดีขึ้น ทุกคนช่วยกันวิ่งเต็มที่ ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว ขึ้นไปแต่จบไม่ได้กันเอง”

พักเกมฟุตบอล “แชมป์กีฬาเจ็ดสี” ไว้ก่อนดีกว่าเพราะรายการใหญ่กว่าอย่างฟุตบอลกรมพลศึกษากำลังจะเปิดสนาม




ถึงเวลาที่เด็ก ๆ ชมพู-ฟ้าจะต้องรวมใจกันผ่านวิกฤตไปให้ได้

เสียงเชียร์จากศิษย์เก่าเป็นกำลังใจสำคัญของขุนพลสวนกุหลาบ


“นัดถ่ายทำสิบโมงครึ่งนะครับ” ผมโทรนัดเวลากับทางโรงแรมสยามแอดสยามเพื่อสัมภาษณ์ผู้บริหารธุรกิจ “Heawen for Burger Devils” ซึ่งเป็นร้านเบอร์เกอร์ที่ทางโรงแรมเปิดใหม่ที่เค วิลเลจ ถนนพระรามสี่

“อ้าว! ทำไมไม่ใช่สิบเอ็ดโมงตามปรกติล่ะ” พี่เจนนี่ พิธีกรถามเมื่อรู้เวลานัด

“ผมกลัวว่าใกล้เที่ยง ๆ คนจะแน่นร้านน่ะครับ เดี๋ยวจะถ่ายลำบาก” คือเหตุผลที่อ้างออกไป แต่ในใจของผมบอกว่า “เดี๋ยวไปเชียร์สวนกุหลาบ (เปิดสนามบอลกรมพละ 18 กับราชวินิต บางแก้ว) ไม่ทันครับ :-p”

ผมถ่ายทำและเปิบเบอร์เกอร์ที่ทางร้านให้ชิมเสร็จประมาณบ่ายโมง (รสชาติดีทีเดียว เค้าใช้วัตถุดิบเกรดอาหารโรงแรมทำเลยนะ-เนื้อที่โฆษณา) ก็รีบบึ่งไปยังสนามเทพหัสดินทันที

ผู้เล่นทั้งสองทีมกำลังจะเดินลงสนามพอดี

สิบเอ็ดขุนพลเลือดชมพู-ฟ้าประกอบไปด้วย ยุคลธร ประวัติเลิศรักษ์ในตำแหน่งด่านสุดท้าย แนวรับ 4 คน คู่แบ็กขวา-ซ้ายเป็นรณชัย หลักคำและรัฐพล เพ็งอ่อนเนตร คู่ปราการหลังใช้บริการของอดิศร พรหมรักษ์ ตัว U-19 ทีมชาติไทยสวมปลอกแขนกัปตันทีมจับคู่กับศิริศักดิ์ ไฝดง

แผงกองกลางคุมทัพโดยเกรียงไกร อุระงามและวรรธนัย มีสุข ริมเส้นฝั่งขวาขึ้นเกมโดยจักพัน ไพรสุวรรณ ส่วนด้านซ้ายเป็นหน้าที่ของธนารัตน์ ครสระน้อย มีพชร ภูมิชาติเล่นเหมือนเป็นตัวฟรี ห้อยฤทธิพร หวานชื่นเป็นหน้าเป้า

ส่วนทางราชวินิต บางแก้วนั้นวันนี้ขนผู้เล่นมาประมาณ 13 คนเท่านั้นเองเพราะผู้เล่นหลัก ๆ ติดแข่งกีฬาเยาวชนแห่งชาติอยู่ เฮดโค้ชอย่างอ.ศักดา สุขสวัสดิ์ก็ไม่ได้คุมทัพมาด้วย

สิบเอ็ดคนแรกในระบบสวีปเปอร์ประกอบไปด้วยผู้รักษาประตู ณภัทร กองจันทร์ดี คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟประกอบไปด้วยชลวัต ชนูศิลป์และนปดล สวาทวงศ์ มีชนินทร์ ประเสริฐเป็นตัวเก็บกวาดตัวสุดท้าย วิงแบ็กขวา-ซ้ายใช้บริการของอาทร นูริตมนกับฤทธิชัย ยมจันทร์

แผงกองกลางประกอบไปด้วยพินิจ ไชชนะ กัปตันทีมและปรุฬท์ สิทธิทูล ริมเส้นสองฝั่งขึ้นเกมโดยอิทธิเดช บุญมากทางด้านขวาและสุวัฒน์ เกษเหมือนทางด้านซ้าย ห้อยจาตุรงค์ วงศ์ใจคำล่าประตู

อากาศตอนบ่ายครึ่งกว่า ๆ แบบนี้แดดร้อนจัดมาก ทำเอาผู้ช่วยโค้ชของทีมจากปากน้ำตะโกนฝากฝั่งเด็ก ๆ คำสุดท้ายก่อนเขี่ยเปิดเกมว่า

“บอกเพื่อน ๆ นะ ไม่ต้องเร่ง แดดมันร้อน”

ถ้าเร่งจนแรงหมดล่ะแย่เลยเพราะตัวสำรองมีจำกัด!




เกมระหว่างสวนกุหลาบกับราชวินิต บางแก้วกำลังจะระเบิดขึ้น

สต๊าฟโค้ชและทีมงานสวนกุหลาบให้โอวาทลูกทีมก่อนลงสนาม

11 ตัวแรกของสวนกุหลาบ


แดดจัด ๆ แบบนี้ไม่ใช่แค่ขุนพลราชวินิต บางแก้วจะไม่เร่งเกมทีมเดียวหรอก ฝั่งเด็กสวนฯก็มาแบบประคองในช่วงต้นเหมือนกัน หรือแม้กระทั่งคุณไลน์แมนฝั่งใกล้อัฒจันทร์ยังต้องตะโกนบอกผู้ตัดสินที่ 4 เลยว่า

“ร้อนอิ๊บอ๋ายเลย”

“เออ” เป็นคำรับรู้สั้น ๆ ของผู้ตัดสินที่ 4

เกมไปเรื่อย ๆ ตามอุณหภูมิ แต่ยังไม่ครบสิบนาทีดี เสียงวี๊ดบูมก็ดังลั่นสนามเทพหัสดิน “แพน” วรรธนัย มีสุขคือผู้เบิกสกอร์ให้ทีมชมพู-ฟ้าได้

“นัทแปมาให้...แล้วผมก็วิ่งเข้าไปยิงจากนอกเขตโทษครับ” ดาวเตะลักกี้ นัมเบอร์ย้อนภาพเหตุการณ์ให้ฟัง “ยิงได้ก็ดีใจมากเพราะเป็นประตูแรกของทีมเลย”

พอได้ประตูขึ้นนำ เกมของเด็ก ๆ ชมพู-ฟ้าเริ่มดีกว่า

นาทีที่ 17 เกรียงไกรเปิดฟรีคิกให้ศิริศักดิ์โหม่งข้ามคานไปเฉียดฉิว

6 นาทีต่อมาสวีปเปอร์จากปากน้ำ ชนินทร์ ประเสริฐได้โอกาสส่องฟรีคิก แล้วก็ทำได้สวยซะด้วย บอลทำท่าจะมุดใต้คานแต่ยุคลธรปัดป้องไว้ได้ซะก่อน

วิชาญชัย หาทรัพย์ ผู้ช่วยโค้ชของสวนกุหลาบ แต่เป็นอดีตนักฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนถึงกับต้องออกมากระตุ้นเด็ก ๆ

“อย่าไปฟาวล์หน้าประตูบ่อย”

ผ่านไป 25 นาที ราชวินิต บางแก้วมีการปรับแท็กติกนิโหน่ย สลับปีกทั้งสองข้าง และโยกฤทธิชัยเข้าไปยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟ สลับกับนปดลมายืนแบ็กซ้ายแทน

ห้านาทีต่อมาสวนกุหลาบขึ้นเกมทางซ้ายโดยธนารัตน์ ครสระน้อย ปีกจอมเทคนิคก่อนจะมาจบที่ฤทธิพรแปเข้าไปนิ่ม ๆ

“ประตูนี้มาจากทีมเวิร์คเลยครับ ถ้าแทนคิดจะยิงเองก็คงไม่เป็นประตู” นัทพูดถึงประตูที่ยิงได้

เสียไปสองประตู เกมของราชวินิต บางแก้วช็อตไปเลย ไม่หือ ไม่อืออะไรไปหลายนาที นาทีที่ 38 เกรียงไกรเปิดฟรีคิกทางปีกขวาให้ “มุ่น” ศิริศักดิ์โหม่งอีกครั้ง คราวนี้ชนคาน

สองนาทีต่อมารัฐพล แบ็กซ้ายชมพู-ฟ้าโดนใบเหลืองเป็นคนแรกเมื่อไปตัดเกมคู่แข่งตรงริมเส้น

ก่อนจบครึ่งแรกไม่กี่อึดใจ ฤทธิพรสบโอกาสยิง แต่ลูกแฉลบไปเข้าทางของธนารัตน์ก่อนจะโดนรวบล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดปรี๊ดยาวทันที

“นุ้ก” จักพันหยิบลูกหนังมาวางตรงจุดเตะ แล้วก็ซัดเปรี้ยงเข้าไป สกอร์ชยับทันที

สวนฯ 3-0 ราชวินิต บางแก้ว




ช็อตเขี่ยเริ่มเกม

วรรธนัยวิ่งเฮหลังยิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0

ฤทธิพรพยายามโยกหลบคู่แข่ง

ดาวเตะผู้เบิกสกอร์แรกของเกมนี้ไล่บอลในแดนกลาง

ลูกเปิดฟรีคิกด้านข้างของราชวินิต บางแก้ววันนี้ไม่ค่อยมีผลต่อเกมเท่าไหร่

แต่ลูกยิงฟรีคิกไกล ๆ แบบนี้ทำเอายุคลธรสะอึกเหมือนกัน

ลูกฟรีคิกของสวนกุหลาบ

เฮฮาหลังขึ้นนำ 2-0

ณภัทรได้โชว์เซฟ

ฤทธิพรสับไก ก่อนจะได้ลูกโทษในจังหวะต่อเนื่อง

จุดโทษที่เป็นประตู 3-0 โดยจักพัน


ช่วงพักครึ่ง ผมเดินไปที่ซุ้มม้านั่งสำรองของทีมชมพู-ฟ้า บรรยากาศดูชิว ๆ โค้ชแต๊กเล็ก วิชาญชัยพยายามคะยั้นคะยอให้วิสูตรซึ่งอาวุโสกว่าทำหน้าที่ แต่เฮดโค้ชแชมป์ดิวิชัน 1 กลับเปิดโอกาสให้ผู้น้อย บอกว่า

“แก้เกมไปเลย เดี๋ยวผมเสริมทีหลัง”

ผมก็เลยเดินเข้าไปคุยกับโค้ชวิสูตรทันที

“เสาร์นี้เจอบีบี-ซียู ออมมือนิดนึงนะครับ” ผมแอบหยอด

“คงไม่ได้หรอก นายผมสั่งให้เต็มที่ทุกนัด เพราะถ้าเราไม่เต็มที่สักนัดนะ มันจะส่งผลไปถึงทีมอื่น ๆ ด้วย” อดีตนักเตะชื่อดังของธนาคารกรุงเทพไม่เออออด้วย

“ยังไงก็ขอขึ้นไทยพรีเมียร์ลีกด้วยกันนะครับ” ผมขอ

“บีบี-ซียูขึ้นชั้นอยู่แล้ว...” วิสูตรให้ความหวังแก่สาวกเสือสามย่าน

ส่วนการแก้เกมของ “โค้ชแต๊กเล็ก” เป็นไปอย่างสบาย ๆ ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก

“ครึ่งหลังลงไปตั้งใจเล่นเหมือนเดิมนะ อากาศร้อนจัดแบบนี้ สกอร์ได้เปรียบอยู่ ตั้งรับครึ่งสนามในแดนที่สองเลย”

จากนั้นก็เป็นคิวของวิสูตรบ้าง

“นำ 3-0 เล่นให้สนุก...เล่นให้สนุกทำยังไง ก็ต่อบอล จังหวะ 1 ต่อ 1 ไปไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน ส่งให้เพื่อน เกมของเค้าเนือยลงแล้ว ดูไม่เอาแล้ว กดเค้าให้อยู่ อย่าให้เกมของเค้ากลับมาได้ ส่วนใบเหลืองไม่เอานะ มันจะส่งผลได้ตอนหลัง”

ก่อนลงสู่สังเวียน ผอ.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมียังสั่งต่ออีกว่า

“ลงไปเล่น เหมือนซ้อมไว้เล่นบอล 7 สีด้วย เราจะไปเอาคืน!”

ส่วนการแก้เกมของราชวินิต บางแก้วก็คือการเปลี่ยนตัวสำรองลงมา 2 คน ทศพร เศรษฐภักดีลงมาแทนอิทธิเดชและวัชรพงษ์ บุญเจริญลงมาแทนฤทธิชัย

นั่นหมายความว่าไม่เหลือใครไว้ให้เปลี่ยนอีกแล้ว




โค้ชแต๊กเล็กแก้เกมช่วงพักครึ่ง

วิสูตรเน้นย้ำรายละเอียดให้ลูกทีมก่อนลงครึ่งหลัง


ครึ่งหลัง ธนารัตน์ ครสระน้อยซึ่งประจำการในตำแหน่งปีกซ้ายจึงได้เล่นด้านใกล้อัฒจันทร์ ทำให้ผมได้ยลเทคนิคของหมอนี่แบบเต็ม ๆ ต้องบอกว่าหลาย ๆ ช็อตเล่นได้เพลินตาทีเดียว แต่บางครั้งก็ “เยอะ” ไป จนวิสูตรต้องลุกออกมาโวย

“จะเลี้ยงไปไหนนี่ คิดส่งสิ อย่าคิดเลี้ยง”

เปิดฉากครึ่งหลังมาแค่ 6 นาที เกรียงไกร อุระงามก็มารับใบเหลืองไปอีกคน จากลูกฟรีคิกลูกนั้น ชนินทร ประเสริฐยิงซะหยดย้อยเลย ลูกพุ่งเข้าเสียบเสาสองงดงาม

ราชวินิต บางแก้วไล่มาแล้ว 1-3

แม้จะปล่อยให้คู่แข่งไล่มา 1 ประตู แต่ช่วงที่เหลือ เด็ก ๆ ชมพู-ฟ้าก็ “กด” ราชวินิต บางแก้วไม่ให้ “กลับมาได้” ตามที่วิสูตรสั่งเอาไว้ได้จริง ๆ มีโอกาสยิงประตูที่ 4 หลายครั้ง แต่ก็ไม่เฉียบขาดกันไปเอง

นาทีที่ 67 สวนกุหลาบขยับเปลี่ยนตัวโควต้าแรก ส่งอภิณัฐ ทรงศรลงมาแทนวรรธนัย ผู้เบิกสกอร์ในวันนี้

ช่วงท้ายเกมยังมีการเปลี่ยนตัวอีก 2 ครั้ง นาทีที่ 75 ส่งเทพพิทักษ์ สุขล้อมลงมาแทนฤทธิพร ผู้ทำประตูที่ 2 ก่อนที่จะส่งอภิเชษฐ์ นิพิมายลงมาแทนรณชัยในอีก 3 นาทีต่อมา

ตัวสำรองอย่างเทพพิทักษ์แสดงให้เห็นว่า “มีดี” อยู่ในตัวเหมือนกัน มีอยู่ช็อตนึงที่เบียดแย่งบอลกับคู่แข่งมาได้แถว ๆ ริมเส้นกลางสนาม ก่อนจะลากเลื้อยขึ้นมาเอง สับเท้าตามสเต็ป แต่กลับยิงไม่ดีเท่าไหร่ เลียดหลุดกรอบไป

ครบ 90 นาที สวนกุหลาบชนะราชวินิต บางแก้วแบบสบาย ๆ 3-1 คว้า 3 แต้มประเดิมได้




ฟรีคิกตีไข่แตกของราชวินิต บางแก้ว

ธนารัตน์ (15) กับลีลาลากบอลแบบเบา ๆ

ผู้เล่นทั้งสองทีมจับมือกันหลังเกมจบ


ชัยชนะในนัดนี้หมายถึงโอกาสเข้าที่ 1 ในสายสูงขึ้น โบนัสของการเป็นแชมป์กลุ่มนี้ไม่มากไม่มายหรอก แค่หลีกหนีทีมเต็งหนึ่งอย่างกรุงเทพคริสเตียน (ซึ่งน่าจะเข้าที่หนึ่งได้) ในรอบควอเตอร์ไฟนัลเท่านั้นเอง

“เป็นเกมแรก เก็บชัยชนะได้ก็ดีครับ เกมนี้เป็นเกมที่ทำให้เราได้กลับมาเจอสภาพการแข่งขันอีกครั้ง หลังจากที่หยุดมานาน โดยซ้อมอย่างเดียวไม่ได้แข่งเลย จังหว่ง จังหวะเลยพลาดไปบ้าง แต่ต้องยอมรับว่าเด็กสู้และช่วยกันได้ดี” คือเมนท์หลังเกมของวิสูตร วิชายา

ในขณะที่น้อง ๆ ชมพู-ฟ้า ผู้ยิงสองประตูแรกก็สอดประสานเสียงตอบรับกันดี

“ทุกคนช่วยกันเล่นเต็มที่ ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกแม็ทช์ก็ได้ลุ้นครับ” คือเสียงของฤทธิพร ดาวยิงตัวเก่ง

“เราเล่นกันอย่างเต็มที่เลยครับ ทำเพื่อโรงเรียน ชดเชยที่ผ่านมาที่แพ้มา ด้วยการทำวันนี้ให้เต็มที่” คือคำให้การของมิดฟิลด์อย่างวรรธนัย

ชนะสวย ๆ แบบนี้ นอกจากจะสร้างความมั่นใจภายในทีมแล้ว ยังทำให้กองเชียร์เลือดชมพู-ฟ้ามั่นใจขึ้นด้วย

แชมป์ 18 กรมพลศึกษาคือถ้วยที่เด็กสวนฯทุกรุ่นต้องการ

“แชมป์หรือเปล่าก็ต้องดูกันต่อไป อยากให้ไปตามจังหวะมากกว่าเพราะตอนนี้เด็กเจ็บกันเยอะ” วิสูตร ผู้แบกความหวังความชาวสวนกุหลาบตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้




โค้ชทั้งสองทีมทักทายกันหลังจบเกม

บรรดาเราเหล่านักเรียนสวนกุหลาบ...


แล้วถ้วยมิกกี้ เมาส์อย่างแชมป์กีฬาเจ็ดสีล่ะ?

พี่จุ่น สมปอง จังทองศิริ ผู้ประสานงานของทีมพูดถึงความพ่ายแพ้แบบน่าอับอายที่ศรีราชาเมื่อหลายวันก่อนว่า

“โดนมันก็คือโดนน่ะ เดี๋ยวเราค่อยไปเอาคืนในแม็ทช์ต่อ ๆ ไป”

“บอลเจ็ดสีเราคิดว่าต้องมาปรับกัน ผมยืนยันว่าเราเอาทุกถ้วยนะ” วิสูตรประกาศลั่น

“ยังเอาถ้วยนี้อยู่แน่นอนครับ ถ้าแม็ทช์หน้าชนะ...มันก็ยังกลับมาได้” คือคำประกาศของวรรธนัย

และสุดท้ายเป็นคำยืนยันของฤทธิพรถึงมิกกี้ เมาส์คัพ อย่างถ้วยแชมป์กีฬาเจ็ดสี

“ถ้วยนี้เรายังเอาอยู่นะครับ...ไม่ได้ทิ้ง”

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลทั้งสองรายการอาจจะไล่ ๆ กัน แต่สำหรับนักฟุตบอลสวนกุหลาบแล้ว ถ้าสวมยูนิฟอร์มชมพู-ฟ้าเมื่อไหร่ มันหมายความว่า “เต็มที่” เสมอ

ปล่อยเรื่องทิ้ง “มิกกี้ เมาส์คัพ” ให้เป็นเรื่องของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันที่อังกฤษโน่นไปคนเดียวเถอะ! (แต่ผมยังอยากได้ถ้วยยูโรปา ลีกนะท่านเซอร์)




Create Date : 23 ธันวาคม 2554
Last Update : 23 ธันวาคม 2554 2:36:22 น. 0 comments
Counter : 1559 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

baevi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add baevi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.