Webblog : Futbol Review ท่องไปในดินแดนมหัศจรรย์ที่เรียกว่า...ฟุตบอล
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
14 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
วันนั้นที่เคยฝันกันว่าดี

ฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี
12 พ.ย.55 สนามศุภชลาศัย
สวนกุหลาบ 0-2 กรุงเทพคริสเตียน


ผมเป็นเจ้าของบริษัทไม่กี่คนบนโลกใบนี้...ที่ไม่มีสิทธิ์โดดงานตามตำบลใจ (เอ้ย! อำเภอใจ-มุกแบบเก็บเล็กผสมน้อยก็เอาแระ :-p)

หรือที่จริงแล้ว ผมอาจจะมีสิทธิ์ก็ได้ แต่ผมไม่กล้าเอง นั่นก็เพราะหนึ่งในหุ้นส่วนนั้นเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยที่นับถือกันมาตั้งแต่สมัยเรียน _/l_ (ทั้ง ๆ ที่เรียนไม่ทันกัน)

เกมจตุรมิตร รอบแรกอีก 2 แม็ทช์ที่เตะกันวันธรรมดา ผมก็เลยแพลนไว้ว่าจะทำงานวันนึง ดูบอลวันนึง :D

แล้วบังเอิญผมเลือกวันที่ 14 พ.ย. กับแม็ทช์โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้สุดคลาสสสิก...สวนกุหลาบ-เทพศิรินทร์เอาไว้ในแพลนแล้วน่ะสิ

แม้กระแสบิ๊วท์ในเกมกับกรุงเทพคริสเตียนจะมาแร๊งส์เอามว๊าก ๆ ในเฟซบุ๊คกรุ๊ป SUANCHEER ก็ตาม

ส่วนหนึ่งที่กระแสแรง ผมมองว่ามาจากชัยชนะสวยหรูประเดิมสนามเหนืออัสสัมชัญ 4-2 นั่นเอง :D

ไม่...เพื่อบริษัท...ผมจะไม่ดูแม็ทช์นี้...วันอาทิตย์ ก่อนแข่งหนึ่งวัน ผมยังคงเจตนานี้เอาไว้

เช้าวันจันทร์ 8 โมงตรงก็ยังมุ่งมั่นเช่นนั้น

สิบโมงเช้าก็แล้ว ความคิดก็ยังแน่วแน่

บ่ายโมงครึ่ง ผมพบว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าก็คือคุณเนวิน ชิดชอบ ผู้จัดการทีมสวนกุหลาบ ชูมือขึ้นปรบให้กับแฟนบอล ขณะที่เดินนำนักฟุตบอลเลือดชมพู-ฟ้าออกจากสนามหลังจากวอร์มอัพเสร็จ ^^!

วันนี้คิดแบบนี้ พรุ่งนี้อาจจะคิดอีกอย่างก็ได้ (แต่ผมเล่นเปลี่ยนความคิดกันฉับพลันแบบชั่วโมงต่อชั่วโมงเลย ฮี่ ๆ ๆ :-p) สุดท้ายถ้าผลลัพธ์ของมันสร้างความพึงใจให้กับเราแล้ว...ก็น่าจะโอเครนะ

ในแม็ทช์เดย์ 2 ของศึกจตุรมิตร ทีมที่ชนะมาในแม็ทช์เดย์ 1 จะพบกันเอง สวนกุหลาบพบกับ “เต็งหนึ่ง (ทุกสถาบัน)” อย่างกรุงเทพคริสเตียน (ที่เอาชนะเทพศิรินทร์ เจ้าภาพมา 1-0)

ย้อนความทรงจำไปยังสมัยที่ผมยังละอ่อน สมัย ม.2 นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับจตุรมิตร

กรุงเทพคริสเตียนเป็นแค่ทีมรองบ่อนเท่านั้นเอง (แล้วปีนั้นก็จบที่ 4 ตามคาด)

แต่อีก 2 ปีต่อมา “ชงโคสีม่วง” กลับกลายเป็นทีมสุดไร้เทียมทาน เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ดาวเด่นในระดับเยาวชน จะบอกว่าพวกเขาคือ “กาลากติกอส” ก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลยไปนัก

และพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์จตุรมิตรได้เป็นสมัยที่ 2 หลังจากรุ่นคุณลุงเคยทำได้เป็นครั้งแรกเมื่อ 23 ปีก่อนนั้น!

จากนั้นก็สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด (ก่อนถึงครั้งนี้) กรุงเทพคริสเตียนสร้างสถิติเข้าชิงชนะเลิศรายการนี้ได้ 7 ครั้งซ้อน ๆ เข้าไปแล้ว

วันนั้นอาจจะเคยอ่อนด้อย แต่วันนี้ก็สามารถกลายร่างเป็นมหาอำนาจได้เหมือนกัน




ภาพแรกที่เห็น หลังจากเดินเข้ามาในสนามศุภฯ

กองเชียร์ชาวชมพู-ฟ้ามากันอย่างคึกคัก


ผมเดินเข้าไปเก็บบรรยากาศในห้องแต่งตัวของสวนกุหลาบ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคมกำลังวางแทกติกให้กับเหล่าขุนพลชมพู-ฟ้าอยู่ สิ่งที่เขาเน้นก็คือเกมในแดนกลางและการเพรสซิงคู่แข่ง

ความทรงจำของผมย้อนกลับไปยังสมัย ม.2 อีกครั้ง

ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์สยามกีฬารายวันส่งผู้สื่อข่าวไปประจำการอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฟุตบอลเซมิโปรลีกแดนเสือเหลืองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีนักเตะไทยไปค้าแข้ง ล่าเงินริงกิตอยู่ที่นั่นมากมาย

ทีมที่อยู่ในความสนใจของแฟนบอลที่สุดก็คือปาหัง ซึ่งมีสามทหารเสือชาวไทยอย่างปิยพงษ์ ผิวอ่อน, วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์และอรรถพล ปุษปาคม

สองคนแรกน่ะเป็นสตาร์ลูกหนังสุดโด่งดังประจำยุคนั้นเลย ส่วนคนหลัง ชื่อเสียงอาจจะไม่ดังเท่า แต่ผลงานที่เขาฝากไว้กับทีมการท่าเรือจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทยนั้น ช่างคุ้มค่าเหลือเกินสำหรับทีมที่ได้ลายเซ็นของเขา

วิชาสังคมศึกษาสมัย ม.2 จะเรียนเรื่อง “เพื่อนบ้านของเรา” (ม.1 เรียน “ประเทศของเรา” ม.3 เรียน “โลกของเรา”) รู้ไหมครับว่าผมเป็นคนที่จำชื่อรัฐต่าง ๆ ของมาเลเซียได้มากที่สุดในห้องเลย...จากการศึกษาในตำราที่ชื่อ “สยามกีฬา”

ก็แหม! มันชื่อทีมฟุตบอลทั้งนั้นเลยนี่ ปาหัง, กลันตัน, ตรังกานู, ยะโฮร์, เนกรี เซมบิลัน, ปะลิส เป็นต้น

ใครจะไปเชื่อว่านักเตะปาหังในวันนั้น จะอยู่ห่างจากผมไม่กี่ก้าวในวันนี้ แถมยังกำลังสอน “น้อง ๆ” โรงเรียนของผมอยู่ด้วย!

“ทำบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดกับสวนกุหลาบอันไหนยากกว่าเหรอ?” โค้ชแต๊กทวนคำถามของผมนิดนึง ก่อนจะตอบว่า “อันนี้ยากกว่านะเพราะเรามีเวลาเตรียมเด็กน้อย แค่ 7 วันเท่านั้นเอง พอเสร็จศึกเอฟเอคัพ ผมถึงมาดูทีมได้ เวลาน้อยแบบนี้ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้มาก เด็กก็เลยยังมีความเข้าใจน้อยไปนิดนึง”

“โค้ชแต๊กเป็นโค้ชที่ดีครับ คอยกระตุ้นพวกเราตลอดเวลา ทำให้พวกเราไม่ขาดสมาธิแล้วก็ไม่ตื่นเกมด้วยครับ” กัปตันนุ้ก จักพัน ไพรสุวรรณพูดถึงการได้มาร่วมงานกับโค้ชมืออาชีพซึ่งเพิ่งนำ “ปราสาทสายฟ้า” คว้าดับเบิลแชมป์บอลถ้วยมาได้ หลังจากนำสวนกุหลาบถล่มอัสสัมชัญ 4-2 ในนัดเปิดสนามจตุรมิตรแล้ว

หลังจากฟังการแนะนำแทกติกของอรรถพลเสร็จ ก็เป็นหน้าที่ของคุณเนวิน ผู้จัดการทีมที่จะมาปลุกใจ “ลูก ๆ”

“เพรสซิงเร็ว ออกบอลเร็ว ฟุตบอลสมัยนี้ไม่ได้วัดกันที่รูปร่างหรืออายุอีกแล้ว มันอยู่ที่นี่...สมอง แล้วก็ฝีเท้า ซึ่งกูเชื่อว่าพวกเอ็งมี ไป! ออกไปเอาสามแต้มกลับมา”

สามแต้มที่หมายถึงการเข้าไปยืนรอในรอบชิงชนะเลิศ!




อรรถพล ปุษปาคมวางแผนให้กับลูกทีม

โค้ชแต๊ก อดีตนักเตะปาหังช่วงปลายทศวรรษที่ 80


สิบเอ็ดตัวจริงของสวนกุหลาบในวันนี้เปลี่ยนไปจากนัดแรกแค่คนเดียวก็คือพิพัฒพงศ์ จิตตอ่อน ผู้รักษาประตูหมายเลข 25 ที่ได้ลงมาแทนศรชัย สุขล้อม

“โกล์เราเจ็บครับ เลยต้องเปลี่ยน” คือเหตุผลของโค้ชแต๊ก

ส่วนผู้เล่นคนอื่นประกอบไปด้วย แผงหลัง (จากขวามาซ้าย) คมสันต์ ถนอมแนว, จักพัน ไพรสุวรรณ กัปตันทีม, อาทิตย์ พรหมขันธ์และนิรุจน์ ยาปัน

แดนกลาง 3 คนมีเชาว์วัตน์ วีระชาติ, ชัชชน ใจรังสีและณัฐวุฒิ สมบัติโยธา

แนวรุกจากขวามาซ้ายมีปิยพงษ์ หอมขจร, สิทธิโชค กันหนูและธนารัตน์ ครสระน้อย

ในขณะที่ทางฝั่งกรุงเทพคริสเตียนนั้น ประจักษ์ เวียงสงค์ จัดลูกทีมลงในระบบ 4-3-3 เช่นกัน ผู้รักษาประตูใช้บริการของอนุศิษฏ์ เติมมี

แผงหลังแบบไลน์ดีเฟนซ์ 4 คนจากขวามาซ้ายประกอบไปด้วยอนุวัฒน์ แก้วไพรวัน, พิทยุตม์ อื้อศรีวงศ์, อดิศักดิ์ เส็นสมเอียดและกิตติพงษ์ ปฐมสุข

แดนกลางคุมทัพโดยนเรศ บุญบรรดาและนรุตม์ชัย นิ่มบุญ โดยมีกัปตันทีมอย่างศักดิ์ศรณ์ สิงหเสนีคอยปั้นเกมรุก

แนวรุกจัดจ้านไปด้วยอนิวัต ศรีอ่อนทางด้านขวา, ศิวกรณ์ เตียตระกูลทางฝั่งซ้ายและเจนรบ สำเภาดีเป็นตัวเป้า

ไม่แน่เกมนี้อาจจะเป็นการวัดคมกันของสองหมายเลข 10 ที่เคยยืนคู่กันมาในทีมนักเรียนไทยชุดแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปีเมื่อ 2-3 ปีก่อนอย่างปิยพงษ์และเจนรบก็เป็นได้




จักพัน ไพรสุวรรณเดินนำลูกทีมชมพู-ฟ้าลงสู่สนาม

จักพันกับศักดิ์ศรณ์ กัปตันทีมทั้งสองฝั่งแลกธงที่ระลึก

คุณเนวินปลุกใจลูกทีมเป็นครั้งสุดท้าย

11 ตัวจริงของสวนกุหลาบ เปลี่ยนจากนัดแรกแค่ผู้รักษาประตูคนเดียว


เปิดฉากมาแค่ 2 นาที ศิวกรณ์ ผู้ยิงฟรีคิกปลิดวิญญาณชาวลูกแม่รำเพยในนัดแรกก็โชว์สเต็ปสุดปวดหัว (สำหรับกองหลัง) ลากลุยเข้าไปในเขตโทษก่อนจะถูก “คาฟู” อาทิตย์กระแซะร่วง พอผู้ตัดสินนิ่งเฉยปุ๊บ อัฒจันทร์ฝั่งสีม่วงก็ส่งเสียงโห่ปั๊บ

เกมของสวนกุหลาบดูติด ๆ ขัด ๆ จนโค้ชแต๊กต้องคอยตะโกนบอก “ย้ายแกนให้ได้ ย้ายให้เร็ว ๆ”

หมายเลข 10 ของสวนกุหลาบมีโอกาสยิงก่อนในนาทีที่ 9 เมื่อเขาโยกหาช่องก่อนจะสับไก น่าเสียดายที่บอลไม่ตรงกรอบ

แต่อีก 3 นาทีต่อมา หมายเลข 10 ของกรุงเทพคริสเตียนก็ไม่ยอมน้อยหน้า ซัดลูกที่กระเด้งมาเข้าทางแฉลบคานออกหลังไป

เกมช่วง 15 นาทีแรกยังออกมาในรูปสูสี เพียงแต่ฝั่งสีม่วงดูจะได้น้ำได้เนื้อมากกว่านิด ๆ

ตัวริมเส้นทั้งสองข้างของ “ชงโคสีม่วง” ฝีเท้าจัดจ้านมาก สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับคู่แบ็กสวนกุหลาบที่ไปฝึกวิทยายุทธมาจากเกาะอังกฤษได้ไม่น้อย

ในขณะที่เกมรุกของสวนกุหลาบในครึ่งแรกดูอึดอัด ๆ ปิยพงษ์ไม่สามารถโชว์สปีดจัดจ้านได้อย่างวันเด็ดปีกอินทรีแดงเลยเมื่อโดนประกบติด

นาทีสุดท้ายสวนกุหลาบมาได้ 2 ใบเหลืองในจังหวะการเล่นเพียงครั้งเดียว จากลูกที่ดาวเด่นชาวม่วง-ทองลากมาจากกลางสนาม ชัชชนพยายามตัดเกมแต่เอาไม่อยู่ สุดท้ายก็เลยต้องพึ่งความโหดของคมสันต์ตรงแบ็กขวาถึงจะยอมล้มลง

ชัชชนกับคมสันต์โดนใบเหลืองทั้งคู่

จากลูกฟรีคิก ศักดิ์ศรณ์ กัปตันทีมตักเข้าไปให้อดิศักดิ์ เส็นสมเอียดโหม่งผ่านมือพิพัฒพงศ์เข้าไปตุงตาข่าย

กรุงเทพคริสเตียน 1-0 สวนกุหลาบ

ช่วงทดเวลา 2 นาทีสวนกุหลาบลองสลับข้างปีกดูบ้าง แล้วก็เกือบได้ผลเมื่อธนารัตน์ที่โยกมาอยู่ทางขวา ลากหนีคู่แข่งก่อนจะเปิดให้ปิยพงษ์เผด็จศึก น่าเสียดายที่บอลหลุดกรอบไปเส้นยาแดงผ่าแปด

แล้วก็หมดครึ่งแรกแค่ตรงนั้น




คมสันต์ (สวนกุหลาบ) พยายามเสียบสกัดศิวกรณ์ (กรุงเทพคริสเตียน)

ศักดิ์ศรณ์เปิดฟรีคิก แต่ลูกนี้ยังไม่เป็นประตู

ส่วนนี่เป็นฟรีคิกของเชาว์วัตน์

นักเตะม่วง-ทองดีใจสุดขีดหลังจากยิงประตูขึ้นนำได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก


เข้ามาสู่ห้องพักนักกีฬา อรรถพลดูไม่ชอบใจในจังหวะที่เสียประตูเลย

“ตั้ม (คมสันต์) เล่นต้องใช้สมองอ่านเกมสิ นี่อะไรเล่นแต่เอามัน พอเสียจังหวะนั้นมันก็เลยต้องฟาวล์”

จากนั้นก็มาคอมเมนท์การเล่นของกองกลางที่ในเกมรุกไม่สามารถผ่านบอลไปถึงแดนหน้าได้ ส่วนเกมรับก็เปิดพื้นที่กับแผงหลังไว้มากไป จนกรุงเทพคริสเตียนฉวยโอกาสทิ้งบอลโต้กลับในพื้นที่นั้นได้

อีกจุดนึงก็คือการโยนลูกเตะมุมของ “อิ้น” เชาว์วัตน์ที่โยนไม่เข้าพื้นที่เข้าทำของเพื่อน ๆ เลย

“ครึ่งหลังตั้มพักนะ เอาช็อป (ชัชวาล ผูกดวง) ลงไปแทน แดนกลางดื้อออก เอาน้องคนนี้ลงแทน” อรรถพลจัดการปรับทัพใหม่ โดยคนหลังนั้นโค้ชแต๊กชี้ไปที่มิดฟิลด์หนุ่มร่างเล็ก กิตติพงษ์ ศิริแสง ผู้พกดีกรีนักเตะทีมชาติไทยชุด U-16 ติดตัวมา

“คริสเตียนน่ะคิกออฟเสร็จปุ๊บก็ถอยลงไปแดนตัวเองตั้ง 8 ตัว แสดงให้เห็นว่าเค้าไม่พร้อมสู้ แล้วคนข้างบนอัฒจันทร์ที่มาเชียร์เราน่ะ เค้าอยากเห็นเราวิ่ง อยากเห็นเราไล่ อยากเห็นเราเพรสซิง วันนี้ถ้าเราชนะ เราเข้าชิงเลย ไม่ต้องเหนื่อยนัดหน้าด้วยซ้ำ” อดีตมิดฟิลด์ตัวแกร่งของปาหังปลุกใจลูกทีม

จากนั้นก็ถึงคิวคุณเนวิน

หลบหน่อยพระเอกมา!

“กลัวพวกเค้าไหม?” บอสใหญ่แห่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดถามลูกทีม ก่อนจะพูดต่ออย่างรวดเร็วว่า “ครึ่งแรกเราไม่ไล่ ไม่เพรสซิงเลย เราเล่นเหมือนกลัวพวกคริสเตียน เอาใหม่ ลงไปไล่ ลงไปสู้กันใหม่”




บรรยากาศการแก้เกมช่วงพักครึ่งของฝั่งชมพู-ฟ้า

พี่จุ่น สมปอง จังทองศิริ ผู้ประสานงานทีมสวนกุหลาบทักทายคุณต้น ตระการ พันธุมเลิศรุจี เบื้องหลังอีกคนของกรุงเทพคริสเตียน


ได้ผลชงัด เด็ก ๆ ชมพู-ฟ้าลงไปไล่เพรสซิงคู่แข่งตั้งแต่เริ่มต้นจริง ๆ

แค่ 5 นาทีเท่านั้น ไอซ์ สิทธิโชคได้โอกาสยิงจากทางด้านขวา แต่บอลผ่านหน้าประตูไป ศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติไทยชุด U-16 วิ่งกระตุ้นเพื่อนบอกให้ไล่บอลต่อทันที

นาที 52 “เบ๊น” ณัฐวุฒิของสวนกุหลาบสบโอกาสยิงไกล แต่ก็เบาไปอีก

จังหวะถัดมากรุงเทพคริสเตียนเปลี่ยนตัว ส่งกานต์ดนัย ถาวรศักดิ์ลงไปแทนนรุตม์ชัยที่โขยกเขยกเดินออก แต่ท่วงท่าที่เฉื่อยชาเกินเหตุจึงเรียกเสียงโห่จากแฟน ๆ ชมพู-ฟ้าเป็นการส่งท้ายได้

สวนกุหลาบบุกหนักมาก นาทีที่ 54 ธนารัตน์ได้โหม่งเต็ม ๆ จากลูกเตะมุม บอลกำลังจะเข้าอยู่แล้วแต่กลับถูกสกัดออกมา

บุกมาก ๆ แต่พอทำไม่ได้ เด็ก ๆ ชมพู-ฟ้าก็เลยต้องซื้อบทเรียนครั้งนี้ด้วยราคาที่แสนแพง จากลูกโต้กลับ กรุงเทพคริสเตียนสามารถเรียกฟาวล์ได้สำเร็จ

ศักดิ์ศรณ์ สิงหเสนี กัปตันทีมบรรจงปั่นโค้ง ลูกพุ่งเสียบเสาสองงดงาม

อัฒจันทร์ฝั่งชมพู-ฟ้าเงียบกริ๊บ ส่วนฝั่งม่วง-ทองกรี๊ดกร๊าด หลาย ๆ คนชู 2 นิ้วหราเลยทีเดียว

2-0 ซะแล้ว

สวนกุหลาบเกือบแก้คืนได้ด้วยลูกฟรีคิกเหมือนกันในอีก 2 นาทีถัดมา กัปตันนุ้กปั่นโค้งได้สวย แต่ก็ถูกสกัดออกมาได้อย่างเฉียดฉิวอีก

ในเมื่อต้องการทวงประตูคืน จักพันก็เลยขยับขึ้นมาเล่นกองกลางเต็มตัว ถอย “ปอนด์” กิตติพงษ์ลงไปเล่นกองหลังแทน

“ผมเปลี่ยนมาเล่นกองกลางเพราะต้องการเอาประตูคืนครับ เราต้องการเน้นเรื่องลูกได้-เสียด้วย ก็เลยเน้นมาเปิดเกมไปข้างหน้า” กัปตันนุ้ก จักพันเผย

เสียประตูที่ 2 เหมือนเด็ก ๆ สวนกุหลาบโดนธาตุไฟเข้าแทรก ชีพจรแตกซ่าน แม้จะพยายามเดินเกมรุกเพื่อทวงคืน แต่กลายเป็นว่ากรุงเทพคริสเตียนเกือบได้ประตูทิ้งห่างไปหลายต่อหลายครั้งในจังหวะโต้กลับ

ไม่ต้องรูปเกมสวยมาก แต่อาศัยจังหวะโต้กลับที่รวดเร็วแม่นยำ...บางทีนี่อาจจะเป็นสูตรสำเร็จของฟุตบอลสมัยใหม่ก็ได้

กรุงเทพคริสเตียนเปลี่ยนเอากัปตันทีมชุดไนกี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์คัพอย่าง “ฟีฟ่า” พีรณัฐ ซื่อมากลงมาเล่นในนาทีที่ 65 ก่อนลงก็ต้องได้รับการติวเข้มจากสต๊าฟโค้ชและ...เอ่อ...นั่นใครอ่ะ? ช่างภาพสูงวัย หน้าออกเกาหลีในเสื้อเชิ้ตสีขาว อ้าว! แล้วช่างภาพซึ่งทำตัวสนิทสนมกับผู้ตัดสินที่ 4 เห็นคุยกระหนุงกระหนิงกันตลอด ทำไมถึงมาแนะนำแทกติกให้นักบอลกรุงเทพคริสเตียนได้นะ ไม่เข้าใจจริง ๆ เบย - -"

คำแนะนำของ “ช่างภาพ” เฉียบขาดมาก ฟีฟ่าใช้เวลาแค่ 4 นาทีก็เกือบจะยิงประตูทิ้งห่างได้ เมื่อได้ลูกจากจังหวะโต้กลับ ลากลุยเข้าหา ถึงจะถูกกระชากเสื้อก็ไม่หวั่น

“ถ้ามีขาตั้งกล้อง โอกาสที่รูปจะสั่นก็ไม่มี” น่าจะเป็นคำแนะนำสุดเด็ดนั้นนะ

โฟกัสให้คม แล้วก็กดชัตเตอร์ซะ

ว้า! รูปออกมาไม่สวยแฮะ เอ้ย! ไม่ใช่ ลูกนี้ไม่เข้าแฮะ สวนกุหลาบโชคดีไป

“ปอนด์” กิตติพงษ์ มิดฟิลด์ที่ถูกถอยไปเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ ด้วยรูปร่างที่เล็กเสียเปรียบคู่แข่ง แถมนี่ยังไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัดด้วย สุดท้ายก็ต้องถอดออกเพื่อให้อมเรศ อมรเลิศศักดิ์ลงไปขึงแผงหลังแทน

ลงมาไม่ทันไร “ตี๋” อมเรศก็ได้ใบเหลืองเป็นของกำนัลจากผู้ตัดสินซะแล้ว

นาทีที่ 80 จากจังหวะโต้กลับอีกแล้ว ศิวกรณ์ตวัดตามน้ำ บอลพุ่งไปแฉลบคานออกหลังไป

นาทีถัดมาเป็นเจนรบของฝั่งสีม่วงที่ได้ใบเหลืองบ้าง เมื่อไปวางใส่อาทิตย์ ในจังหวะที่แผงหลังสวนกุหลาบเสียหลักแต่ก็พยายามม้วนกลับมาเอาบอล

ถัดมาอีก 2 นาที สตาร์หมายเลข 10 ของกรุงเทพคริสเตียนก็โดนไล่ออกอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อไม่ยอมถอยเกิน 10 หลาในจังหวะที่สวนกุหลาบได้เตะลูกโทษ

ถัดมาไอซ์ สิทธิโชค ดาวยิงสวนกุหลาบก็มาได้ใบเหลืองเช่นกันเมื่อไปเกี่ยวคู่แข่ง ถือเป็นใบเหลืองที่ 2 ในทัวร์นาเมนท์ของดาวยิงคนน้องแห่งตระกูลกันหนูด้วย ทำให้ชวดลงแข่งขันในศึกโอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้แห่งวงการฟุตบอลนักเรียนไปโดยปริยาย

สวนกุหลาบพยายามเดินเกมรุก แต่หาช่องเหมาะ ๆ ไม่ได้เลย กรุงเทพคริสเตียนมาในทรงบอลแบบ “เก๋า บังบอลดี เกมรับแน่น ลูกนิ่งหวังผลได้” จนขุนพลชุดชมพู-ฟ้าทำอะไรไม่ถูก

เป็น “ชงโคสีม่วง” ซะอีกที่เกือบได้ประตูจากจังหวะโต้กลับ 2 ครั้งซ้อน ๆ

ครั้งแรกศักดิ์ศรณ์โยกหาช่องแล้วยิงไม่ตรงกรอบ

ครั้งต่อมาในช่วงทดเวลาเจ็บแล้ว กานต์ดนัยหลุดเข้าไป แต่พิพัฒพงศ์ ผู้รักษาประตูสวนกุหลาบออกมาตะครุบได้ก่อน

ครบ 90 นาที (มีนัดเปิดและปิดเท่านั้นที่เล่นครึ่งละ 40) กรุงเทพคริสเตียนชนะสวนกุหลาบไป 2-0




สิทธิโชคกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม

ศักดิ์ศรณ์นำทัพเฮ หลังปั่นฟรีคิกสุดสวยเป็นประตู 2-0

ลูกฟรีคิกของกัปตันทีมสวนกุหลาบทำได้แค่เกือบ

ช่างภาพปริศนา (เชิ้ตขาว) ให้คำแนะนำดาวเตะผู้ผ่านศึกไนกี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์คัพ

สวนกุหลาบโหมบุกอย่างหนัก แต่วันนี้ไม่ใช่วันของพวกเขา

จักพัน (สวนกุหลาบ) พยายามพลิกบอลหนีพิทยุตม์ (กรุงเทพคริสเตียน)


“วันนี้เกมเราเสียจากตรงกลางค่อนข้างเยอะ ไม่กล้าต่อบอลกัน ทำให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมรุกขาดหายไป” อรรถพล เฮดโค้ชสวนกุหลาบวิเคราะห์

ในขณะที่กัปตันนุ้ก จักพัน ไพรสุวรรณเสริมอีกว่า “เราเสียประตูง่ายไปหน่อย เลยทำให้ต้องรุกเข้าหาเค้า เลยกลายเป็นเกมที่โดนโต้กลับตลอดเลย ก็เสียดายครับเพราะถ้าเราเก็บ 3 แต้มได้ในนัดนี้ก็จะเข้าชิงได้เลย โดยไม่ต้องไปลุ้นนัดที่ 3 อีก”

ในห้องพักนักกีฬาอรรถพลคุยเครียดกับคุณเนวินแล้วก็ผู้ช่วยโค้ช คาดว่าจะช่วยกันวิเคราะห์ข้อผิดพลาดในวันนี้ รวมทั้งวางแผนเผด็จศึกเทพศิรินทร์ในนัดหน้าด้วย

“วันนี้เป็นบทเรียนของเรานะ บทเรียนคือวันนี้เราไม่กล้าที่จะต่อบอล เราไม่ขยับ ไม่หาที่ว่าง ทั้ง ๆ ที่คริสเตียนไม่เอาแล้ว ถอยลงไปตั้งรับกัน เอาใหม่ พักผ่อน ทำร่างกายให้พร้อมเล่นวันพุธ ส่วนไอซ์ (สิทธิโชค) รอนัดไฟนอล 17 พ.ย.เลยนะ” โค้ชแต๊กกล่าวสรุปกับลูกทีม ก่อนที่คุณเนวินจะมาปลอบว่า

“แพ้ได้ แต่ท้อไม่ได้...คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ซ้อมใหม่ แล้ววันพุธกลับมาเอาชนะเทพศิรินทร์ ชนะได้ก็เข้าไปชิงกับกรุงเทพคริสเตียน ได้ล้างตากันอีกรอบ!”

ผลการแข่งขันในคู่หลังช่างเป็นใจให้กับสวนกุหลาบไม่น้อย เมื่อเทพศิรินทร์ “เจ้าภาพ” ทำได้แค่เสมออัสสัมชัญ 2-2 เท่านั้น ส่งผลให้กรุงเทพคริสเตียนเข้าชิงชนะเลิศแน่นอนแล้ว ส่วนอีก 3 ทีมต้องมาลุ้นกันวันพุธที่ 14 พ.ย. ซึ่งสวนกุหลาบมีภาษีดีที่สุด

“เกมกับเทพศิรินทร์เราจะขาดผู้เล่นสำคัญในแดนหน้าไปด้วย แต่คิดว่าเราน่าจะผ่านเทพศิรินทร์ไปได้ แล้วกลับมาชิง ตอนนี้ผมก็เตรียมแผนไว้เอาชนะเทพศิรินทร์แล้ว” อรรถพลเผยไต๋

“เทพศิรินทร์เป็นทีมที่วิ่งเข้าใส่เราทุกครั้งที่เจอกันเลย แต่ถ้าเราเตรียมตัวดี ๆ ก็คิดว่าน่าจะชนะได้ไม่ยากครับ” จักพัน กัปตันทีมสวนกุหลาบพูดถึงคู่แข่งในแม็ทช์สุดท้าย “แม็ทช์กับเทพศิรินทร์ก็ต้องเต็มที่แหละครับ เราต้องเอาชนะเพื่อเข้ารอบชิงให้ได้”




เลือดชมพู-ฟ้าเรานั้นเข้มข้น

คุณเนวินร่วมบูมสวนกับ "ลูก ๆ" นักบอลสวนกุหลาบ

อรรถพลสรุปเกมวันนี้ให้ลูกทีมฟัง


หลังจบการแข่งขัน ผมเดินออกจากสนามศุภฯแบบหงอย ๆ มาที่ป้ายรถเมล์

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะ เดี๋ยวนี้เวลามาสนามศุภชลาศัย ขามาน่ะผมนั่งรถไฟฟ้าเสมอ (ด้วยความเป็น “เจ้าชายสายเสมอ”) แต่ขากลับผมมักจะกลับแบบชิว ๆ ด้วยรถเมล์...บางทีอาจจะเพราะต้องการรำลึกความหลังเมื่อครั้งเยาว์วัยก็เป็นได้

ระหว่างทาง ผมคิดถึงสมัย ม.2 อีกครั้ง จำได้ว่าผมซื้อ “คาสเซ็ท” ม้วนแรกในชีวิตช่วงนั้น

“ฟักทอง” ของอัสนี-วสันต์ (ความจริงออกมาตั้งแต่ปีก่อน)

ตามมาด้วย “บิลลี่เข้ม” ของบิลลี่ โอแกน...ทั้ง ๆ ที่ตอนเขาออกอัลบัมแรก ผมไม่ได้ชื่นชมด้วยซ้ำไป แต่กลับชอบอัลบัมชุด 2 แฮะ

วันนั้นไม่ได้ชอบ...แต่วันนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นชอบได้

นั่นทำให้ผมต้องย้อนกลับไปฟังเพลงในอัลบัมแรกของบิลลี่ แล้วก็ค้นพบว่ามีเพลงที่ผมชอบมาก ๆ แล้วก็ยังคงชอบมาจนถึงทุกวันนี้

“วันนั้น วันนี้ วันไหน”

“วันนั้นที่เคยฝันกันว่าดี วันนี้อาจจะผิดหวังก็ได้ แต่ขอให้เราฝันกันต่อไป วันไหน สักวันความฝันก็คงจะจริง...”

วันนี้ชาวชมพู-ฟ้าก็แค่เจอกับเรื่องผิดหวัง แต่พวกเราจะมาสร้างฝันร่วมกันในวันพุธ...

แล้วค่อยไปร่วมกันสร้างฝันที่รอคอยมาเนิ่นนานให้เป็นจริงอีกทีในวันเสาร์!




Create Date : 14 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2555 8:32:58 น. 0 comments
Counter : 2534 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

baevi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add baevi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.