Webblog : Futbol Review ท่องไปในดินแดนมหัศจรรย์ที่เรียกว่า...ฟุตบอล
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
เรามาแล้ว...ช่องเจ็ดสี!

ฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี แชมป์เปียน คัพ
28 ต.ค.55 สนามเฉลิมพระเกียรติ คลองหก
สวนกุหลาบ 4-2 วัดสุทธิวราราม


“วันที่ 14 พฤศจิกายน ทีมชาติไทยอุ่นเครื่องกับภูฏาน เป็นเกมส์น่าดูมากๆ และพลาดไม่ได้ ด้วยประการทั้งปวงนะครับ...มีมนุษย์ไม่กี่คนในโลกหรอกนะครับ ที่ได้จะดูทีมชาติภูฏานเล่นกับตาตัวเอง...”

ธง...รุ่นน้องของผมที่สวนกุหลาบ (ห่างกัน 4 รุ่น) ขึ้นสเตตัสนี้ไว้ที่หน้าวอลล์ของตนเอง ทำเอาผมต้องเสียแรงลากเมาท์ไปคลิก “ไลค์” เบา ๆ ซะหนึ่งที (^-^)

ผมรู้จักกับหนุ่มรุ่นน้อง มาดเซอร์ ๆ คนนี้เมื่อสัก 3 ปีก่อนบนเว็บบอร์ดยอดฮิต พันทิปดอทคอมเพราะเข้าไปร่วมสนทนาเกี่ยวกับทีมฟุตบอล “ชมพู-ฟ้า” ซึ่งกำลังแข่งขันรายการ 18 ปีของกรมพลศึกษาอยู่

ปีนั้นสวนกุหลาบสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้ หลังจากห่างหายจากบัลลังก์แชมป์ไป 17 ปีเต็ม ๆ (^-^)V

จากนั้นเราก็มาเป็นเฟรนด์กันในเฟซบุ๊ค นั่นทำให้ผมรู้จักเขามากขึ้น

ธงเป็นคนที่รักฟุตบอลมาก ๆ และมีมุมมองที่แปลกใหม่

เอกลักษณ์ส่วนตัวของเขาก็คือให้ความสนใจเสื้อบอลและหนังสือฟุตบอลเก่า ๆ...มว๊าก

“ทำไมเอ็งชอบหนังสือฟุตบอลเก่า ๆ?” ผมสัมภาษณ์รุ่นน้องผ่านเฟซบุ๊ค

“มี 3 เหตุผลครับพี่...1. ผมชอบฟุตบอล 2. ผมสะสมเสื้อบอลเก่า ซึ่งหนังสือฟุตบอลเก่าคือข้อมูลชั้นดีสำหรับเสื้อบอลเก่า 3. ตามหาความฝันวัยเด็กครับ เหมือนพวกผู้ใหญ่โหยหาอดีตทั่วไปแหละครับ” คือคำตอบที่ลอยผ่านมาทางโซเชียล เน็ทเวิร์ค

การได้รู้จักตัวตนของธงผ่านทางเฟซบุ๊คก็เพียงพอที่จะทำให้ผมยกหนังสือสตาร์ซอกเกอร์และเวิลด์ซอกเกอร์ฉบับเก่า ๆ ที่สะสมมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้น ป.6 ให้กับเขาแบบไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ด้วยเพราะเชื่ออย่างสนิทใจว่ารุ่นน้องคนนี้จะรักษาหนังสือเหล่านี้ได้ดีกว่าผมแน่นอน (^-^)

(ความจริงผมมีเยอะกว่านี้อีกนะ แต่เมื่อหลายปีก่อน พี่ชายคนรองของผมเกิด “ร้อนเงิน” อย่างหนัก ก็เลยแบก “กองภูเขา” สตาร์ซอกเกอร์ไปชั่งกิโลขายซะแบบไม่เห็นคุณค่าเลย -*-)

สำหรับผม...สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในหนังสือเก่าก็คือ “ความทรงจำ”

แล้วก็นั่นแหละ ผมก็เลยแอบกั๊ก “คอลเลคชัน” สตาร์ซอกเกอร์ สเปเชียลชุดยูโร 88 (ซึ่งมีอยู่ 6 เล่ม) เอาไว้ (ผมขาดเล่ม 5 ไปเล่มนึง)

เล่ม 1-5 สยามสปอร์ตพิมพ์ออกมาจำหน่ายก่อนมหกรรมยูโร 88 เดือนละเล่ม ส่วนเล่ม 6 คลอดออกมาหลังจบการแข่งขันที่เยอรมันตะวันตกไปแล้ว (จำไม่ได้ว่ากี่เดือน ^^!)

ผมซื้อเล่มแรก (หน้าปกไบรอัน ร็อบสัน กัปตันทีมชาติอังกฤษ) ตอนที่ยังเรียนชั้น ป.6

ส่วนเล่ม 2-4 มาไล่ซื้อตอนเรียน ม.1 ที่สวนกุหลาบแล้ว ซึ่งร้าน “สมใจ” ร้านขายหนังสือและเครื่องเขียนที่อยู่ตรงกันข้ามกับ “ตึกยาว” มีวางจำหน่ายบริเวณหน้าร้านทุกเล่ม

ยูโร 88 จึงเปรียบเสมือน “ก้าวข้ามแห่งวัย” ก้าวหนึ่ง...เป็นการก้าวเดินสู่ช่วงเวลาที่น่าจดจำช่วงหนึ่งของชีวิต กับ 6 ปีในรั้วชมพู-ฟ้า (^-^)

ที่โรงเรียนสวนกุหลาบดูเหมือนใคร ๆ ก็ “บ้าฟุตบอล” กว่าโรงเรียนประถมที่ผมจากมา...ที่ผมและเพื่อน ๆ เคยถูกเฆี่ยนยกชั้นเพราะ “เตะฟุตบอล” มาแล้ว T_T

ห้องโสตทัศนศึกษา (ที่สมัยนั้นอยู่ติดกับห้อง 5106 อันเป็นห้องเรียนประจำของผม ชั้น ม.105 ซึ่งมีอ.วารุณี พินทุสมิตและอ.ศิริ สวัสดิ์แดงเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา) จัดบอร์ดหน้าห้องโดยอัพเดทผลการแข่งขันยูโร 88 ทุกคู่

เกมรอบรองฯและชิงที่มีการถ่ายทอดสดทางช่อง 5 ห้องโสตฯก็อัดเทปบันทึกการแข่งขัน แล้วนำมาฉายในโรงอาหารตึก 100 ปีทั้งรอบเช้าและรอบเที่ยงทั้ง 3 คู่




นักเตะสวนกุหลาบชุดฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สีเก๊กหล่อถ่ายสกู๊ป

กองเชียร์ชมพู-ฟ้า แรงสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมของทีม


แต่...บอลนอกแค่สะใจ บอลสวนฯอยู่ในสายเลือด

ไม่ว่าคุณจะเชียร์ทีมอะไรในโลกนี้ แต่ทุกครั้งที่ทีมชมพู-ฟ้าลงแข่ง เด็กสวนฯทุกคนจะพร้อมใจกันเปล่งร้องเพลงเชียร์ ร่วมกันบูมสวนฯเพื่อเป็นกำลังใจแก่พี่ ๆ น้อง ๆ สวนกุหลาบเสมอ

ความรู้สึกแบบนี้ติดตัวผมมาจนถึงปัจจุบัน

แม้จะเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่น่าจะได้นอนพักผ่อนยาว ๆ แต่เลือดชมพู-ฟ้ากลับปลุกผมให้ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า (อะไรนะ นาฬิกาปลุกมันปลุกต่างหากหรอ? ^^! อืม...จริงด้วยแฮะ)

คอลเลคชันหนังสือยูโร 88 ยังวางกองอยู่ข้าง ๆ ที่นอน แล้วจู่ ๆ ไอเดียนึงก็พุ่งวาบเข้าสู่สมอง

ผมจำชื่อบทความเกี่ยวกับยูโร 88 ได้อยู่บทความนึง (แต่ไม่ได้อยู่ในหนังสือชุดนี้หรอกนะ น่าจะอยู่ในสตาร์ซอกเกอร์สักเล่มนึง ซึ่งบางทีเล่มนั้นอาจจะไปอยู่ในความครอบครองของธงแล้ว...หรือไม่แน่ก็ไปอยู่สักมุมนึงของโลกนี้ โดยมีจุดเริ่มต้นการเดินทางที่รถเข็นขายของเก่า! - -")

นั่นก็คือบทความ (แปล) ที่ขีดเขียนโดยไบรอัน ร็อบสัน กัปตันกระดูกเหล็กแห่งทีมชาติอังกฤษ มีชื่อบทความว่า...

“เรามาแล้ว...เยอรมัน!”

เนื้อหาก็ประมาณว่าเป็นการประกาศศักดาว่าอังกฤษผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายยูโร 88 ที่เยอรมันตะวันตกได้แล้วนะ

เอาล่ะ...รีวิวตอนนี้ผมจะให้ชื่อว่า “เรามาแล้ว...ช่อง 7 สี!” ก็แล้วกัน

เพราะความสำคัญของเกมเช้าวันอาทิตย์นี้ก็คือ...หากชนะวัดสุทธิวราราม คู่แข่งได้ สวนกุหลาบก็จะประกาศศักดาผ่านเข้าไปเล่นรอบ 10 ทีมสุดท้ายฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สีได้สำเร็จ (^-^)

เรามาดูกันว่าผมจะได้ใช้ชื่อบทความเลียนแบบอีกหนึ่งนักฟุตบอลขวัญใจในอดีตของผมได้หรือเปล่า?




ศิระ ศรีคุ้ม กัปตันทีมชมพู-ฟ้าพร้อมนำเพื่อนร่วมทีมฝ่าฟันสู่รอบสุดท้าย

สวนกุหลาบ-วัดสุทธิ...หนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย

ผู้เล่น, โค้ชและทีมงานสวนกุหลาบรวมใจกันก่อนทำศึกนัดสำคัญ


สวนกุหลาบชุดลงแข่งขันแชมป์กีฬา 7 สี รอบคัดเลือกนี้นำทัพโดยกัปตันทีมชั่วคราว “หรั่ง” ศิระ ศรีคุ้ม ปราการหลังจอมแกร่ง

ที่ต้องห้อยท้ายว่า “ชั่วคราว” นั้นก็เพราะว่ากัปตันทีมตัวจริงอย่าง “นุ้ก” จักพัน ไพรสุวรรณติดภารกิจสำคัญ เดินทางไปทำศึกฟุตบอลนักเรียนชิงแชมป์เอเชียอยู่ที่ประเทศอิหร่าน

แม้ “ทีมนักเรียนไทย” จะได้แค่รองแชมป์เท่านั้น แต่กัปตันนุ้กสามารถคว้ารางวัลนักเตะทรงคุณค่าประจำทัวร์นาเมนท์มาครองเป็นเกียรติประวัติของตนเองได้สำเร็จ (^-’)b

หรั่งพูดถึงการได้รับมอบภารกิจที่แสนยิ่งใหญ่ครั้งนี้ว่า “ก่อนอื่นผมอยากจะขอบคุณโค้ชนะครับที่ไว้ใจให้ผมเป็นกัปตันทีมในรอบนี้ การเป็นกัปตันทีมสวนกุหลาบนี่...เป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่นะ น้อยคนที่จะได้รับเกียรติ ผมอยู่มา 3 ปีก็เพิ่งมาได้เป็นนี่แหละ รู้สึกภูมิใจ เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่คงไม่มีวันลืมเลย”

วันนี้กัปตันหรั่งต้องยืนคุมแผงหลังคู่กับรุ่นน้องอย่าง “ทอม” ชินวัตร อุบลอ่อน โดยมีอลงกรณ์ สุวรรณยุธรับภาระด่านสุดท้ายของทีม

ริมเส้นฝั่งขวาวันนี้ใช้บริการของตัวเก๋าที่ผ่านศึกปีที่แล้วมาแล้วอย่าง “นัท” ฤทธิพร หวานชื่น ส่วนฝั่งซ้ายเป็นหน้าที่ของพีรพัฒน์ พรหมเมือง

หน้าต่ำรับบทบาทโดย “ไอซ์” สิทธิโชค กันหนู ส่วนหน้าเป้าเป็น “เอโต้” กฤชนันต์ นาราช

ส่วน 7 ตัวแรกของวัดสุทธิวรารามประกอบไปด้วยราชัตน์ จันภูมิ (ผู้รักษาประตู), ฤทธิ์รงค์ โวงแสง (กัปตันทีม), บดินทร์ ผาลา, ณัฐพงษ์ ศรีเชียงพิมพ์, ฉัตรชัย เหลือวงษ์, กฤตยะ ยะปะแต และวุฒิชัย มาลาอุตม์




ผู้เล่น 7 คนแรกของสวนกุหลาบ


เกมเริ่มคิกออฟตอน 9 โมงเศษ ๆ แดดกำลังร้อนเปรี้ยงเลย ทั้ง ๆ ที่เข้าสู่ฤดูหนาว (ที่แสนเหงาสำหรับคนโสด T_T) แล้วแท้ ๆ

กองเชียร์เลือดชมพู-ฟ้าวันนี้มากันมากกว่ารอบก่อน ๆ ในขณะที่อัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามที่ทาสีเขียวสลับขาว (ผมเดาว่าเป็นอนุสรณ์ของการที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสนามเหย้าชั่วคราวของบางกอกกลาส ผิด-ถูกอย่างไรก็ขออภัยนะครับ _/l_) มีกลุ่มน้อง ๆ จากสวนกุหลาบปทุมธานีมาช่วยกันส่งเสียงเชียร์ “โรงเรียนพี่”

แล้ว “พวกซ่าหริ่ม” ล่ะ (อย่าโยงการเมืองนะครับ :-p)...ก็มากันเยอะพอสมควร ส่งเสียงเชียร์ได้มีพลังไม่แพ้สวนกุหลาบเหมือนกัน

สวนกุหลาบที่เป็นต่อนิด ๆ ด้วยชื่อชั้นเป็นฝ่ายต่อบอลเปิดเกมรุกก่อน แค่นาทีที่ 5 ก็มีโอกาสลุ้นครั้งแรก ฤทธิพรทำชิ่งกับสิทธิโชค ก่อนที่ไอซ์จะยิงหลุดกรอบไป

วัดสุทธินาน ๆ มาที แต่มาแต่ละครั้ง แน่น ๆ ทั้งนั้น นาทีที่ 7 เกมรับที่หละหลวมทางฝั่งซ้ายของสวนกุหลาบเปิดโอกาสให้ฤทธิ์รงค์ กัปตันทีมวัดสุทธิได้ส่อง แล้ว...เอ่อ...มันก็เป็นประตูเบย - -"

1-0 พร้อมกับเสียงเฮฮา กิ๊บก๊าบของฝั่งเขียว-ขาว-ชมพู

เด็ก ๆ สวนกุหลาบพยายามล่าประตูคืนทันควัน 2 นาทีต่อมาเป็นคู่หูนัท-ไอซ์อีกแล้วที่ทำทางให้กัน จังหวะสุดท้ายดาวยิงทีมชาติไทยชุด U-16 อย่างสิทธิโชคยิงไปติดเซฟผู้รักษาประตูจากถิ่นสะพานปลา

เกมของสวนกุหลาบดูไม่สบายตาเหมือนในรอบก่อน ๆ เลย ทั้งด้วยคู่แข่งที่รอบนี้เป็นของจริง แล้วก็ด้วยฟอร์มการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐานของตนเองด้วย

ทำเอาโค้ชใหญ่และโค้ชเล็กต้องออกมากระตุ้นโดยเฉพาะในแผงหลัง

“ทอม (ชินวัตร) อ่านก่อนแล้วค่อยเข้าสิ” ชาตรี โชตินิสากรณ์ ผู้ช่วยโค้ชคอมเมนท์

“หรั่ง (ศิระ) ดันไปมาร์คคู่เลย” ภาณุพงษ์ ฉิมผูก เฮดโค้ชส่งเสียงตามมาติด ๆ

ในขณะที่พี่หรั่ง พ่อบ้านของทีมเดินมาบ่นกับผม “พวกนี้มันไม่เคยเล่นในสถานการณ์ที่โดนนำ พอโดนก็ลวนกันเลย แล้วก็ยังดื้ออีก บอกแล้วว่าตรงริมเส้นเค้ารดน้ำ มันลื่น ก็ยังจะเข้าไปเล่นบริเวณนั้นอีก”

ในเมื่อเกมยังไม่ดีขึ้น อดีตปราการหลังทีมชาติไทยอย่างภาณุพงษ์จึงต้องปรับทัพ ดึงพีรพัฒน์ออกมาพัก แล้วส่ง “แทน” ธนารัตน์ ครสระน้อย ปีกจอมเทคนิคลงไปกระชากลากเลื้อยแทนในนาทีที่ 16

สวนกุหลาบมีการปรับเปลี่ยนเกมกันเล็กน้อย สลับฤทธิพรไปยืนหน้า แล้วถอยกฤชนันต์ลงมาเล่นริมเส้นฝั่งขวาแทน

นาทีที่ 18 กัปตันหรั่งตัดบอลได้ในแดนตัวเอง จากนั้นก็สาดยาวไปให้ฤทธิพรยิง น่าเสียดายที่หลุดกรอบไป

นาทีที่ 22 สวนกุหลาบก็ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ สิทธิโชคผ่านให้ธนารัตน์สวมบทซูเปอร์ซับ

“ตอนที่ลงสนามไป...ในใจก็รู้สึกอยากตีเสมอให้ได้นะครับ ซึ่งในที่สุดก็ทำได้ จังหวะนั้นเราตัดบอลมาได้พอดี แล้วหนู (สิทธิโชค กันหนู) ก็ส่งมาให้ ผมก็ล็อกแล้วก็แปเข้าไป” ผู้ตีเสมอให้การถึงวินาทีสำคัญ

เหลืออีก 3 นาที เกมตื้อ ๆ แต่กลับตีเสมอได้ แค่ประคองสกอร์ไว้ แล้วรอการชี้แนะจากภาณุพงษ์ ฉิมผูก โอกาสเข้ารอบของสวนกุหลาบก็คงเปิดกว้าง

แต่การณ์ไม่เป็นเช่นนั้น - -"

หลังจากตีเสมอได้แค่นาทีเดียว ทอม ปราการหลังวัย 16 ก็ดันไปเข้าบอลแรงซ้า จนผู้ตัดสินต้องให้ของกำนัลสีเหลือง ๆ

แล้วเพราะใบเหลืองใบนั้นรึป่าวก็ไม่รู้ นาทีสุดท้าย ทอมก็เลยปล่อยให้คู่แข่งกระชากหนีทางกราบขวาไปแบบดื้อ ๆ ก่อนที่ฤทธิ์รงค์ กัปตันทีมซ่าหริ่มสะพานปลาจะยิงจังหวะสุดท้ายเข้าไป

วัดสุทธิขึ้นนำ 2-1 ได้ประตูถูกที่ถูกเวลาจริง ๆ เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เสียงนกหวีดหมดครึ่งแรกก็ดังขึ้น




มาดเข้มของเฮดโค้ชสวนกุหลาบ-ภาณุพงษ์ (ขวา) และผู้ช่วยโค้ช-ชาตรี (ซ้าย)

ฤทธิพรทำชิ่งกับเพื่อนเพื่อฉีกหนีคู่แข่ง

สิทธิโชคพาบอลลุยเข้าไปเอง

ชินวัตรแผงหลังดาวรุ่งของสวนกุหลาบในจังหวะหนุนเกมขึ้นสูง

ไอซ์ (คนแอสสิส) เข้าไปดีใจกับแทน (คนยิงตีเสมอ 1-1)

กองเชียร์ชมพู-ฟ้าเฮฮาที่ตีเสมอได้

วัดสุทธิดีใจกันสุดขีดที่ยิงขึ้นนำได้ในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก


“ผมบอกไปแล้วว่าข้างหน้าเค้ามีตัวเดียวเลย (บดินทร์ เบอร์ 7) แต่ก็ปล่อยให้เค้าเล่นได้ ลูกที่เสียประตูน่ะ ไม่มีการส่งเสียงให้กันเลยเหรอ? ทีแซวสาวนี่ คุยเล่นนี่ ส่งเสียงกันจัง เล่นให้เหมือนกับซ้อมด้วยกันมาหน่อย เอ้า! มาดูสิว่าเราเสียประตูยังไง” ภาณุพงษ์บ่นยืดยาว พลางขยับหมากกระดานในมือเป็นรูปแบบการเสียทั้งสองประตู ก่อนจะชี้แนะ “นี่ไง ถ้าคนนึงเข้า อีกคนประคองแบบนี้ เค้าเจอทีละสอง ให้มันรู้ไปเลยว่าจะผ่านไปได้ ถ้าเค้าผ่านไปได้ พวกคุณก็เป็นแค่กองหลังธรรมดา ๆ แล้วแหละ...โอเค ลืมเกมครึ่งแรกไปให้หมด”

จากนั้นปราการหลังทีมชาติไทยก็แก้เกมและแนะแนวทางการเข้าทำให้กับลูกทีม

“รูปแบบการเข้าทำทุกอย่าง ผมให้พวกคุณไปหมดแล้วตอนซ้อม แต่ดันไม่เอามาใช้ ตอนนี้ผมจะเป็นฝ่ายขอพวกคุณบ้าง จะให้ผมได้ไหม? ผมขอใจหน่อย สู้เพื่อโรงเรียนของเราหน่อยได้ไหม?” ภาณุพงษ์กระตุ้นลูกทีม “เอาล่ะ ไม่มีอะไรพูดแล้ว เหลือ 25 นาที เอาประตูคืนมาให้ได้ เล่นแบบที่ซ้อม ให้มันรู้ว่าถ้าพวกคุณทำได้ตามที่ซ้อมแล้วเราจะเอาชนะไม่ได้!”




บรรยากาศการแก้เกมที่สุดเคร่งเครียดช่วงพักครึ่ง


25 นาทีสุดท้าย...นี่คือ 25 นาทีแห่งความอยู่รอดของสวนกุหลาบ เหล่าขุนพลชมพู-ฟ้าก็เลยพยายามต่อบอลเข้าใส่คู่แข่งตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังเลย ในขณะที่วัดสุทธิเป็นฝ่ายตั้งการ์ดสูง

“ไม่ต้องไล่สูง ตั้งโซนไว้ ปล่อยให้เค้าเซ็ทไป” โค้ชวัดสุทธิบอกลูกทีม

แค่ 2 นาทีเท่านั้น สวนกุหลาบก็กลับคืนสู่เกมอย่างรวดเร็ว กัปตันหรั่งสบโอกาสยิงไกลเข้าประตูไปอย่างหมดจด

2-2 แล้วสินะ ^-’

สกอร์อย่างนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น

นาทีที่ 35 สวนกุหลาบปรับเปลี่ยนเกมริมเส้น ส่งวทัญญู พรมโสภาลงมาลากเลื้อยแทน “เอโต้” กฤชนันต์

หกนาทีสุดท้าย ภาณุพงษ์ ฉิมผูกตัดสินใจเสี่ยงเดิมพันเต็มตัว ส่งสุทินร์ แบงเพชรลงไปแทนชินวัตร พร้อมกับร้องตะโกนบอกลูกทีม โดยมีตัวสำรองหน้าหล่อทำไม้ทำมือ ชู 3 นิ้วประกอบ

“ปรับมาเล่นหลังสาม”

ฟังดูเหมือนจะรับแน่นกว่าเดิม?

ไม่หรอก...เพราะ “หลังสาม” ในที่นี้คือการเปิดเกมแลกแบบไม่ชนะก็แพ้กันไปเลย โดยใช้กัปตันหรั่งเป็นหลังจริง ๆ เพียงตัวเดียว เอาสุทินร์ที่ลงไปใหม่คุมกลางคู่กับไอซ์ แล้วถอยริมเส้นทั้งสองฝั่งลงไปช่วยยืนหลัง แต่ในเกมรุก สองคนนี้ต้องดันขึ้นมาเล่นปีกเหมือนเดิม

พูดง่าย ๆ ถ้าตัวริมเส้นเติมเกมรุกเพลินทั้งสองข้าง ก็เหลือหลังตัวเดียวนั่นแหละ!

เกมทำท่าจะจบที่ผลเสมออยู่แล้ว แต่แล้วจากจังหวะโต้กลับ 2 ตัวสำรองก็ช่วยกันทำทางให้ตัวสำรองที่ลงมาเป็นคนแรกยิงประตู 3-2 ให้สวนกุหลาบได้สำเร็จ

กองเชียร์ชมพู-ฟ้าเฮดังลั่น ส่วนอีกฝั่งนั้นเงียบกริ๊บ!

“สุทินร์เปิดบอลมาให้วทัญญู ก่อนที่จ่ายข้ามฟากมาให้ผม ผมก็แปเฉือน ๆ เข้าไป...คือตอนที่จับบอลได้ ผมก็คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะเฉือนให้เข้ามุมนั้นเลย พอเห็นบอลมันเข้าสู่ก้นตาข่าย...ก็โล่งเลยครับ เพราะเรากดดันมาตลอดเกมเลย” ธนารัตน์ ซูเปอร์ซับของชาวสวนฯเผยความรู้สึก

ได้ประตูขึ้นนำแบบนี้เหมือนได้ใจ ฤทธิพรได้บอลก็พยายามพาลุยหวังยิงประตูที่ 4 ให้ได้ จนภาณุพงษ์อยู่เฉยไม่ไหว

“เวลาจะหมดแล้ว ครองบอลไว้ ไม่ต้องเร่ง”

ก็ไม่ได้เร่งแล้วนะ แต่จังหวะช่างเป็นใจซะเหลือเกิน

ช่วงทดเวลาเจ็บ ฉัตรชัยของวัดสุทธิทำฟาวล์ผู้เล่นสวนกุหลาบบริเวณกลางสนามพร้อมกับรับใบเหลืองไป

หลังจากปฐมพยาบาลเสร็จ สุทินร์ก็เอาลูกมาวาง จากนั้นก็บรรจงเตะบอลย้อย ๆ...

ย้อย ๆ...

ย้อย ๆ ข้ามหัวผู้รักษาประตูวัดสุทธิเข้าไปตุงตาข่ายซะงั้น

และนั่นก็คือประตูโบนัสที่ทำให้สวนกุหลาบชนะสวย ๆ ขึ้นอีกนิดนึงด้วยสกอร์ 4-2




"โค้ชบอกว่าเอ็งคนเดียว ป่วนหลังสวนฯทั้งแผงเลยหรอ" เหมือนไอซ์จะอยากบอกคู่แข่งอย่างนั้น

จังหวะเล่นฟรีคิกของวัดสุทธิ ซึ่งลูกนี้ข้ามคานไป

อากาศร้อนจนนัท ศูนย์หน้าตัวเก่งต้องออกมาขอน้ำ

ชู 3 นิ้ว...นี่มันท่าประจำของรุ่นพี่อย่างเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนี่

แมน ทู แมนของวัดสุทธิ

สุทินร์ดีใจหลังยิงประตูปิดท้าย 4-2


“สองแม็ทช์แรกยังเป็นเกมที่วัดอะไรไม่ได้ จนมาเจอวัดสุทธิวันนี้ ซึ่งความจริงเราทำการบ้านมาดีนะ แต่ในครึ่งแรกเด็กเล่นตามใจตัวเองไปนิดนึง ไม่ได้เล่นตามแบบที่ซ้อมไว้ เลยต้องมาปรับจูนกันใหม่ จนทำได้ในที่สุด ถือว่าโชคดีที่เราชนะ” เฮดโค้ชคนเก่งของสวนกุหลาบเปิดใจ

“ตอนแรกเราเล่นยังไม่เป็นทีมเท่าไหร่ พอครึ่งหลังได้คุยกันใหม่ โค้ชปรับจูนพวกเราใหม่...ก็ทำได้ตามแผน จนเก็บชัยชนะได้” ศิระ กัปตันทีมเผยความรู้สึก “โดนนำไป 2 ครั้ง...ความรู้สึกของผมคือมันแปลก ๆ นะ เราทำเหมือนกับว่าไม่เคยเล่นด้วยกันมาก่อน เหมือนเราไม่สู้ แต่พอโค้ชกระตุ้น เราก็โอเคขึ้น ทำเพื่อโรงเรียนเราได้สำเร็จ”

ในขณะที่ธนารัตน์ ฮีโรผู้ทำ 2 ประตูสำคัญบอกว่า “เกมตอนแรกมันอึดอัดนิดนึงเพราะเราไม่เล่นตามแท็กติกกัน แต่พอมีการเปลี่ยนตัวลงไปก็โอเค ดีขึ้นครับ”

เป็นอันว่าสวนกุหลาบเป็น 1 ใน 8 ทีมที่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 10 ทีมสุดท้าย ไปสมทบกับสวนกุหลาบปทุมธานี (แชมป์เก่า) และโรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ (รองแชมป์เก่า) ได้สำเร็จ

“ตอนนี้เราเก็บตัวมาเดือนนึงเต็ม ๆ ก่อนแข่งรอบคัดเลือก ส่วนรอบสุดท้ายเดือนพฤศจิกายน เราก็จะได้ซ้อมแบบต่อเนื่องต่ออีก แล้วเราจะได้ตัวดี ๆ มาเสริมด้วย คิดว่าทีมน่าจะดีกว่านี้” ภาณุพงษ์มองอนาคต “คนทำทีมทุกคนต้องคาดหวังถึงแชมป์อยู่แล้ว แต่สำหรับผม...หวังแค่เด็ก ๆ ทำให้ดีที่สุด ผลแพ้-ชนะไม่ว่ากัน แต่ถ้าเด็กทำได้ดีที่สุดแล้ว กำไรมันก็คือแชมป์นั่นเองครับ”

“ในฐานะกัปตันทีม ผมก็พยายามบอก พยายามคุยกับเพื่อน ๆ ในสนามเหมือนกัน บอกพวกเค้าให้ช่วยกันเล่นเพื่อโรงเรียน ช่วยกันอีกนิดเดียว แค่แม็ทช์นี้แม็ทช์เดียวเราก็เล่นรอบสุดท้าย ในที่สุดก็ทำได้ตามเป้าหมาย ภูมิใจมาก ๆ ครับที่พาทีมผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้ายสำเร็จ” ศิระ กัปตันทีมสวนกุหลาบพูดด้วยใบหน้าอาบยิ้ม “เป้าหมายคืออยากได้แชมป์นะครับ แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ต่าง ๆ เพราะยังมีบอลอีกหลายถ้วย ก็ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้น เราจะพร้อมขนาดไหน แต่จะทำให้เต็มที่เพื่อโรงเรียนครับ”

ต้องบอกว่าสวนกุหลาบเป็นขาประจำของการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้เลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่น่าช้ำใจก็คือขุนพลชมพู-ฟ้าไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แม้สักครั้งเดียว พีคที่สุดก็แค่รอบรองชนะเลิศเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ทีมติดเครื่องช้าไปนิดนึง สุดท้ายก็ต้องช้ำใจ มองคู่แข่งในสายอย่างกรุงเทพคริสเตียนจูงมือกับอัสสัมชัญศรีราชาเข้ารอบไปแบบตาปริบ ๆ T_T

“ปีที่แล้วเรายังขาดความมุ่งมั่นไป การซ้อมก็ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ ปีนี้คิดว่าลงตัวกว่าปีที่แล้ว ฟิตกันทุกคนเลยครับ” ธนารัตน์ ครสระน้อยซึ่งเป็น 1 ในนักเตะจากชุดปีก่อนด้วยทบทวนความหลัง “แม็ทช์ที่ผมมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตกรอบก็คือแม็ทช์ที่แพ้อิสลามวิทยาลัยในบ้านตัวเองครับ วันนั้นเราขาดตัวหลักอย่างกัปตันทีม อดิศร พรหมรักษ์ไป หลังเราเลยไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่ แล้วอีกอย่างก็คือ แม้ตัวจริงเราจะมีประสิทธิภาพดี แต่ตัวสำรองของเรายังทดแทนกันไม่ดีเท่าไหร่ แต่ปีนี้เรามีรุ่นน้องที่ดันขึ้นมา หลายคนฝีเท้าเจ๋ง ๆ เลยครับ แล้วปีนี้เป็นปีสุดท้ายของผมแล้ว ก็อยากทำให้สวนกุหลาบได้อีกสักแชมป์เหมือนกันนะครับ”




ผู้เล่นสวนกุหลาบเข้าไปขอบคุณเด็ก ๆ สวนปทุมฯที่มาช่วยเชียร์ในนัดนี้

นักฟุตบอลกับกองเชียร์ร่วมกันร้องเพลงโรงเรียน

บรรดาเราเหล่านักเรียน...สวนกุหลาบ

เจอกันรอบสุดท้ายครับ


ในขณะที่เหล่าผู้เล่นและโค้ชกำลังถ่ายทำสกู๊ปเพื่อออกอากาศทางช่อง 7 สีอยู่ เหล่ากองเชียร์ก็สนุกสนานกับการร้องเพลงจิงเกิลสุดคุ้นหู

“ช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ ตึ่ง ตึง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง” (แหม่ มีเสียงดนตรีซะด้วย)

ช่างเป็นบรรยากาศที่คึกคักจริง ๆ จนผมอดใจนึกไปถึงบรรยากาศรอบสุดท้ายไม่ได้ โดยเฉพาะเกมในบ้านที่มีตึกยาวซึ่งเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังโอบอุ้มสนามอยู่ฝั่งหนึ่ง

สิบทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ล้วนแต่การันตีความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี ในฐานะกัปตันทีม ศิระ ศรีคุ้ม “กลัว” ทีมไหนมากที่สุด?

“ตอนนี้ยังไม่กลัวทีมไหนนะ เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีทีมไหนผ่านเข้ามาบ้าง เอาเป็นว่าผมคิดว่าเรานี่แหละที่น่ากลัวที่สุดแล้ว”

ถึงแคแรคเตอร์จะไม่ห้าวหาญเหมือนดั่งไบรอัน ร็อบสัน แต่ “หรั่ง” ศิระก็คงอยากประกาศให้โลกรู้ในแบบเดียวกันนะ

“เรามาแล้ว...ช่อง 7 สี!”




Create Date : 30 ตุลาคม 2555
Last Update : 30 ตุลาคม 2555 8:43:15 น. 2 comments
Counter : 2087 Pageviews.

 
สวัสดีครับ ทักทายออกพรรษา






โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 30 ตุลาคม 2555 เวลา:10:22:44 น.  

 
สวยมากเลย

Technology help create our life simpler. The world wide web is probably the single most considerable technical cutting-edge in this century. It delivers people information, enjoyment, Reviews Products Shopping 2012 social communications and generally create our life a lot simpler. The most considerable operate of the on the internet is e-commerce and on the internet shopping. Within the short space of a few years, the number of on the internet sales has exploded considerably.

When it comes to evening use of men the most common outfit they used are either a tux or a fit. Furthermore, men also use little components with it such as studs,Reviews Products Shopping 2012 cummerbunds, connections or perhaps cravats. This is rather reverse with women because they can have a wide range of components with their evening use almost all at the same time.


โดย: rasin555 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:59:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

baevi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add baevi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.