บ้านเลขที่ 23 บ้านนี้มี ... รัก จ้่่่าาาา่่ืาาา
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
9 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 

สงครามอารมาเกดโดน หนังสือประวัติศาสตร์ที่อ่านแล้วโดน

สงครามอารมาเกดโดน
ผู้แต่ง: ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์
สำนักพิมพ์/จัดจำหน่าย : แพรวสำนักพิมพ์
จำนวนหน้า: 266
ISBN : 9749916603
ราคา : 175 บาท




ชื่อ “สงครามอารมาเกดโดน” นี้ อาจไม่ค่อยคุ้นหูเท่า “อาร์มาเกดดอน” หนังแอ๊คชั่นฮอลลีวู้ด แต่ทั้งสองคำนี้ก็สื่อความหมายเดียวกันคือ วันโลกาพินาศ ที่ชัชรินทร์ ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านเปิดหน้ากระดาษเก่าๆ ของประวัติศาสตร์ศาสนาขึ้นมาอ่านใหม่ ทั้งที่มีข้อสรุปแล้วและยังไม่มีข้อสรุปก็ตาม มาดูการปะทะกันระหว่างศาสนาและวิทยาศาสตร์จะเป็นเช่นไร

คำโปรยข้างบนทำให้ผมไม่แน่ใจว่าจะซื้อมาอ่านดีมั้ย ไม่รู้จะมีใครรู้สึกเหมือนผมรึเปล่าว่า ตกลงมันหนังสืออะไรแน่ จะอ่านเอามันส์ หรืออ่านเอามึน แต่หลังจากได้อ่านแล้ว มันส์ ..... มากครับ

ชื่อ"สงครามอารมาเกดโดน" อาจจะฟังไม่ค่อยคุ้นหูเท่า"อาร์มาเกดดอน" หนังฮอลลีวู้ดว่าด้วยดาวหางยักษ์พุ่งชนโลกเรื่องนั้น

แต่สงครามอารมาเกดโดนเป็นหนังสือรวมบทความว่าด้วยประวัติศาสตร์ศาสนาทั่วโลก ที่เสนอและเปรียบเที่ยบศาสนาอย่างตรงไปตรงมาด้วยข้อเท็จจริงครับ ทั้งด้านคุณประโยชน์ และแน่นอน ด้านความชั่วร้ายของมัน ด้วยมุมมองของคนเขียนแบบเป็นกลางโดยไม่ยึดเข้าข้างฝ่ายใดเป็นหลัก
ซึ่งผู้เขียนได้บอกว่าเขียนด้วยความสงสัยเป็นปฐม

หากคุณเป็นคนอ่อนไหวต่อเรื่องศาสนา ถือว่าเป็นเรื่องเบื้องสูง แตะต้องไม่ได้ คุณอาจจะอยากโยนหนังสือเล่มนี้ทิ้ง ไม่ว่าคุณกำลังนับถือศาสนาใดอยู่ รับรองว่าโดนหางเลขหมดแน่นอน

แต่ถ้าคุณต้องการรู้ประวัติที่แท้จริง อยากรู้ปมขัดแย้งต่างๆ อยากรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อศาสนาอันเป็นตัวแทนของคำว่าศีลธรรมกลับทำผิดศีลธรรมเสียเอง อยากรู้ว่าทำไมสิ่งที่คิดว่าเราคุ้นเคยอย่างคำว่าศาสนา เราถึงไม่รู้จักมันอย่างลึกซึ้งเสียที หนังสือเล่มนี้เหมาะกันคุณมาก

อ่านมาถึงตรงนี้ ต้องคิดว่าหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยสาระหนักๆ ศัพย์วิชาการ หรือเนื้อหาอ่านยากๆใช่มั้ย เปล่าเลยครับ จริงๆแล้วสงครามอารมาเกดโดนเป็นหนังสือที่อ่านสนุกเล่มนึงเลยทีเดียว

คนเขียนเค้าใช้อุบายหลอกล่อให้เราอยากรู้เรื่องต่อไปเรื่อยๆ ทิ้งท้ายแต่ละบทด้วยคำถาม ที่ทำให้เราอยากเปิดอ่านบทต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผมจำความรู้สึกที่อ่านจบเล่มครั้งแรกได้เลยว่าอะไรกัน จบแล้วเหรอ ยังอยากอ่านต่ออยู่เลย อยากให้เค้าเขียนให้หนาเท่าเอนไซโคพีเดียเลยจะได้ไหม จำนวน 20 บทกับ 226 หน้า วางไม่ลงเลยทีเดียว เหมือนดูหนังชุดที่อยากรู้ตอนต่อไปแบบไม่อยากรอดูต่อในอาทิตย์หน้ายังงั้นเลย

คนเขียนเล่าเริ่มเรื่องราวตั้งแต่การเกิดสิ่งที่น่าจะเรียกว่าศาสนาครั้งแรกในสมัยยุคที่มนุษย์เริ่มพัฒนามาเป็นสิ่งมีชีวิตภูมิปัญญา หลังจากนั้นก็ค่อยๆจับกลุ่มศาสนาที่มีลักษณะคล้ายๆกัน เล่าไปทีละกลุ่ม เช่นศาสนาของชุมชนขนาดเล็ก ที่ค่อยๆกลายเป็นศาสนาของรัฐ ศาสนาที่อธิบายความเป็นไปของโลกอย่างเป็นสากล สอดแทรกไปด้วยเกร็ดประวัติต่างๆ รวมถึงเรื่องราวของความชั่วร้ายแห่งรัฐที่ยื่นมือเข้ามาคอยใช้ประโยชน์จากศาสนา จบลงที่ศาสนาในปัจจุบันที่เริ่มถูกวิทยาศาสตร์เข้ามาแทนที่ และตามด้วยด้วยบทส่งท้ายที่ว่าด้วยการทำนายถึงความเป็นไปของศาสนาในอนาคตและเรื่องของสงครามครั้งสุดท้าย

เวลาเราอ่านแล้ว จะได้ความรู้สึกเหมือนเห็นศาสนาเหล่านี้เป็นตัวละครในวรรณกรรมเลยครับ ตัวละครแต่ละตัวก็ผ่านเรื่องราวทั้งดีทั้งร้าย มีทะเลาะกับตัวละครอื่นบ้าง ทะเลาะกับตัวเองบ้าง ล้มหายตายจากไปบ้าง แล้วแต่ทิศทางของเรื่องจะนำไป

ความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้อ่านคือ เรื่องศาสนาเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราเข้ามาอีกกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่เด็กเรามักได้รับการปลูกฝังจากครอบครัวและสังคมให้ "มอง" และ "เห็น" ศาสนาเป็นของสูงเสียจนห้ามโต้แย้งหรือสงสัย ไกลเสียจนสัมผัสไม่ได้ เกือบทุกอย่าง "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" ทั้งๆที่ศาสนาที่เรานับถือกันส่วนใหญ่เกิดจากความสงสัยใคร่รู้ การทดลอง หาเหตุผล จนได้แนวปฏิบัติ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น

ในขณะที่เรายกย่องเชิดชู กฏหรือทฤษฎี ต่างๆ ขวนขวายกันนำมาหาทางประยุกต์ใช้กัยอย่างแพร่หลาย แต่คนส่วนใหญ่กลับละเลย เพิกเฉย พระธรรมหรือคำสั่งสอนในพระคัมภีร์ต่างๆ ด้วยการจับใส่ตู้ เอาขึ้นหิ้งจุดธูปไหว้ หาได้เอาสาระหรือเนื้อหาในคำสอนเหล่านั้นมาสังเคราะห์ วิเคราะห์และประยุกต์ใช้กันเลย

หากใครสนใจในเรื่องแบบนี้ แล้วบังเอิญไปเจอหนังสือเล่มนี้เข้า ลองซื้อมาอ่านเถอะครับ แล้วคุณจะมองคำว่าศาสนาแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งผมเชื่อว่าอย่างน้อยคุณก็จะมีข้อมูลสำหรับศาสนาที่คุณกำลังนับถืออยู่มากขึ้น

อ้อ ... โดยส่วนตัวผมว่าคนที่ชอบหรือเคยอ่านผลงานของแดน บราวไม่ว่าจะเป็น เดอะ ดาวินชีโค้ด หรือ เทวาซาตาน น่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะคุณจะเข้าใจเลยว่าทำไมศาสนากับวิทยาศาสตร์ในยุคสมัยหนึ่งจึงขัดแย้งกันจนเป็นถึงขั้นเข้าเข่นฆ่ากัน จนเป็นชนวนให้เอามาเขียนนิยายขายดีได้มากมาย

ปล. แต่เข้าใจว่าน่าจะหาซื้อยากหน่อย เพราะเค้าพิมพ์มาค่อนข้างน้อย อย่างว่าแหละครับ หนังสือที่วางอยู่บนชั้นปรัชญาและศาสนา ยังงัยคงไม่มีวันขายถล่มทลายเท่าแฮรี่ พอตเตอร์อยู่แล้ว




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2551
3 comments
Last Update : 10 กรกฎาคม 2551 15:31:06 น.
Counter : 339 Pageviews.

 

ถ้ามีเวลา อยากให้แวะมาที่บล๊อกร้านหนังสือมือสองของเรามั่งจ้า มีหนังสือนิยายต่างประเทศเยอะมากๆจ้า ที่สำคัญเราขายหนังสือนิยายปกแข็งถูกมากๆ

ร้านเค้าอยู่ที่ชั้น 3 โซนดีเดย์มาเก็ตของห้างเสรีเซ็นเตอร์ค่ะ หนังสือดีๆเยอะมาก

ส่งต่างจังหวัดด้วยค่ะ สนใจติดต่อที่เว็บได้จ้า

 

โดย: หนังสือมือสอง (AngelTomorrow ) 13 กรกฎาคม 2551 5:54:43 น.  

 

 

โดย: คอฟฟี่มิกส์ 1 สิงหาคม 2551 16:35:52 น.  

 

น่าอ่านมากๆ อยากรู้ว่า(เรามาช้าไปหรือเปล่า?) เอ้ย!

อยากรู้ว่ายังหาซื้อได้มั้ย จากที่ไหนคะ?

เพราะตอนนี้กำลังอยากอ่านเรื่องสงคราม55+

 

โดย: โมโม่แห่งนนทบุรี(55+) IP: 183.89.120.92 25 พฤศจิกายน 2553 17:12:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
nainue
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nainue's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.