Photobucket - Video and Image Hosting
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
1 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Summer Vacation 2009 @Miura Kaigan

กระทู้ดองเที่ยวจนขี้เกลือเริ่มจับนิดๆ จริงๆอัพบล็อคเขียนไปได้สักพักแล้ว แต่จู่ๆเครื่องคอมพ์รวน ข้อความที่พิมพ์ไปหายหมดเลย ช็อคซีนีม่า เซร็งอารมณ์อย่างแรง เกือบจะตีอกชกหัวเสียจริตไปแล้ว ก็เซฟรูปปิดคอมพ์ไปนอน แล้วเลิกคิดถึงบล็อคไปอีก2อาทิตย์

ช่วงวันหยุดฤดูร้อนของครอบครัวซำเหมาของเรา จะไปไหนไกลได้เล่า ลูกน้อยหอยสังข์ก็ยังเล็ก แถมไร้อัฐไร้เบี้ย อย่างหรูก็หาที่นอนใกล้ๆบ้านเปลี่ยนบรรยากาศ หาที่กินคลายเครียด ฉันอยากจะไปแถวIzu(伊豆)แต่โครงการไม่ผ่านอนุมัติ เพราะดันเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดชิซึโอกะ ตาอ้วนกลัวขี้หดตดหายเลย

มานั่งไล่เปิดคัมภีร์Benefit Station ตามหาโรงแรมให้ควั่ก เรื่องนี้พูดขึ้นมาทีไรรมณ์บูดเบี้ยวทุกที เรื่องตาอ้วนไม่วางแผนเตรียมอะไรเนิ่นๆล่วงหน้า เล่นเปิดเนตไล่จองโรงแรม 2 วันก่อนวันเดินทาง แล้วจองช่วงไหนไม่จอง มาเอาช่วงที่ชาวเกาะเค้าหยุดพร้อมกันทั่วเกาะ จะเหลือเรอะ...เต็ม เต็ม แล้วก็เต็ม เซ็งเป็ดสุดริด จนฉันหงุดหงิดงุ่นง่าน โกรธตาอ้วนเสียเหลือเกิน ก็จะไม่ให้โกรธได้ยังไงไหว บอกพี่แกล่วงหน้าเป็นเดือนว่าให้ตัดสินใจเร็วๆว่าจะไปไหนดี เสนอไปทั้งKamiko~chi(上高知) Oku no Hosomichi(奥の細道) ไม่ถูกใจพี่แกสักกะที่ แถมมีการมาหาว่าเราใจร้อนเร่งรีบ แล้วเป็นไง...อะโด่...เลยบอกตาอ้วนว่าหากปีหน้าเป็นแบบนี้อีก จะหอบลูกกลับไทยไปอยู่เมืองไทยสักเดือนกว่าช่วงหยุดฤดูร้อน ทิ้งตาอ้วนให้อยู่ญี่ปุ่นคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบซะเลย

Photobucket

ตาอ้วนจับคลื่นรังสีพิฆาตอำมหิตของเมียได้ เพราะบรรยากาศที่บ้านมาคุมาก นังเมียหน้างอยังกะม้าหมากรุก ก็ง่วนเปิดสมุดหน้าเหลือง หา หา หา....สุดท้ายก็มายิ้มแห้งๆ ชวนไปปล่อยแก่ที่Miura Peninsulaอีกรอบ

ฉันก็ทำท่ายักกระสาย เง้างอดพอเป็นพิธีว่าเคยไปแล้วไม่เห็นอยากไปอีกเลย ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ค่อยอยากไปที่เดิมหรอก แต่อยากไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บ้าน แถมราคาค่าที่พักก็ถูกมีอาหารเลี้ยงวันละสองมื้อแบบนี้ เอ้าไปก็ไป! หยวน...

แต่ปีหน้า จะขอเลือกและจองเองให้รู้แล้วรู้รอด

ขับรถจากบ้านขึ้นทางด่วนไม่ถึงชั่วโมงดีก็ถึงชายหาดมิอุระแล้ว(三浦海岸) แสงแดดส่องจ้าจนตายิบหยี น้ำทะเลเป็นสีเข้ม หาดทรายสีเทาคล้ำเป็นทรายละเอียด หนุ่มสาวในชุดว่ายน้ำ หลายคนแบบเซริฟบอร์ดเดินตัวดำเป็นเหนี่ยงเพราะแดดลามเลียผิว

Photobucket

ไม่ต้องขับรถไปไกลเลย เพราะตัวโรงแรมตั้งประจันหน้ากับชายหาด แถมยังเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ ตาอ้วนบอกว่าเมื่อราว 4-5 ปีที่แล้ว มีข่าวออกมาว่าเจอไวรัสในอาหารของโรงแรม จากนั้นชื่อเสียงของโรงแรมก็แย่ลง ตอนนี้โรงแรมก็พยายามกอบกู้ชื่อเสียงให้กลับคืนมา

ใช่แล้ว คืนนี้เราจะนอนกันที่ Maholova Minds Hotel กันนี่แหล่ะ ตัวโรงแรมมีสองตึก คือ ตึกmain building(本館)และส่วนAnnex(別館) ตาอ้วนจองโรงแรมช้า ห้องที่ตึกใหญ่เต็มหมดแล้ว พวกเราเลยได้ห้องนอนเก่าๆที่annex โรงแรมแห่งนี้เป็นเหมือน resort mansion คือ คนมีกะตังค์หน่อยๆ มาซื้อบ้านตากอากาศไว้ แต่คงเป็นเพราะโครงการขายห้องไม่หมด จึงนำห้องส่วนหนึ่งมาเปิดเป็นโรงแรม (อันนี้เป็นข้อสันนิษฐานของตาอ้วนล้วนๆ)

Photobucket

เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างเจ๋งกับไม่คลิ๊ก ที่ว่าพอใจนั้น เพราะห้องมีขนาดใหญ่ (นึกถึงภาพห้องmansionทั่วๆไปของญี่ปุ่น) มีห้องนอน 2 ห้อง ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องส้วม หากจะใช้ศัพท์ง่ายๆเป็นที่รู้กัน ก็ต้องบอกว่าใหญ่ขนาด 2LDK แต่ที่ว่าไม่คลิ๊กนั้นเป็นเพราะห้องค่อนข้างเก่าและโทรม ตาอ้วนว่าห้องนี้ได้รับการปรับปรุงมาแล้ว เพราะในส่วนห้องนอนค่อนข้างดี แต่พื้นพรมมันดูชื้น และเดินกระด้างเท้า ฉันไม่กล้าเดินเท้าเปล่าในห้องเลย มีเคาน์เตอร์ครัว และตู้เย็นลูกเล็ก แต่ทางโรงแรมไม่อนุญาตให้หุงต้มอาหาร

นอกเหนือจากอาหารที่โรงแรมพยายามใช้เป็นจุดขายเพื่อเรียกลูกค้าแล้ว โรงแรมยังจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นกิจกรรมของครอบครัว สำหรับคนทุกเพศทุกวัย สำหรับครอบครัวตัวกลมของเรา ติดใจWellness Clubมาก เพราะมี สระว่ายน้ำอุ่น จากุชชี่ ซาวน่าและฟิตเนส งานนี้ป่าป๊าเลยต้องเสียเงินซื้อชุดว่ายน้ำให้น้องกะหล่ำลงสระเด็ก(ยาง)

Photobucket

ทางโรงแรมจะให้คูปองทานอาหาร และใช้wellness clubตามจำนวนคืนที่พัก เช่น ครอบครัวเราพัก 2 คืน ก็ได้คูปองเข้าใช้สระว่ายน้ำคนละ 2 ใบ เลยไปทั้งสองวันเลย พาน้องกะหล่ำไปคุ้นเคยกับน้ำ วันแรกฉันดูแลน้องกะหล่ำ ปล่อยตาอ้วนไปลงอ่างน้ำวนนวดตัว และเข้าซาวน่ารีดไขมัน วันที่สองตาอ้วนอยู่กับลูก เพราะฉันอยากไปว่ายน้ำ ทางโรงแรมไม่ให้เอาเบบี๋ลงสระผู้ใหญ่ เพราะกลัวมีอันตราย แต่จะมีพนักงานมาใส่น้ำในสระยางให้ เป็นน้ำอุ่นด้วยหล่ะ

ดูเวลาที่ข้อมือขณะนั้นราว 5 โมงกว่าๆ กว่าจะถึงคิวกินอาหารเย็นของพวกเราตอน 1 ทุ่มตรงก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมง ฉันเลยชวนตาอ้วนไปเดินเล่นที่ชายหาด จากโรงแรมใช้เวลาเดินอย่างสบายๆราว 7-10 นาที ผู้คนเริ่มทยอยกลับกันแล้ว ร้านค้าที่ชายหาด(海の家)ก็ปิด ตาอ้วนเสียอารมณ์นิดหน่อย พี่แกคงอยากไปนั่งสั่งของกินเล่นมากระแทกปากอยู่

Photobucket

พ่ออยากจะพาลูกชายเล่นน้ำทะเล แต่ก็กลัวเปียก จึงได้แต่จดๆจ้องๆอยู่ริมชายหาด ให้คลื่นซัดชายกางเกงเปียกพอเป็นอนุสรณ์ว่ามาเหยียบชายหาดมิอุระแล้ว

อาหารค่ำมื้อนี้เป็นอะไรที่ประทับใจมาก ต้องเท้าความนิดนึงว่า เมื่อจองโรงแรมได้แล้ว เนื่องจากเราใช้พ้อยต์แทนเงินสด จึงไม่ได้ดีลกับทางโรงแรมเลย ทุกอย่างทำผ่านbenefit Stationทั้งสิ้น ทางBenefit Stationติดต่อกลับมาให้เราเลือกอาหารเย็นว่า จะทานเทปปังยากิ หรือซูชิ หรือบุฟเฟต์ เราเลือกไปว่าวันแรกของเป็นบุฟเฟต์ ส่วนวันที่สองขอเป็นเทปปังยากิ สักพักทางbenefit Stationติดต่อกลับมาบอกว่าเทปปังยากิวันที่สองมีคนจองเต็มหมดแล้ว หากเลื่อนมาทานวันแรกแทน ทางbenefit stationพอจะเจรจากับทางโรงแรมให้ได้อยู่ เราก็เต็มใจรับข้อเสนอนั้น

วันหยุดฤดูร้อนแบบนี้ ครอบครัวต่างพาลูกหลานมาเที่ยว Maholova Mindsเป็นโรงแรมที่ป๊อปพอสมควรสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกมาก บางครอบครัวฉันเห็นหอบกันมา 7-8 คน ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ และลูกอีกสองสามหน่อ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากทางโรงแรมไม่มีการจัดการที่ดีแล้ว งานนี้เกิดศึกตบตีแย่งกันกินแน่นอน ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวแบบนี้ ทางMaholova Minds Hotelจึงแบ่งกะการรับประทานอาหารออกเป็น 2-3 กะจัดให้เวลาเหลื่อมกัน อย่างเทปปังยากิคืนแรก ครอบครัวเราได้ทานตอน 1 ทุ่ม (มีกะ 2 ทุ่มถัดจากเราอีก)

Photobucket

ผักที่นำมาผัด เป็นผักที่ปลูกทางแถบMiura Peninsulaทั้งหมด ไฮไลท์อยู่ที่เนื้อวัว เป็นคุโรเกะวากิวจากทางคิวชู มีชิโมะฟุริลายหินอ่อนแทรกอยู่ในทุกอณูของเนื้อ รสสัมผัสสุดยอด (ณ เวลาที่เนื้อเข้าปาก) แต่พอกินเสร็จได้สักพัก รู้สึกเลี่ยนๆนิดหน่อย เพราะว่าไขมันเยอะเกิน ตาอ้วนเสียดายใหญ่ที่ไม่ได้สั่งข้าวผัดกระเทียมเหมือนฉัน ดันขอเป็นข้าวขาวแทน เชฟตัดเนื้อออกมาจากเนื้อชิ้นใหญ่ แล้วมาหั่นเป็นชิ้นจิ๋วๆ ผัดรีดน้ำมันออกให้เหลือเนื้อแห้งๆก่อนนำไปผิดทำเป็นข้าวผัดกระเทียม อร่อยสุดยอดเลย ปิดท้ายด้วยเมล่อนเนื้อหวานฉ่ำของจังหวัดชิซึโอกะ มื้อนี้สำหรับฉันอิ่มกำลังพอดี สบายๆไม่หนักท้องเหมือนทุกครั้งที่กิน ครอบครัวเราออกจะทานจุกันซักหน่อย เนื้อชิ้นขนาด 120 กรัมสำหรับสองคน ตาอ้วนถึงกับผิดหวัง เพราะปกติคนนึงก็ทาน 120 กรัมแล้ว แต่หากให้ฉันกินแบบเดิมอีกรอบนึง ฉันก็กินไหวน่ะ

Photobucket

เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นกันราวตี 4 กว่าๆ เดินออกไปที่ชายหาดเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่โชคไม่ดีฟ้าขมุกขมัวเมฆเยอะ เลยไม่เห็นอรุณแรกของวัน

Photobucket

อาหารเช้าเราทานกันที่annex เพราะบุฟเฟต์อาหารเช้าโรงแรมจัดให้มีทั้งสองตึก ไม่เหมือนมื้อเย็นที่ต้องไปกินที่ตึกใหญ่ ห้องอาหารเปิด 7 โมงเช้า เรารีบลงไปแต่เนิ่นๆ จึงไม่ต้องรอโต๊ะ ไลน์บุฟเฟต์เยอะทีเดียว มีทั้งอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งแบบออมเล็ต แฮม พาสต้า ขนมปัง สลัด ฉันกะจะตักลองอย่างละนิด แต่ก็ลองได้ไม่หมดทุกอย่างเพราะอิ่มเสียก่อน เด็กๆชอบใจกันใหญ่เพราะมีไอศกรีมให้เลือก 6 รส มีcornflake และฟรุตสลัดด้วย

Photobucket

สายๆหน่อย เราออกไปที่Misaki Harbour คราวที่แล้วที่มาเยือนถิ่นนี้ เราไม่ได้ใช้เวลาที่ท่าเรือมิซากิสักเท่าไหร่ เพราะว่าข้ามไปที่เกาะโจวกาชิม่า คราวนี้มาอีก แต่ก็ใช่ว่าจะใช้เวลานานหรอก แดดร้อนเปรี้ยงจนตัวดำเป็นเหนี่ยง ลำพังฉันเองไม่เท่าไหร่ น้องกะหล่ำน่ะสิต้องเอาครีมกันUVทาหน้าให้ สงสารเด็กผิวยิ่งอ่อนๆอยู่ คนแก่อย่างเรายังไงก็ได้ เพราะคงไม่ขี้เหร่ไปกว่านี้แล้ว จุดประสงค์ของการมาแถวMisaki Habourครั้งนี้ เพื่อมาหาของกินโดยเฉพาะ มีร้านขายของกิน ส่วนใหญ่จะเป็นปลามากุโระ และอาหารทะเลอื่นๆหลายร้านในตึกติดแอร์ ใจก็อยากซื้อ แต่ติดที่ว่าจะพักอีกคืนนึง กลัวว่าของจะเสียก็เลยได้แต่ดู และซื้อกินที่นั่นเลย

Photobucket

ปลาหมึกย่างอร่อยโฮก เนื้อหวานกรอบไม่เหนียว ขนาดที่ว่าฟันไม่ดี ยังอยากซื้ออีก 5 ตัวมาแทะเล่น ขนาดที่ว่าฟาดอาหารเช้ามาอิ่มแปร้ ยังยั้งตัวเองไม่อยู่ กินซะมูมมาม เดินผ่านร้านนึง คุณลุงเรียกให้ลองชิมส่วนไหนไม่รู้ของปลามากุโระ ลุงบอกว่าแม่(แก่)ลูกอ่อนต้องบำรุงด้วยธาตุเหล็ก ส่วนนั้นของปลามากุโรมีธาตุเหล็กเยอะ ลุงคงหวังว่าเราจะซื้อกินเป็นล่ำเป็นสัน ซึ่งก็ต้องผิดหวังเพราะตาอ้วนเอามากุโระคัทสึมาไม้เดียว ไม่ใช่อะไรหรอก ที่กินมากไม่ได้เพราะตาอ้วนตั้งใจไว้ว่าจะมากินมื้อกลางวันที่นี่ต่างหาก

Photobucket

ที่นี่เป็นซุปเปอร์เล็กๆชื่อว่า Misaki Seisen Jumbo Market (三崎生鮮ジャンボ市場) เป็นบริษัทเดียวกันกับร้านซูชิที่มีสาขาอยู่กินซ่าและอีกหลายที่ รวมถึงซูชิสายพาน ชื่อว่า Hougyo (豊魚)

Photobucket

ตาอ้วนเช็คข้อมูลมาอย่างดี ชั้นล่างนอกจากจะเป็นซุปเปอร์แล้ว ยังมีส่วนขายอาหารทะเลด้วย ตามประสาคนขี้งกอย่างฉัน อะไรๆก็ หูยแพงๆ ส่วนตาอ้วนนี่ตาโตประกายวิ้งวิ้งมาก เห็นอะไรก็อยากซื้ออยากกินไปซะหมด แถมพกมาบอกอีกว่าไม่แพงเลย ราคานี้ถูกแล้ว ดูสิหอยเชลล์(帆立貝)โตขนาดนี้ หอยซาซาเอะ(サザエ)โตขนาดนี้ ไปว่าของเค้าแพงได้ไง และอื่นๆอีกมากมายที่พี่แกพร่ำพรรณนาออกมาว่าอยากกินมากขนาดไหน แต่...ยังหรอก....เรายังไม่ซื้อวันนี้

เที่ยวนี้ตาอ้วนเตรียมตัวมาอย่างดี เอากล่องเก็บความเย็นจากบ้านไปเพียบ เตรียมพร้อมออกรบ กะเหมากวาดตลาดมาไว้ที่บ้าน

Photobucket

ขึ้นลิฟต์ไปชั้นสอง เป็นร้านอาหาร Hougyo (グルメ管豊魚) สาขานี้ไม่มีซูชิ ร้านใหญ่โตกว้างขวาง นั่งสบาย สะอาดสะอ้าน บริกรสาวหยิบเมนูเล่มเขื่องมาให้ กวาดตาดูแป๊บเดียวฉันก็เลือกได้เลยเซ็ตดงบุริ มีปลามากุโระ หอยเชลล์ และไข่ปลาแซลมอน(マグロ・ホタテ・イクラ丼)ดูแจ่มมาก ตาอ้วนเลือกอยู่เป็นนานสองนาน เข้าใจว่าพี่แกคงรักพี่เสียดายน้อง อยากกินมันทุกเมนู สุดท้ายก็เลือกเป็นเซ็ตคินเมไดต้ม(金目煮付膳)

Photobucket

ขนาดอาหารที่เสริฟใหญ่มาก จานชามใบโต ถึงราคาไม่ถูก แต่พอเทียบกับขนาดแล้ว ก็ถือว่าไม่แพง ฉันชอบเลยแหล่ะ ตาอ้วนไม่พอสั่งปลาคาวาฮากิ(カワハギ)มาอีกต่างหาก วันนั้นทางร้านมีให้เลือกแค่สองขนาด คือ ตัวละ 1 พันเยน กับตัวละ 2 พันเยน ฉันบังคับให้ตาอ้วนสั่ง 1 พันเยน เพราะเรายังไม่รู้ปริมาณของอาหารที่เสริฟมาเป็นเซ็ต ตาอ้วนบ่นใหญ่ว่า จะกินปลาให้อร่อยมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเท่านั้น บางทีหากปลาตัวเล็กไปเนื้อที่ได้จะไม่หวานกรอบเท่าตัวใหญ่ขนาดกำลังกิน

Photobucket

มื้อนี้ฉันประทับใจ แต่ตาอ้วนไม่ค่อย เพราะคินเมไดรสชาติเหมือนถูกต้มไว้นานแล้ว ความหวานของเนื้อปลามลายหายไป ฉันเดาว่าวันหยุดฤดูร้อนที่คนแย่งกันกินแย่งกันเที่ยวแบบนี้ ทางร้านคงจะต้มปลาไว้ล่วงหน้ามากเป็น 3-4เท่าจากวันปกติ พอนำมาอุ่นเนื้อปลาจึงไม่สดเท่ากับอาหารที่เพิ่งถูกปรุงขึ้นมาใหม่ๆ

Photobucket

มื้อเย็นวันนี้กินดึกหน่อย เราเลือกเวลาเองไม่ได้ ต้องมากินตามเวลาที่จองกับโรงแรม เพราะแขกมาพักมาก วันนี้ถึงคราวบุฟเฟต์ อาหารมีให้เลือกหลากหลาย มากสไตล์ มีทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง อาหารจีน แล้วยังพ่วงอาหารเกาหลีมาอีกรายการ แต่ฉันคงเอียนบุฟเฟต์เสียแล้ว เพราะช่วงที่ผ่านมากินบ่อยจริงๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าปริมาณมากแต่หากคุณภาพไม่ดีมันก็ไม่ได้เรื่อง กลับประทับใจเทปปังยากิของคืนเมื่อวานเสียมากกว่า

Photobucket

ขำตาอ้วน มือหนึ่งอุ้มน้องกะหล่ำอยู่เพราะน้องง่วงนอนโยเย อีกมือหนึ่งไปกดsoftcream กลายเป็นว่าร้องเรียกฉันดังลั่นเลย ให้ไปช่วยจับคันโยกไอศกรีมขึ้น พี่แกอุ้มลูกอยู่จับไม่ถนัด ไอศกรีมมันก็ไหลลงมาใส่ถ้วยไม่หยุด จนเกือบล้นถ้วย ฮ่า...

Photobucket

เช้าวันสุดท้าย ครอบครัวตัวกลมของเรานอนกรนแข่งกัน ไม่คิดจะตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น เพราะตาอ้วนดูพยากรณ์อากาศแล้วบอกว่าวันนี้จะมีเมฆมากเหมือนเดิม มิหนำซ้ำไม่รีบลงไปกินอาหารเช้าด้วย เอ้อระเหยลอยชายกันสุดริด พอลงไปถึง สรุปต้องนั่งรอโต๊ะว่างราวครึ่งชั่วโมง อาหารเช้าวันนี้ก็คล้ายๆกับเมื่อวาน มีเปลี่ยนเมนูนิดหน่อย แบบว่าจากซาลามี่เป็นไส้กรอก อะไรประมาณนี้ ฉันก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ตาอ้วนกินน้อยกว่าฉันเสียอีก ดื่มน้ำงาด้วยนะ กะว่าเพื่อสุขภาพสุดๆ ฉันไม่ได้ลอง เลยไม่รู้ว่ารสชาติเป็นยังไง แค่ที่กินก็อิ่มแปร้แทบจะลุกจากโต๊ะไม่ได้แล้ว

Photobucket

ขึ้นห้องไปนอนเอกเขนกเล่นอีกสักหน่อย ก็อาบน้ำอาบท่าเก็บข้าวของลงมาcheck out นอนโรงแรม 2 คืน 3 วันนี้ บวกกับอาหารค่ำ 2 มื้อ อาหารเช้า 2 มื้อ ตาอ้วนจ่ายไปทั้งหมดพันกว่าเยน เป็นค่าไวน์ และเบียร์ที่ดื่มตอนกินเทปปังยากิ นอกนั้นผู้อุปถัมภ์รายการช่วยจ่ายทั้งหมด

Photobucket

ขับรถออกมาจกโรงแรมแป๊บเดียว ก็มาหาที่จอด เพราะตาอ้วนอยากกินลมชมวิวที่บีชMiura Kaigan วันนี้คนแน่นหาดเลย อากาศก็ไม่ร้อนด้วยเพราะเมฆมาก ถึงคนจะแน่นหาดยังไงก็หาสู้แถวโชเนน คามาคุระ-เอโนชิม่าไม่ได้ แถวนั้นนี่คนยั้วเยี้ย เพราะไปมาสะดวก เป็นย่านชุมชนอยู่เยอะ ตาอ้วนจัดแจงเอาเสื่อมาปู วางข้าวของ แล้วตัวเองก็พาน้องกะหล่ำไปลุยทะเล ลุยไม่ได้มากเพราะน้องกลัว ขนาดที่ว่าพอเท้าเล็กๆสัมผัสพื้นทราย น้องถึงกับเบ้หน้าเลยทีเดียว ป่าป๊าก็เลยต้องอุ้มต่อไป ทะเลญี่ปุ่นนี่คลื่นลมแรงจริงๆ แรงกว่าทะเลพัทยา หรือหัวหินเยอะเลย ขนาดในวันอากาศดีๆท้องทะเลสงบๆแบบนี้ ไปยืนอ้อยอิ่งทำซึ้งริมหาดที คลื่นซัดเข้ามาเปียกไปถึงต้นขาเลยทีเดียว

Photobucket

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าหาดทรายสายลมและสองเรา คือ กลุ่มที่มาย่างบาร์บีคิว เห็นแล้วอยากชวนเพื่อนมาปล่อยแก่กันบ้าง เอาเต้นท์ใหญ่ๆมากาง หอบเตาบาร์บีคิวมา ไปซื้อของทะเลสดๆจากMisaki Seisen Jumbo Market(三崎生鮮ジャンボ市場) มาปิ้งย่างกิน ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดส์รสแซ่บๆไปจากบ้าน รับรองว่าจ่ายเงินหัวละ 2-3 พันเยน ได้กินของทะเลสดๆตัวโตๆคุณภาพคับถ้วย รสชาติดุจนั่งเหลา ไม่ต้องไปถึงเหลหยูหมุ่น หรือไซ้กงที่ฮ่องกง ไม่ต้องง้อร้านอาหารหรูๆราคาต่อหัวเหยียบหมื่นเยนเลย เพียงแต่ต้องรู้แหล่งซื้อเสียหน่อย...

Photobucket

ก่อนกลับบ้าน ตาอ้วนยืนกรานขอทานมื้อกลางวันปิดท้ายแถวนี้อีกซักมื้อ เพราะว่าปริ้นท์ข้อมูลทางเนตออกมาแล้ว ไหนๆก็ไหนๆมาถึงถิ่นมากุโระทั้งที ต้องกินให้คุ้มกันหน่อย ก็เลยกินที่ร้าน Matsubara (さかな料理まつばら)รสชาติใช้ได้ ซุปมิโสะก็อร่อย แต่ปริมาณที่ได้ไม่สมราคาเลย ตาอ้วนก็เห็นด้วย

Photobucket

ปิดท้ายวันหยุดฤดูร้อนแบบซำเหมาๆกันอีกมื้อ ซื้อหอยซาซาเอะ แซลมอน(ญี่ปุ่น) และแตงโมลูกเบ้งๆของมิอุระมาจาก Misaki Seisen Jumbo Market หอยซาซะเอะตัวใหญ่มาก เทียบกับเหรียญ10เยน แล้วเพื่อนๆคงจะเดาไซส์ได้นะคะ ปลาแซลมอนเนื้อสุดยอด ย่างแล้วไขมันสีขาวๆเยิ้มออกมา เนื้อละมุน แทบจะละลายในปาก ตาอ้วนเปิดเนตดูวิธีการปรุง แล้วลงมือโซโล่เองเลย ฉันก็รอกินอย่างเดียว ล้างปากด้วยแตงโมหวานฉ่ำสนิทของมิอุระ คนอื่นอาจจะมีแตงโมที่ชอบกันในใจ สำหรับฉัน แตงโมมิอุระสุดยอดตีแตงจากชิบะ คุมาโมโตะ และที่ว่าหวานๆจากโต๊ตโตริกระจุย กินกี่ครั้งๆก็ไม่เคยผิดหวัง แต่หาซื้อตามซุปเปอร์ยากหน่อย

ตอนนี้ตาอ้วนชวนยิกๆอยู่ทุกวี่ทุกวัน อยากจะไปเที่ยวเน้นกินที่Miura Peninsulaกันอีก

Photobucket

บ๊ายบายคร้าบบบบบ








Create Date : 01 กันยายน 2552
Last Update : 2 กันยายน 2552 7:46:05 น. 0 comments
Counter : 1230 Pageviews.

fudge-a-mania
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








Image hosted by Photobucket.com Image hosted by Photobucket.com

แวะมาเยี่ยมทั้งที จะไม่ทิ้งอะไรให้ ดูต่างหน้าเลยอ่ะเหรอ

น่านะ นึดนึง ที่ Guest Book ไง ขอบใจจ้า




บ้านเกลอของกัน

Friends' blogs
[Add fudge-a-mania's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.